48ศึกษากับบทวิเคราะห์ the series: ตัวแทนจาก AKB48 ในยุคใหม่ - มีใครพอจะทวงบัลลังก์คืนสู่มาตุภูมิบ้าง?

เนื้อหาบทความเรื่อง ตัวแทนจาก AKB48 ในยุคใหม่ - มีใครพอจะทวงบัลลังก์คืนสู่มาตุภูมิบ้าง? ได้รับไอเดียจาก Phongsaphat Wongsurin ผู้เขียนต้องขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย

นี่คือ 1 ใน 7 บทความที่น่าสนใจสำหรับ "48ศึกษากับบทวิเคราะห์ the series" โดยเป็นบทความลำดับที่ 4

เมมเบอร์ AKB48 คนสุดท้ายที่สามารถคว้าที่ 1 ในการเลือกตั้งเซมบัตสึได้สำเร็จ ก็คือ Watanabe Mayu (渡辺麻友) ในการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 6 ในปี ค.ศ. 2014 แล้วหลังจากนั้น AKB48 ก็ไม่เคยได้สัมผัสสิ่งนั้นอีกเลยจนถึงวันนี้..
ภาพของเมมเบอร์ที่เคยได้อันดับที่ 1 ในการเลือกตั้งเซมบัตสึ (ภาพเมื่อปี ค.ศ. 2015)
ในปี ค.ศ. 2018 เมื่อ AKB48 ตัดสินใจที่จะยกเลิกการควบเมมเบอร์จากวงน้องสาวเข้ากับ AKB48 และอาศัยเมมเบอร์จากทีม 8 ในการควบวง สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป คือการพึ่งพาบารมีของ AKB48 เองล้วน ๆ ในวันนี้ AKB48 กำลังรอวันที่จะทวงอันดับที่ 1 ในการเลือกตั้งคืนจากวงน้องสาว และสิ่งนี้จะยืนยันถึงความยิ่งใหญ่ของ AKB48 ที่มีมาตั้งแต่อดีตให้กลับมาเป็นยุคทองของ AKB48 อีกครั้ง

48ศึกษา จะอธิบายถึงตัวเลือกที่เป็นไปได้ว่า ใครคือเดอะแบกของ AKB48 ที่พร้อมจะนำที่ 1 ที่ห่างหายไปนานกลับคืนมาสู่บ้านเกิดที่ Akihabara เสียที

ทำความเข้าใจกันเล็กน้อย:
จุดประสงค์ของบทความนี้ คือการวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ของเมมเบอร์ที่คิดว่าจะสามารถครองอันดับที่ 1 ในการเลือกตั้งเซมบัตสึในอนาคคต ในนามของวง AKB48 ซึ่งแน่นอนว่าก็ต้องเป็นเมมเบอร์แถวหน้าที่จะต้องเป็นเดอะแบกของ AKB48 ได้

สำหรับกรณีที่สนใจว่าเมมเบอร์ดาวรุ่งยุคใหม่จะเป็นใครกันบ้าง ไปดูได้ที่บทความ..
ใครคือดาวรุ่นใหม่ของ AKB48 พาร์ท 1 - ส่องดูเมมเบอร์ดั้งเดิมแห่ง AKB48
https://48studies.blogspot.com/2018/06/akb48-new-star-1.html

ใครคือดาวรุ่นใหม่ของ AKB48 พาร์ท 2 - สำรวจเมมเบอร์ทีม 8 
https://48studies.blogspot.com/2018/06/akb48-new-star-2.html

สิ่งที่เกิดขึ้นกับ AKB48 และทางแก้ไข

ก่อนจะมาดูถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ก่อนอื่นผู้เขียนจะต้องเกริ่นนำถึงอดีตที่ AKB48 ในช่วงที่ยังไม่ได้ประกาศปรับวงขนานใหญ่จากการสับเปลี่ยนทีมในปี ค.ศ. 2017

ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญที่ทำให้ความนิยมของ AKB48 สั่นคลอนในการเลือกตั้ง ก็คือการควบวงของเมมเบอร์วงน้องสาวกับ AKB48 ซึ่งเดิมทีมีเป้าหมายเพื่อให้วงน้องสาวเป็นที่รู้จักและสามารถแข่งขันกับ AKB48 ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ

แต่เมื่อเวลาผ่านไป การควบวงก็ทำให้เมมเบอร์วงน้องสาวเป็นที่รู้จักขึ้น เข้าร่วมกับ AKB48 ในหลายกิจกรรม และยังสะสมบารมีให้กับตนเองอย่างมหาศาลอีกด้วย ในเวลานั้น เมมเบอร์ของ AKB48 เองกลับมีจำนวนเมมเบอร์ที่เบียดเข้าสู่อันดับต้น ๆ ในการเลือกตั้งได้น้อยลง

จะเห็นได้ว่า ในช่วงที่คามิ 7 ในตำนานยังครองตลาดในฐานะไอดอลของวงอยู่นั้น AKB48 ก็อาศัยประโยชน์จากพวกเธอในการรักษาทั้งฐานเสียงและเงินของวง แต่ด้วยเวลาที่ผ่านไป พวกเธอก็ค่อย ๆ จบการศึกษาออกไป นอกจากนี้ Sashihara  Rino (指原 莉乃) ก็ยังครองชัยชนะในการเลือกตั้ง 3 ครั้งติดต่อกัน (ครั้งที่ 7-9) ก็ยิ่งเป็นที่กังวลต่อแฟน ๆ และสตาฟว่า เกิดอะไรขึ้นกับ AKB48 และจะมีทางออกในรูปแบบใดกันแน่

ในเวลานั้นเมมเบอร์ของ AKB48 ก็เล็งเห็นแล้วว่า ถ้าไม่มีคามิ 7 คอยค้ำประกันสิ่งที่เรียกว่ากำไรและชื่อเสียง สิ่งเดียวที่จะสามารถรักษาความนิยมและผลประกอบการไว้ได้ ก็คือการผลักดันเมมเบอร์รุ่นใหม่ แต่การผลักดันเมมเบอร์รุ่นใหม่นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายและทำได้ในชั่วข้ามคืน การลงทุนของ AKS กับเมมเบอร์รุ่นใหม่ คือสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และการผลักดันก็ต้องใช้เวลานับปีเพื่อให้เกิดผลอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นกับ AKB48 ไม่ได้มีเพียงแค่การขาดเมมเบอร์รุ่นใหม่ที่โดดเด่นเท่านั้น แต่ยังขาดเมมเบอร์อีกจำนวนมาก ซึ่งสิ่งนี้คือวัตถุดิบหลักในการผลักดัน เมื่อไม่มีเมมเบอร์เข้าวง ก็ไม่มีการผลักดัน

เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว AKB48 จึงเพิ่มโควตาทั้งรุ่นที่ 16 และเด็กดราฟท์รุ่นที่ 3 ไว้ที่ 19 คน เพื่อชดเชยกับเมมเบอร์รุ่นก่อนหน้าที่จบการศึกษาออกไป และตัดปัญหาในการพึ่งพาวงน้องสาวไปในตัวอีกด้วย

แม้ว่าการผลักดันเมมเบอร์รุ่นใหม่จะไม่มีทางลัดที่สำเร็จรูปหรือให้ผลทันใจ แต่ก็สามารถเร่งให้เกิดผลได้เร็วขึ้น เพื่อลดทั้งเวลาและเงินที่ลงทุนอีกด้วย และวิธีการผลักดันเมมเบอร์ให้โดดเด่นได้อย่างรวดเร็วทางหนึ่ง นอกเหนือจากการฉายความโดดเด่นอย่างเจิดจ้าและเข้มข้นอย่างต่อเนื่องแล้ว ก็ยังมีอีกวิธีหนึ่ง นั่นคือการลดแสงที่ฉายจากทางอื่น

การลดจุดโฟกัสที่หันไปทางอื่นนั้น ก็คือการยกเลิกการควบวงของเมมเบอร์วงน้องสาวทั้งหมด เพื่อลดอิทธิพลของวงน้องสาว และสามารถเน้นการผลักดันไปยังเมมเบอร์วง AKB48 ได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ปัญหาการขาดเมมเบอร์ก็กลับเกิดขึ้น ซึ่งในเวลานี้ถูกแก้ไขโดยการควบวงภายในทั้ง 4 ทีมโดยเมมเบอร์ทีม 8 

สำหรับบทความนี้ ผู้เขียนไม่ได้มองเพียงแค่เมมเบอร์รุ่นใหม่ที่ถูกผลักดันเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเมมเบอร์รุ่นแรก ๆ ที่ยังคงลงแข่งเลือกตั้งและมีฐานเสียงที่เหนียวแน่นมากพออีกด้วย

เมมเบอร์ AKB48 ที่น่าจะเป็นที่ 1 ในการเลือกตั้งในอนาคต

ตามหัวข้อของบทวิเคราะห์ ผู้เขียนจะแนะนำเมมเบอร์ที่คิดว่ามีโอกาสที่จะเบียดและเอาชนะในการเลือกตั้งในอนาคตได้ โดยเมมเบอร์ AKB48 ที่ผู้เขียนจะนำเสนอมีดังนี้

ทำความเข้าใจกันเล็กน้อย:
การวิเคราะห์ในบทความนี้ จะเขียนในแบบที่แตกต่างจากเดิม เนื่องด้วยจุดประสงค์ของบทวิเคราะห์ ดังนั้นหากใครสนใจที่จะอ่านบทวิเคราะห์ในการเลือกตั้งครั้งที่ 10 ที่ผ่านมา สามารถเข้าไปดูได้ที่นี่..
https://48studies.blogspot.com/2018/05/AKB48-senbatsu-election-2018-1.html
https://48studies.blogspot.com/2018/05/AKB48-senbatsu-election-2018-2.html

Yokoyama Yui (横山由依)

ผู้จัดการทั่วไป (総監督) ของ AKB48Group ถือว่าเป็นตำแหน่งที่สูงที่สุดในบรรดาเมมเบอร์ของ AKB48Group และมีได้เพียงคนเดียวในวงเท่านั้น โดยถือว่าเป็นตำแหน่งที่สืบทอดกันภายใน AKB48 และเป็นที่รับรู้ถึงการเป็นกัปตันของ AKB48 รวมทั้งมีส่วนในการตัดสินใจหลายอย่างต่อ AKB48Group อีกด้วย
Yokoyama Yui
แม้ว่าในทางทฤษฎีแล้ว ตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป ถือว่าเป็นหนึ่งในเมมเบอร์ AKB48 ที่สามารถลงเลือกตั้งเซมบัตสึได้ และสามารถเป็นที่ 1 ในการเลือกตั้งได้ แต่ในทางปฏิบัติ การเป็นผู้นำของวงนั้น ความเสียสละเป็นสิ่งสำคัญ และความอ่อนน้อมถ่อมตนก็เป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อเป็นแบบอย่างให้กับผู้นำถึงการผลักดันรุ่นน้องเข้าสู่วงการในอนาคต
Yokoyama Yui ในรายการ AKB48SHOW!
ความเสียสละยังไงก็มีผลตอบแทนในอนาคต แต่จะช้าหรือเร็วแค่ไหน ก็สุดแล้วแต่บุญบารมีที่มีมา การเป็นผู้จัดการทั่วไปของ Yokoyama Yui คือปัจจัยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ต่อสิ่งที่สะท้อนถึงความนิยมในตัวเธอเป็นอย่างมาก
ถ้าถามว่าทำไม Yokoyama Yui ถึงเป็นผู้จัดการทั่วไปได้ คำตอบก็คือ เพราะเธอแบกศาลเจ้า (Mikoshi) ได้นั่นเอง..
(ภาพจาก AKBINGO! ตอนที่ 502 - 「私マジで演技します!後半戦」(ฉันจะแสดงอย่างจริงจัง! ครึ่งหลัง))
เนื่องจาก การไปงานสำคัญต่าง ๆ ที่เป็นตัวแทนของ AKB48 ในระดับที่ต้องพบปะกับผู้ใหญ่ในบ้านเมือง (ซึ่งไม่ใช่งานแสดงของเหล่าไอดอล หรือรายการโทรทัศน์ทั่วไป) เธอจะต้องทำหน้าที่เป็น "ตัวแทนเมมเบอร์" ของ AKB48 ในงานสำคัญเหล่านี้ เนื่องจากลุงแว่นท่านผู้นั้นจะไม่ค่อยออกไปพบปะเท่าไรนั่นเอง  
Yokoyama Yui กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่น (METI) Sekō Hiroshige (世耕 弘成) เนื่องโอกาสที่เปิดห้างสรรพสินค้าแห่งใหม่ "Premium Summer Bazaar" ในวันที่ 27 กรกฎาคม ค.ศ. 2018
(https://www.oricon.co.jp/news/2116424/full/?utm_source=Twitter&utm_medium=social&ref_cd=tw) 
สำหรับ Yokoyama Yui แล้ว งานภายใน AKB48 คือการดูแลและผลักดันเมมเบอร์รุ่นน้อง ส่วนงานภายนอก AKB48 ก็คือการเป็นตัวแทนของเมมเบอร์ AKB48 ทุกคน

ในการเลือกตั้งของ AKB48Group เธอก็น่าจะมีโอกาสขึ้นเป็นอันดับ 1 ในการเลือกตั้ง เนื่องจากในการเลือกตั้งตั้งแต่ครั้งที่ 2-9 Yokoyama Yui ก็อยู่ในอันดับที่สูงกว่าเมมเบอร์รุ่นน้องทุกคน และคาดว่าในครั้งที่ 10 นั้น เธอน่าจะทำได้อันดับที่ดีที่สุดในบรรดาเมมเบอร์ AKB48 

แต่ Yokoyama Yui ก็ถูกก้าวข้ามโดย Okada Nana (岡田奈々) ซึ่งเป็นเมมเบอร์รุ่นน้อง ในการเลือกตั้งครั้งที่ 10 และนี่คือครั้งแรกที่เธอถูกเมมเบอร์รุ่นน้องจบอันดับสูงกว่า แน่นอนว่าแฟนคลับของ Yokoyama Yui ก็ต้องรู้สึกผิดหวังกันบ้าง เพราะความฝันของเธอที่อยากให้ทุกคนได้แสดงการตอบแทนในความพยายามของเธอที่แบก AKB48 ตั้งแต่การเป็นผู้จัดการทั่วไปนั่นเอง

หากดูในอีกมุมมองหนึ่ง Yokoyama Yui ประสบความสำเร็จในการผลักดันเมมเบอร์รุ่นน้องให้โดดเด่นและสร้างสายเลือดใหม่ของ AKB48 บนเส้นทางของการเป็นไอดอล

คำพูดของ Okada Nana ในการเลือกตั้งที่กล่าวว่าจะกลับมาทวงตำแหน่งราชินีแห่ง AKB48Group คืนสู่ AKB48 ก็ปลุกความคิดของ Yokoyama Yui ที่จะต้องเป็นผู้นำในการทวงบัลลังก์คืนของ AKB48 แม้ด้วยอายุ 25 ปีในเวลานี้ แต่บารมีและพลังของเธอก็อาจเพียงพอที่จะนำทัพจบอันดับ 1 ได้

Muto Tomu (武藤十夢)

แม้ว่า Muto Tomu จะไม่ได้ถูกสตาฟผลักดันด้วยการเป็นเมมเบอร์ในตำแหน่งเซมบัตสึซิงเกิ้ลในปี ค.ศ. 2018 แต่เธอก็ยังคงความเป็นไอดอลและความนิยมที่สูงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
Muto Tomu
อันดับในการเลือกตั้งของ Muto Tomu สูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่เคยมีอันดับที่ลดลงหรือหลุดอันดับในการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นเมมเบอร์เพียงไม่กี่คนที่สามารถทำได้ นอกจากนี้ ในการเลือกตั้งครั้งที่ 10 Muto Tomu กลับมาลงการเลือกตั้ง และสามารถจบอันดับที่ 7 (คามิ 7) ซึ่งสูงกว่าการเลือกตั้งครั้งที่ 8 แม้ว่าจะจบอันดับหลังจาก Yokoyama Yui และ Okada Nana ก็ตาม 

สำหรับ Muto Tomu แล้ว เธอมีความเป็นไอดอลที่สูง และแฟนคลับหลาย ๆ คนก็สนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่ทำให้เธอเพิ่มความนิยมได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องพึ่งพาการผลักดันจากสตาฟ ก็คือการออกงานข้างนอกบ่อย ๆ

ในปี ค.ศ. 2018 เธอจึงเข้าร่วม Produce48 แม้ว่าความนิยมจะสูงลิ่วอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เธอได้รับอย่างแน่นอน ก็คือฐานเสียงใหม่ในเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในการเพิ่มขึ้นอันดับในการเลือกตั้งในอนาคต และรักษาการเพิ่มขึ้นของคะแนนในการเลือกตั้ง
Muto Tomu กับ Produce48
อีกไม่นานหลังจากนี้ อาจจะได้เห็น Muto Tomu ก้าวข้าม Yokoyama Yui ในการเลือกตั้งครั้งหน้าก็เป็นได้ ถ้าอันดับเธอยังสูงขึ้นต่อไปเรื่อย ๆ เช่นนี้

Takahashi Juri (高橋朱里)

Takahashi Juri ในฐานะที่เป็นผู้นำมาโดยตลอดตั้งแต่กัปตันทีม 4 มาในช่วงปี ค.ศ. 2015-2018 และ กัปตันทีม B ในตอนนี้
Takahashi Juri
ในเวลานี้ Takahashi Juri ถือว่าอยู่ในช่วงที่ทรงตัว เนื่องจากถูกย้ายให้ไปรับผิดชอบทีม B ที่เมมเบอร์โดดเด่นหลายคนจบการศึกษาออกไป และอันดับในการเลือกตั้งก็หล่นลงมาจากอันดับที่ 11 เป็นอันดับที่ 12 

แต่ Takahashi Juri ก็ยังไม่ยอมแพ้ก็สิ่งที่เผชิญหน้าในตอนนี้ เนื่องจากเธอได้วางจำหน่ายสมุดภาพ (Photobook) เล่มแรกของเธอเอง อีกทั้งยังได้ก้าวเข้าสู่ Produce48 เช่นเดียวกับ Muto Tomu 
Takahashi Juri กับ Produce48
เป้าหมายของการไป Produce48 ก็เป็นการที่เธอจะขยายฐานเสียงในเกาหลีใต้เช่นเดียวกัน และด้วยรูปลักษณ์ภายนอกของเธอที่ดูน่ารักและโดดเด่นอยู่ด้วยแล้ว จึงยิ่งทำให้เธอสามารถดึงดูดแฟนคลับหลายคนได้เป็นอย่างดี

ในไม่กี่ปีข้างหน้า Takahashi Juri ก็น่าจะมีอันดับที่สูงขึ้นได้อย่างแน่นอน และยังมีความหวังในการเป็นที่ 1 ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งความเป็นผู้นำในกลุ่มเมมเบอร์รุ่นใหม่จะส่งผลในอนาคตถึงการเป็นผู้นำทั้งในวงและการเลือกตั้ง

Murayama Yuiri (村山彩希)

สตาฟเริ่มผลักดัน Murayama Yuiri  ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2018 โดยใส่ชื่อเธอลงไปในตำแหน่งเซมบัตสึของซิงเกิ้ลที่ 51 และ 52 อย่าง Jabaja (ジャーバージャ) และ Teacher Teacher ตามลำดับ
Teacher Teacher
ดูเหมือนว่าปี ค.ศ. 2018 ทุกอย่างจะเป็นใจให้กับ Murayama Yuiri ทั้งเซมบัตสึ ทั้งกัปตันทีม 4 และสเตจสำหรับ Kenkyusei 

ถ้า Murayama Yuiri ไม่คิดว่า "จะยอมลงเลือกตั้งตอนที่ลิเวอร์พูลได้แชมป์พรีเมียร์ลีก หรือทีมชาติอังกฤษได้แชมป์ฟุตบอลโลกสมัยที่ 2" แล้วลงสมัครเลือกตั้ง อาจจะได้เห็นฉากที่ Murayama Yuiri นั่งเศร้าตอนที่ชื่อคามิ 7 ถูกขานแต่ชื่อของอันดับที่ 1 ดันกลายเป็น Murayama Yuiri ที่ทำให้เธอร้องไห้จนสลบไปกลางงานก็เป็นได้

หลายคนทราบดีว่าเธียเตอร์ AKB48 คือแห่งประวัติศาสตร์และจุดเริ่มต้นของ AKB48 ซึ่งสิ่งนี้แหละที่เธอรักและชอบที่จะแสดงในฐานะไอดอลเป็นอย่างมาก ไม่ได้มีเพียงแค่แฟนคลับของ Murayama Yuiri ที่รอวันที่เธอจะลงเลือตั้ง แม้ว่าจะรู้อยู่แก่ใจว่า เธอไม่ได้ลงเลือกตั้งเป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกันในปี ค.ศ. 2018 แล้วก็ตาม

แฟนคลับของ Murayama Yuiri จึงเป็นพวกอดออม ไม่ค่อยได้จ่ายเงินลงแผ่นซิงเกิ้ลที่มีรหัสเลือกตั้งเท่าไรนัก (อันนี้อาจเป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะเงินฝืดที่เงินไม่ได้ถูกนำมาใช้ในระบบ ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลญี่ปุ่นกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศจนเมื่อยในนโยบายแล้วก็ตาม) แต่เมื่อไรที่เธอประกาศจะลงเลือกตั้ง แฟนคลับที่รอคอยวันนั้น จะแห่ซื้อแผ่นซีดีกันโดยไม่ได้นัดหมาย จนเป็นที่หวาดกลัวในหมู่ของแฟนคลับของเมมเบอร์คนอื่น ๆ ใน AKB48 และตลาดร้านค้าของ AKB48 อาจต้องเผาตำราหลายเล่มทิ้ง ถ้า Murayama Yuiri ชนะการเลือกตั้งขึ้นมา เนื่องจากเกิดความเสียดายที่ไม่ยอมโปรโมทเธอในหน้าร้านค้าตั้งแต่แรก

Okada Nana (岡田奈々) 

ในช่วงนี้ ร้านค้าของ AKB48 รู้สึกโล่งอกที่ไม่ต้องเปลี่ยนเมมเบอร์ในการโปรโมทเป็นตัวอย่างสินค้า เนื่องจาก Okada Nana ได้รับเป็นเซนเตอร์เซมบัตสึซิงเกิ้ล Jabaja (ジャーバージャ) และจบอันดับการเลือกตั้งด้วยอันดับที่ 5 ซึ่งสูงที่สุดในบรรดาเมมเบอร์ AKB48 
Okada Nana
ความจริงจังของ Okada Nana ไม่ได้อยู่เพียงแค่การแสดงหรือการเป็นไอดอลเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการเลือกตั้งที่คาดหวังอันดับที่ 1 ไว้ ซึ่งเป็นเมมเบอร์คนเดียวของ AKB48 ที่คาดหวังไว้เช่นนั้นในการเลือกตั้งครั้งที่ 10

สิ่งนี้ปลุกใจเมมเบอร์ที่มีอันดับสูงเช่นเดียวกับเธอหลายคนว่า เป้าหมายที่แท้จริงของ AKB48 คืออะไร ถ้าทำเพื่อ AKB48 แล้ว นอกจากการทวงอันดับที่ 1 คืนแล้ว ก็ยังต้องทำให้เมมเบอร์ตระหนักว่าครั้งหนึ่ง AKB48 เคยยิ่งใหญ่แค่ไหน

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ส่วนหนึ่งของความนิยมในตัว Okada Nana ที่เพิ่มขึ้น ก็มาจากการเป็นกัปตัน STU48 และสิ่งนี้ที่ทำให้เธอได้มีโอกาสเป็นผู้นำ และพิสูจน์ถึงการเป็นเดอะแบกของ AKB48 รวมทั้งการพา STU48 อยู่รอดในกระแสไอดอลที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด
Okada Nana ในฐานะกัปตัน STU48
ในช่วงที่ Okada Nana เป็นกัปตัน แม้ว่าเธอไม่ค่อยได้มีโอกาสออกสู่ภายนอกเพื่อทำกิจกรรมกลางแจ้งกับ STU48 แต่เธอก็ได้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการออกไปพบกับผู้คนภายนอกกับเมมเบอร์ STU48 หลายคนในฐานะไอดอล ซึ่งการเข้าถึงผู้คนเป็นสิ่งที่จำเป็น และรูปแบบนี้ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับ AKB48 ในช่วงแรกเริ่ม
เมมเบอร์ STU48 รับบริจาคเงินจากประชาชนเพื่อเยียวยาและฟื้นฟูผู้ประสบภัยจากภาวะฝนตกหนักในเขตญี่ปุ่นตะวันตกผ่านการสมทบทุนไปยังสภากาชาดญี่ปุ่น
คุณค่าของการเป็นไอดอลคือการเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างสรรค์สังคมและเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคน แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ STU48 ภายใต้การนำของ Okada Nana ก็แสดงให้เห็นว่าความเป็นไอดอลอยู่ตรงไหน และสิ่งที่พวกเธอได้ลงมือทำในวันนี้ จะได้รับผลตอบแทนในไม่ช้า

สำหรับ Okada Nana แล้ว เธอไม่ใช่คนในพื้นที่ Setouchi ตั้งแต่กำเนิด แต่เมื่อเป็นหัวหน้า STU48 เธอก็มีบารมีในการเป็นศูนย์รวมจิตใจของเมมเบอร์ STU48 รุ่นแรกที่ใจสู้ ซึ่งสิ่งนี้เอง ที่ทำให้ใครหลายคนรัก Okada Nana ไม่ใช่เพราะว่าเธอเป็นคนน่ารักหรือมีบารมีที่สูง แต่เพราะเธอช่วยสร้าง STU48 และผลักดันเมมเบอร์ STU48 

Mukaichi Mion (向井地 美音)

Mukaichi Mion ก็ยังเป็นเมมเบอร์อีกคนหนึ่งที่ยังมีโอกาสเป็นที่ 1 ได้ในอนาคตเช่นเดียวกัน เพียงแต่ยังต้องการแรงสนับสนุนที่มากขึ้นกว่านี้
Mukaichi Mion
แม้ว่า Mukaichi Mion จะประกาศกลางงานเลือกตั้งว่า เธอพร้อมที่จะเป็นผู้จัดการทั่วไปของ AKB48Group แต่ด้วยบารมีและพลังที่ยังไม่เพียงพอในเวลานี้ ผู้เขียนจึงเชื่อว่า ทั้งผลการเลือกตั้งและพลังภายในวงนั้นเป็นตัวชี้วัดที่จะส่งผลต่อการเป็นผู้จัดการทั่วไปในอนาคต

ผู้เขียนเชื่อว่า สิ่งที่ Mukaichi Mion ต้องการในเวลานี้ ไม่ใช่การเป็นผู้นำของวง แต่ต้องการฐานเสียงที่มากขึ้น เนื่องจากอันดับของเธออยู่ในช่วงท้าย ๆ ของเซมบัตสึ (จากการเลือกตั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมา: 13, 17, และ 13 ตามลำดับ) นั่นจึงทำให้ Mukaichi Mion ตระหนักแล้วว่าสิ่งที่จะทำให้เธอก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ได้ นั่นคือการมีฐานเสียงและบารมีที่มากขึ้นนั่นเอง

Oguri Yui (小栗有以)

สตาฟของ AKB48 เข็นสาวน้อยวัย 16 ปี เมมเบอร์ทีม 8 ตัวแทนจาก Tokyo อย่างสุดกำลังตั้งแต่ต้นปี ค.ศ. 2018 ที่ผ่านมา เพื่อให้เธอเป็นเมมเบอร์ที่โด่งดังอย่างรวดเร็ว
Oguri Yui
เป็นความโชคดีของ Oguri Yui ที่เธอได้รับการเฉิดฉายจากเหล่าสตาฟของ AKB48 ที่หวังว่าเธอจะเป็นดาวรุ่งค้างฟ้าของ AKB48 ทีม 8 ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นเซนเตอร์เซมบัตสึซิงเกิ้ลที่ 52 อย่าง Teacher Teacher หรือแม้แต่การเป็นตัวละครหลักของละครซีรี่ส์ประจำของ AKB48 ในภาคที่ 7 อย่าง Majimuri Gakuen (マジムリ学園) 

แม้ว่าสิ่งที่สตาฟผลักดันเธอนั้น ก็เพื่อจะทำให้ทีม 8 เข้มแข็งและช่วยค้ำจุนความยิ่งใหญ่ของ AKB48 ทั้ง 4 ทีม อีกทั้งยังเป็นการสร้างจุดสนใจให้กับทีม 8 ที่แทบไม่ได้รับสนับสนุนจากเหล่าสตาฟของ AKB48 ในช่วงที่ผ่านมา

ผู้เขียนเชื่อว่า Oguri Yui อาจก้าวเข้ามาในเซมบัตสึในปีหน้าด้วยการเลือกตั้ง (ถ้าแรงผลักดันยังสูงเช่นนี้ต่อไป) และในอีก 3-4 ปีข้างหน้า เธอจะกลายเป็นคู่แข่งที่น่าจับตามองเป็นยิ่งทั้งเมมเบอร์จากวงน้องสาว หรือแม้แต่เมมเบอร์ AKB48 ด้วยกันเอง 

ผู้เขียนยังเชื่ออีกว่า แฟนคลับของ Oguri Yui เริ่มขยายตัวอย่างรวดเร็วจากการผลักดัน และในเวลานี้ดูเหมือนว่าแฟนคลับจะตอบสนองตามที่ตลาดต้องการมากขึ้น รวมทั้งเป็นจังหวะเดียวกับที่ทีม 8 ถูกผลักดันโดยรวมผ่านการควบวงกับทีมดั้งเดิมของ AKB48 ทั้ง 4 ทีม ดังนั้นในปี ค.ศ. 2018 จึงเป็นช่วงที่ถือว่าเป็นยุคทองของ Oguri Yui 

อุปสรรคที่สำคัญของการทวงบัลลังก์ของ AKB48

ไม่ว่าเมมเบอร์ของ AKB48 จะมีมากขนาดไหนที่พร้อมจะทวงอันดับที่ 1 ในการเลือกตั้ง แต่ถ้าไม่พิจารณาถึงสิ่งที่ทำให้ความฝันนี้ไม่เป็นจริงเสียที ก็ไม่สามารถมองได้อย่างชัดเจนถึงสาเหตุและความเป็นไปได้ ผู้เขียนจึงวิเคราะห์ปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้อนาคตของ AKB48 ในการเป็นที่ 1 ในการเลือกตั้งนั้นทำได้ยากอยู่ในเวลานี้

เมมเบอร์วงน้องสาว

แม้ว่าบทวิเคราะห์นี้จะพูดถึงเมมเบอร์ AKB48 ที่เป็นไปได้ในการชนะการเลือกตั้ง แต่ตราบเท่าที่ยังมีคู่แข่งจากวงน้องสาวในการเลือกตั้ง ผลของความเป็นไปได้ก็มีได้หลากรูปแบบมากขึ้น ต้องมาพิจารณาว่าใครที่ยังพอคานอำนาจของ AKB48 ในอนาคตอันใกล้นี้ได้บ้าง
  • Ogino Yuka (荻野由佳) จาก NGT48 
  • Honma Hinata (本間日陽) จาก NGT48 
  • Yabuki Nako (矢吹奈子) จาก HKT48 
  • Tanaka Miku (田中美久) จาก HKT48 
  • Furuhata Nao (古畑奈和) จาก SKE48 
เมมเบอร์ที่ 5 คนที่กล่าวถึงนี้ จะกลายเป็นคู่แข่งที่พร้อมจะแย่งชิงตำแหน่งราชินีแห่ง AKB48Group ได้ในอนาคตเช่นกัน เนื่องจากอันดับและบารมีที่สูงพอกับการต่อยอดเป็นอันดับ 1 ดังนั้น พวกเธอทั้ง 5 คนจึงเป็นสิ่งที่ประมาทไม่ได้สำหรับ AKB48 ในอนาคต ถ้าต้องการจะชนะการเลือกตั้ง

สิ่งที่จะทำให้เมมเบอร์ AKB48 สามารถจบอันดับที่ 1 ได้ วง AKB48 ต้องเข้มแข็งพอ ดังนั้นจึงทำให้ AKB48 ต้องปรับยุทธศาสตร์ในเวลานี้เพื่อดึงความนิยมในฐานเสียงของตนเองกลับมา โดยใช้การควบทีม 8 เพื่อรอเมมเบอร์รุ่นที่ 16 กับเด็กดราฟท์รุ่นที่ 3 มีเวลาและบารมีมากพอเสียก่อน

ความเป็นเมมเบอร์รุ่นใหม่

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เมมเบอร์รุ่นใหม่ของ AKB48 มีความแตกต่างจากเมมเบอร์รุ่นแรกเริ่มในหลายประการ อย่างน้อยที่สุดก็คือความสามารถในตัวเมมเบอร์ที่ไม่ได้หลากหลายเหมือนในอดีต หรือการเป็นไอดอลของเมมเบอร์ยุคใหม่ก็ไม่ได้ก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาด้วยตนเอง แต่มาจากบารมีที่รุ่นพี่สร้างขึ้นมา จึงทำให้ความรู้สึกที่รักและทำเพื่อวงนั้นไม่มากและลึกซึ้งเหมือนเมมเบอร์รุ่นพี่ในอดีต

ความรู้สึกของเมมเบอร์รุ่นแรก ๆ คือต้องแย่งกันออกหน้าเพื่อให้ได้แอร์ไทม์ เพื่อโดดเด่น เพราะในเวลานั้นวงยังไม่ดังเท่าไรนัก แต่ความรู้สึกของเมมเบอร์รุ่นหลัง ๆ จะพบว่าการแย่งแอร์ไทม์จะน้อยกว่าในอดีต เมมเบอร์หลายคนก็ถูกสตาฟดัน (ในขณะที่เมมเบอร์รุ่นแรกต้องถีบตัวเองล้วน ๆ) เลยทำให้ความรู้สึกที่มีต่อวงแตกต่างกัน

ในการเลือกตั้ง เมมเบอร์รุ่นใหม่ ๆ จึงมีคะแนนนิยมที่มากขึ้นด้วยการสนับสนุนจากสตาฟมากกว่าที่จะมาเพราะบารมีที่สั่งสมมาด้วยตนเอง แน่นอนว่า การเข็นของสตาฟก็ไม่ได้สุดอย่างที่คิด เมื่อผ่านไปถึงช่วงที่สตาฟคิดว่ายินได้ด้วยตนเองแล้ว เมมเบอร์ก็ต้องยืนด้วยตนเองล้วน ๆ ถ้าบารมีไม่แกร่งกล้าพอ อันดับมีสิทธิ์ร่วงระนาวได้เช่นกัน แต่โดยมาก เมื่อเมมเบอร์เหล่านั้นที่ถูกดันต่างก็ยืนได้ในอันดับที่สูงทั้งนั้น เพราะได้รับโอกาสที่ดีและไม่เสียโอกาสที่ได้รับมา  

แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเมมเบอร์รุ่นใหม่ คือการที่เมมเบอร์ไม่สามารถขยายฐานคะแนนได้กว้างขึ้น ซึ่งการขยายฐานเสียงคือสิ่งสำคัญที่ช่วยให้อันดับสูงขึ้น

เมมเบอร์ AKB48 พลังใหม่กว่าในอนาคต

แม้ว่าในทางทฤษฎี พวกเธอเหล่านี้จะยังไม่ได้เป็นปัจจัยที่สำคัญในการเลือกตั้งในอีก 2-3 ปีข้างหน้าเนื่องด้วยบารมีที่ยังน้อย แต่ในอนาคตพวกเธอทั้งหลายเหล่านี้จะต้องมาแทนเมมเบอร์รุ่นเดิมที่มีบทบาทในเวลานี้ ซึ่งพวกเธอเหล่านี้ก็คือเมมเบอร์รุ่นใหม่กว่าที่รอวันออกผลอย่างงดงาม

Muto Orin (武藤小麟)

Muto Orin คือเมมเบอร์รุ่นที่ 16 คนแรกที่สามารถติดอันดับในการเลือกตั้งได้ แม้ว่าเธอจะได้อันดับเพราะพี่สาวของเธอ (Muto Tomu) ไม่ได้ลงเลือกตั้งในการเลือกตั้งครั้งที่ 9 ก็ตาม 
Muto Orin
ผู้เขียนเชื่อว่า เธอสามารถก้าวเป็นที่ 1 ได้ในอนาคตหลังจากที่พี่สาวของเธอจบการศึกษาออกไป และเวลานั้นเธอจะได้รับคะแนนเสียงจำนานหนึ่งซึ่งเป็นของแฟนคลับพี่สาว เนื่องด้วยเธอและพี่สาวนั้นมีความใกล้ชิด ทั้งทีมในสเตจเดียวกันและยังจัดยูนิตเป่ายิงฉุบด้วยกันในการแข่งขันเป่ายิงฉุบปี ค.ศ. 2018 อีกด้วย 

แต่ก็อย่าวางใจคะแนนเสียงจากแฟนคลับของพี่สาว เพราะปรากฏการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในปีที่แล้ว อาจไม่ได้เกิดขึ้นซ้ำอีก ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งที่ 10 ก็แสดงให้เห็นว่า เธอยังถูกรัศมีของพี่สาวบดบังมิดเต็มจอ ดังนั้นเธออาจจะต้องพยายามมากกว่าคนอื่นในรุ่นเพื่อก้าวขึ้นมาเป็นแถวหน้าในตอนนี้ เนื่องจากฐานเสียงที่เธอสะสมมาตั้งแต่แรกในช่วงที่ยังมีพี่สาวอยู่นั้นจะเป็นทั้งประโยชน์และบันไดสู่ความสำเร็จในอนาคต และยิ่งเธอสามารถก้าวข้ามพี่สาวไปได้ โอกาสที่เธอจะขึ้นมาเป็นอันดับ 1 นั้นก็ยิ่งชัดเจนเข้าไปอีก 

Yamauchi Mizuki (山内瑞葵)

Yamauchi Mizuki เป็นเมมเบอร์รุ่นที่ 16 คนที่สองที่สามารถติดอันดับในการเลือกตั้งได้ ต่อจาก Muto Orin และยังเป็นเมมเบอร์คนแรกของรุ่นที่ติดเซมบัตสึซิงเกิ้ลได้อีกด้วย
Yamauchi Mizuki
Yamauchi Mizuki เป็นเมมเบอร์ที่โดดเด่นที่สุดในเวลานี้ของรุ่นที่ 16 โดยเธอสามารถก้าวขึ้นสู่อันดับในการเลือกตั้งด้วยอันดับที่ 92 ซึ่งเป็นที่จับตามองต่อไปว่า อันดับต่อไปที่เธอจะขึ้นมานั้น จะสูงขึ้นมากเพียงใด

แต่ที่แน่นอน คือ การที่สตาฟตั้งใจที่จะดัน Yamauchi Mizuki ให้เป็นดาวเด่นประจำรุ่น จนถึงเวลานี้ เธอยังต้องการเวลาอีก 3-4 ปีเพื่อไต่อันดับและเพิ่มความนิยมของเธอให้ถึงโซนเซมบัตสึ เพียงแต่อย่าหยุดผลักดันในเวลานี้ เพราะเป็นช่วงสำคัญของเธอที่กำลังจะทะยานขึ้นสู่ความยิ่งใหญ่ในอนาคต ขอแค่มีโอกาสที่มากเพียงพอ Yamauchi Mizuki ก็จะเป็นที่โดดเด่นของ AKB48 ได้ในอนาคต

Kubo Satone (久保怜音)

ผู้เขียนคิดว่า เป็นที่น่าเสียดายที่สตาฟดัน ๆ หยุด ๆ กับ Kubo Satone จนแทบจะเสียของไปแล้ว มาจนถึงตอนนี้ สตาฟควรผลักดันเธอแบบจริง ๆ จังเสียที เพราะเซมบัตสึ Teacher Teacher อย่างเดียวไม่เพียงพอ
Kubo Satone
สตาฟควรสนับสนุน Kubo Satone อย่างต่อเนื่อง เพราะว่าเธอยังเป็นเด็ก (อายุ 14 ปี) จึงทำให้บารมีของเธอยังไม่แกร่งและมากพอ เธออาจต้องใช้เวลาจากนี้อีก 3-4 ปี เพื่อจะก้าวขึ้นมาเป็นเซมบัตสึในการเลือกตั้ง 

ถ้าตอนนั้นสตาฟสนับสนุนเธออย่างต่อเนื่อง ในการเลือกตั้งปีนี้ เธออาจจะขึ้นมาถึงอันดับแถว ๆ เซมบัตสึได้เลย แต่ตอนนี้สายไปแล้ว เพราะอันของเธอตกลงมาจาก 47 ไปยัง 75 อันบ่งบอกว่าความนิยมของเธอลดลง สตาฟควรผลักดันขึ้นมาโดยด่วน

Asai Nanami (浅井七海)

ผู้เขียนเคยกล่าวถึง Asai Nanami กับ Produce48 ว่าเธอได้ไปเพราะไปหาประสบการณ์และพัฒนาตนเองโดยไม่ได้มองว่าจะเป็นตัวเต็งชนะเลิศ ซึ่งจะเห็นได้ว่า เธอคนนี้ไม่ได้ไป Produce48 เพียงในฐานะเมมเบอร์ AKB48 รุ่นที่ 16 เพียงคนเดียวในรายการเท่านั้น
Asai Nanami
Asai Nanami สามารถรอดพ้นจากการถูกคัดออกในตอนที่ 5 (จำนวนที่เข้ารอบ คือ 58 คนจาก 96 คน) ซึ่งสิ่งนี้ทำให้เธอถูกพิสูจน์แล้วว่า เธอต้องมีของดีอย่างแน่นอน เพราะเธอมีศักยภาพที่ดีในระดับหนึ่ง และสิ่งนี้เองที่ทำให้บารมีของเธอและคะแนนเสียงในเกาหลีใต้ มีจำนวนที่เพื่มขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย และอาจเป็นไปได้ว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้า เธออาจมีอันดับที่สูงกว่า Yamauchi Mizuki ซึ่งเป็นเมมเบอร์รุ่นเดียวกัน 

ผู้เขียนมองว่า สตาฟคงเห็นอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ในตัวเธอตั้งแต่ตอนออดิชัน จึงให้โอกาสเธอไป Produce48 ซึ่งสิ่งที่ซ่อนอยู่ ตอนนี้ก็ได้ออกมาใช้ในรายการแล้ว 

Chiba Erii (千葉恵里)

สตาฟแทบไม่ได้ผลักดัน Chiba Erii เด็กดราฟท์รุ่นที่ 2 มาตั้งแต่แรก แต่ดูเหมือนว่าสตาฟอาจต้องเปลี่ยนใจที่จะต้องหันมาให้ความสำคัญกับเธอในเวลานี้
Chiba Erii
ถ้าใครติดตาม Produce48 จะพบว่า Chiba Erii เป็นเด็กขี้แงที่ไม่เก่งในเรื่องเต้น แต่ดูเหมือนว่าเธอไม่ยอมแพ้และไม่ถอนตัวกลางรายการ แถมแฟนคลับหลายคนก็เริ่มให้ความสนใจในตัวเธอมากขึ้น แม้ว่าจะไม่เก่งในเรื่องเต้น แต่เรื่องเกรียนนั้น เธอชนะขาดจริง ๆ
Chiba Erii กับแฟนตัวยงในคู่ตลก (AKBINGO!ตอนที่ 503)
ผู้เขียนจับตามองว่า สตาฟน่าจะผลักดันเธอให้ขึ้นมาอย่างเป็นรูปธรรมได้แล้ว เพราะทั้งฐานเสียงและความเป็นไอดอลสายเกรียนของเธอ และเธอน่าจะไปได้อีกไกล

บทส่งท้าย

ผู้เขียนมองว่า เมมเบอร์ AKB48 ในตอนนี้ ต่างก็มีทั้งส่วนที่พร้อมจะเข้าชิงอันดับที่ 1 ได้ในอนาคตอันใกล้ และส่วนที่ต้องใช้เวลาในการผลักดันเพื่อเป็นกำลังหลักของการต่อสู้เพื่ออันดับที่ 1 ในอนาคต แต่ไม่ว่าจะเป็นส่วนไหนก็ตาม ผู้เขียนเชื่อว่า หลังจากนี้ไป AKB48 จะไม่เหมือนเดิม ความฝันของ AKB48 ที่จะกลับมายิ่งใหญ่ด้วยพลังของเมมเบอร์เลือด AKB48 เองกำลังจะกลับมาอีกครั้ง..

ตัวอย่างตอนต่อไป

ผู้เขียนจะมาวิเคราะห์ถึงปัญหาและวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นใน NMB48 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่จะตัดสินถึงอนาคตของ NMB48 เลยว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป กับ "วิกฤตศรัทธา NMB48 - วันแห่งการพิสูจน์ใจมาถึงแล้ว.."

Comments

Popular posts from this blog

Majimuri Gakuen (マジムリ学園) กับเค้าโครงประวัติศาสตร์จริง

48 เรื่องราวที่น่าสนใจของ AKB48 Group ในปี ค.ศ. 2018

บทวิเคราะห์: Next Influencer เมื่อไม่มี Shiraishi Mai