48 เรื่องราวที่น่าสนใจของ AKB48 Group ในปี ค.ศ. 2018

ในปี ค.ศ. 2018 ถือว่าเป็นปีที่น่าสนใจอีกปีหนึ่งของ AKB48 Group เพราะเป็นปีที่มีความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างภายใน AKB48 Group จนเป็นสิ่งที่น่าจดจำและน่าสนใจ 48ศึกษา จะสรุปเหตุการณ์ที่น่าสนใจที่เกิดขึ้นตลอดปี ค.ศ. 2018 กับ "48 เรื่องราวที่น่าสนใจของ AKB48 Group ในปี ค.ศ. 2018"
เมมเบอร์ AKB48 ในปี ค.ศ. 2018

48 เรื่องราวที่น่าสนใจของ AKB48 Group ในปี ค.ศ. 2018

ผู้เขียนจะเขียนถึง 48 เรื่องราวตลอดปี ค.ศ. 2018 ของ AKB48 Group ซึ่งมีทั้งบทความยาวและบทความสั้นคละกันไป โดยมีดังนี้

* บทความชุดต่อไปนี้มีส่วนของความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน *

หมายเหตุ: ภาพในบทความรวมชุดนี้มีจำนวนมาก ซึ่งทั้งหมดถูกใส่เพื่อเพิ่มความเข้าใจและทำให้การตามเรื่องราวนั้นมีความน่าสนใจมากขึ้น

1. Matsui Jurina - Center is coming home (at Nagoya)

ในที่สุด การเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 10 ซึ่งจัดขึ้นที่ Nagoya Dome (ナゴヤドーム) ก็ผ่านไปได้ด้วยดี และผู้ชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ ก็คือ Matsui Jurina (松井珠理奈) จาก SKE48 ซึ่งเป็นไปตามที่คาดหมายทั้งบรรณาธิการคู่มือการเลือกตั้งและแฟนคลับหลายกลุ่ม
Matsui Jurina กับชัยชนะในการเลือกตั้งของ AKB48 Group
ไม่ว่าจะเพราะด้วยสถิติที่คนที่อยู่เหนือกว่า Matsui Jurina อย่าง Sashihara Rino (指原莉乃) และ Watanabe Mayu (渡辺麻友) ต่างก็ไม่ได้อยู่ในการเลือกตั้งครั้งที่ 10, เพราะเป็นเกมที่การประกาศผลการเลือกตั้งอยู่ในเมืองที่ตั้งของเธียเตอร์ของ SKE48, หรือจะเพราะบารมีในตัว Matsui Jurina เองที่สูงมาก แต่ทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นเหตุปัจจัยมที่ทำให้เธอได้กลายเป็นราชินีแห่ง AKB48 Group คนใหม่เป็นที่เรียบร้อย
สถิติคะแนนที่ผ่านมาของเมมเบอร์ 5 อันดับแรกในการเลือกตั้ง AKB48 Group
จากเด็กน้อยที่ได้รับโอกาสอย่างมากกับการเป็นเซนเตอร์ซิงเกิ้ลที่ 10 ของ AKB48 ในชื่อ Oogoe Diamond (大声ダイヤモンド) ทั้ง ๆ ที่วงยังตั้งได้ไม่ถึงครึ่งปี ฝากตัวเป็นเด็กน้อยที่เข้าไปใน AKB48 และเรียนรู้จากเหล่าคามิ 7 ในตำนาน ในที่สุดความฝันของเธอก็เป็นจริง และผลผลิตของการผลักดันมาตลอด 10 ปีที่ได้ต่อสู้กับหลายสิ่งในฐานะเมมเบอร์ SKE48 ก็เป็นจริงเสียที
ซิงเกิ้ลที่ 10 ของ AKB48 - Oogoe Diamond (大声ダイヤモンド)
Matsui Jurina กลับมาเป็นเซนเตอร์ของซิงเกิ้ล AKB48 อีกครั้งจากการเลือกตั้ง ในชื่อ Sentimental Train (センチメンタルトレイン)

Matsui Jurina กลายเป็นเมมเบอร์ที่เป็นเซนเตอร์ในซิงเกิ้ลหลักมากที่สุดตลอดปี ค.ศ. 2018 นั่นคือ 3 ซิงเกิ้ล ได้แก่ Sentimental Train ของ AKB48, Ikinari Punch Line (いきなりパンチライン), และ Stand by you ซึ่งมีจำนวนที่เหนือกว่า Yamamoto Sayaka  เซนเตอร์ 2 ซิงเกิ้ลหลักในปี ค.ศ. 2018

Matsui Jurina ประกาศหยุดกิจกรรมชั่วคราวในวันที่ 7 กรกฎาคม ค.ศ. 2018 เพื่อทำการพักฟื้นสภาพร่างกาย ก่อนที่จะกลับมาในวันที่ 6 กันยายนระหว่างสเตจของ SKE48 (โดยเป็นการปรากฏตัวสั้น ๆ ท่ามกลางแฟนคลับในช่วงพัก)
Matsui Jurina กับประกาศหยุดกิจกรรมชั่วคราว
(https://twitter.com/atobesama__/status/1015542035846070272/) 
การหยุดกิจกรรมชั่วคราวของ Matsui Jurina ทำให้เธอไม่สามารถเข้าร่วมรายการ Produce48 จนจบรายการ แม้ว่าอันดับของเธอจะอยู่ในระดับที่ดีมากก็ตาม และช่วงเวลานั้นก็เป็นจังหวะที่มีการถ่ายทำ MV ซิงเกิ้ล Sentimental Train ทำให้ทางสตาฟเองต้องออกมาขอโทษแฟนคลับถึงความไม่พร้อม โดยใช้ CG, ตัวแสดงแทน, และภาพวาดไปก่อน เพื่อให้ซิงเกิ้ลได้ออกทันเวลา
Matsui Jurina ใน Produce48
(https://ptanime.com/produce-48-matsui-jurina-abandona-programa-e-entra-em-hiato/)
ในช่วงท้ายปี ค.ศ. 2018 Matsui Jurina ก็กลับมาอย่างเต็มที่แล้ว เธอกลับมาทำกิจกรรมจับมือกับแฟนคลับได้อีกครั้ง รวมถึงการจับมือรอบชดเชยจากช่วงที่เธอพักงาน อีกทั้งยังได้เดินทางมายังประเทศไทยในวันที่ 4 ธันวาคม ค.ศ. 2018 เพื่อทำภารกิจใน 100 pictures Instagram challenge

จากนี้ไป ก็ติดตามผลงานของ Matsui Jurina ต่อไปว่า จะจัดขบวนพาเหรด Center is coming home (at Nagoya) ตามที่เคยให้สัญญาไว้เมื่อใด และจะได้เห็นผลงานที่แจ่มจรัสในปี ค.ศ. 2019 อะไรบ้าง  

2. งานเป่ายิงฉุบยูนิตครั้งที่ 2

หากบารมียังไม่ถึง หรือสตาฟยังไม่แววในความสามารถ ก็ยังมีอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้เมมเบอร์สามารถเป็นเซนเตอร์ซิงเกิ้ลได้ ก็คือ "เป่ายิงฉุบ" ส่วนผลของการเป็นซฺงเกิ้ลว่าจะดังขึ้นจนเป็นตำนานหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

งานเป่ายิงฉุบครั้งแรกเกิดขึ้นในวันที่ 21 กันยายน ค.ศ. 2010 ซึ่งผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว 2 ครั้ง โดยมีความคิดที่ว่า "เลือกตั้งไปก็ได้เซมบัตสึหน้าเดิม" ทำให้เมมเบอร์อีกหลายคนขาดโอกาสในการเป็นเซนเตอร์ซิงเกิ้ล และครั้งแรกก็เป็น Uchida Mayumi (内田眞由美) ที่ตอนนี้เปิดร้านเนื้อย่าง Yakiniku IWA (焼肉IWA)
Uchida Mayumi กับผู้ชนะการเป่ายิงฉุบครั้งแรก
(https://matome.naver.jp/odai/2146630971000115801/2146631540104370103)
หลังจากจัดงานมาแล้ว 7 ครั้ง ก็เกิดแนวทางใหม่ ก็คือการจัดยูนิตเพื่อเป่ายิงฉุบ ซึ่งจะช่วยลดเวลาและจำนวนครั้งในการแข่งเป่ายิงฉุบได้ โดยงานเป่ายิงฉุบยูนิตครั้งที่ 1 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กันยายน ค.ศ. 2017 และเป็น Fairy w!nk ที่สามารถชนะและได้รางวัลเป็นซิงเกิ้ล Tenshi wa Doko ni Iru? (天使はどこにいる?) ที่แปลว่า "นางฟ้าอยู่ไหน?"
ซิงเกิ้ล Tenshi wa Doko ni Iru? (天使はどこにいる?)
งานเป่ายิงฉุบยูนิตครั้งที่ 2 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 กันยายน ค.ศ. 2018 จัดขึ้นที่ Katayanagi Arena (片柳アリーナ) โดยมี Ijiri Okada (イジリー 岡田) เป็นกรรมการตัดสินในปีนี้
Ijiri Okada (イジリー 岡田)
(https://twitter.com/takaminafansind/status/512162002018394114)
ในงานครั้งที่ 2 นี้ Fairy w!nk ลงแข่งอีกครั้งเพื่อป้องกันแชมป์และซิงเกิ้ลยูนิตที่ 2 ของตนเอง หลังจากที่ซิงเกิ้ลแรกของยูนิตนี้ ประสบความสำเร็จไม่มากเท่าไรนัก ซึ่ง Fairy w!nk ก็เจออาถรรพ์แบบเดียวกับแชมป์ฟุตบอลโลก ตกรอบแรกแพ้ให้กับยูนิต Parapara Kyoukai (パラパラ同好会)
ผังการแข่งขันเป่ายิงฉุบยูนิตครั้งที่ 2
(https://www.akb48.co.jp/unitjanken2nd)
ส่วนผู้ชนะในการเป่ายิงฉุบครั้งนี้ ได้แก่ Fortune cherry ซึ่งประกอบด้วยเมมเบอร์ดราฟท์รุ่นที่ 3 อย่าง Matsuda Yumi (松田祐実) จาก HKT48 และ Tada Kyoka (多田京加) จาก AKB48 หลังจากเอาชนะคณะ 2ki ซึ่งเป็นเมมเบอร์ NGT48 รุ่นที่ 2 จำนวน 16 คน
ยูนิต Fortune cherry
ส่วนซิงเกิ้ลสำหรับทั้งสองคนนี้ ก็ได้เผยแพร่ MV ที่ถ่ายทำในจังหวัด Fukui (福井) ในชื่อ Himawari no nai Sekai (ひまわりのない世界) ซึ่งแปลว่า โลกที่ไร้ซึ่งดอกทานตะวัน วางจำหน่ายซิงเกิ้ลวันที่ 19 ธันวาคม ค.ศ. 2018 โดยชื่อเพลงก็ล้อกับช่วงเวลาที่ผู้ชนะทั้งสองได้รับ นั่นคือวันที่ 23 กันยายน ค.ศ. 2018 ซึ่งเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงและพ้นเทศกาลดอกทานตะวันไปแล้ว
เนื้อหาใน MV เพลง Himawari no nai Sekai
(https://www.youtube.com/watch?v=YJd5LiCt6_g)
ใน MV จะได้พบกับการสัมผัสความเป็น Fukui ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของความอบอุ่น และความสนุกสนานของการถ่ายภาพไปเรื่อย ๆ จากเมมเบอร์ทั้งสองคนนี้ ซึ่งเป็นการถ่ายทำ MV ที่เรียบง่าย แต่ทำให้ผู้ชมได้รู้จักสถานที่และสิ่งต่าง ๆ ใน Fukui มากขึ้น

3. งานคัดเลือกดราฟท์ครั้งที่ 3

หนึ่งในวิธีที่จะเข้าสู่ AKB48 Group นอกเหนือจากการออดิชันปกติที่แต่ละวงจะประกาศช่วงที่แตกต่างกันไป ก็ยังมีอีกวิธีหนึ่งที่สามารถเข้ามาเป็นเมมเบอร์ได้ นั่นคือ "ดราฟท์"

หากเป็นออดิชันแบบปกติ จะมีกรรมการคอยคัดกรองและเลือกผู้สมัครเข้ามาเป็นเมมเบอร์ในระบบปิด ซึ่งจะเปิดเผยข้อมูลเฉพาะผู้ที่จะมาเป็นเมมเบอร์ในรุ่นนั้น ส่วนระบบดราฟท์จะแตกต่างออกไป โดยผู้ผ่านการคัดเลือกจะถูกเปิดเผยพร้อมกับการแนะนำตัว (รวมทั้งบันทึกการฝึกซ้อมของผู้คัดเลือก) ในขณะที่รอบสุดท้ายจะเป็นงานประชุม โดยให้แฟนคลับได้ติดตามผู้คัดเลือกและลุ้นผลการคัดเลือกในรอบสุดท้ายไปด้วยกันกับเมมเบอร์ในแต่ละทีม

จาก 2 ครั้งที่ผ่านมา หัวหน้าทีมและตัวแทนทีมเป็นผู้เลือกเมมเบอร์เข้าทีมด้วยตัวเอง หลังจากนั้นผู้ที่ถูกเลือกจะกลายเป็น Kenkyuusei ที่ผูกมัดกับทีมที่ถูกเลือก (ระบบ Kenkyuusei นี้ถูกนำมาใช้ตั้งแต่ดราฟท์รุ่นที่ 2 เป็นต้นมา) ในกรณีที่มีทีมเลือกมากกว่า 1 ทีม จะใช้การจับฉลาก ตัดสินทีมที่จะไปสังกัด 

แต่สำหรับครั้งที่ 3 นี้ จะแตกต่างไปจากเดิม เพราะว่าผู้ที่จะเลือกผู้สมัครเข้าทีม คือเหล่าแฟนคลับของแต่ละทีมผ่านการโหวตในแอปพลิเคชัน SHOWROOM ในกรณีที่มีมากกว่า 1 ทีมเลือกผู้สมัครคนเดียวกัน จะตัดสินการได้ผู้สมัครคนนั้นผ่านการจับฉลากโดยเมมเบอร์ของทีม
(https://jshowbiz.com/english/component/k2/item/717-akb48-group-to-hold-3rd-draft-meeting.html)

ในวันที่ 21 มกราคม ค.ศ. 2018 เป็นวันคัดเลือกรอบสุดท้ายที่ Tokyo Dome City Hall (東京ドームシティ) โดยใช้ชื่อ AKB48 Group Draft Kaigi ครั้งที่ 3 (第3回AKB48グループドラフト会議) ซึ่งมีผู้ผ่านการคัดเลือกจบถึงรอบสุดท้าย 72 คน
เมมเบอร์ดราฟท์รุ่นที่ 3 กับเดอะแบกของแต่ละวง
(https://www.akb48.co.jp/audition17/)
ผู้ผ่านรอบสุดท้าย 72 คน ถูกคัดเลือกโดยการโหวตจากเหล่าแฟนคลับในแต่ละทีม จนกลายเป็นเมมเบอร์ในแต่ละทีม 55 คน 

โดยในปัจจุบัน SKE48 เรียกเมมเบอร์ดราฟท์ชุดนี้ขึ้นทีมในวันที่ 16 กันยายน ค.ศ. 2018 ในงาน SKE48 Request Hour Setlist Best 100 2018 ~Member no Kazu Dake Kamikyoku wa aru~ (SKE48 リクエストアワーセットリストベスト100 2018 ~メンバーの数だけ神曲はある~) ทำให้ในปัจจุบัน SKE48 ไม่มี Kenkyuusei เหลืออยู่

ในวันที่ 26 พฤศจิกายน HKT48 ก็ได้เลื่อนเมมเบอร์ดราฟท์รุ่นที่ 3 ขึ้นทีมในงานคอนเสิร์ตครบรอบ 7 ปีของ HKT48 และมีเมมเบอร์รุ่นที่ 5 เป็น Kenkyuusei
(https://twitter.com/hkt48_official_/status/1067017934524973057)
ขบวนการดราฟท์รุ่นที่ 3 เรนเจอร์ by HKT48
(https://twitter.com/hkt48_official_/status/1067017934524973057)
ในวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ. 2018 ระหว่างสเตจครบรอบ 13 ปีของ AKB48 มีการเลื่อนขั้นเมมเบอร์ 5 คนขึ้นสู่ทีม ประกอบด้วย Yamane Suzuha (ขึ้นทีม A), Nagatomo Ayami (ขึ้นทีม K), Yahagi Moeka (ขึ้นทีม K), Omori Maho (ขึ้นทีม B), และ Tada Kyoka (ขึ้นทีม 4)
เมมเบอร์ที่ได้ขึ้นสู่ทีม ได้แก่ Yamane Suzuha, Nagatomo Ayami, Yahagi Moeka, Omori Maho, และ Tada Kyoka
(https://twitter.com/oricon/status/1071389412037029889)
ถ้าถามว่าตอนนี้ มีใครในดราฟท์รุ่นที่ 3 กำลังโดดเด่นอยู่บ้าง (เนื่องจากช่วงนี้ดราฟท์รุ่นที่ 3 กำลังฝึกฝนเพื่อขึ้นสู่ทีมและเป็นกำลังของวงในอนาคต) ผู้เขียนก็จะขอนำเสนอเมมเบอร์ดราฟท์รุ่นที่ 3 ดังนี้

Yahagi Moeka

หากจะตอบว่าใครโดดเด่นที่สุดในบรรดาดราฟท์รุ่นที่ 3 ของ AKB48 ในตอนนี้ ก็คงหนีไม่พ้น Yahagi Moeka (矢作萌夏) น้องสาวของเมมเบอร์ SKE48 สายทันตแพทย์อย่าง Yahagi Yukina (矢作有紀奈) 
Yahagi Moeka (矢作萌夏)
Yahagi Moeka ไม่ผ่านการออดิชันเป็นเมมเบอร์รุ่นที่ 16 ในรอบสุดท้าย แต่เพราะความสามารถที่ซ่อนอยู่ในตัวเธอ เลยทำให้ทุกทีมใน AKB48 ยกเว้นทีม A จ้องจะเลือกเธอ หรืออาจเป็นเพราะว่าแฟนคลับ AKB48 อยากได้เธอแบบใจจะขาด ทำให้เกิดการแย่งกันเองภายในวง และเป็นทีม K ที่ได้เธอไป

และก็ไม่ทำให้ AKB48 ผิดหวัง เพราะ Yahagi Moeka ซึ่งออกในรายการ AKBINGO! ก็ได้แสดงความฮาออกมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นเมมเบอร์ที่ชอบ "กบ" (ซึ่งเมมเบอร์ปกติจะกลัวจนต้องวิ่งกันทั่วสตูดิโอ) หรือการพูดตรงไปตรงมาแบบขวานผ่าซากที่ไม่เกรงใจเมมเบอร์อาวุโสในวง
Yahagi Moeka กับการตามหา Yokoyama Yui (ทีม 8) ใน AKBINGO! ตอนที่ 508
Yahagi Moeka กับการใบ้ถึงคำว่า "Kasiwagi Yuki" โดยเรียกว่า Oba-san (คุณป้า) ใน AKBINGO! ตอนที่ 510
แต่การออกรายการ AKBINGO! ไม่ได้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ทำให้ทุกคนรู้จัก แต่สิ่งที่ทำให้รู้จักได้ไม่แพ้กัน ก็คือการออกตามสื่อต่าง ๆ โดยเฉพาะในนิตยสารหรือสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ

สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่เพียงแค่การได้ออกสื่อบ่อยครั้ง แต่การที่เธอเป็นเซนเตอร์ซิงเกิ้ลรองสำหรับเซมบัตสึ U-16 ในเพลง Saikyou Twintail (最強ツインテール) ทำให้เธอถูกจับตามองว่าสตาฟกำลังดันเธอเพื่อเข้ามาเป็นกำลังหลักของวงและเป็นเดอะแบกในรุ่นถัดไปของถัดไปหรือไม่ แม้ว่าชื่อเพลงจะไม่ได้เข้ากับทรงผมของเธอเลยแม้แต่น้อยก็ตาม (ชื่อเพลงก็ฟ้องแล้วว่าเป็น Twintail แต่เธอดันไว้ผม Bob เสียอย่างนั้น)
MV ซิงเกิ้ล Saikyou Twintail (最強ツインテール) 

Shiotsuki Keito (塩月希依音)

Shiotsuki Keito (塩月希依音) จาก NMB48 เป็นดราฟท์รุ่นที่ 3 สังกัดทีม BII ที่มีอายุน้อยที่สุดเป็นลำดับที่ 2 ของวง เพราะในปัจจุบัน เมมเบอร์ที่มีอายุน้อยที่สุดของ NMB48 จะเป็น Okamoto Rena (岡本怜奈) ซึ่งเป็นเมมเบอร์รุ่นที่ 6 โดยเกิดหลัง Shiotsuki Keito เพียงหนึ่งสัปดาห์เท่านั้น
Shiotsuki Keito (塩月希依音) 
Shiotsuki Keito เกิดวันที่ 15 ธันวาคม ค.ศ. 2005 ซึ่งเกิดหลังจากที่ AKB48 ก่อตั้งขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์ โดยเป็นเมมเบอร์ดราฟท์รุ่นที่ 3 คนแรกทั้งของวงและในบรรดาดราฟท์ด้วยกันที่ได้เป็นเซมบัตสึในซิงเกิ้ล ซึ่งซิงเกิ้ลนั้นก็คือ Boku Datte naichau yo (僕だって泣いちゃうよ)
Yamamoto Ayaka (山本彩加) และ Shiotsuki Keito
(https://twitter.com/ayaka48_yan/status/1047429307180580864)
แม้ว่าซิงเกิ้ล Boku Datte naichau yo เมมเบอร์ทุกคนจะได้มีส่วนในซิงเกิ้ลหลัก แต่ก็แบ่งชัดเจนว่าใครคือเซมบัตสึ ใครคือหางเครื่อง และ Shiotsuki Keito คือหนึ่งใน 18 คนที่เป็นเซมบัตสึ (เป็น Kenkyuusei คนเดียวที่ได้รับงานนี้) ซึ่งเหตุผลจะขอยกมาอธิบายในข้อที่ 8

Oki Yuka (沖侑果)

เมมเบอร์ดราฟท์รุ่นที่ 3 จาก STU48 อย่าง Oki Yuka (沖侑果) ได้สร้างปรากฏการณ์ที่สำคัญก็คือ ติด 16 อันดับแรกของการเป็นเซมบัตสึ SHOWROOM (หากเธอไม่ติด คนที่จะมาแทนคือ Nakamura Mai (中村舞) ซึ่งมีคะแนนที่ใกล้เคียงกันแถมเป็นดราฟท์รุ่นที่ 3 จาก STU48 เช่นกัน) 
Oki Yuka (沖侑果) 
เซมบัตสึ SHOWROOM มีกฎที่ละเอียดมาก ตั้งแต่เวลาที่สามารถไลฟ์เรียกคะแนนได้ ไปจนถึงข้อกำจัดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเวลาที่สามารถไลฟ์ได้ก็คือ 5:00-24:00 น. (หากจะทำนอกเหนือจากเวลาดังกล่าวนี้ ต้องได้รับการอนุญาตก่อน และจะไม่ถูกนำมารวมคะแนน) หากเป็นเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีจะไลฟ์ได้จนถึง 20:00 น., อายุไม่เกิน 16 ปีไลฟ์ได้จนถึง 21:00 น., และเมมเบอร์ที่ยังเป็นนักเรียนในโรงเรียนจนถึงระดับมัธยมปลายสามารถไลฟ์ได้ไม่เกิน 22:00 น. รวมถึงไม่อนุญาตให้ไลฟ์ในช่วง 8:00-17:00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาเรียนอีกด้วย

เซมบัตสึ SHOWROOM สามารถไลฟ์ได้ไม่จำกัดในแต่ละครั้ง นั่นคือตื่นมาตอนตี 5 ก็สามารถเปิดไลฟ์ได้เลย แล้วจะแช่ทิ้งไว้ หรือจะพาไลฟ์ไปเดินเล่นรอบบ้านรอบเมืองรอบจังหวัด ก็สามารถทำได้ เพียงแต่จะนับคะแนนจนถึงตอนเที่ยงคืน (หรือในช่วงเวลาที่กำหนด) นอกจากนี้ ยังสามารถไลฟ์กี่รอบก็ได้ในแต่ละวันตามแต่ที่เมมเบอร์จะพึงพอใจ เพียงแต่ห้ามนำไลฟ์ไปในออกรายการวิทยุเท่านั้น 
(https://www.showroom-live.com/event/akb48_sousenkyo_53rd)
Oki Yuka กับการขอคะแนนในไลฟ์วันสุดท้ายก่อนหมดเขตการแข่งขัน โดยเธอเป็นอันดับที่ 16 และคู่แข่งของเธอ ก็คือ Nakamura Mai (สิ่งที่น่ากลัวกว่าคู่แข่งจากต่างวง ก็คือคู่แข่งภายในวงด้วยกันเอง)
(http://stu4846.livedoor.biz/archives/9830301.html)
ด้วยข้อจำกัดของคำว่า "ระยะเวลา" ทำให้เมมเบอร์ส่วนใหญ่ที่ติดเซมบัตสึ SHOWROOM เป็นเมมเบอร์ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปและจบมัธยมปลายไปแล้ว (ซึ่งจะสามารถไลฟ์ได้เต็มที่ตลอดช่วง 5:00-24:00 น.) โดย Oki Yuka มีอายุ 18 ปี (ก่อนวันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ. 2018) ทำให้เธอสามารถไลฟ์ได้อย่างเต็มที่ และมีแฟนคลับให้ของขวัญซึ่งเป็นคะแนนที่ถูกนำมาคำนวณจนเพียงพอต่อการเป็นอันดับที่ 16 และเป็นเซมบัตสึ SHOWROOM ในเพลง "Suki" no tane (“好き”のたね)

Nakamura Mai (中村舞) 

Nakamura Mai (中村舞) เป็นเมมเบอร์ที่พลาดจากการเป็นเซมบัตสึ SHOWROOM เพราะอันดับที่ 16 อย่าง Oki Yuka แซงไปด้วยคะแนนที่ไม่มากนัก 
Nakamura Mai (中村舞)
แม้ว่าจะวืดจากการเป็นเซมบัตสึ SHOWROOM แต่ก็ได้ปรากฏในเซมบัตสึ U-19 ในเพลง Ohayo Kara Hajimaru Sekai (おはようから始まる世界) อันแปลว่า "โลกของเราเริ่มต้นด้วยสวัสดีตอนเช้า" 

Watanabe Akari (渡部愛加里)

Watanabe Akari (渡部愛加里) เป็นดราฟท์รุ่นที่ 3 จาก HKT48 สังกัดทีม H ที่ในตอนเลือกนั้นมีคู่แข่งจากแฟนคลับทีม A และทีม KIV คอยจ้องจะเลือกเธอเข้าทีมเช่นกัน 
Watanabe Akari (渡部愛加里)
Sashihara Rino จากทีม H ดวงดีสุด ๆ หยิบสลากที่ได้ Watanabe Akari
จากภาพคือทั้ง 3 คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแนวหน้าของ AKB48 Group และเป็นคามิ 7 ในการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 9
(https://www.oricon.co.jp/news/2104407/photo/6/)
และดูเหมือนว่า HKT48 จะเลี้ยงดูปูเสื่อ Watanabe Akari มากเป็นพิเศษ อาจเป็นเพราะทีม H และทีม KIV ต่างก็แย่งเธอเข้าทีมในรอบแรก นอกจากนี้ ยังได้ไปปรากฏในนิตยสาร Nikkei Entertainment HKT48 Special 2019 (日経エンタテインメント! HKT48 Special 2019) ซึ่งเธอเป็นเมมเบอร์ดราฟท์รุ่นที่ 3 เพียงคนเดียวจาก HKT48 ที่ได้ขึ้นปกร่วมกับเมมเบอร์แถวหน้าของวงคนอื่น ๆ
Nikkei Entertainment HKT48 Special 2019
(http://www.hkt48.jp/news/2018/11/5839)
นอกจากนี้ Watanabe Akari ยังได้เป็นเมมเบอร์ที่อยู่ในซิงเกิ้ลรองสำหรับเซมบัตสึ U-16 อย่าง Saikyou Twintail อีกด้วย 
Watanabe Akari กับ Sashihara Rino
(https://blog.goo.ne.jp/syuu1983-asnhjs48/e/c712a9d9b024b9a420704cfedd36f2b1)

Omori Maho (大盛真歩)

Omori Maho (大盛真歩) เป็นดราฟท์รุ่นที่ 3 จาก AKB48 สังกัดทีม B ซึ่งเธอถูกเลือกในรอบที่ 5 จาก 6 รอบที่มีการเลือกเมมเบอร์เข้าทีม 
Omori Maho (大盛真歩)
Omori Maho มักขึ้นแสดงในสเตจของทีม B ในฐานะเมมเบอร์หลักของสเตจ แทนที่ Honda Hitomi (本田仁美) ที่ไปเป็นศิลปิน IZ*ONE (เท่ากับต้องพักงาน AKB48 เป็นการชั่วคราว) นอกจากนี้ยังได้ปรากฏในเซมบัตสึ U-19 อย่างเพลง Ohayo Kara Hajimaru Sekai (おはようから始まる世界) อีกด้วย
Omori Maho ในสเตจ Theater no Megami (シアターの女神)
(https://mdpr.jp/music/detail/1791430)

4. NGT48 - ผู้ทำลายสถิติโลก

หากจะย้อนกลับไปพิจารณาว่า NGT48 ก่อตั้งขึ้นเพื่ออะไร ก็คงจะอธิบายได้ว่าเป็นวงไอดอลที่เน้นควมเป็นท้องถิ่น สนับสนุน "สำนึกรักบ้านเกิด" และเชิญชวนให้ทุกคนได้มาสัมผัสกับจังหวัด Niigata (新潟) แต่หากทำเพียงแค่นั้น ก็ไม่สามารถทำให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาชาวญี่ปุ่นได้มากพอ ดังนั้น การที่จะทำให้เป็นที่รู้จักก็อาศัยปรากฏการณ์ที่สร้างชื่อ นั่นคือการสร้างสถิติโลก

ในวันที่ 8 มกราคม ค.ศ. 2018 NGT48 สามารถทำภาพจากพิมพ์จากรอยมือที่มีผู้เข้าร่วมมากที่สุดในโลกภายใน 1 ชั่วโมง โดยมีจำนวนผู้เข้าร่วมคือ 1,231 คน (แม้ว่าสถิติในปัจจุบันจะถูกทำลายโดย Sino-Ocean Group Holding Limited ในจีนที่ 1,401 คนก็ตาม)
(http://www.guinnessworldrecords.com/world-records/456634-most-contributions-to-a-handprint-painting-in-one-hour)
NGT48 กับสถิติการทำภาพจากพิมพ์จากรอยมือที่มีผู้เข้าร่วมมากที่สุดในโลกภายใน 1 ชั่วโมง
(http://jshowbiz.com/english/component/k2/item/1532-ngt48-break-guinness-world-record.html) 
และในวันถัดมา NGT48 ก็จัดการทำลายอีกสถิติหนึ่ง ก็คือ การปั้นข้าวปั้น 100 ลูกที่เร็วที่สุดในโลก ซึ่งกลายเป็นว่า NGT48 สามารถทำลายสถิติโลกสองสถิติได้สำเร็จใน 2 วันเท่านั้น (เฉลี่ยวันละสถิติซึ่งเป็นไปได้ยาก แต่ NGT48 ก็ทำมาแล้ว)
NGT48 กับสถิติการปั้นข้าวปั้น 100 ลูกที่เร็วที่สุดในโลก
(http://www.guinnessworldrecords.jp/news/2018/1/ngt-most-contributions-to-a-handprint-painting-in-one-hour)
และถ้ามองถึงซิงเกิ้ลของ NGT48 ก็มีซิงเกิ้ลหนึ่งในปี ค.ศ. 2018 ที่มีคำว่าโลกอยู่ นั่นคือ ซิงเกิ้ลลำดับที่ 4 ของ NGT48 อย่าง Sekai no Hito e (世界の人へ) ที่แปลว่า "ถึงคนบนโลก" โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่ปรากฏอยู่ในท่อนฮุคของเพลงอย่าง

世界の人よ (Oh Yeah Yeah)
ともに歌おう (Oh Yeah Yeah)
願いをすべてこの歌に込めて (Wow Wow Wow)
手と手つなげば (Oh Yeah Yeah)
分かり合えるんだ (Oh Yeah Yeah)
みんな一緒に幸せになろう


ถึงผู้คนบนโลกนี้ (Oh Yeah Yeah)
มาร้องเพลงนี้ด้วยกัน (Oh Yeah Yeah)
ขอให้เพลงทั้งหมดนี้จงกลายเป็นพลังภาวนา (Wow Wow Wow)
มือต่อมือจับไว้ด้วยกัน (Oh Yeah Yeah)
เพื่อเข้าใจซึ่งกันและกัน (Oh Yeah Yeah)
แล้วทุกคนต่างก็มีความสุขไปด้วยกัน

(https://48studies.blogspot.com/2018/09/ngt48-4th-single-meaning.html)


ปกแผ่นซิงเกิ้ล Sekai no Hito e (世界の人へ) Type A
ในท่อนนี้ สิ่งที่เนื้อเพลงต้องการจะสื่อออกมา คือการที่ทุกคนได้ร้องเพลง, จับมือไป, และเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งแฟนคลับต่างก็เข้าใจในจังหวะเพลง และมีส่วนร่วมกับเพลง ไม่ว่าจะด้วยการร้องเนื้อเพลงพร้อมกับเมมเบอร์ หรือยิงมิกซ์ตอบโต้ในเพลงก็ตาม แต่ทั้งหมดนี้ก็เพราะศิลปินวงเดียวกันที่ทำให้ทุกคนได้รู้จักและเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน

ในปี ค.ศ. 2018 NGT48 ได้รับรางวัล New Artist of the Year และ Best 5 New Artist จาก Japan Gold Disc Award (日本ゴールドディスク大賞) ซึ่งจัดโดย Recording Industry Association of Japan (RIAJ) (日本レコード協会)
(http://www.golddisc.jp/award/32/index.html)

5. Okada Nana - เดอะแบกรุ่นใหม่แห่ง AKB48 

ถ้าพูดถึงเมมเบอร์ AKB48 รุ่นใหม่ที่ความนิยมในขณะนี้สูงกว่าผู้จัดการทั่วไปอย่าง Yokoyama Yui (横山由依) ก็คงหนีไม่พ้น Okada Nana (岡田奈々) เมมเบอร์รุ่นที่ 14 ที่ควบตำแหน่งกัปตัน STU48
Okada Nana (岡田奈々)
Okada Nana (岡田奈々) ชื่อนี้อาจจะเคยได้ยินหรือเคยเห็นที่ไหนมาก่อน เพราะก็มี Okada Nana (岡田奈々) ที่มีตัวคันจิแบบเดียวกันนี้บนโลกนี้เหมือนกัน แล้วก็ยังเป็นไอดอลเหมือนกันอีกต่างหาก เพียงแต่เกิดในปี ค.ศ. 1959 และโด่งดังในช่วงทศวรรษที่ 1970s-1980s
Okada Nana (岡田奈々) ที่เป็นไอดอลในอดีต
หากถามถึงคนรุ่นก่อน ก็อาจจะหมายถึง Okada Nana (岡田奈々) จากยุค Showa (昭和) แต่สำหรับคนในรุ่นปัจจุบันแล้ว Okada Nana (岡田奈々) ที่เข้าใจกัน คือไอดอลที่เป็นเมมเบอร์ AKB48 (ที่อยู่ในยุค Heisei (平成))
Okada Nana หลังจากได้อันดับที่ 5 ในการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 10
(https://www.womjapan.com/column/trend/update-trend/akb48_world_sousenkyo_result/attachment/5-okada-nana/)
Okada Nana มีบุคลิกที่จริงจังเป็นเลิศ แต่ความจริงจังในฐานะเป็นไอดอล ทำให้แฟนคลับสังเกตถึงความมุ่งมั่นของเธอเป็นพิเศษในความสำเร็จในวงการบันเทิงของเธอ และความจริงจังนี่เองที่เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความนิยมอันสูงส่งให้กับตัวเธอเอง และช่วยให้เมมเบอร์หลายคนยังคงเป็นไอดอลเช่นกัน

แฟนคลับบางคนมองเห็นเรื่องราวรักสามเส้าระหว่าง Okada Nana, กัปตันทีม 4 อย่าง Murayama Yuiri (村山彩希), และเซนเตอร์ STU48 อย่าง Takino Yumiko (瀧野由美子) ที่ทำให้เรื่องราวของ Okada Nana ดูมีสีสัน
Murayama Yuiri กับ Okada Nana
Okada Nana กับ Takino Yumiko
แฟนคลับบางคนมองเห็นความสัมพันธ์ในฐานะสหายร่วมรุ่นระหว่าง Okada Nana กับ Kojima Mako (小嶋真子) ที่ความฝันเริ่มจะเดินไปในคนละทางกันมากขึ้น แต่ในจดหมายเนื่องในวันเกิดของ Okada Nana จาก Kojima Mako ก็ชัดเจนถึงความสำคัญของ Okada Nana ที่ช่วยไม่ให้ Kojima Mako จบการศึกษาเมื่อ 2 ปีที่แล้ว แม้ว่าทั้งคู่จะยังไม่รู้ความฝันที่แท้จริงของกันและกันในตอนนี้ก็ตาม
(https://twitter.com/Okadananafans/status/1060558557773410304?s=19)
Okada Nana กับ Kojima Mako
(https://twitter.com/okadanana_1107/status/906136109452627968)
ประเด็นที่จะอธิบายในหัวข้อนี้ คือการก้าวสู่อภิมหาอำนาจของ Okada Nana ใน AKB48 ในฐานะเดอะแบกรุ่นใหม่ของวง

ก่อนอื่น ต้องเข้าใจก่อนว่า จุดเปลี่ยนที่ทำให้เมมเบอร์ที่ติดเซมบัตสึ AKB48 เป็นประจำ รวมทั้งเซมบัตสึจากการเลือกตั้ง กลายมาเป็นดาวเด่นได้ ก็คือเซนเตอร์ซิงเกิ้ลครั้งแรกของเธออย่าง Jabaja (ジャーバージャ)  ที่ทำให้เธอมีความนิยมสูงส่ง นอกจากนี้ สิ่งที่ยังเป็นกุญแจสำคัญในความสำเร็จของเธออีกอย่างหนึ่งก็คือ STU48 ที่แฟนคลับก็สนับสนุนเป็นอย่างดีไม่แพ้กัน
ปกซิงเกิ้ล Jabaja (ジャーバージャ) ฉบับเธียเตอร์
การควบวงในปัจจุบัน นอกเหนือการควบวงของเมมเบอร์ทีม 8 กับทีมดั้งเดิมใน AKB48 ทั้ง 4 ทีมแล้ว ก็มีเพียง Kashiwagi Yuki (柏木由紀) และ Okada Nana ที่ยังควบวงอยู่ในปัจจุบัน ส่วนเมมเบอร์วงน้องสาวถูกยกเลิกการควบวงทั้งหมด

เมมเบอร์ที่ทั้งสองคนที่เหลือที่ยังควบต่างวงอยู่นั้น ล้วนเป็นสิ่งสำคัญในการประคับประคองวงน้องสาวที่เกิดใหม่ให้เข้มแข็ง ซึ่ง STU48 เองในตอนนี้ก็ยังมีปัญหากับการต่อเรือเธียเตอร์ และยังไม่มีการจัดตั้งทีมในวง แม้ว่ากำลังจะเตรียมซิงเกิ้ลที่ 2 ในเร็ว ๆ นี้แล้วก็ตาม ส่วน Okada Nana เองก็มาร่วมกับ STU48 ไม่บ่อย เพราะช่วงเวลาส่วนใหญ่ก็ยังอยู่กับเธียเตอร์ AKB48

ด้วยความพยายามและความมุ่งมั่นของ Okada Nana ในปี ค.ศ. 2018 เธอได้รับโอกาสในการฉายเดี่ยวกับคอนเสิร์ตเดี่ยว "Okada Nana Solo Concert ~Watashi ga Taisetsu ni Shitai Mono~ (岡田奈々ソロコンサート〜私が大切にしたいもの〜)" ในวันที่ 16 มกราคม ค.ศ. 2018 ที่ Tokyo Dome City Hall (東京ドームシティ)
Okada Nana Solo Concert
(https://entametopics.com/akb/98607.html)
โดยก่อนหน้านั้นเพียง 1 วันก็เป็นคอนเสิร์ตของ Nakai Rika (中井りか) และหลังจากคอนเสิร์ตเดี่ยวของ Okada Nana ก็เป็นคราวของ Yokoyama Yui (横山由依) และ Sashihara Rino (指原莉乃) ที่จัดคอนเสิร์ตเดี่ยวหลังจากนั้น 1 และ 2 วันตามลำดับ

นอกจากนี้ Photobook เล่มแรกของ Okada Nana ก็ยังได้วางจำหน่ายในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2018 เช่นเดียวกับเมมเบอร์หลายคนไม่ว่าจะเป็น Kato Rena (加藤玲奈), Takahashi Juri (高橋朱里), หรือ Onishi Momoka (大西桃香) ที่วางจำหน่าย Photobook ในปี ค.ศ. 2018 เช่นกัน
Photobook เล่มแรกของ Okada Nana ในชื่อ Kazaranai Hoseki (飾らない宝石)
(https://twitter.com/nana_honoruru
)
ในการเลือกตั้งเซมบัตสึปี ค.ศ. 2018 เธอก้าวข้ามความยิ่งใหญ่ของตนเองในชีวิตของการเป็นไอดอล และเป็นครั้งแรกที่เธอสามารถเข้าถึงคามิ 7 ได้สำเร็จ ด้วยการจบอันดับที่ 5 ยิ่งไปกว่านั้น เธอมีคะแนนเสียงมากที่สุดในบรรดาเมมเบอร์ AKB48 ด้วยกันเอง ซึ่งนั่นทำให้เธอกลายเป็นเดอะหน้าร้านค้าของ AKB48 ไปทันที (เนื่องจากมีความนิยมสูงสุดจึงเป็นปัจจัยที่ทำให้เธอกลายเป็นพรีเซนเตอร์สินค้าต่าง ๆ ของ AKB48 ไปด้วย)

หลังจากนี้ ในปี ค.ศ. 2019 จะต้องมาดูกันต่อไปว่า ความนิยมและความยิ่งใหญ่ของ Okada Nana จะเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ และเธอจะไปสู่จุดหมายอย่างการเป็นราชินี AKB48 Group ได้ภายในปี ค.ศ. 2019 หรือไม่ 

6. การประชุมฉุกเฉินของเหล่าเมมเบอร์ AKB48 Group

การเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 10 จัดขึ้นในวันที่ 16 มิถุนายน ค.ศ. 2018 และหลังจากนั้นอีก 2 วัน ก็มีประชุมฉุกเฉินใน AKB48 Group โดยเชิญเมมเบอร์ที่อยู่ใน 100 อันดับแรกมาพูดคุยและเสนอในมุมมองของตนเอง รวมทั้งมีการเสนอกฎใหม่ขึ้นมาภายใน AKB48 Group อีกด้วย
บรรยากาศการประชุมฉุกเฉินใน AKB48 Group
(https://twitter.com/fujitv_nexco/status/1008705137928359936)
ในการประชุมฉุกเฉินครั้งนี้ มีเมมเบอร์สลับกันเป็นคนดำเนินประเด็นพูดคุย และบรรยากาศดูไม่ตึงเครียดแม้ว่าบางเรื่องจะเป็นเรื่องที่ซีเรียสมากมายก็ตาม อยางไรก็ตาม Yokoyama Yui, Matsui Jurina, และ Hidaka Yuzuki (日高優月) ไม่ได้ปรากฏในการประชุมครั้งนี้ ทำให้เหลือองค์ประชุม 97 คน
Aoki Shiori (青木栞) จาก SKE48 ผู้ได้อันดับที่ 80 ในการเลือกตั้ง แต่ท่าทางและแอร์ไทม์ดันเหมือนคนที่ได้อันดับต้น ๆ
(คิดก่อนนะ ว่าต้องพูดอะไรบ้าง กลัวเสียแอร์ไทม์ตอนนี้จัง)
สิ่งที่สำคัญในการประชุมครั้งนี้ ก็คงเป็นแบบสอบถามเมมเบอร์ที่ลงเลือกตั้งถึงทัศนคติเป็นจำนวน 6 ข้อ ซึ่งมีดังนี้
คำตอบที่ได้รับจากเมมเบอร์ที่ลงเลือกตั้งทั้ง 338 คน (จริง ๆ มี 339 คน) เกี่ยวกับทัศนคติจำนวน 6 ข้อ

มีเมมเบอร์ 70 คนที่ไม่อยากเป็นเซนเตอร์

แม้ว่าเซนเตอร์จะเป็นตำแหน่งที่เมมเบอร์หลายคนใฝ่ฝัน แต่ก็มีบาคนที่ไม่อยากเป็นเซนเตอร์ เพราะต้องรับผิดชอบในการนำเมมเบอร์คนอื่น ๆ ให้สามารถร้องและเต้นในเพลงไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งเป็นงานที่ยาก แม้ว่าจะได้รับแอร์ไทม์ที่สูงกว่าคนอื่น และโดดเด่นเป็นที่จดจำของแฟนคลับก็ตาม

มีเมมเบอร์ 183 คนที่คิดอยากจะจบการศึกษาจาก AKB48 Group

แม้ว่าเมมเบอร์ AKB48 Group ต่างเข้ามาในวงเพราะมีความฝันที่อยากอยู่ในวงการบันเทิงนาน ๆ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะประสบความสำเร็จในวง พร้อมกับการจบการศึกษาจากวงที่เต็มไปด้วยความทรงจำและคำอำลา บางคนถอนตัวและหายไปจากวงการบันเทิง บางคนออกจากวงเพื่อสู้ชีวิตในแนวทางใหม่ของตนเอง บางคนเลือกที่จะศึกษาต่อ (เพราะเมื่อเข้ามาเป้นไอดอลแล้ว การซ้อมและการออกงานเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด)

มีเมมเบอร์ 24 คนที่คิดว่าตนเองน่ารักที่สุดใน AKB48 Group

แม้ว่าเมมเบอร์ AKB48 Group จะมีความสามารถพิเศษที่แตกต่างออกไปตามที่ตนเองถนัด แต่ก็มีเมมเบอร์บางคนที่มั่นใจในความน่ารักของตนเอง เพราะสามารถดึงดูด (หรือเรียกว่าเป็น "การตก") แฟนคลับให้ติดตามพวกเธอได้มาก อย่างเช่นร้านหนังสือที่ห่อฟิล์มคลุมเล่มให้ดูได้เพียงปก เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้คนอ่านเนื้อหาในหนังสือฟรี ๆ ทำให้ให้ต้องตัดสินใจว่าจะซื้อหนังสือเล่มนั้นหรือไม่จากปกเท่านั้น 

มีเมมเบอร์ 33 คนที่อยากเป็นที่สนใจแม้ว่าจะมีเรื่องฉาวก็ตาม

เมมเบอร์ใน AKB48 Group เอง ก็มีบางคนที่มีข่าวฉาวให้เป็นที่จดจำต่อแฟนคลับ แต่โดยมากมักเป็นเรื่องของความรัก ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นกับแฟนคลับ เนื่องจากแฟนคลับบางคนต้องการที่จะทุ่มเทและสนับสนุนไอดอลที่ชื่นชอบ เพื่อให้ได้มาซึ่งความรักและความเอาใจใส่จากเมมเบอร์

มีเมมเบอร์ 125 คนที่คิดว่ากฎห้ามมีความรักนั้นเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นอีกต่อไป

แม้ว่ากฎห้ามมีความรักจะไม่ได้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรในสัญญาวันแรกเข้าวง แต่กลายเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดขึ้นมาคล้าย ๆ กับสัญญาใจระหว่างแฟนคลับกับเมมเบอร์ เพื่อให้เมมเบอร์แสดงความรักอย่างเต็มที่กับแฟนคลับ และการที่เกิดเรื่องอิ้อฉาวจากความรักก็อาจทำให้แฟนคลับบางคนรู้สึกว่าตนเองถูกไอดอลที่ติดตามอยู่หักหลังจนเสียความเชื่อใจ แต่การมีความรักก็เป็นสิ่งหนึ่งที่วัยรุ่นผู้หญิงหลายคนใฝ่ฝันอยากให้มีเข้ามาในชีวิตสักครั้ง ซึ่งก็เป็นประเด็นที่ถกเถียงกันว่าควรให้มีหรือไม่

มีเมมเบอร์ 146 คนที่คิดว่าอยากจะเข้า Nogizaka46 

ในอดีต AKB48 เริ่มต้นจากศูนย์ มาจากวงไอดอลที่มีเธียเตอร์ที่ไม่ได้โด่งดังอะไร แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผู้คนเริ่มรู้จักวงมากขึ้น ความยิ่งใหญ่ก็แผ่ขยายไปทั่วประเทศ ในเวลาถัดมา Nogizaka46 (乃木坂46) ก็ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นคู่แข่งกับ AKB48 โดยเฉพาะ และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ดูเหมือนว่า Nogizaka46 กำลังโด่งดังขึ้นเรื่อย ๆ และความนิยมก็สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่ AKB48 กลายเป็นวงใหญ่ที่ความนิยมเริ่มเข้าสู่ช่วงคงตัวไปแล้ว นั่นจึงทำให้เมมเบอร์หลายคนรู้สึกถึงความปรารถนาที่อยากจะเป็นส่วนหนึ่งของวงที่กำลังมาแรงขึ้นมาเรื่อย ๆ อย่าง Nogizaka46

สิ่งที่น่าจะได้รับจากแบบสำรวจทัศนคติทั้ง 6 ข้อ

จากความคิดเห็นทั้ง 6 ข้อ ทำให้ผู้ชมและแฟนคลับรู้ถึงทัศนคติของเหล่าเมมเบอร์ใน AKB48 Group ว่ามีเมมเบอร์จำนวนเกินกึ่งหนึ่งที่อยากจะจบการศึกษา ซึ่งอาจจะเพราะด้วยความเครียดในหน้าที่การงานที่ต้องมีการแข่งขันที่สูงและต้องติดต่อสื่อสารกับแฟนคลับเป็นประจำ หรือแม้แต่สภาพจิตใจของเมมเบอร์เองที่ถูกกดดันและคาดหวังที่สูงเกินไป

มีเมมเบอร์หลายคนที่อยากให้ยกเลิกกฎห้ามความรัก แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน แต่สิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความในใจของเมมเบอร์เช่นกันต่อประเด็นนี้ ส่วนความรู้สึกที่อยากเข้า Nogizaka46 นั้นเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงทัศนคติของเมมเบอร์ต่อวงและวงคู่แข่ง ซึ่งก็มีจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้มองว่า AKB48 คือวงที่ทรงพลังและแข็งแกร่งที่สุดจริงในญี่ปุ่น

7. AKB48 Group กับเรื่องราวของเกม

ในอดีต AKB48 Group จะตามสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น โทรทัศน์, วิทยุ, หนังสือพิมพ์, หรือนิตยสาร เพื่อให้เป็นที่รู้จักแก่คนภายนอก และเมื่อได้ออกสื่อบ่อยครั้งขึ้น ก็ได้นำเมมเบอร์ลงสู่สิ่งของต่าง ๆ เพื่อวางจำหน่าย และในช่วงไม่นานมานี้ เมมเบอร์ก็ไปลงอยู่ในแอปพลเคชันมือถือที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้

บริการต่าง ๆ ที่เสียเงินของ AKB48 Group ก็มีอยู่แล้ว เพียงแต่สิ่งหนึ่งที่ AKS อยากจะทำให้เมมเบอร์ได้เข้าใกล้ทุกคนมากยิ่งขึ้น ก็คือ การใช้ "เกม" เป็นสื่อ

เกมที่มีภาพของเมมเบอร์ AKB48 เริ่มต้นจากเกม AKB1/48 Fall in Love With an Idol (AKB1/48 アイドルと恋したら…) ซึ่งวางจำหน่ายในวันที่ 23 ธันวาคม ค.ศ. 2010 โดยอยู่ในระบบ PSP เกมนี้เป็นเกมประเภท Love Simulation (หรือภาษาชาวบ้าน คือเกมจีบสาว) ก่อนที่จะวางอีก 2 เกมในประเภทเดียวกันก็คือ AKB1/48 Fall in Love With an Idol in Guam (AKB1/48 アイドルとグアムで恋したら…) และ AKB1/149 Love Election (AKB1/149 恋愛総選挙)
AKB1/48 Fall in Love With an Idol (AKB1/48 アイドルと恋したら…)
(http://psp-akb48.channel.or.jp/2010/)
ในขณะที่เกมตู้เอง เมมเบอร์ AKB48 เองก็เคยได้ลงไปอยู่ในนั้นแล้ว นั่นคือ เกม Sailor Zombie (セーラーゾンビ) ซึ่งเป็นเกมแนวยิงซอมบี้ โดยแทนที่จะให้เล่นเป็นเมมเบอร์เพื่อยิงซอมบี้ แต่กลายเป็นจะต้องยิงเมมเบอร์ที่กลายเป็นซอมบี้ (หรืออาจให้ยาแก้กับเมมเบอร์เพื่อให้พวกเธอกลับมาเป็นมนุษย์อีกครั้ง) นอกจากนี้ยังมีส่วนของเกมที่เป็นเพลง เพื่อให้ได้เล่นเกมในรูปแบบกดตามจังหวะเช่นกัน
Sailor Zombie (セーラーゾンビ) ที่เป็นแบบเกมตู้
ในขณะที่เกมมือถือ ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ของ AKS และ AKB48 Group เนื่องจากเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมานานแล้วเช่นกัน ย้อนกลับในวันที่ 25 ตุลาคม ค.ศ. 2011 เกม AKB48 Stage Fighter (AKB48 ステージファイター) ได้เปิดให้เล่น โดยเป็นเกมแนว RPG (Role-playing game ไม่ใช่ Rocket-propelled grenade หรือ Report Program Generator แต่อย่างใด) ซึ่ง GREE เป็นผู้ดูแลเกมนี้
AKB48 Stage Fighter (AKB48 ステージファイター)
ต่อมาก็มีอีกหลายเกมที่เกิดขึ้นมา เพื่อให้ความบันเทิงและความสนุกกับผู้เล่นและแฟนคลับ ก่อนปี ค.ศ. 2018 ก็มีหลายเกมที่ได้ออกมาโดยใช้เมมเบอร์จาก AKB48 Group ไม่ว่าจะเป็น SKE48 Passion For You, HKT48 Eikou no Rabirinsu Kouhou (HKT48 栄光のラビリンス 広報), AiKaBu (เกมจำลองการเล่นหุ้นที่เปิดให้เล่นในวันที่ 17 เมษายน ค.ศ. 2017), และ AKB48 Stage Fighter 2 Battle Festival (ภาคต่อของ AKB48 Stage Fighter ซึ่งเปิดให้เล่นวันที่ 27 ตุลาคม ค.ศ. 2017)

ในปี ค.ศ. 2018 ถือว่าเป็นปีที่มีการปล่อยเกมมือถือใหม่ออกมาเป็นจำนวนมาก โดย AKS เป็นผู้ให้ลิขสิทธิ์ในการใช้ภาพเมมเบอร์ และมีบริษัทผู้พัฒนาเกมหลายรายที่ได้รับลิขสิทธิ์ในนำภาพเมมเบอร์ลงในเกม

AKB48 Dice Carvan (ダイスキャラバン) 

AKB48 Dice Carvan (ダイスキャラバン) หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า Daaisuki (ダイスキ) เป็นเกมมือถือประเภท RPG ที่ใช้ระบบลูกเต๋าในการเล่น เกมนี้จะใช้การทอยลูกเต๋าเพื่อเดินตามแผนที่และโจมตีสัตว์ประหลาดต่าง ๆ
AKB48 Dice Carvan (ダイスキャラバン) 
AKB48 Dice Carvan มีผู้ดูแลเกมเป็น GAE ซึ่งเปิดให้เล่นในวันที่ 10 เมษายน ค.ศ. 2018 โดยใช้การโปรโมตเป็นคลิปที่ออกมาทางช่อง YouTube ของ AKB48 โดยตรง โดยมีทั้งให้เมมเบอร์เล่นเกมและพูดโปรโมตสั้น ๆ

Arcana no Himitsu (アルカナの秘密)

Arcana no Himitsu (アルカナの秘密) (แปล: ความลับแห่ง Arcana) เป็นเกมมือถือประเภท RPG ที่ใช้ระบบไพ่ในการเล่น โดยเป็นเกมแนวโจมตีสัตว์ประหลาดและบอสแบบเดียวกับ AKB48 Dice Carvan เพียงแต่ต้องวางไพ่เหมือนกับระบบ Poker เพื่อให้ได้คอมโบที่รุนแรง
Arcana no Himitsu (アルカナの秘密) 
ในเกมนี้มีการโปรโมตโดยใช้ CM สั้น ๆ ที่มีซิงเกิ้ลของ AKB48 อย่าง Teacher Teacher เป็นเพลงพื้นหลัง (BGM) และเปิดให้เล่นในวันที่ 2 กรกฎาคม ค.ศ. 2018 โดย AIIA เป็นผู้ดูแลเกมนี้

AKB48 Beat Carnival

AKB48 Beat Carnival เป็นเกมแนวกดตามจังหวะเพลง ซึ่งจะใช้เพลงของ AKB48 Group เป็นหลัก และอาศัยการแสดงสดจาก AKB48 Group เป็นแหล่งของเพลง
AKB48 Beat Carnival
AKB48 Beat Carnival เปิดให้เล่นในวันที่ 16 สิงหาคม ค.ศ. 2018 โดยมี AIIA เจ้าเก่าเป็นผู้ดูแลเกมนี้ ซึ่งผู้เล่นสามารถเลือกการ์ดหน้าเมมเบอร์ต่าง ๆ ที่จะใช้ในการกดไปตามเพลงได้

8. NMB48 - ขอเวลาอีกไม่นาน แล้ววงที่ยิ่งใหญ่จะคืนกลับมา

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา NMB48 กำลังเข้าสู่ช่วงที่เรียกได้ว่า "วิกฤตศรัทธา" ไม่ว่าจะเป็นการประกาศแต่งงานกลางงานประกาศผลการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 9 โดย Suto Ririka (須藤凜々花) หรือจำนวนเมมเบอร์เซมบัตสึในการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 10 ของ NMB48 จากเดิมที่มี 2 คน ลดลงเหลือเพียงคนเดียว รวมทั้งคะแนนนิยมของเมมเบอร์หลายคนที่ลดลงจนอันดับร่วงลงกันถ้วนหน้า

นอกจากนี้ เมมเบอร์ระดับหัวแถวของวงไม่ว่าจะเป็น Okita Ayaka (沖田彩華) กัปตันร่วมทีม BII ที่ประกาศจบการศึกษาในวันที่ 20 กรกฎาคม ค.ศ. 2018 และ Yamamoto Sayaka (山本彩) กัปตันทีม N ที่ประกาศจบการศึกษาในวันที่ 30 กรกฎาคม จึงยิ่งตอกย้ำวิกฤตศรัทธาที่เกิดขึ้นกับ NMB48 ในช่วงเวลาไม่นานมานี้
(https://48studies.blogspot.com/2018/08/anal5-nmb48-crisis.html)
Yamamoto Sayaka ในวันที่เธอประกาศจบการศึกษา
(https://www.barks.jp/news/?id=1000158133)
สิ่งที่แฟนคลับ NMB48 ต่างรอคอย ก็คงหนีไม่พ้น นารีขี่เสือที่จะพา NMB48 ไปสู่ทางออกของวิกฤตศรัทธา และนำพาอนาคตของวงเข้าสู่ยุคใหม่ที่สดใสกว่าเดิม ผู้เขียนยอมรับถึงความสำคัญของ Yamamoto Sayaka ในฐานะผู้แบก NMB48 มาโดยตลอด 8 ปีของวง และการที่เธอผูกขาดการเป็นเซนเตอร์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้วงหลังจากที่ไม่มี Yamamoto Sayaka ขาดแกนกลาง ซึ่งแม้ว่าจะส่งผลต่อความนิยมของวงโดยรวม แต่ก็ทำให้เมมเบอร์รุ่นใหม่สามารถเข้าไปแทนที่ได้ และพยายามเพื่อดิ้นรนสู่ความสำเร็จในโลกของไอดอลมากขึ้น

ย้อนกลับไปที่บทความ "NMB48 กับวงในยุค post-Yamamoto Sayaka"
(https://48studies.blogspot.com/2018/10/nmb48-post-yamamoto-sayaka.html)

สิ่งที่ผู้เขียนได้อธิบายไปแล้วว่า การถ่ายผ่านอำนาจของ NMB48 จะคล้ายกับรูปแบบที่เกิดขึ้นในคิวบา แต่ก็มีเหตุผลลึก ๆ ที่คล้ายคลึงกัน เนื่องจากการอยู่เป็นเสาหลักมาเป็นเวลานาน นั่นจึงทำให้คนรุ่นใหม่ไม่ได้ถูกผลักดันให้เข้ามาเป็นเสาหลัก หรือมารับช่วงต่อ นั่นจึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับอดีตประเทศสังคมนิยมในยุโรปตะวันออกที่ล่มสลายจากการเปลี่ยนแปลงหรือการปฏิรูปแบบกระทันหัน 

คำบอกใบ้ของการเป็นการสืบทอดอำนาจ เกิดขึ้นใน MV เพลง Masaka Singapore (まさかシンガポール) ซึ่งเล่าเรื่องถึงการตามหาไมค์มองคำที่หายไป (แต่ไมค์ทองคำนี้ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับรายการร้องเพลงทางช่องโทรทัศน์หนึ่งของไทยแต่อย่างใด) 

ตัวไมค์ทองคำถูกเก็บรักษาไว้ที่หอศิลป์แห่งชาติในสิงคโปร์ เมมเบอร์ต่างพยายามไปขโมยไมค์นี้ให้ได้ และเมื่อหยิบมาแล้วก็พบว่าไม่มีเสียงซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นไมค์ปลอม โดยผู้ที่ถือไมค์ทองคำของจริง คือ Yamamoto Sayaka ก่อนจะจบเรื่อง เธอ 'โยน' ไมค์ทองคำนี้ และคนที่รับไมค์ทองคำนี้ไว้ได้ ก็คือ Shiroma Miru นั่นเอง  
Shiroma Miru กับไมค์ทองคำ (ภาพนี้ ไม่ใช่ภาพใน MV แต่อย่างใด)
(https://twitter.com/shiromiru36/status/886118629112111104/photo/1)
นัยยะจาก MV นี้ ก็พอจะบ่งบอกถึงการเป็นเดอะแบกหรือผู้ทรงพลังที่สุดของ NMB48 ที่อยู่กับ Yamamoto Sayaka พร้อมกับบอกใบ้ว่า Shiroma Miru น่าจะเหมาะกับการรับช่วงต่อนั่นเอง

ในบทความ ผู้เขียนได้อธิบายถึงสิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ และหลายสิ่งล้วนเกิดขึ้นแล้ว

NMB48 จะเกิดการสับเปลี่ยนทีมรอบใหม่ - การจบการศึกษาของ Yamamoto Sayaka ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ทำให้วงต้องสับเปลี่ยนทีม แต่เพราะเมมเบอร์แถวหน้าของวงหลายคนจบการศึกษาออกไป ทำให้ทีมในวงไม่สมดุล โดยสามารถสังเกตได้จากเมมเบอร์รุ่นที่ 1 ที่ยังคงอยู่ในวง จะมีสังกัดเป็นทีม M ทั้งหมด

แม้ว่าจะเป็นทีมเพื่อการแสดงในสเตจบนเธียเตอร์ แต่สมดุลของแต่ละทีมในวงจะช่วยคานอำนาจกันและกันในแต่ละทีม ไม่ให้โดดเด่นจนเกินไป และนั่นก็คือเหตุผลของการปรับทีมครั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นรับปีใหม่ในปี ค.ศ. 2019
(https://jshowbiz.com/english/news/nmb48/item/3465-nmb48-to-hold-great-shuffle.html)
Kaneko Takeshi (金子剛) ผู้จัดการเธียเตอร์ NMB48 ประกาศการสับเปลี่ยนทีมครั้งใหญ่ในงานคอนเสิร์ต 8 ปี NMB48
(https://twitter.com/tk3torao/status/1052533402329538560)
กัปตัน NMB48 - ตั้งแต่ก่อตั้งวง NMB48 ไม่มีกัปตันวง แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ทุกคนเข้าใจกันเป็นทั่วไปแล้วว่า กัปตันทีม N อย่าง Yamamoto Sayaka  คือ ผู้นำและเดอะแบกของวงในทางปฏิบัติ และเมื่อ Yamamoto Sayaka จบการศึกษา สิ่งที่วงต้องการก็คือคนที่จะเป็นผู้นำต่อจากนี้ ซึ่งมีส่วนที่จะฟื้นฟูวงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

วันที่ 4 พฤศจิกายน ค.ศ. 2018 ก่อนที่ Yamamoto Sayaka จะจบการศึกษาอย่างเป็นทางการ เธอก็แต่งตั้งกัปตันวงขึ้นมาจริง ๆ ตามที่ผู้เขียนได้วิเคราะห์ไว้ล่วงหน้า แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปจากการคาดการณ์ คือ กัปตันวงไม่ใช่แนวหน้าที่ติดอันดับการเลือกตั้ง แต่กลับเป็น Kojima Karin (小嶋花梨) ที่พึ่งติดเซมบัตสึจากซิงเกิ้ลล่าสุดอย่าง Boku Datte naichau yo (僕だって泣いちゃうよ) และไม่เคยติดอันดับการเลือกตั้งเลย
(https://jshowbiz.com/english/news/nmb48/item/3759-kojima-karin-appointed-team-n-s-new-captain.html)
Yamamoto Sayaka และ Kojima Karin
(https://jshowbiz.com/english/news/nmb48/item/3465-nmb48-to-hold-great-shuffle.html)
Kojima Karin เป็นเมมเบอร์รุ่นที่ 5 ของ NMB48 สังกัดทีม N ซึ่งเข้ามาในวงได้เพียง 2 ปี แต่เธอถูกเลือกโดย Yamamoto Sayaka ให้มาเป็นผู้นำของวง ถ้าหากจะเปรียบเทียบกับเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ ก็เหมือนกับการที่ Boris Yeltsin เลือก Vladimir Putin ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีต่อจากตนหลังพ้นจากตำแหน่ง (โดยผ่านการเป็นนายกรัฐมนตรีทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้เป็นเพียงผู้อำนวยการตำรวจลับ FSB และ Boris Yeltsin ก็ลาออกแบบดื้อ ๆ เพื่อทำให้ Vladimir Putin เป็นรักษาการณ์ประธานาธิบดีตามรัฐธรรมนูญ และจัดการเลือกตั้งขึ้นในเวลาถัดมา)

นี่คือกรณีศึกษาใหม่ของ AKB48 Group ที่มีการวางตัวทายาทที่มีอายุงานไม่มากและยังไม่เป็นที่นิยมเท่าไร ซึ่งแน่นอนว่า เป้าหมายคือเพื่อให้สามารถคงตำแหน่งนี้ในระยะเวลานาน และถ้ามองในมุมมองจากประเด็นคิวบา จะพบว่า ผู้คนก็แทบไม่รู้จัก Miguel Díaz-Canel ในคิวบา เหมือนกับที่ผู้คนรู้จัก Fidel Castro หรือ Raul Castro เป็นอย่างดี ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะการที่ Miguel Díaz-Canel เกิดหลังการปฏิวัติคิวบา

Kojima Karin ถูกผลักดันจาก Yamamoto Sayaka อย่างชัดเจนเพื่อให้คนรุ่นใหม่เข้ามาดูแลวงในอนาคต ส่วน Shiroma Miru ก็อาจกลายเป็นเซ็นเตอร์คนใหม่ที่มาแทน Yamamoto Sayaka ตามที่ปรากฏใน MV เพลง Masaka Singapore หรืออาจจะได้เห็นเมมเบอร์รุ่นใหม่ ๆ เข้ามาเป็นเซนเตอร์ในอนาคต
Yamamoto Sayaka กับ Kojima Karin แต่ด้วยความตื่นเต้น กลับทำให้ Kojima Karin ไม่กล้านำมือแตะตัวแล้วก็กำมือตามภาพ
(https://twitter.com/nmb_KOJIMA_48/status/1056168699642621952) 
ในขณะเดียวกัน Yamamoto Sayaka ก็เริ่มหลบเข้าหลังม่านสเตจเพื่อผลักดันเมมเบอร์รุ่นใหม่ผ่านสเตจของ Kenkyuusei ที่ชื่อว่า "Yume wa Nigenai (夢は逃げない)" ซึ่งเริ่มต้นวันที่ 26 กันยายน ค.ศ. 2018
(https://www.oricon.co.jp/news/2120336/full/)
สเตจของ Kenkyuusei  "Yume wa Nigenai (夢は逃げない)"
(https://nmb48-oshi.com/?p=2201)
สิ่งที่พลิกผันอันดับถัดมา คือการที่กัปตันทีม N ยังว่างอยู่โดยที่ยังไม่มีการแต่งตั้ง (โดยตำแหน่งดังกล่าวถูกครองโดย Yamamoto Sayaka มาโดยตลอดตั้งแต่แรกเริ่มทีม N) แม้ว่า Yamamoto Sayaka จะวางคนที่จะเป็นกัปตันของ NMB48 ไปแล้ว แต่กัปตันทีม N ก็ยังคงว่างอยู่ ซึ่งตำแหน่งนี้จะถูกแทนที่ในการเปลี่ยนทีมครั้งใหญ่

สิ่งหนึ่งที่น่าสังเกตจากซิงเกิ้ลส่งท้ายของ Yamamoto Sayaka อย่าง Boku Datte naichau yo ก็คือ การมาเป็นเซมบัตสึครั้งแรกของ Shiotsuki Keito (塩月希依音) ซึ่งได้เกริ่นนำไว้แล้วในข้อที่ 3
Shiotsuki Keito ในรายการ Music Station (รายการเพลง) กับเพลง Boku Datte naichau yo
(http://48ers.info/I0000431)
นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ NMB48 จะวางตัวเธอไว้ แต่เป็นการแสดงออกที่ทำให้เห็นว่า NMB48 กำลังหันไปมองเมมเบอร์รุ่นใหม่ที่แท้จริง เนื่องจากเธอมีอายุน้อยที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของวงในปี ค.ศ. 2018 และการดึงเธอขึ้นมาเพื่อผลักดันนั้น จะทำให้เธอสามารถเป็นกำลังหลักของวงได้อย่างยาวนาน โดยรูปแบบดังกล่าวก็ออกไปแนวทางที่คล้ายคลึงกับ Matsui Jurina จาก SKE48 ที่ปรากฏในเซมบัตสึซิงเกิ้ลหลักตั้งแต่แรก (ก็เพื่อผลักดันและให้เป็นที่รู้จักตั้งแต่แรกเช่นเดียวกัน)

หากสังเกตดี ๆ แล้ว เซมบัตสึในซิงเกิ้ลนี้ ก็เป็นเซมบัตสึหน้าเก่าถึง 14 คน และเซมบัตสึหน้าใหม่ที่มาในซิงเกิ้ลส่งท้าย Yamamoto Sayaka ประกอบด้วย Shiotsuki Keito, Kojima Karin, Kawakami Rena (川上礼奈) เมมเบอร์รุ่นที่ 1 ซึ่งเป็นกัปตันทีม M ในตอนนี้, และ Yasuda Momone (安田桃寧)

ซิงเกิ้ลนี้ ถูกวางจำหน่ายในวันที่ 17 ตุลาคม ค.ศ. 2018 โดยใน MV เป็นการเล่าเรื่องที่ผ่านมาของ Yamamoto Sayaka ในฐานะผู้ชี้นำความสว่างและความหวังให้กับ NMB48 เป็นส่วนใหญ่, เมมเบอร์เซมบัตสึจะมีส่วนในการแสดงใน MV, และเมมเบอร์ของวงที่เหลือคือหางเครื่อง

ใน MV ก็ได้อธิบายแล้วว่า ทุกคนคือส่วนที่ทำให้ NMB48 ยังคงอยู่ได้จนถึงวันนี้ (สังเกต N M B ที่เมมเบอร์ทั้งหมดช่วยกันแปรตัวอักษร) ก่อนที่ Yamamoto Sayaka จะเดินตบมือเมมเบอร์ที่ยืนต่อแถวทีละคนจนครบ (การยืนต่อแถวเช่นนี้ ก็เป็นการให้เกียรติกับเธอที่มากที่สุดเท่าที่จะสามารถแสดงออกได้ใน MV) และเมมเบอร์ต่างก็โบกมืออำลาให้เธอ 

Kojima Karin กลายเป็นกัปตันวงไปแล้ว ส่วน Kawakami Rena ยังอยู่ในฐานะกัปตันทีม M และหากตั้งสมมติฐานที่ว่า เซมบัตสึหน้าใหม่ที่เข้ามาทั้ง 4 คนนั้น คือแกนนำที่จะมาสืบทอดทั้งหมดจริง ก็มีความเป็นไปได้สูงว่า คนที่จะเป็นกัปตันทีม N คนต่อไป คือ Yasuda Momone

สิ่งที่น่าสังเกตอีกอย่างหนึ่ง ก็คือในแถวที่ยืนส่ง Yamamoto Sayaka ทุกคนต่างยื่นมือมาให้แตะ แต่จะมีเพียงแค่คนสุดท้าย ก็คือ Morita Ayaka (森田彩花) ที่ไม่ได้เพียงแค่จะแตะมือ แต่ยังเข้าไปกำมือ Yamamoto Sayaka อีกด้วย โดยน่าจะเป็นความหมายเชิงนัยว่า "ไม่อยากให้จากไปเลย" (และแอร์ไทม์ ประมาณ 2 วินาทีในช่วงท้าย MV ก็คือส่วนนี้)
Morita Ayaka กับ Yamamoto Sayaka (จะเห็นได้ว่า เธอไม่ได้แบมือเพื่อสัมผัสมือเท่านั้น แต่งอมือในลักษณะกำมืออย่างชัดเจน)
(https://twitter.com/tk3torao/status/1052916475734806528/photo/1)
ก่อนที่ Yamamoto Sayaka จะวิ่งออกไปเพียงลำพัง เธอชู 2 นิ้วขึ้นมาเป็นการส่งท้าย ด้วยข้อความเชิงสัญลักษณ์ที่ส่งออกมาว่า "สู้ต่อไปนะ ทุกคน เป็นกำลังใจให้"
Yamamoto Sayaka ชู 2 นิ้วในตอนท้ายของ MV
(https://moriseille.com/nmb48-19th/)
การจบการศึกษาของ Yamamoto Sayaka จาก NMB48 เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นใน NMB48 เพื่อแทนที่ด้วยเมมเบอร์ชุดใหม่ ด้วยความหวังในอนาคตที่จะต้องอยู่กับเมมเบอร์รุ่นหลัง ๆ มากขึ้น

แล้ว Shiroma Miru อยู่ตรงไหนในตอนนี้ เธอยังทรงพลังในวงต่อการเป็นเดอะแบกหรือไม่ แล้วถ้าไม่ใช่เธอ ใครจะเป็นเดอะแบกคนใหม่ของวง แม้ว่าทุกคนจะต้องพยายามมากขึ้นเพื่อประคองวงให้กลับมา และฟื้นฟูศรัทธาในวง แต่คนที่จะแบกวงได้ ก็คือผู้ที่รับผิดชอบอนาคตของวงที่แท้จริงและกลายมาเป็นตัวแทนที่สามารถใช้เป็นเดอะหน้าร้านค้า หรือแม้แต่นำทัพในการเลือกตั้งได้

แต่สิ่งที่ Karl Marx เคยเสนอแนวคิดในการให้กรรมาชีพจับมือกันเพื่อสร้างสังคมที่ไร้ชนชั้นและเสมอภาคเท่าเทียมนั้น ก็คงเป็นเพียงทฤษฎีในตำราเท่านั้น เพราะท้ายที่สุดแล้ว ผู้นำและเดอะแบกก็ยังคงมีอยู่ในโลกเช่นเดิม แม้แต่ประเทศในระบอบคอมมิวนิสต์เองก็ยังมีประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีเช่นเดียวกับโลกประชาธิปไตย ดังนั้น ก็ถึงเวลาแล้วที่จะต้องติดตามกันว่าใครคือผู้แบก NMB48 ไว้บนบ่าที่แท้จริงคนถัดไป 

9. ศึกตัดสินสุดยอดพลังเสียงเพลงแห่ง AKB48 Group

ศึกตัดสินสุดยอดพลังเสียงเพลงแห่ง AKB48 Group (AKB48グループ歌唱力No.1決定戦) เป็นโครงการใหม่ที่ AKB48 Group ร่วมกับช่อง Tokyo Broadcasting System (TBS) เพื่อเฟ้นหายอดนักร้องภายใน AKB48 Group 

การแข่งขันครั้งนี้ "ความนิยม" กับ "โชคชะตา" ไม่ใช่สิ่งที่จะกำหนด เพราะมีเพียงแค่ "พลังเสียงร้อง" เท่านั้นที่จะกำหนดทุกอย่างในการแข่งขันครั้งนี้ โดยเมมเบอร์ AKB48 Group ภายในญี่ปุ่นสามารถสมัครได้ทุกคน โดยเมมเบอร์สามารถเลือกเพลงที่จะใช้ร้องในการคัดเลือกได้เอง และเมมเบอร์ที่ผ่านไปถึงรอบชิงชนะเลิศจะได้ไปแสดงพลังเสียงเพลงที่ TBS Akasaka ACT Theater (TBS赤坂ACTシアター)
TBS Akasaka ACT Theater (TBS赤坂ACTシアター)
(https://plaza.rakuten.co.jp/ruzerukabu/diary/201811060006/)
ช่อง TBS จะรับหน้าที่ถ่ายทอดสอดแบบเต็ม ๆ ทั้งรอบคัดเลือกและรอบชิงชนะเลิศ โดยมีเมมเบอร์ที่จะเข้ามาคัดเลือกทั้งหมด 159 คน ซึ่งจะใช้เวลาในการคัดเลือกที่นานมาก จนช่อง TBS ต้องใช้เวลาในการถ่ายทอดรายการมรรอบคัดเลือกเป็นเวลา 2 วันรวมทั้งสิ้น 9 ชั่วโมง (วันที่ 30 พฤศจิกายน เวลา 21:00-1:00 น. และวันที่ 1 ธันวาคม เวลา 18:00-23:00 น.) ซึ่งคล้ายกับการถ่ายทอดสด แต่จริง ๆ แล้วเป็นการบันทึกรายการล่วงหน้า
(https://twitter.com/AKB48G_singer/status/1061907078975938560)
สถานที่ที่เมมเบอร์จะใช้ร้องในรอบคัดเลือก
(https://twitter.com/AKB48G_singer/status/1064779663317262336)
สำหรับรอบชิงชนะเลิศจะจัดขึ้นในวันที่ 11 มกราคม ค.ศ. 2019 โดยผู้ชนะจะได้รับรางวัลสุดพิเศษที่ต้องมาลุ้นกันว่าจะเป็นอะไรกันแน่ 

ในรอบคัดเลือก เพลงที่เมมเบอร์นำมาใช้ในการร้องมากที่สุด ได้แก่ Planetarium (プラネタリウム) ของ Otsuka Ai (大塚愛) และ Hanamizuki (ハナミズキ) ของ Hitoto Yo (一青窈) ซึ่งมีเมมเบอร์ที่เลือกจำนวน 7 คน


อันดับรองลงมา ได้แก่ Hitomi (瞳) ของ Ohara Sakurako (大原櫻子) และ Haikei juugo no kimi e~ (手紙 ~拝啓 十五の君へ~) ของ Angela Aki (アンジェラ・アキ) ซึ่งเมมเบอร์ 6 คนได้เลือกนำมาร้อง ในขณะที่อันดับที่ 3 ซึ่งมีเมมเบอร์ 5 คนเลือกนะมาใช้ร้องเพลง นั่นคือ Secret Base ~Kimi ga kuretamono~ (secret base ~君がくれたもの~) ของ ZONE และ Ai no uta (愛のうた) ของ Koda Kumi (倖田來未) 

นอกจากนี้ยังมีเพลงในตำนานอย่าง Kawa no Nagare no Yō Ni (川の流れのように) ของ Misora Hibari (美空ひばり) ที่ Akimoto Yasushi (秋元康) เป็นคนแต่ง โดย Shintani Nonoka (新谷野々花) จาก STU48 เป็นผู้เลือกเพลงนี้มาใช้ร้องในรอบคัดเลือก

หลังจากการออกอากาศ 2 วันเสร็จสมบูรณ์ ผลการคัดเลือกก็ถูกประกาศขึ้น ซึ่งจะเลือกผู้ที่มีคะแนนดีที่สุด 15 คนแรกเข้าสู่รอบต่อไป และเมมเบอร์อีกจำนวนหนึ่งที่กรรมการรู้สึกประทับใจแต่ก็เสียดายหากต้องถูกเขี่ยตกรอบไป ก็จะผ่านเข้ารอบได้เช่นกัน

เมมเบอร์ที่เข้าร่วมการแข่งเองก็ไม่รู้เลยว่าตนเองผ่านเข้ารอบต่อไปหรือไม่ เพราะส่วนที่ประกาศผลการคัดเลือกเป็นรายการถ่ายทอดสด (LIVE แปลว่า ถ่ายทอดสดในภาษาของโทรทัศน์) ซึ่งเท่ากับว่าเมมเบอร์จะลุ้นผลไปพร้อมกับแฟนคลับที่ดูอยู่หน้าจอโทรทัศน์ด้วย 
ผลการคัดเลือกเมมเบอร์ 15 คนจากคะแนนสูงสุด
(http://akb48team8.net/archives/akb-273.html)
รายชื่อเมมเบอร์ที่ผ่านเข้ารอบจากการความประทับใจของกรรมการ
(http://akb48team8.net/archives/akb-273.html)
ผลการคัดเลือกปรากฏว่า Okada Nana ผ่านเข้ารอบด้วยการเป็นอันดับที่ 1 และมีเมมเบอร์ 6 คนที่กรรมการเห็นว่าควรผ่านเข้ารอบไปด้วย (แม้ว่าจะไม่ได้อันดับที่สูงมากพอก็ตาม) โดยจากผู้ผ่านเข้ารอบทั้งหมด 21 คนนี้ มีเมมเบอร์จาก AKB48 มากถึง 7 คน (หรือ 1 ใน 3) รองลงมาคือ HKT48 ที่มี 5 คน ตามมาด้วย SKE48 ที่ผ่านเข้ารอบ 4 คน ส่วน NMB48 และ STU48 มีผู้ผ่านเข้ารอบ 3 และ 2 คนตามลำดับ ในขณะที่ NGT48 นั้น อาจจะไม่ถนัดในเรื่องร้องเพลง แต่ถ้าเป็นเรื่องตลก อาจจะมีเมมเบอร์ผ่านเข้ารอบมาเป็นโหลก็ได้
ก่อนมาการแข่งขันร้องเพลง: Okada Nana (岡田奈々)
หลังประกาศผลผู้ผ่านเข้ารอบ: Okada Ichi (岡田一)
(https://7gogo.jp/okada-nana/19279)
ในปี ค.ศ. 2019 จะเป็นการตัดสินรอบสุดท้ายที่จะแย่งชิงกันว่า ใครคือเมมเบอร์ที่ร้องเพลงดีที่สุดของ AKB48 Group กันแน่

10. SKE48 - วินาทีนี้ คือความยิ่งใหญ่

ครั้งหนึ่ง SKE48 เคยเป็นรอง AKB48 มาโดยตลอด แฟนคลับนั่งดูเมมเบอร์จาก AKB48 ไม่ก็ HKT48 ขึ้นเป็นราชินี AKB48 Group ครั้งหนึ่ง SKE48 เคยพบกับการจบการศึกษาพร้อมกัน 9 คน แต่ก็มีครั้งที่ Matsui Rena (松井 玲奈) จบการศึกษาออกไปแล้ว Matsui Jurina (松井珠理奈) ออกมายอมรับเองว่าวงต้องเปลี่ยนถ่ายอำนาจได้แล้ว

แต่วันนี้ SKE48 ก็ผ่านเรื่องเลวร้ายมาหมดแล้ว ช่วงเวลาแห่งความสุขกำลังมาถึง เพราะ SKE48 ไร้เทียมทานจนแทบจะบอกได้อย่างเต็มปากแล้วว่า "วินาทีนี้ คือความยิ่งใหญ่" มีทั้งรุ่นใหม่ที่ทรงพลัง และเมมเบอร์อาวุโสที่ยังอยู่ในวงเพื่อผลักดันเมมเบอร์เยาวชนให้มาแทนที่ในอนาคต
เมมเบอร์ SKE48
ครบรอบ 10 ปี SKE48 ก็ผ่านไปแล้วทั้งวันเกิดวง และวันเปิดเธียเตอร์ แต่ทั้งนี้ ความทรงจำที่ผ่านมาก็มีความหมายให้ผู้เขียนได้เรียนรู้ถึงการต่อสู้ของเหล่าเมมเบอร์ตั้งแต่ยุคก่อตั้ง จนถึงยุคที่กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง
โลโก้ของ SKE48 เนื่องโอกาสครบรอบ 10 ปี
ชัยชนะในการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 10 ของ Matsui Jurina จาก SKE48 และการได้อันดับที่ 2 ของ Suda Akari (須田亜香里) ก็ชัดเจนแล้วว่า SKE48 ชนะขาดในเรื่องของฐานเสียงแฟนคลับและความนิยมที่สูงส่งไปแล้วในขณะนี้

ในยามที่ยากที่สุดของ SKE48 เอง เพื่อนซี้ที่คอยให้งานกับเมมเบอร์วงในฐานะพรีเซนเตอร์วง ก็คือ ห้างสรรพสินค้าใน Nagoya อย่าง ESCA
โปสเตอร์โปรโมตห้างสรรพสินค้า ESCA โดย SKE48 ซึ่งปีนี้เป็นที่ 3 ที่ได้โปรโมต
ข้อความ "พลังดูด ESCA" คือการแปลตรงตัว ส่วนคำว่า "รักใครให้ทำปากจู๋" คือการแปลจากผู้เขียนเอง
(http://blog.livedoor.jp/tuyogaridokei/tag/%E3%82%A8%E3%82%B9%E3%82%AB)
Suda Akari กับป้ายแสดงความยินดีในโอกาสที่ได้ 2 อันดับแรกในการเลือกตั้งของ SKE48 จาก ESCA
(https://twitter.com/dasuwaikaa/status/1013197464289988608)
จนถึงตอนนี้ SKE48 ก็รับงานมาอย่างไม่ขาดสาย และล่าสุด SKE48 ก็กลายเป็นพรีเซนเตอร์ไปแล้วอย่างน้อย 2 รายการ 

อย่างแรก คือ การโปรโมตจังหวัด Aichi ทั้งแคมเปญ "จุดหมายปลายทาง Aichi 2018", AichiNow, และ Aichi "Heart" of Japan - Technology & Tradition โดยมีการเล่าถึงจังหวัด Aichi ที่มีการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ แถมด้วยการโปรโมตวงไอดอลที่มีชื่อเสียงในจังหวัด Aichi อย่าง SKE48 (ก็ได้เซนเตอร์เซมบัตสึโลกไปแล้ว จึงพูดอะไรก็ได้ แล้วเนื่องจากวงนี้ได้เป็นพรีเซนเตอร์ เลยทำการโปรโมตวงเข้าไปด้วย)
(http://www.aichi-travel-ske.jp/)
"เอาล่ะ การเดินทางของ Aichi เริ่มต้นขึ้นแล้ว"
(http://www.aichi-travel-ske.jp/)
อย่างที่สอง คือบัตร ÆON กับฟังก์ชันใหม่ ไม่ว่าจะสามารถใส่รูปเมมเบอร์ลงในบัตรแบบออนไลน์ หรือแม้แต่มีของสุดพิเศษให้แลกโดยใช้คะแนนสะสม Throbbing Point (ทุกการจ่าย 200 เยน = 1 คะแนน) ไม่ว่าจะเป็นโปสเตอร์ขนาด B2 (1,000 แต้ม) หรือ ชุดภาพแบบสุ่มของเมมเบอร์ SKE48 (1,500 แต้ม) นอกจากนี้ ยังมีโอกาสลุ้นเป็นผู้โชคดีที่จะได้รับโอกาสให้ไปดูการแสดงของเมมเบอร์แบบฟรี ๆ จากบัตร ÆON
(http://www.aeon.co.jp/campaign/ske48/index.html) 
ภาพโปรโมตแคมเปญบัตร ÆON รุ่นฉลอง SKE48 ครบรอบ 10 ปี
SKE48 เลื่อนขั้นเมมเบอร์ดราฟท์ขึ้นทีมในวันที่ 16 กันยายน ค.ศ. 2018 ในงาน SKE48 Request Hour Setlist Best 100 2018 ~Member no Kazu Dake Kamikyoku wa aru~ ส่งผลให้ SKE48 ไม่มี Kenkyuusei เหลืออยู่ในวง และนั่นทำให้ SKE48 ต้องประกาศรับออดิชันในรุ่นที่ 9 ซึ่งปิดการรับสมัครไปในวันที่ 4 พฤศจืกายนที่ผ่านมา และอาจจะได้เห็นเมมเบอร์รุ่นที่ 9 ในปี ค.ศ. 2019 อย่างแน่นอน
(http://ske48-audition.secureserv.jp/pc/
ภาพโปรโมตการออดิชันรุ่นที่ 9 ของ SKE48
SKE48 ในวันนี้ สามารถยินได้ด้วยตัวเอง มีงานพรีเซนเตอร์ที่มากเหมือนแต่เดิม และออกงานบ่อยครั้งขึ้น ซึ่งชัดเจนแล้วว่าในปีที่ 10 ของวง สามารถกลับไปอยู่ในจุดที่เคยอยู่ได้แล้ว และทะลุข้ามไปจุดที่เหนือกว่านั้นได้แล้ว จากนี้ไป จะต้องจับตาดูว่า SKE48 จะยังคงความยิ่งใหญ่ที่มากขึ้นเรื่อย ๆ ได้อย่างไร 

11. HKT48 - ปฏิทินที่ผ่านไปรวดเร็วจริง ๆ

หลังจากที่ HKT48 ก่อตั้งขึ้นในวันที่ 23 ตุลาคม ค.ศ. 2011 วงไอดอลจากเกาะ Kyushu กลายมาเป็นตัวแปรที่พลิกโฉมหน้าวงการไอดอลของ AKB48 Group ไปในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการที่ Sashihara Rino (指原莉乃) สามารถชนะการเลือกตั้งได้ในฐานะเมมเบอร์ HKT48 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผู้ชนะไม่ได้สังกัด AKB48 (ในเวลานั้น) หรือแม้แต่การที่มีเมมเบอร์ 2 คนจาก HKT48 สามารถเข้าไปเดบิวต์กับวง IZ*ONE ในเกาหลีใต้ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความสามารถทางการเต้นและร้องเพลงที่เหนือกว่าไอดอลญี่ปุ่นมาก
HKT48 ในปี ค.ศ. 2018
ในปี ค.ศ. 2018 ถือว่าเป็นปีที่มีอะไรหลายสิ่งที่เปลี่ยนไปจากเดิม และหลายสิ่งก็พึ่งจะมีขึ้นในปีนี้สำหรับ HKT48

HKT48 ที่รอ Kodama Haruka (兒玉遥) กลับมา - Kodama Haruka หยุดกิจกรรมของวงตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม ค.ศ. 2017 โดยเป็นฝ่ายผู้จัดการที่ประกาศการพักงานเพื่อพักฟื้นร่างกาย
(https://natalie.mu/music/news/263165)
Kodama Haruka (兒玉遥)
ในปี ค.ศ. 2018 HKT48 ที่ไม่มี Kodama Haruka ก็ต้องเดินต่อไป แม้ว่าซิงเกิ้ลที่ 11 ของวงจะวางจำหน่ายออกมาแล้วก็ตาม

รูปโปรไฟล์และรูปในเธียเตอร์ประจำปี ค.ศ. 2018 ที่เป็นชุดได้รับแรงบันดาลใจมาจากชุดคนตัดอ้อย ทั้ง ๆ ที่ผู้เขียนก็พยายามเดินทางไปทั่วเมือง Fukuoka แต่ก็ไม่พบว่าจะมีไร่อ้อยให้เดินทางไปตัดเลย  การหายไปของ Kodama Haruka ทำให้โปรไฟล์ยังไม่ได้รับการอัพเดทให้เป็นชุดดังกล่าว
(https://link.springer.com/article/10.1007/BF02943734)

แต่การพักงานของ Kodama Haruka ทำให้เมมเบอร์รุ่นใหม่เข้ามาแทนที่ในฐานะเมมเบอร์แถวหน้าและเซมบัตสึได้ง่ายและเร็วขึ้น ซึ่งกลับเป็นผลดีที่ทำให้เมมเบอร์รุ่นใหม่สามารถเข้ามาแบกวงได้ในอนาคต

HKTBINGO! - รายการประจำของ HKT48 ในตระกูล AKBINGO! ที่ออกอากาศทุกคืนวันจันทร์ในช่อง Nippon TV ได้ทำให้รู้จักกับเมมเบอร์ HKT48 กับการเรียนการสอนวิชาตลก เพื่อนำวิชาตลกไปทำเรื่องเล่าตลกใน HKTBINGO! Live (สำหรับซีซั่นที่ 1 นี้มีทั้งหมด 11 ตอน) โดยมี Sanshiro (三四郎) และ Sashihara Rino เป็น MC ในรายการ
รายการ HKTBINGO!
(https://bagikuy.com/hktbingo-ep01/)
หากติดตามดี ๆ จะพบว่าตลกญี่ปุ่นมีหลายประเภท ไม่ว่าจะเล่นคำ วาดภาพ หรือใช้ของก็เป็นตลกคนละประเภทกันในญี่ปุ่น แต่ทั้งหมดนี้ก็สามารถทำให้คนหัวเราะได้ทั้งนั้น

เซมบัตสึหน้าใหม่จาก HKT48 - คู่หู NakoMiku (Yabuki Nako (矢吹奈子) และ Tanaka Miku (田中美久)) กลายเป็นเซนเตอร์คู่ของซิงเกิ้ล HKT48 ที่มีอยู่เพียงซิงเกิ้ลเดียวในปี ค.ศ. 2018 นั่นคือ Hayaokuri Calendar (早送りカレンダー) โดยทั้งคู่กลายเป็นเซมบัตสึในการเลือกตั้งได้ในครั้งแรกของชีวิตทั้งสองคนด้วยอันกับที่ 9 และ 10 ตามลำดับ
ภาพใน MV ซิงเกิ้ล Hayaokuri Calendar (早送りカレンダー)
(https://twitter.com/nako7555/status/989089668053520385)
อย่างไรก็ตาม Yabuki Nako ได้ไปเดบิวต์กับ IZ*ONE ในเกาหลีใต้ ซึ่งเธอจะต้องยุติกิจกรรมกับ HKT48 และ AKB48 Group เป็นเวลา 2 ปีครึ่ง นั่นทำให้วงขาดตัวหลักในช่วงเวลานี้ และเหลือเพียง Tanaka Miku ที่พอจะแบกวงได้ในตอนนี้

HKT48 ที่ขาด Miyawaki Sakura - ที่ผ่านมา Miyawaki Sakura (宮脇咲良) คือหนึ่งในกุญแจสำคัญที่ทำให้ HKT48 เข้มแข็งและโด่งดังมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นทักษะทางวาไรตี้ หรือการแสดงบนสเตจที่โดดเด่น อีกทั้งยังได้รับการผลักดันที่ดีด้วยการควบวงกับ AKB48, เซนเตอร์ซิงเกิ้ล Kibouteki Refrain (希望的リフレイン) (เซนเตอร์ร่วมกับ Watanabe Mayu), Kimi wa Melody (君はメロディー) และ Negaigoto no Mochigusare (願いごとの持ち腐れ) (เซนเตอร์ร่วมกับ Matsui Jurina), และยังเป็นตัวละครหลักในซีรี่ส์ Tofu Pro Wrestling (豆腐プロレス)

อย่างไรก็ตาม การไป IZ*ONE ของ Miyawaki Sakura ทำให้ HKT48 ขาดตัวหลักในวงไปถึง 2 ปีครึ่ง แต่ก็ทำให้ในช่วงเวลานั้น เมมเบอร์คนอื่น ๆ สามารถเข้ามามีบทบาทและโดดเด่นได้เร็วขึ้นและมากขึ้น

คอนเสิร์ตครบรอบ 7 ปี - ในคอนเสิร์ตครบรอบ 6 ปีของ HKT48 ก็มีทั้ง Miyawaki Sakura และ Kodama Haruka ที่มาในงาน แต่ในคอนเสิร์ตครบรอบ 7 ปีที่มาในชื่อ "777 Tettatte HKT48~ 7 shuunen wa Tenjin de dai fever~" กลับไม่มีทั้งสองคนในงานนี้
คอนเสิร์ตครบรอบ 6 ปีของ HKT48 - ~6 Fes LOVE & PEACE! Life is a ROCK Anniversary~
(https://tokyogirlsupdate.com/hkt48-rock-6th-anniversary-live-201711135868.html)
แต่นั่นก็ไม่ได้ความหมายว่า จะไม่ได้เจอพวกเธอทั้งสองอีก เพราะเมมเบอร์ HKT48 มีทางออกที่ (คิดว่าน่าจะ) แก้ปัญหาการขาดคนทั้งสองได้สำหรับการแสดงของเมมเบอร์รุ่นที่ 1 นั่นคือสวมหน้ากากร้องโดย Sashihara Rino และ Murashige Anna
"ไปเลย Sakura & Haruppi"
(https://twitter.com/haruppi_hkt_bot/status/1066949548637995008)
"Sakara-tan มาแล้วนะคะ! เหล่าโอคาตุรุ่นที่ 1 ขอเข้าไปนะคะ!"
- Sashihara Rino น่าจะได้กล่าวไว้แบบนั้น
(https://twitter.com/345__chan/status/1066974441916182528/)
บางทีก็ทำให้คิดถึงพวกเธอทั้งสองคนนี้ที่ไม่ได้อยู่สร้างความสนุกให้กับแฟนคลับทั้งหลาย แต่ก็อดหัวเราะไม่ได้ที่วงมีพวกเล่นตลกเป็นชีวิตจิตใจสวมหน้ากากร้องเพลงแทนคนที่มางานไม่ได้ เพราะคนที่ไม่อยู่ในงานก็พูดอะไรไม่ได้อยู่แล้ว
"Miyawaki Sakura จะร้องเพลงแล้วนะคะ"
- Sashihara Rino ในหน้ากาก Miyawaki Sakura ไม่ได้กล่าวไว้
(https://twitter.com/sa_70hkt/status/1066956498247409665)
บางทีในความคิดของ Miyawaki Sakura และ Kodama Haruka ที่ได้เห็นสเตจพิเศษและคอนเสิร์ตครบรอบ 7 ปีนี้ ก็อาจจะรู้สึกดีใจจนน้ำตาไหลที่เมมเบอร์รุ่นที่ 1 ยังไม่ลืมกัน
พอกลับมาเป็น Sashihara Rino ก็ต้องรัดหน้ากากไว้ที่ศอกแบบนี้
(https://twitter.com/0326N77/status/1066947343751143424)
นี่ก็ไม่ได้เป็นวิธีใหม่ที่ใช้กัน เพราะในอดีต ผู้คนก็รู้จักฟาโรห์ Tutankhamun จากหน้ากากพระศพ หรือแม้แต่รายการร้องเพลง The Mask Singer ยังใส่หน้ากากร้องเพลงเพื่อพยายามอำพรางตัวตน แต่จะว่าไปแล้วในการแสดงโขนก็ใช้หัวโขนเพื่อแสดงเป็นบทบาทนั้น ๆ
เมมเบอร์รุ่นที่ 1 ทั้งหมดในคอนเสิร์ตครบรอบ 7 ปี 
เมมเบอร์รุ่นที่ 5 - ในงานคอนเสิร์ตครบรอบ 7 ปี มีการประกาศเมมเบอร์รุ่นที่ 5 จำนวน 14 คน โดยเป็นการเปิดตัวครั้งแรกของเหล่าเมมเบอร์รุ่นใหม่ที่จะมาสานต่อความยิ่งใหญ่ของ HKT48
เมมเบอร์ HKT48 รุ่นที่ 5
(http://akb48taimuzu.livedoor.biz/archives/54496155.html)
HKT48 ในปี ค.ศ. 2018 ก็มีหลายสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว แต่วงก็ยังคงยืนหยัดอยู่ได้จนถึงปัจจุบันด้วยความมุ่งมั่นของเมมเบอร์ ซึ่งจากนี้ไป จะต้องมาติดตามกันว่าในปี ค.ศ. 2019 จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นอะไรบ้าง

12. Produce48 กับ IZ*ONE

ไอดอลเกาหลี กับไอดอลญี่ปุ่น มีความแตกต่างกันด้วยลักษณะของตัวศิลปินอย่างชัดเจน แต่มีเป้าหมายที่จะให้ความเป็นต้นแบบกับแฟนคลับเพื่อติดตามเหมือนกัน 

ไอดอลเกาหลีมีทักษะการเต้นและทักษะการร้องที่ออกมาชนิดที่สมบูรณ์แบบ ไอดอลแสดงความสามารถออกมาอย่างเต็มที่ (ไอดอลเกาหลีมีหลักการที่ว่า "ความสุดยอดจะทำให้ทุกคนสนใจ") และสิ่งนี้เองที่ทำให้เกิดการเต้น cover โดยใช้ความสามารถที่เยี่ยมยอดของไอดอลเกาหลีเป็นต้นแบบและติดตาม 

ส่วนไอดอลญี่ปุ่นจะเริ่มจากการที่ไอดอลมีทักษะไม่มากและค่อย ๆ พัฒนาตนเอง เพื่อให้แฟนคลับได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของเหล่าไอดอล (ไอดอลญี่ปุ่นมีหลักการที่ว่า "ความพยายามไม่เคยทรยศใคร") โดยไม่จำเป็นว่าเป้าหมายสุดท้ายของไอดอลญี่ปุ่น คือนักร้องหรือนักแสดงมืออาชีพ 

หากมองดูด้วยคุณค่าของการเป็นไอดอลของสองชาตินี้แล้ว นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมไอดอลญี่ปุ่นจึงตีตลาดไม่ค่อยจะได้ในเกาหลีใต้

อย่างไรก็ตาม กลับไม่ค่อยมีใครมองว่า หากนำคุณค่าของไอดอลจากทั้งสองชาตินี้มาปั่นรวมกัน หน้าตาของไอดอลเหล่านี้จะเป็นอย่างไร และแล้วก็เกิดความร่วมมือระหว่าง AKB48 Group ของญี่ปุ่นภายใต้ Akimoto Yasushi กับสถานีโทรทัศน์ MNet ของเกาหลีใต้ เพื่อสร้างโครงการร่วมในชื่อรายการ "Produce48"

รายการ Produce48 คือการผสมผสานที่เหมือนกับการเอาคำมาสมาสเฉย ๆ แต่คุณค่าของรายการนี้กลับต่างไปจากที่ผ่านมา เพราะใช้คุณค่า "ไอดอลที่คุณพบได้" จาก AKB48 Group แถมยังมีระบบเซนเตอร์คล้าย AKB48 Group อีกด้วย โดยอาศัยรูปแบบรายการจาก Produce101 
โปสเตอร์โปรโมตรายการ Produce48
(https://www.huffingtonpost.kr/entry/story_kr_5b441366e4b0c523e261eb04)
Produce101 เป็นรายการเรียลลิตีเพื่อเฟ้นหากลุ่มศิลปิน โดยมีการฝึกและการประเมินในรายการ เป้าหมายของรายการนี้ ก็คือจัดตั้งกลุ่มศิลปินแห่งชาติ โดยมีผู้ชมเป็น "Producer แห่งชาติ" ใน 2 ซีซั่นของรายการนี้ในเกาหลีใต้ จะเริ่มต้นจากผู้ฝึกหัด 101 คน (และนั่นคือเลขเดียวกับที่ปรากฏในชื่อรายการ) 

อย่างไรก็ตาม หลังจากจบซีซั่นที่ 2 ของรายการ ก็มีกระแสต่าง ๆ ถึงซีซั่นที่ 3 ของรายการ จนกระทั่งมีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการว่า Produce101 ซีซั่นที่ 3 จะกลายร่างเป็น Produce48 พร้อมกับการมาของเมมเบอร์ AKB48 Group ในรายการนี้ที่เกาหลีใต้ ภายใต้การฝึกจากศิลปินเกาหลีใต้ ด้วยรูปแบบรายการเกาหลีใต้ เพื่อเป็นไอดอลประจำที่เกาหลีใต้ (แม้ว่า Agency จะไม่ได้เปลี่ยนแปลง และลิขสิทธิ์จะไม่ก้าวก่ายกันระหว่างสองประเทศก็ตาม)  

เริ่มต้นด้วยผู้เข้าแข่งขัน 96 คน (น้อยกว่า 101 คน แต่ใช้ 48×2 = 96) ซึ่งมาจากฝั่งญี่ปุ่น 39 คน โดยมีการโปรโมตทั้งร้านค้าและผู้เข้าแข่งขัน พร้อมทั้งโลโก้สี่เหลี่ยมที่จำนวนด้านก็เท่ากับโลโก้ AKB48 Group กับ Font "Produce" และ "48" สไตล์ต้นฉบับ
ในตัวอย่างของ Produce48 ได้ปรากฏข้อความถึงการมีผู้เข้าร่วมรายการ 96 คน
(http://www.asianjunkie.com/2018/04/11/produce-48-teaser-released-show-will-include-96-contestants-i-want-mess/)
จากรายการนี้ สิ่งที่ทำให้เมมเบอร์ AKB48 Group ได้มาอย่างแน่นอน ก็คือแฟนคลับชาวเกาหลีใต้ จะมากหรือน้อยนั้น ก็ขึ้นอยู่กับบารมีและความสามารถในการดึงดูดแฟนคลับจากเกาหลีใต้ ซึ่งสิ่งนี้เองที่จะส่งผลต่อการเลือกตั้งเซมบัตสึในปี ค.ศ. 2019 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อีกสิ่งหนึ่งที่ได้มาเช่นกัน ก็คือความสามารถระดับสุดยอดแบบไอดอลเกาหลีใต้ รายการนี้ผลิตขึ้นเพื่อสร้างไอดอลเกาหลี ดังนั้นความสามารถจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ และสิ่งที่ครูในรายการนี้มอบให้กับผู้เข้าแข่งกัน ก็ล้วนมีค่าและสามารถนำกลับไปใช้ได้ในญี่ปุ่น โดยเฉพาะการเต้นที่จัดว่ายากสุด ๆ ในซิงเกิ้ลหลัก NO WAY MAN และเพลงรองที่มีส่วนของเมมเบอร์จาก Produce48 เข้าร่วมด้วย

ผลการคัดเลือกของรายการ Produce48 ทำให้ได้สมาชิก 12 คนที่จะเดบิวต์กับวง IZ*ONE (การสะกดของชื่อวงนี้ขึ้นกับสำเนียงล้วน ๆ ว่าจะไปทางเกาหลีหรือญี่ปุ่น) โดยมีเมมเบอร์จาก AKB48 Group จำนวน 3 คนที่สามารถเข้าไปเดบิวต์ในเกาหลีใต้ได้สำเร็จ ได้แก่ Miyawaki Sakura (宮脇咲良), Yabuki Nako (矢吹奈子), และ Honda Hitomi (本田仁美) ซึ่งวงนี้จะได้ออกงานทั้งในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้
สมาชิก IZ*ONE
คำว่า IZ*ONE ล้วนมีความพิเศษที่น่าสนใจ โดย IZ เป็นการใช้ตัวอักษรที่คล้ายกับตัวเลข 12 ส่วนคำว่า ONE ก็คือ "หนึ่ง" นั่นก็หมายถึง เมมเบอร์ 12 คนรวมใจกันเป็นหนึ่งเดียว อีกทั้งที่โลโก้ยังมีเครื่องหมายดอกจันทร์หรือ "ดาว" ในภาษาอังกฤษ (*) อันบ่งบอกถึงสัญลักษณ์ของนักษัตร หากพิจารณาร่วมกับเลข 12 แล้ว โดย IZ*ONE ได้เดบิวต์วงในวันที่ 29 ตุลาคม ค.ศ. 2018 ในมินิอัลบั้ม COLOR*IZ
ปกมินิอัลบั้ม COLOR*IZ
(http://iz-one.co.kr/en/discography/)
การมาของ Produce48 และ IZ*ONE ได้เปลี่ยนหลายสิ่งไม่ว่าจะเป็นแฟนคลับจากฝั่งไอดอลเกาหลีที่จะได้เห็น AKB48 Group และการพิสูจน์ตัวเองของวงเพื่อก้าวสู่จุดสูงสุดของการเป็นยอดกลุ่มไอดอลเกาหลี-ญี่ปุ่น (กับความท้าทายที่เกาหลี-ญี่ปุ่นต้องร่วมมือกันเพื่อความยังยืน)

13. AKB48 Group Center Exam - วัดความฉลาดในเรื่องของวง

นับตั้งแต่ AKB48 ก่อตั้งขึ้นในวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ. 2005 ซึ่งเป็นวันเปิดสเตจครั้งแรกในเธียเตอร์เล็ก ๆ ในย่าน Akihabara (秋葉原) กับผู้ชมที่มีมากถึง 7 คน จนเวลาผ่านไปผู้คนก็มีจำนวนมากยิ่งขึ้นไปอีก และกลายเป็นไอดอลแห่งชาติที่มีแฟรนไชส์วงนอกประเทศญี่ปุ่น ราวกับทำโรงงานผลิตรถยนต์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าในต่างประเทศ

เพลงจำนวนมากที่ถูกแต่งให้กับ AKB48 Group, กิจกรรมต่าง ๆ ที่มีมากมายในแต่ละปี, รายการโทรทัศน์/วิทยุที่มีเยอะจนนับไม่ไหว, และสิ่งตีพิมพ์อีกมหาศาลที่ออกวางจำหน่ายโดยมีส่วนของเมมเบอร์ AKB48 Group ไปอยู่ในนั้น

เพียงแค่จำหน้าเมมเบอร์ที่มีอยู่ในตอนนี้ของ AKB48 เท่านั้นก็ว่ายากแล้ว แถมจะต้องมานั่งจำเนื้อร้องซิงเกิ้ลต่าง ๆ ที่ Akimoto Yasushi แต่งให้กับ AKB48 Group อีกเป็นพัน หรือแม้แต่ประวัติศาสตร์ AKB48 Group ที่เริ่มจะยาวเหยียดและมากขึ้นเรื่อย ๆ

ในที่สุด AKB48 Group ก็จัดการสอบวัดความรู้เกี่ยวกับ AKB48 Group ในชื่อ AKB48 group center shiken (AKB48グループ センター試験) โดยแบ่งเป็นประเภทเมมเบอร์และประเภทบุคคลทั่วไป ซึ่งการสอบก็จะมีทั้งเลือกคำตอบที่ถูกต้องและข้อสอบฟัง
(https://www.akb48.co.jp/lp/akb48test2018/index.html#top)
สัญลักษณ์ของ AKB48 group center shiken
เมมเบอร์ที่สามารถสอบได้คะแนนสูงสุด 16 อันดับแรก จะได้เข้าไปอยู่ในซิงเกิ้ลรองในซิงเกิ้ลที่ 52 ของ AKB48 ในเพลง Kimi wa Boku no Kaze (君は僕の風) โดยมีการจัดสอบในวันที่ 10 มีนาคม ค.ศ. 2018 ตามเมืองที่มีเธียเตอร์ของ AKB48 Group รวมถึงศูนย์สอบในต่างประเทศด้วย

ผลการทดสอบปรากฏว่า Mukaichi Mion (向井地美音) สามารถทำคะแนนได้สูงสุดที่ 157 คะแนน ในขณะที่อันดับที่ 2 ก็คือ Iwatate Saho (岩立沙穂) และ Kashiwagi Yuki (柏木由紀) ที่ต่างก็ทำได้ 135 คะแนน
(https://www.akb48.co.jp/lp/akb48test2018/result_member.html)
Mukaichi Mion กับการสอบวัดความรู้ AKB48 Group
(https://www.oricon.co.jp/news/2107301/photo/5/)

14. Suzuki Kurumi - AKB48 Sento-kun

Suzuki Kurumi (鈴木くるみ) เป็นเมมเบอร์ AKB48 รุ่นที่ 16 ที่มีสถิติขึ้นสเตจของเธียเตอร์มากครั้งที่สุดในรอบปี ค.ศ. 2018 แต่ถึงกระนั้น ความดังของเธอไม่ใช่เพราะเธียเตอร์ แต่เพราะสิ่งที่เล่นในรายการ AKBINGO! อย่าง Sento-kun (せんとくん)
Suzuki Kurumi (鈴木くるみ)
Sento-kun (せんとくん) คือมาสค็อตประจำเมือง Nara (奈良) ในจังหวัด Nara เพื่อฉลองราชธานีเก่า 1,300 ปีของ Heijō-kyō (平城京) ซึ่งออกแบบโดยศาตราจารย์ Yabuuchi Satoshi (籔内佐斗司) แห่งมหาวิทยาลัยโตเกียว
Sento-kun (せんとくん)
ข้อมูลที่ต่าง ๆ ของ Sento-kun ที่น่าสนใจประกอบด้วย เกิดวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2008 และมีความสามารถพิเศษที่สามารถพูดทุกภาษาบนโลกนี้ได้อย่างคล่องแคล่ว โดยลักษณะของ Sento-kun เป็นเด็กชายที่มีเขากวาง ซึ่งกวางเป็นสัตว์ผู้พิทักษ์สวรรค์ประจำเมืองนี้

อย่างไรก็ตาม Sento-kun มีรูปลักษณ์ที่ดูไม่ค่อยจะเหมือนเป็นมาสค็อตเท่าไรนัก เลยทำให้คนในเมืองไม่นิยมนำมาสค็อตนี้มาใช้เท่าไรนัก และนับวันยิ่งมีคนนำมาใช้น้อยลงจนทางเมืองแทบจะเก็บรายได้จากลิขสิทธิ์ไม่ได้ ในที่สุดทางเมืองจึงต้องยอมให้นำผลงานนี้มาใช้ฟรี ๆ เพื่อโปรโมตมาสค็อตที่ดูคล้าย ๆ กับเทพตามศาลเจ้าแห่งนี้
(https://globalvoices.org/2008/04/22/japan-love-and-hate-story-of-the-mascot-character-sento-kun/
https://www.japantimes.co.jp/news/2018/06/14/national/nara-nix-royalties-use-sento-kun-mascot/)
"เทปแรกกับ AKB Suziki Kurumi ใน AKBINGO! น่ารักจัง!"
- Muramoto Daisuke ทวิตไว้วันที่ 12 เมษายน ค.ศ. 2018
(https://twitter.com/WRHMURAMOTO/status/984406648826425344)
แต่แล้ว ด้วยความที่ Muramoto Daisuke (村本大輔) (MC รายการ AKBINGO!) ได้ออกรายการกับ Suzuki Kurumi เป็นครั้งแรก เลยทำให้เขานึกถึงมาสค็อตในตำนานตัวนี้ขึ้นมาทันที
ภาพของ Suziki Kurumi เพื่อการเปรียบเทียบโดย Muramoto Daisuke 
(https://twitter.com/WRHMURAMOTO/status/984407065933242368)
ถ้า MC เล่นเรื่องนี้โดยที่ไม่มีสตาฟรายการสนับสนุนแล้ว เรื่องของ Sento-kun คงไม่มาประจำในรายการ AKBINGO! เมื่อ Suzuki Kurumi ออกในรายการ และกลายเป็นว่า หลังจากนั้นเป็นต้นมา สตาฟก็เล่นกับเขาในเรื่องนี้ด้วย จนสตาฟของ AKB48 เอง ก็เอามาเล่นเช่นกัน
Sento-kun ที่สตาฟ AKB48 นำมาเล่นลงช่อง Official YouTube Channel ของ AKB48
(https://www.youtube.com/watch?v=0Aohd5m-mbk)
* ข้อสังเกต: ผู้เขียนสังเกตการขออนุญาตใช้มาสค็อต Sento-kun จากทางเมือง Nara ที่ AKB48 เองชอบใช้ภาพของ Sento-kun จนน่าจะเป็นเจ้าประจำไปแล้ว และไม่ได้ทำเรื่องรอบเดียวด้วย แต่ต้องทำเทปละรอบด้วย หรือพูดง่าย ๆ ก็คือสตาฟคนหนึ่งคะนองกับการขยี้ใน AKBINGO! สตาฟอีกคนหนึ่งก็ต้องมานั่งกรอกแบบฟอร์มขอใช้มาสค็อต


Suzuki Kurumi ในชุด Sento-kun จากรายการ AKBINGO! เทปวันที่ 16 ตุลาคม ค.ศ. 2018

15. รายการ Victory BNK48 

หลังจากที่ BNK48 ก่อตั้งขึ้น และเป็นที่โด่งดังอย่างรวดเร็วด้วยอัตราการกระจายฐานเสียงที่สูงลิ่ว ทำให้ BNK48 กลายเป็นวงเนื้อหอมที่ใคร ๆ ก็อยากร่วมงานด้วย และในที่สุด BNK48 ก็จับมือกับบริษัทที่ผลิตรายการโทรทัศน์อย่าง WorkPoint เพื่อสร้างรายการสำหรับ BNK48 โดยเฉพาะ
โลโก้รายการ Victory BNK48
และแล้ว รายการวาไรตี้สำหรับ BNK48 ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นในนามของ "Victory BNK48" ซึ่งกลายเป็นที่สนใจของเหล่าแฟนคลับ BNK48 ที่จะได้เห็นเมมเบอร์ในมุมมองที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

คล้ายคลึงกับรายการ AKBINGO! สำหรับรูปแบบรายการที่เน้นความหลากหลาย และคุณค่าที่ต้องการจะนำเสนอมุมมองที่แตกต่างจากที่เคยเห็นทั่วไปของเมมเบอร์ BNK48 เพียงแต่มีการแบ่งฝั่งเป็นทีมแดงและน้ำเงิน และในแต่ละสัปดาห์จะมีการเชิญดารารับเชิญ หรือ "ไอคอน" มาร่วมในรายการด้วย
รายการ Victory BNK48 ในเทปที่ 22 (ไอคอน คือทศพร ศรีตุลา (หมอช้าง))
(https://www.facebook.com/VictoryBNK48Official/photos/a.2048458782091072/2160911984179084/?type=3&theater)
หนึ่งในความน่าสนใจของรายการนี้ ก็คือการมาของ Izuta Rina (伊豆田莉奈) ซึ่งเธอเป็นเมมเบอร์จาก AKB48 ที่โดดเด่นในด้านวาไรตี้กับรายการ AKBINGO! และเมื่อมา BNK48 สิ่งที่แฟนคลับรอคอยก็คือ อยากเห็นเธอในรายการวาไรตี้ที่เมืองไทย (เนื่องจากได้ยินกิตติศัพท์จากผลงานใน AKBINGO!) 
Izuta Rina ในรายการ Victory BNK48 (เทปที่ 4)
แต่การจะมารายการอย่างไรให้ดูสนุก ก็คือการสื่อสารที่เข้าใจได้ ซึ่งสิ่งที่น่าจะเห็นได้อย่างชัดเจนจากการมาของ Izuta Rina ก็คือความพยายามในการเรียนภาษาไทย ที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วและสามารถสื่อสารกับแฟนคลับได้อย่างเข้าใจดีแล้ว

เมื่อเธอสามารถก้าวข้ามกำแพงภาษาไปได้แล้ว เธอก็สามารถถ่ายทอดสิ่งต่าง ๆ ให้เข้าถึงคนไทยได้ง่ายขึ้น รวมถึงการแสดงออกในรายการ Victory BNK48 ที่สนุกยิ่งขึ้น ด้วยรีแอ็กชันที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้เมมเบอร์ BNK48 ได้เห็นและเรียนรู้รีแอ็กชันที่สร้างความเพลิดเพลินในแบบฉบับญี่ปุ่นได้ 

อย่างน้อยที่สุดแล้ว รายการ Victory BNK48 ทำให้เมมเบอร์ได้แสดงรีแอ็กชันที่ยากจะได้เห็น และเปิดเผยตัวตนอีกด้านหนึ่งของพวกเธอที่ไม่ว่าจะหลุดโลกหรือจริงจังก็ตาม    

16. ซิงเกิ้ล Sentimental Train 

หลังจากการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 10 ก็เป็นที่ทราบโดยทั่วไปแล้วว่า Matsui Jurina คือผู้ชนะในการเลือกตั้ง และซิงเกิ้ลที่จะใช้สำหรับเซมบัตสึจากเมมเบอร์ที่ติดอันดับในการเลือกตั้ง 16 อันดับแรก ได้แก่ Sentimental Train (センチメンタルトレイン)

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับซิงเกิ้ลนี้ ก็คือการเป็นซิงเกิ้ลแรกในประวัติศาสตร์ที่มี MV ฉบับไม่สมบูรณ์ เนื่องจากช่วงที่ถ่ายทำ MV นั้น Matsui Jurina หยุดกิจกรรมกับวงเพื่อพักฟื้น และนั่นทำให้ MV ในส่วนของ Matsui Jurina ถูกเติมเต็มด้วยภาพวาด, CG, และตัวแสดงแทน
ปกซิงเกิ้ลลำดับที่ 53 Type-A แบบ Limited Edition ที่ท้องฟ้ารอคอย Matsui Jurina ให้มาเติมเต็มปกเล่มนี้
ถึงกระนั้น AKS ก็ไม่ได้นิ่งเฉย ในต้น MV ก็ได้มีการขึ้นข้อความอธิบายเหตุการณ์ดังกล่าว และในทุกแผ่นซิงเกิ้ลจะแถมรหัสสำหรับดาวน์โหลด MV ฉบับสมบูรณ์ (เฉพาะเพลงหลักเท่านั้น) ซึ่งน่าจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหา

หากจะถามถึงเหตุผลที่ทำไมถึงไม่เลื่อนวันวางจำหน่ายออกไป เพื่อรอให้เมมเบอร์กลับมาครบทุกคน ก็มีเหตุผลหลัก ๆ อยู่ 2 ประการที่ผู้เขียนเชื่อว่าน่าจะเป็นเหตุผลที่ไม่เลื่อนวันวางจำหน่าย ก็น่าจะเป็น การที่ไม่มีใครทราบวันที่ Matsui Jurina จะกลับมา และ การผลิต 4 ซิงเกิ้ลต่อหนึ่งปีของ AKB48

ส่วนเนื้อหาใน MV ของซิงเกิ้ลนั้น ผู้เขียนสังเกตหนังสือเล่มที่ Suda Akari (須田亜香里) อ่านอยู่ใน MV นั่นคือ Kaze no Matasaburō (風の又三郎) ของ Miyazawa Kenji (宮沢 賢治) ซึ่งกล่าวถึงเด็กที่ต้องออกไปยังนอกเมืองในฐานะนักเรียนแลกเปลี่ยน โดยผู้คนคิดว่าเขาคือเทพเจ้าแห่งสายลม และบทสนทนาก็ตรงพอดีกับการที่ Matsui Jurina ต้องพูดแนะนำตัวและกล่าวว่าเป็น "นักเรียนแลกเปลี่ยน" กับ Suda Akari พอดี
(http://blog.livedoor.jp/michikusa05/archives/51168876.html)
หนังสือ Kaze no Matasaburō (風の又三郎) ของ Miyazawa Kenji 
สำหรับซิงเกิ้ลที่ 53 นี้ถือว่ามีความพิเศษในหลายด้าน แต่ก็แฝงไว้ซึ่งเนื้อหาและเรื่องราวต่าง ๆ มากมายที่น่าสนใจ และผู้เขียนคาดว่าจะได้อธิบายกันในเชิงลึกต่อไป

17. Matsumura Kaori จบการศึกษาจาก SKE48

Matsumura Kaori (松村香織) หรือที่รู้จักในฐานะของ "Kenkyuusei กิตติมศักดิ์ตลอดชีพ" (終身名誉研究生) ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน ค.ศ. 2013 และ "ประธานสมาคม Kenkyuusei แห่ง AKB48 Group" ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2014 จนกระทั่งได้รับการเป็นเมมเบอร์ทีม KII ในวันที่ 26 มีนาคม ค.ศ. 2015 ทำให้ตำแหน่งทั้งสองนี้ค่อย ๆ เลือนลางหายไปในเวลาต่อมา
Matsumura Kaori (松村香織)
Matsumura Kaori เป็นเมมเบอร์ที่แก่ที่สุดของ AKB48 Group ด้วยอายุ 28 ปี แต่ก็เป็นเมมเบอร์ที่ได้รับความนิยมสูงมาโดยตลอดจากเหล่าแฟนคลับ

ในวันที่ 20 ตุลาคม ค.ศ. 2013 เธอมีซิงเกิ้ลเดียวในชื่อ Matsumurabu (マツムラブ) ซึ่งมี Sashihara Rino เป็น producer และชุดที่ทำมาจากกระดาษหนังสือพิมพ์พาดหัว AKB48 ก็ถูกนำมาใช้ในซิงเกิ้ลนี้ เนื่องด้วยข้อจำกัดทางด้านงบประมาณ
ปกซิงเกิ้ล Matsumurabu (マツムラブ)
Matsumura Kaori เป็นเมมเบอร์ที่สามารถเป็นเซนเตอร์ในยูนิตเดียวกัน นั่นคือ Undergirls (อันดับที่ 17 ในการเลือกตั้งครั้งที่ 6 และครั้งที่ 10) ซึ่งการรักษาอันดับที่ 17 นั้นยากกว่าการทำให้ได้อันดับที่ 1 เสียอีก เพราะนอกจากที่จะต้องระวังไม่ให้ใครขึ้นมาแย่งอันดับที่ 17 จากเธอไปแล้ว ยังต้องระวังพวกเซมบัตสึที่พร้อมจะหล่นลงมาได้ทุกเมื่อ
เมมเบอร์ Undergirls จากการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 10
(https://mdpr.jp/music/detail/1773483)
ในวันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 2018 Matsumura Kaori ประกาศจบการศึกษาจาก SKE48 ในงาน SKE48 Request Hour Setlist Best 100 2018 ~Member no Kazu Dake Kamikyoku wa aru~ ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับทั้งเมมเบอร์และแฟนคลับ
Matsumura Kaori ประกาศจบการศึกษาจาก SKE48
(https://e-talentbank.co.jp/news/68937/attachment/35151_surprise2_d523345/) 
ถึงกระนั้น เธอก็ยังไม่ได้จบการศึกษาอย่างเป็นทางการ เพราะเธอเองยังคงอยู่ในวง ยังไม่ผ่านงานจับมือครั้งสุดท้าย ยังไม่ผ่านสเตจจบการศึกษา ซึ่ง SKE48 จะต้องจัดทั้งสองสิ่งนี้ให้เธอ และการจบศึกษาจึงจะเสร็จสมบูรณ์

18. The 1st JKT48 Sport Competition ~ Full Power! ~ 

การแข่งขันกีฬาเป็นสิ่งที่จัดขึ้นเพื่อประชันในด้านพละกำลังและชั้นเชิงเป็นหลัก และสำหรับไอดอลก็เช่นกัน การทำงานที่หนักหน่วงย่อมต้องการร่างกายที่แข็งแรง การวัดพลังทางร่างกายอาจไม่ใช่สิ่งที่ต้องทำเป็นประจำ แต่เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการทนกับสภาพต่าง ๆ ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ซึ่งเมมเบอร์เองก็มีทั้งคนที่เก่งกีฬาสุด ๆ ไปจนถึงความสามารถทางด้านกีฬาที่แค่ได้ยินก็กลัวขึ้นมาทันที 

AKB48 Group เองก็เคยจัดการแข่งขันกีฬาให้กับเมมเบอร์มาแล้ว 4 ครั้ง นั่นคือ AKB48 Team Taiko Dai Undokai~ Kizuna yo eien ni ~ (AKB48 チーム対抗大運動会~絆よ 永遠に~) ในปี ค.ศ. 2009, Dai-2kai AKB48 Dai Undokai (第2回AKB48大運動会) ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2015, Dai-1kai AKB48 Group Taiko Dai Undokai (第1回AKB48グループ対抗大運動会) และ Dai-2kai AKB48 Group Taiko Dai Undokai (第2回AKB48グループ対抗大運動会) ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 25 สิงหาคม ค.ศ. 2015 และวันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ. 2016 ตามลำดับ โดยทีมที่เมมเบอร์จะสังกัดในการแข่งขัน ก็คือทีมที่ขึ้นแสดงบนสเตจเลย ไม่มีการจับฉลากแต่อย่างใด

หลังจากนั้น AKB48 Group ก็ว่างเว้นจากงานกีฬา และเป็น JKT48 ที่จัดงานกีฬาในวันที่ 16 กันยายน ค.ศ. 2018 ในชื่อ The 1st JKT48 Sport Competition ~ Full Power! ~ โดยทีมที่ชนะจะได้รับรางวัลเป็นทริปวันหยุด ส่วนทีมที่แพ้จะได้รับบทลงโทษที่งานจบแต่คนไม่จบ เพื่อให้การแข่งขันมีความดุเด็ดเผ็ดมันมากขึ้น
โลโก้ The 1st JKT48 Sport Competition ~ Full Power! ~
(http://jkt48.com/sports-competition)
การแข่งขันกีฬาของ JKT48 มี 10 ชนิดกีฬาให้แต่ละทีมได้แข่งขัน โดยมีการรวมคะแนนในตอนสุดท้ายเพื่อตัดสินว่าทีมใดคือผู้ชนะในการแข่งขันครั้งนี้
1. วิ่งระยะสั้น 30 เมตร
2. ปาลูกบอลเข้าห่วง
3. กลิ้งลูกบอลยักษ์
4. ยิงลูกจุดโทษ
5. Dodgeball
6. แบดมินตัน
7. งัดข้อ
8. ชักเย่อ
9. วิ่งผลัด 400 เมตร (ไม่ใช่ 4×100 แต่เป็น 5×80 เมตร)
10. กระโดดเชือก - การแข่งขันยอดนิยมของ AKB48 Group ที่เน้นความสามัคคีล้วน ๆ
Kawamoto Saya (川本紗矢) ซึ่งเข้ามาในฐานะเมมเบอร์ทีม T ชั่วคราว ได้ประลองงัดข้อกับเมมเบอร์ของ JKT48
(https://twitter.com/oricon/status/1042385314818351104)
ผลการแข่งขัน ปรากฏว่า ทีม KIII เป็นผู้ชนะ ได้รับทริปพักผ่อนวันหยุดใน Mountain villa แบบยกทีม ส่วนทีม J ซึ่งจบอันดับที่สอง ก็ได้สุขภาพที่ดีไปเป็นรางวัลทั้งทีม (หรือภาษาชาวบ้านก็คือ ไม่ได้อะไร และก็ไม่เสียอะไร)
ทีม KIII - ผู้ชนะการแข่งขันกีฬาของ JKT48
(https://www.jawapos.com/entertainment/17/09/2018/menang-dramatis-tim-kiii-juarai-sport-competition-jkt48)
ในขณะที่ทีม T ซึ่งอยู่อันดับสุดท้ายของการแข่งขัน ก็ได้รับรางวัลที่งานจบแต่คนไม่จบ นั่นคือ ทำความสะอาดสนาม GOR Simprug Pertamina ที่ JKT48 ใช้จัดการแข่งขันกีฬาครั้งนี้แบบ Exclusive ยกทีม (โดยที่ไม่มีสตาฟและเมมเบอร์ทีมอื่นช่วยเลย)
(https://www.jawapos.com/entertainment/infotainment/17/09/2018/kalah-dari-tim-kiii-saat-jkt48-sport-competiion-ini-komentar-tim-j)

19. Yamamoto Sayaka จบการศึกษาจาก NMB48

นี่เป็นข่าวใหญ่ที่หลายสำนักข่าวต้องขึ้นเป็นหัวข้อใหญ่ หรือแม้แต่วารสารรายสัปดาห์ภาษาญี่ปุ่นในไทยอย่าง WISE ยังต้องขึ้นปก Yamamoto Sayaka 

ในวันที่ 30 กรกฎาคม ค.ศ. 2018 Yamamoto Sayaka ประกาศจบการศึกษาในวันแรกของ NMB48 LIVE TOUR 2018 in Summer ซึ่งเป็นสิ่งที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนถ่ายครั้งสำคัญของ NMB48 เพื่อนำคนรุ่นใหม่เข้ามาแทนที่โดยเร็วที่สุด
Yamamoto Sayaka ประกาศจบการศึกษา
(https://www.asahi.com/articles/ASL7Z6X9TL7ZPTFC01K.html) 
การประกาศจบการศึกษาของ Yamamoto Sayaka นำไปสู่การส่งท้ายเธอในหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการจับมือครั้งสุดท้าย หรือคอนเสิร์ตจบการศึกษาของเธอในชื่อ SAYAKA SONIC ~Sayaka, Sasayaka, Sayonara, Sayaka~ (SAYAKA SONIC ~さやか、ささやか、さよなら、さやか~) ที่ยิ่งใหญ่และสมเกียรติ
Yamamoto Sayaka ในคอนเสิร์ต SAYAKA SONIC ~Sayaka, Sasayaka, Sayonara, Sayaka~
(https://saka46.at/blog/2018/10/28/yamamoto-sayaka-abschiedskonzert-zusammenfassung/)
ก่อนที่เธอจะจบการศึกษาไปนั้น ที่ร้านขายแผ่นเพลงและสื่อบันเทิงอย่าง TSUTAYA ในย่าน Shibuya ได้จัดซุ้มจับมือของ Yamamoto Sayaka โดยใช้มือของเธอเป็นต้นแบบแล้วหล่อเป็นเรซิ่นสำหรับการจำลองการจับมือของเธอ
ซุ้มจับมือของ Yamamoto Sayaka กับ Yamamoto Sayaka ตัวจริง
(https://twitter.com/SayakaNeon/status/1052440193624621056/)
เทคนิคนี้ไม่ใช่สิ่งที่ได้เห็นเป็นครั้งแรก เพราะมีประเทศหนึ่งในแถบตะวันออกกลางที่ใช้มือของคนจริง ๆ แต่ใช้ภาพจากกระดาษแข็งในการจับมือ เพื่อให้ความรู้สึกว่าได้จับมือกับบุคคลในภาพนั้นจริง ๆ
รูปแบบการจับมือโดยใช้ภาพจากกระดาษแข็ง
(https://www.youtube.com/watch?v=yeV2ufo3WDA)
การจบการศึกษาของ Yamamoto Sayaka ในวันที่ 4 พฤศจิกายน ค.ศ. 2018 ทำให้ NMB48 ต้องเปลี่ยนและผลักดันเมมเบอร์รุ่นใหม่เพื่อให้วงอยู่รอดต่อไป และผู้เขียนเชื่อว่าวงในอนาคตจากนี้จะก้าวสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง 

20. The Real 2018 WIP QUEENDOM

Tofu Pro Wrestling The Real 2018 WIP QUEENDOM in Aichi Prefectural Gymnasium เป็นการแข่งขันมวยปล้ำโดยเหล่าเมมเบอร์ AKB48 Group ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2018 ซึ่งเป็นการอีเวนท์สดครั้งที่ 2 จากต้นแบบในซีรี่ส์ที่ฉายในปี ค.ศ. 2017 อย่าง Tofu Pro Wrestling ทางช่อง TV Asahi
(https://www.wipofficial.jp/queendom/)
โลโก้การแข่งขัน The Real 2018 WIP QUEENDOM
(https://www.wipofficial.jp/queendom/)
มวยปล้ำที่ปรากฏในซีรี่ส์ มีชื่อว่า World Idol Pro Wrestling ตัวย่อ WIP ซึ่งเป็นการแข่งขันมวยปล้ำของเหล่าไอดอลญี่ปุ่น AKB48 Group โดยเป็นชื่อที่ใช้ทั้งในซีรี่ส์, MV เพลง Shoot Sign (シュートサイン), หรือแม้แต่งานแข่งขันจริงที่เปิดให้แฟนคลับได้เข้าไปชม
Tofu Pro Wrestling
(https://www.tv-asahi.co.jp/tofu-prowrestling/)
มวยปล้ำอาชีพในภาษาญี่ปุ่นเรียกสั้น ๆ ว่า Puroresu (プロレス) หรือชื่อเต็มคือ Professional Wrestling" (プロフェッショナル・レスリング) ซึ่งมีรูปแบบที่คล้ายกับของตะวันตก เพียงแต่มีรูปแบบการใช้ท่าจู่โจมที่แตกต่างออกไป

แต่ WIP ไม่ใช่สมาคมมวยปล้ำอาชีพที่เล่นเป็นอาชีพอย่างจริงจังแบบ New Japan Pro-Wrestling (NJPW) (新日本プロレス) ซึ่งเป็นสมาคมมวยปล้ำอาชีพที่มีการแข่งเป็นเรื่องเป็นราวและโด่งดังที่สุดในญี่ปุ่น (WIP ออกไปทางสมาคมมวยปล้ำเฉพาะกิจที่ตั้งขึ้นโดยคณะกรรมการกับ AKS มากกว่า)
World Idol Pro Wrestling (WIP)
(https://www.wipofficial.jp/)
WIP เป็นรายการหนึ่งที่ไม่เน้นผลแพ้ชนะในการแข่งขัน แต่เน้นความสนุกในการชมเป็นหลัก ซึ่งก็ไม่ถึงระดับที่จะเน้นความฮาล้วน ๆ แบบ Mechaike Female Wrestling ในยอดรายการตลก Mecha-Mecha Iketeru! (めちゃ²イケてるッ!)

สำหรับ The Real 2018 WIP QUEENDOM ถือว่าเป็นอีเวนท์ที่มีการแข่งทั้งแบบเดี่ยว แบบคู่ และแบบทีม คล้ายกับ The Real 2017 WIP Climax ที่จัดไปในวันที่ 29 สิงหาคม ค.ศ. 2017 โดยตัวละครหลัก (ส่วนใหญ่) ในซีรี่ส์มาอยู่ในอีเวนท์นี้เพื่อแข่งมวยปล้ำ และมีเมมเบอร์อื่น ๆ เข้าร่วมการแข่งด้วย

ใน The Real 2018 WIP QUEENDOM มีการแข่งขันทั้งหมด 7 คู่ โดยยังมีแขกรับเชิญพิเศษอีกคนหนึ่งในงานนี้ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนไกลเลย นอกเหนือจากนักมวยปล้ำมืออาชีพที่ตอนนี้ไปเล่นมวยปล้ำอาชีพในสหรัฐฯอเมริกาอย่าง Aja Kong (アジャ・コング) สังกัด Shimmer Women Athletes
(http://www.shimmerwrestling.com/p/wrestlers_3.html เมมเบอร์ลำดับที่ 139)

หากใครติดตาม AKBINGO! มาตั้งแต่อดีต จะพบว่า Aja Kong มักเข้ามาในรายการตอน Muchaburi Dodgeball (ムチャぶりドッジボール) เพื่อลงโทษเมมเบอร์ด้วยท่าต่าง ๆ ซึ่งก็จะมีฉากที่สตาฟ Uno Shinya (宇野慎也) เข้ามาหยุดความโกลาหลของสตูดิโอจาก Aja Kong แต่ก็มักจะหน้าแหกกลับไปแทบทุกครั้ง
Uno Shinya ถูก Aja Kong บังคับให้บอก Oshi-men ของตนเอง
(AKBINGO! ตอนที่ 172)
แน่นอนว่า นอกเหนือจาก WIP ก็ยังมีอีกการแข่งขันหนึ่งที่เมมเบอร์ AKB48 เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย นั่นคือ การแข่งขันมวยปล้ำที่เน้นฮาไม่เน้นรางวัลอย่าง Mechaike Female Wrestling ในรายการ Mecha-Mecha Iketeru! (めちゃ²イケてるッ!) กับเทปมวยปล้ำส่งท้ายวันที่ 17 มีนาคม ค.ศ. 2018 (เทปสุดท้ายจริง ๆ ของรายการคือวันที่ 31 มีนาคม)
Oda Erina, Yokoyama Yui,และ Komiyama Haruka ในการแข่งขันมวยปล้ำ Mechaike Female Wrestling
(https://twitter.com/Yui_yoko1208/status/974856362634051586)
แม้ว่า เรื่องนี้จะเป็นสิ่งที่น่าสนใจต่อเนื่องจากปี ค.ศ. 2017 แต่ผู้เขียนมองว่า เหตุการณ์หลักในตอนต้นปี ค.ศ. 2018 การแข่งมวยปล้ำนี้ก็คือหนึ่งในสิ่งที่น่าจับตามองไม่แพ้กัน

21. SGO48 - ASEAN ร่วมใจ ASEAN เรามาร่วมใจไหมล่ะนั่น..

วันที่ 21 มิถุนายน ค.ศ. 2018 มีการประกาศจัดตั้งวง SGO48 ขึ้น ซึ่งใช้เวียดนามเป็นฐาน และมีเมือง Ho Chi Minh เป็นที่ตั้งเธียเตอร์ของวง โดย YAG Entertainment เป็นผู้ดูแลและจัดการเมมเบอร์ในวงนี้ (บริษัทนี้ Yeah1 ถือหุ้น 85% และ AKS ถือหุ้น 10% ส่วนอีก 5% เป็นของ Geo Brain) ซึ่งการออดิชันของวงนี้ ทำด้วยความเร็วสูงราวกับได้รถไฟความเร็วสูง
การลงนามจัดตั้ง SGO48 ในวันที่ 21 มิถุนายน ค.ศ. 2018 ระหว่าง Yeah1, AKS, และ Geo Brain โดยที่ Yoshinari Natsuko เป็นผู้ลงนามจากฝั่งของ AKS
(http://saobiz.net/yeah1-se-dua-mo-hinh-nhom-nhac-akb48-ve-vn-voi-ten-goi-sgo48.html)
ในที่สุดเมมเบอร์รุ่นที่ 1 ของ SGO48 ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวในวันที่ 17 พฤศจิกายน ค.ศ. 2018 ที่โรงแรม New World Saigon ใน Ho Chi Minh City โดยมีสมาชิก 29 คน และ AKB48 เป็นคนประกาศเมมเบอร์รุ่นแรกนี้ด้วยตัวเอง
(https://twitter.com/AKB48_staff/status/1063740443991523329)
เมมเบอร์รุ่นที่ 1 ทั้ง 29 คนของ SGO48
งานแรกที่พวกเธอจะได้ปรากฏอย่างเป็นทางการ ก็คือ งาน Kizuna Ekiden 2018 ในเมือง Hanoi ที่เมมเบอร์ทีม 8 ได้ไปร่วมงาน ประกอบด้วย Yokyoyama Yui, Shimizu Maria, Oda Erina, Hama Sayuna, Shitao Miu, และ Gyoten Yurina
(https://jshowbiz.com/english/news/keyakizaka46/item/3910-sgo48-team-8-to-appear-in-hanoi-event-this-sunday.html)
เมมเบอร์ทีม 8 ที่ได้ไปงาน Kizuna Ekiden 2018
(https://toyota-team8.jp/news/list/20181113-159498480107418.php)
หลังจากนี้ มาติดตามกันว่า ซิงเกิ้ลแรกของ SGO48 จะเป็นเพลงอะไร และภาพโปรไฟล์อย่างเป็นทางการของเมมเบอร์ SGO48 จะออกมาน่ารักแค่ไหน

22. การเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 5 ของ JKT48 - ~RE:BOOST~

ในวันที่ 17 เมษายน ค.ศ. 2019 อินโดนิเซียจะจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดี ซึ่งเป็นศึกคู่รักคู่แค้นของเมื่อ 5 ปีก่อนระหว่างประธานาธิบดีอินโดนิเซียคนปัจจุบันอย่าง Joko Widodo กับ Prabowo Subianto อดีตผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษ (Kopassus) ที่ผันตัวลงเล่นการเมือง
สงครามเลือกตั้งประธานาธิบดีอินโดนิเซียในปี ค.ศ. 2019 ระหว่าง Prabowo Subianto และ Joko Widodo
(https://australiaindonesiacentre.org/indonesian-media-in-brief-candidates-for-2019-presidential-election-announced/)
ถึงกระนั้น ความสนุกของการเลือกตั้งประธานาธิบดีอินโดนิเซียก็ยังไม่มาถึง เพราะการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 5 ของ JKT48 ก็ทำให้เร้าใจไม่แพ้กัน และดูเหมือนว่ารอบนี้ จะมีความผันผวนมากเป็นพิเศษ คล้าย ๆ กับ Bitcoin ที่ราคาสูงลิ่วในปลายปีที่แล้ว จนหลายคนกวาดฮาร์ดแวร์ในตลาดคอมพิวเตอร์เพื่อขุด Bitcoin โดยเฉพาะ ก่อนที่ราคาจะตกลงไปกว่า 80% ภายในเวลาอันสั้น

Theme ที่มาในการเลือกตั้งครั้งนี้ของ JKT48 คือ ~RE:BOOST~ โดยประกาศผลการเลือกตั้งในวันที่ 17 พฤศจิกายน ค.ศ. 2018 ซึ่งในเวลาเดียวกันนี้ ก็มีศึกฟุตบอล AFF Suzuki Cup ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน โดยทีมชาติอินโดนิเซียโดนทีมชาติไทยยิงถล่ม 4-2 ทั้ง ๆ ที่อินโดนิเซียขึ้นนำก่อน 1-0 แล้วโดนไทยจัดการรวดเดียว 4 ประตูแบบไม่เกรงใจมิตรภาพระหว่างสองชาติกันเลย และเหตุการณ์นี้ก็น่าจะเบียดข่าวผลการเลือกตั้งไปเลย
โปสเตอร์โปรโมตงานเลือกตั้งของ JKT48 
สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ก็บอกได้เลยว่า reboost สมชื่อจริง ๆ เพราะอะไรที่ไม่เคยมีมาก่อนก็ดันมามีในปีนี้ ส่วนอะไรที่น่าจะมีในปีนี้ ก็ดันไม่มีไปเสียดื้อ ๆ เสียอย่างนั้น

มาเริ่มกันที่ผู้ชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ นั่นคือ Cindy Yuvia จากทีม J ที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี กับการมาแรงแซงทางโค้งด้วยคะแนนเสียงถล่มถลาย 68,031 คะแนน หลังจากที่ปีที่แล้ว จบเพียงอันดับที่ 5 เท่านั้น
Cindy Yuvia กับราชินีแห่ง JKT48 คนใหม่
(https://twitter.com/_JKT48TeamJ/status/1063828436458733571)
ส่วนอันดับที่ 2 ตกเป็นของ Shani Indira Natio (ทีม KIII) แชมป์เก่าในการเลือกตั้งปีที่แล้ว ซึ่งคะแนนเสียงน้อยกว่าการเลือกตั้งครั้งก่อนเพียง 63 คะแนน (ในปีนี้ เธอได้คะแนนเสียง 47,654 คะแนน)
Shani Indira Natio กับอันดับที่ 2 ในการเลือกตั้ง
(https://twitter.com/N_ShaniJKT48/status/1063833923837341698) 
ข้อสังเกตหนึ่งที่ผู้เขียนเห็น ก็คือในการเลือกครั้งนี้ ในช่วงประกาศผลด่วนรอบที่ 2 นั้น Cindy Yuvia ได้คะแนน 27,350 คะแนน มากกว่า Shani Indira Natio เพียงแค่ 1 คะแนนเท่านั้น จนทำให้เกิดกระแสใน SNS ที่มีการใช้ Hashtag ที่เกี่ยวกับเธอทั้งสองคนล้อไปกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีอินโดนิเซียที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้

ในขณะที่อันดับที่ 3 คือ Sinka Juliani จากทีม J ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว เธอหลุดอันดับในการเลือกตั้ง (ไม่ใช่ไม่ได้ลงเลือกตั้งแต่อย่างใด) ส่วนอันดับที่ 4 เป็นหน้าใหม่จากยูนิตย่อย 4 Gulali (Haruka Project) นั่นคือ Feni Fitriyanti สังกัดทีม J ซึ่งเป็นที่คาดไม่ถึงว่าปีนี้ เธอจะมาแรงแซงทางโค้งจนสามารถคว้าที่ 4 ไปครอง

ในขณะที่ นักเรียนแลกเปลี่ยนกับ AKB48 อย่าง Stephanie Pricilla Indarto Putri (สังกัดทีม J) ก็เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการหน้าใหม่จาก JKT48 โดยจบอันดับที่ 7 ไปได้ด้วยแรงสนับสนุนจากเมืองนอกที่ได้เห็นผลงานของเธอแล้วอยากจะผลักดันให้ติดอันดับในการเลือกตั้ง
Stephanie Pricilla Indarto Putri กับอันดับที่ 7
(https://twitter.com/P_StefiJKT48/status/1063841361101709312)
ขบวนการหน้าใหม่เข้ามาติดในเซมบัตสึอาจจะไม่สนุกเท่ากับการที่เด็กฝึกหัดที่ตอนนี้ต้องเรียกว่า "JKT48 Academy" (ก่อตั้งวันที่ 15 เมษายน ค.ศ. 2018 ซึ่งผู้เขียนจะไปพูดอีกทีในข้อที่ 45 เพราะคิดว่ามีอะไรให้อธิบายได้เยอะกว่านี้) สามารถเข้าไปติดในเซมบัตสึได้แล้ว และผู้โชคดีคนนั้นคือ Gabryela Marcelina (Class A)
Gabryela Marcelina กับอันดับที่ 16
(https://twitter.com/Gabryela_JKT48/status/1063833926563651584) 
เมื่อมีขบวนการหน้าใหม่ขึ้นมาติดเซมบัตสึอย่างมีความสุข ก็ต้องมีเมมเบอร์เจ้าเก่าที่โดนเตะออกจากเซมบัตสึอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยผู้โชคร้ายที่น่าจะหนักสุดถึงขั้นหลุดอันดับการเลือกตั้งไปเลย นั่นคือ Saktia Oktapyani (สังกัดทีม J)
Saktia Oktapyani กับภาพที่ทวิตในวันประกาศผลการเลือกตั้ง (ภาพนี้เจ้าตัวใช้โทนขาวดำ ผู้เขียนไม่ได้ photoshop แต่อย่างใด)
(https://twitter.com/Via_JKT48/status/1063827896609865734)
ปล. ผู้เขียนจะเอาใจช่วย ให้กลับมาติดอันดับในการเลือกตั้งปีหน้า
และที่น่าจะช้ำใจมากที่สุดก็คงเป็น Shania Junianatha ผู้เป็นกัปตันของ JKT48 ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา หลังจากที่ Melody Nurramdhani Laksani ส่งต่อตำแหน่งหัวหน้าวงนี้ให้กับเธอ
Melody Nurramdhani Laksani กับ Shania Junianatha
(https://hiveminer.com/Tags/melody%2Cshania/Recent)
Shania Junianatha ได้สัมผัสกับคำว่า "Undergirls" เป็นครั้งแรกในชีวิต ด้วยการจบอันดับที่ 25 หลังจากที่การเลือกตั้งทั้ง 4 ครั้ง เธอไม่เคยหลุดเซมบัตสึเลย ด้วยความนิยมที่ตกฮวบจากคะแนนที่หายไปกว่า 24,000 คะแนน โดยอย่างน้อยที่สุด อันดับก็ควรจะค่อย ๆ ร่วงทีละ 2 อันดับ (ตามสถิติที่ผ่านมา: 4→6→6→8) หรือไม่ก็ควรกลับมาดีขึ้นอีกครั้ง ท้ายที่สุดแล้ว เธอจึงตัดสินใจประกาศจบการศึกษากลางงานเลือกตั้งเลย
Shania Junianatha กัปตันวง JKT48 ประกาศจบการศึกษากลางงานเลือกตั้ง
(https://www.jawapos.com/entertainment/music-movie/17/11/2018/ingin-bangun-mimpi-yang-lebih-besar-shania-umumkan-lulus-dari-jkt48)
Shania Junianatha กัปตันวง JKT48 โบกมือทักทายแฟน ๆ ด้วยสีหน้าที่ฝืนยิ้มรับความเจ็บปวด
(https://www.jawapos.com/entertainment/music-movie/17/11/2018/ingin-bangun-mimpi-yang-lebih-besar-shania-umumkan-lulus-dari-jkt48)
จากการเลือกตั้งของ JKT48 ครั้งนี้ ทำให้ผู้เขียนเชื่อว่า JKT48 กำลังประสบปัญหาความนิยมที่ผันผวนไปมาอย่างรุนแรง หน้าใหม่ก็มาแทนที่ในเซมบัตสึเป็นจำนวนมาก ส่วนหน้าเก่าหลายคนก็ร่วงหายไปเป็นจำนวนมากเช่นกัน

ความนิยม JKT48 ก็ไม่ได้ลดลงหายไปไหน คะแนนเลือกตั้งของ Cindy Yuvia สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ของ JKT48 ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยที่เมมเบอร์แถวหน้า ๆ ทำไว้ใน 1-2 ปีก่อนที่ประมาณ 40,000 คะแนน

แต่อนาคตของวงอยู่ในช่วงที่เรียกว่า "สุญญากาศ" เนื่องจากเมมเบอร์ระดับแถวหน้าของวงที่รู้จักกันเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเมมเบอร์จาก AKB48 อย่าง Chikano Rina (近野莉菜), อดีตกัปตันของ JKT48 อย่าง Melody Nurramdhani Laksani, หรือแม้แต่ Devi Kinal Putri ต่างก็จบการศึกษาในปี ค.ศ. 2018 ทั้งสิ้น ทำให้เมมเบอร์คนอื่น ๆ สามารถเข้ามาในเซมบัตสึได้ในฐานะเมมเบอร์หน้าใหม่ แต่เมมเบอร์ที่หลุดออกไปทั้ง ๆ ที่เคยยืนอยู่ในตำแหน่งนั้น กลับทำให้เป็นที่น่าสงสัยแล้วว่า JKT48 เกิดอะไรขึ้นกันแน่ 

23. ซิงเกิ้ล NO WAY MAN

ซิงเกิ้ลลำดับที่ 54 ของ AKB48 ในชื่อ NO WAY MAN เป็นซิงเกิ้ลที่มีเซมบัตสึ 23 คน และมีการวางจำหน่ายแผ่นซิงเกิ้ลไปยังฮ่องกง, ไต้หวัน (สาธารณรัฐจีน), และเกาหลีใต้ โดยวางจำหน่ายในวันที่ 28 พฤศจิกายน ค.ศ. 2018

ซิงเกิ้ล NO WAY MAN มี Miyawaki Sakura (宮脇咲良) เป็นเซนเตอร์ โดยเป็นซิงเกิ้ลที่มีความพิเศษไม่แพ้ซิงเกิ้ลอื่น ๆ เช่นกัน ดังนี้
ปกซิงเกิ้ล NO WAY MAN ฉบับเธียเตอร์
ซิงเกิ้ลส่งท้ายของเมมเบอร์ที่ไป IZ*ONE Miyawaki Sakura, Yabuki Nako (矢吹奈子), และ Honda Hitomi (本田仁美) คือเมมเบอร์ฝั่งญี่ปุ่นที่ได้รับการโหวตให้ไปเดบิวต์กับ IZ*ONE ซึ่งทั้งสามคนจะเป็นเซมบัตสึซิงเกิ้ล NO WAY MAN ก่อนที่จะพักงานเป็นเวลา 2 ปีครึ่งตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม ค.ศ. 2018

ซิงเกิ้ลที่มีท่าเต้นยากที่สุดในประวัติศาสตร์ - หากเป็นซิงเกิ้ลที่ออกมาโดยอิงรายการของเกาหลีใต้อย่าง Produce48 และ IZ*ONE ที่ประจำในเกาหลีใต้ (แต่ออกงานทั้งในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้) การจะเอาชนะใจแฟนคลับในเกาหลีใต้ ก็คือทำไอดอลให้คล้ายกับแบบเกาหลีโดยคงความเป็นไอดอลญี่ปุ่น ก็คือการเต้นที่ต้องสมบูรณ์มากขึ้น โดยความสามารถในการเต้นที่มีความยากและสุดยอดเช่นนี้ ก็คือสิ่งหนึ่งที่รายการ Produce48 มอบให้กับผู้เข้าแข่งขัน เพื่อความสามารถที่สูงขึ้น

ซิงเกิ้ลที่ไม่มี Matsui Jurina - เพราะความไม่แน่นอนของเวลาที่ Matsui Jurina จะกลับมา ทำให้เธอไม่ติดเซมบัตสึซิงเกิ้ลหลักของ AKB48 นี้ โดยสตาฟได้วางแผนมาตั้งแต่แรกถึงการจัดเมมเบอร์และตำแหน่งแล้ว และสภาพของเธอที่ยังไม่สมบูรณ์เต็มร้อย ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้สตาฟมองว่า เธออาจยังไม่พร้อมต่อการฝึกท่าเต้นที่สุดยากเช่นนี้

ซิงเกิ้ลรองกับเมมเบอร์จาก Produce48 - เมมเบอร์ที่ไม่ได้ไปกับ IZ*ONE (ตกรอบจาก Produce48) ก็ยังได้ปรากฏในซิงเกิ้ลรองของ NO WAY MAN เพื่อเป็นกำลังใจและปลอบใจในการไปเป็นตัวแทนฝั่งญี่ปุ่นที่แสดงศักยภาพของเมมเบอร์ 

หากจะพูดโดยง่ายแล้ว นี่คือซิงเกิ้ลที่ออกมาเพื่อเมมเบอร์ที่ไป Produce48 และยังมีซิงเกิ้ลรองที่แบ่งอายุไม่ว่าจะเป็นเซมบัตสึ U-16, U-19, และผู้ใหญ่อีกด้วย 

สำหรับซิงเกิ้ลที่ 54 นี้ ถือว่าเป็นซิงเกิ้ลสุดท้ายในปี ค.ศ. 2018 ของ AKB48 และเป็นการส่งท้ายเมมเบอร์ 3 คนที่จะไป IZ*ONE อีกด้วย

24. AKB48 CHINA - อันนี้แหละ ของจริง!

หลังจากที่ SNH48 แยกตัวจาก AKB48 Group ด้วยเหตุผลบางประการในปี ค.ศ. 2016 ทำให้ AKS เจ็บใจเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะมีเมมเบอร์ดังจากญี่ปุ่นย้ายไปอยู่ด้วย, แปลเพลงเด็ด ๆ จาก AKB48 ให้ไปโดดเด่นในจีน, และยังได้เรียนรู้ระบบการทำงานของวงไอดอลญี่ปุ่นที่ยิ่งใหญ่นี้ไป ส่วน AKS ก็ได้แต่เฝ้าดูวันที่ SNH48 เป็นตัวของตัวเองและขยายวงน้องสาวของ SNH48 ไปในจีน
เมมเบอร์ SNH ในปี ค.ศ. 2018
ในที่สุด AKS กลับมาขึ้นฝั่งที่ Shanghai อีกครั้ง แต่มาภายใต้การควบคุมของ AKS เองเพื่อป้องกันการหักหลัง ซึ่งมีแผนที่จะกลับมาทำวงไอดอลญี่ปุ่นในจีนอีกครั้งในชื่อ "AKB48 China"

การมาในรอบนี้ จะไม่ได้มาเหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะลูกเล่นเดิม ๆ นั้น SNH48 รู้ทางหมดแล้ว เมื่อเป็นเช่นนั้น เลยประกาศจัดการออดิชันรอบหนึ่งขึ้นมาก่อนในวันที่ 26 ตุลาคม ค.ศ. 2017
(https://ameblo.jp/akihabara48/entry-12322958659.html)

หลังจากการออดิชันเสร็จสมบูรณ์ เมมเบอร์ที่ผ่านการออดิชัน AKB48 China นี้ไปลงในการแข่งขัน Produce101 China (創造101) ซึ่งเดิมทีมี 3 คน แต่ขอถอนตัวหนึ่งคน ทำให้เหลือเพียง 2 คนที่ได้ไปออกรายการ Produce101 China ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะไม่ได้ไปในรอบลึก ๆ แต่สิ่งที่สองคนได้มา ก็คือความนิยมในระดับหนึ่ง พร้อมกับประสบการณ์
เมมเบอร์ 2 คนที่ได้ไป Produce101 China
สิ่งนี้เอง ที่ทำให้ AKB48 China ค่อย ๆ ซึมเข้าไปในฐานเสียงแฟนคลับในจีน แต่ก็ไม่ได้ทำโดยทันที เพราะสิ่งที่ยังเป็นอุปสรรคอยู่ก็คือ SNH48 ดังนั้น จึงต้องใช้กลวิธีกลมกลืนกับธรรมชาติ เพื่อให้ดูเข้าถึงง่าย (สังเกตจากการที่ได้เมมเบอร์กลุ่มแรกสุด 2 คนแล้วนำไปออกรายการ Produce101 China ทันที) และขั้นแรกก็คือ การก่อตั้ง AKB48 Team SH

AKB48 Team SH ประกาศรับสมัครออดิชันในรุ่นที่ 1 โดยเกิดขึ้นก่อนที่ Produce101 China จะเริ่มออกฉายในวันที่ 21 เมษายน ค.ศ. 2018 เพียง 11 วัน (ซึ่งเทปแรกก็เปิดเผยแล้วว่ามี AKB48 China อยู่จริง) และจากนั้นก็ได้เมมเบอร์รุ่นที่ 1 จำนวน 34 คนเข้าสู่วงในวันที่ 24 กรกฎาคม ค.ศ. 2018
เมมเบอร์รุ่นที่ 1 ของ AKB48 Team SH จำนวน 34 คน
(https://twitter.com/akb48_team_sh/status/1022377502797258752) 
แต่ท้ายที่สุดแล้ว มีเมมเบอร์เพียง 23 คนที่ยังคงอยู่ในวงโดยประกาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ. 2018 และเริ่มทำการฝึกฝนอย่างหนักเพื่อเตรียมตัวเปิดซิงเกิ้ลแรกในช่วงสิ้นปี
(https://twitter.com/akb48_team_sh/status/1027091860538372096)   
เมมเบอร์ 23 คนของ AKB48 Team SH ที่ประกาศอย่างเป็นทางการ
(https://www.stardary.com/post/5b934f5d99917b2de430c11d)
หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมยอดไลค์ใน Facebook หรือยอดติดตามใน Twitter ถึงน้อยกว่า AKB48 Team TP จากจีน (ไต้หวัน) สาเหตุหลักเลยคือ Censorship ในจีนที่สั่งปิดการเข้าถึง Facebook และ Twitter (รวมถึงสื่นอื่น ๆ อีกจำนวนมาก) ทำให้จีน (ไต้หวัน) ที่เสรีในเรื่องนี้สามารถเข้าถึงการติดตามข่าวสารจากช่องทาง Official บน SNS ดังกล่าวได้มากกว่า

ทีนี้ AKS ที่คุม AKB48 Team SH เองก็อาจไม่ได้ตระหนักว่าระบบการใช้งานอินเตอร์เน็ตและ SNS ในจีนกับที่อื่น ๆ ในโลกไม่เหมือนกัน ดังนั้น ช่องทางเดียวที่พอจะเข้าถึงคนจีนได้ง่ายแบบไม่ต้องหลบด้วย VPN ก็คือ เปิด Weibo (微博) ซึ่งก็มีคนติดตามประมาณ 140,000 คน ในขณะที่ AKB48 China มีผู้ติดตามถึง 580,000 คน (ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2018) นั่นคือ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความนิยมของวง แต่เป็นปัญหาที่ SNS ที่ใช้สื่อสารกับแฟนคลับชาวจีนต่างหาก

ในตอนนี้ AKB48 Team SH ก็มีหัวหน้าวงคนแรก นั่นคือ Mao Weijia (毛唯嘉) ซึ่งเป็นหนึ่งสองคนที่ไปรายการ Produce101 China
Mao Weijia (毛唯嘉)
การมางานครั้งแรกของ AKB48 Team SH เกิดขึ้นในวันที่ 27 ตุลาคมในงาน Tmall x AIF2018 (Asia Idol Festival) โดยเมมเบอร์ AKB48 จำนวน 6 คนที่จะมาในงานนี้ ประกอบด้วย Mogi Shinobu, Takahashi Juri, Kato Rena, Murayama Yuiri, Minegishi Minami, และ Nakanishi Chiyori
โปสเตอร์งาน Tmall x AIF2018
(https://saka46.at/en/blog/2018/10/25/team-sh-wird-diesen-samstag-debuetieren/)
งานเปิดตัวเมมเบอร์ AKB48 Team SH ในการแสดงครั้งแรกก็ผ่านไปด้วยดี และได้มีโอกาสทำความรู้จักกันระหว่างเมมเบอร์ AKB48 จากญี่ปุ่นกับ AKB48 Team SH โดยในเวลานั้น เมมเบอร์ของ AKB48 Team SH เหลือเพียง 21 คนที่สามารถออกงานได้
เมมเบอร์ AKB48 กับเมมเบอร์ AKB48 Team SH
(https://twitter.com/juri_t_official/status/1056186614068666368) 
ใน Weibo ของ AKB48 Team SH ก็ได้มีการเปิดเผยห้องที่เหล่าเมมเบอร์จะได้อาศัยและฝึกซ้อม ซึ่งมีความเป็นสีชมพูเหมือนสีของ AKB48 มาก ๆ
ภาพตัวอย่างห้องพักของเมมเบอร์ AKB48 Team SH
(https://www.weibo.com/akb48teamsh?is_hot=1#_rnd1542469113702)
ส่วนซิงเกิ้ลแรกของ AKB48 Team SH ก็เปิดด้วย LOVE TRIP ที่ยกเมมเบอร์ในวงทั้ง 21 คนไปถ่ายทำถึงเธียเตอร์ AKB48 อันเป็นตำนานของญี่ปุ่น โดยออกวางจำหน่ายในวันที่ 3 ธันวาคม ค.ศ. 2018
ภาพโปรโมตซิงเกิ้ล LOVE TRIP ของ AKB48 Team SH
(https://www.weibo.com/6395178860/H4pynFq8Z?type=comment#_rnd1543748468287)
เมมเบอร์ทั้ง 21 คนของ AKB48 Team SH ในซิงเกิ้ลแรก "LOVE TRIP"
(https://www.weibo.com/6395178860/H5HLSxY4x?type=comment#_rnd1544323393282)
หากอยากรู้เรื่องราวของ AKB48 Team SH ก็แนะนำให้ติดตามผ่าน Weibo จะดีกว่า เพราะเป็นช่องทางเพียงไม่กี่ทางที่จะรู้ถึงคนจีนและเมมเบอร์ AKB48 Team SH จากจีน 


25. Oguri Yui - ดาวรุ่งฟอร์มร้อนแรงที่สุดแห่งปี ค.ศ. 2018


AKB48 ในปี ค.ศ. 2018 ผู้เขียนมองว่า เมมเบอร์ได้รับการผลักดันจากสตาฟอย่างเต็มที่ ก็คงหนีไม่พ้น  Oguri Yui (小栗有以) เมมเบอร์ทีม 8 จาก Tokyo
Oguri Yui (小栗有以)
ในปี ค.ศ. 2018 ถือว่าเป็นปีที่ Oguri Yui ได้เฉิดฉายใน AKB48 อย่างมีนัยสำคัญเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการเป็นเซนเตอร์ซิงเกิ้ล Teacher Teacher และตัวละครหลักในซีรี่ส์ Majimuri Gakuen (マジムリ学園) ที่เธอได้รับบทในฐานะตัวเอกของงานเป็นครั้งแรก (ทั้งในซิงเกิ้ลและงานละคร)
Oguri Yui ในซีรี่ส์ Majimuri Gakuen (マジムリ学園)
(http://www.ntv.co.jp/majimuri/)
ดาวรุ่งที่ร้อนแรงที่สุดในปี ค.ศ. 2018 ซึ่งได้อยู่เคียงคู่กับผู้จัดการทั่วไปอย่าง Yokoyama Yui ทั้งในยูนิตเป่ายิงฉุบ Yuiyuihan (ゆいゆいはん) และคู่ตลกในรายการ The W 2018 ก็ชัดเจนแล้วว่า เธอได้รับการสนับสนุนที่มากมาย และยังได้ร่วมงานกับผู้ที่ทรงพลังที่สุดคนหนึ่งของ AKB48 Group ในวัย 16 ปีเท่านั้น
Oguri Yui และ Yokoyama Yui
(AKBINGO! ตอนที่ 519)
สอดคล้องกับการควบทีม 8 กับทีมดั้งเดิมของ AKB48 ที่เกิดขึ้น ซึ่งจุดหมายของการควบทีม นอกเหนือจากการเพิ่มจำนวนเมมเบอร์ในทีมที่แสดงบนสเตจให้มีจำนวนที่มากขึ้นแล้ว ยังเป็นการผลักดันทีม 8 ให้โดดเด่นมากขึ้น นอกจากนี้ การที่ Oguri Yui ขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 51 ในการเลือกตั้งครั้งที่ 9 (ติดอันดับครั้งแรก) ด้วยอายุที่ยังไม่มาก ก็ยิ่งสนับสนุนให้เกิดการผลักดันเธอในช่วงที่ผ่านมาเช่นกัน

ในปี ค.ศ. 2018 จากอันดับที่ 51 ในครั้งที่แล้ว ก็ขึ้นมาเป็นอันดับที่ 25 ในการเลือกตั้งครั้งที่ 10 (Undergirls) ซึ่งส่วนหนึ่งของอันดับที่สูงขึ้นก็เป็นผลมาจากการผลักดันของสตาฟ และฐานเสียงของแฟนคลับที่แข็งแกร่งขึ้น (คะแนนเพิ่มขึ้นประมาณหนึ่งหมื่นคะแนน) และในปี ค.ศ. 2019 อาจจะได้เห็นเธออยู่ตรงที่เซมบัตสึในการเลือกตั้งก็เป็นได้

26. Mukaichi Mion - ทายาทแห่งผู้จัดการทั่วไป

ผู้จัดการทั่วไป คือตำแหน่งพิเศษที่เปรียบได้กับเป็นผู้นำของวง มีหน้าที่ดูแลเมมเบอร์ที่อยู่ในวงแล้ว ดูแลวงที่อยู่ในต่างประเทศ รับฟังปัญหาของเหล่าเมมเบอร์เพื่อให้คำปรึกษาและหาทางแก้ไข ประสานงานระหว่างผู้บริหารและเมมเบอร์ ยิ่งไปกว่านั้น ยังต้องมีส่วนในการโปรโมตโปรเจคและงานสำคัญต่าง ๆ ในฐานะตัวแทนของ AKB48 หรือ AKB48 Group อีกด้วย
(https://www.sbs.com.au/popasia/blog/2014/12/09/what-it-be-general-manager-akb48-takahashi-minami-explains-her-graduation-speech
http://akb48wup.com/2012/09/akimoto-yasuchi-general-manager-is-an-upper-position-than-managers-like-togasaki/)


การเป็นผู้จัดการทั่วไปนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เนื่องจากต้องใช้ภาวะผู้นำที่สูงมากถึงมากที่สุด ต้องมีความสามารถเพียงพอต่อการเป็นที่พึ่งของเหล่าเมมเบอร์ทั้งหลาย และยังต้องเป็นบุคคลที่เสียสละมากพอต่อการนำวงให้เดินหน้าต่อไป ไม่ว่าใครที่อยากจะเป็นตรงนี้ ล้วนเป็นผู้ที่เสียสละเป็นอย่างยิ่ง เพื่ออนาคตของวงและอนาคตของเมมเบอร์

ในการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 10 มีสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจ นั่นคือการที่ Mukaichi Mion (向井地美音) เมมเบอร์ที่ได้อันดับที่ 13 ประกาศต่อหน้าสาธารณชนที่รับชมอย่างใจจดใจจ่อว่า
「いつの日か、AKB48の総監督になりたいです!」
แปลว่า "วันใดวันหนึ่งข้างหน้า ฉันอยากที่จะเป็นผู้จัดการทั่วไปของ AKB48 ค่ะ"
AKBNews ในรายการ AKBINGO! วันที่ 19 มิถุนายน ค.ศ. 2018 ได้อธิบายคำพูดของ Mukaichi Mion ไว้
จากนั้นภาพก็ตัดไปที่ผู้คนใน Nagoya Dome ที่ปรบมือและภาพของ Yokoyama Yui (横山由依) ผู้จัดการทั่วไปคนปัจจุบันที่ยิ้มให้กับคำพูดนี้
(เนื้อหาดังกล่าวสามาถอ่านในฉบับเต็มได้ที่ https://48studies.blogspot.com/2018/07/anal1-next-soukantoku-48group.html)

เมื่อ Mukaichi Mion กล้าที่จะขอตำแหน่งนี้กันแบบตรง ๆ ต่อหน้าสาธารณชนแล้ว Yokoyama Yui ก็สนองความต้องการนั้นแบบตรง ๆ ต่อหน้าสาธารณชนเช่นกัน ในวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ. 2018 ซึ่งเป็นวันที่มีการแสดงสเตจพิเศษครบรอบ 13 ปีของ AKB48 ในช่วงหนึ่งของการแสดง Yokoyama Yui ได้กล่าวไว้ดังนี้ (นี่คือส่วนหนึ่งของคำพูดที่เธอได้กล่าวไว้)..
「この場で次期総監督を指名して、その子の成長を見守って、その子がグループを任せられるかなと思ったら卒業したいと思います。それまではAKB48の一員としていさせてください。次期総監督は向井地美音ちゃんにお願いしたいと思います」
แปลว่า "ฉันจะกำหนดผู้ที่จะเป็นผู้จัดการทั่วไป ณ ที่นี้ คอยเผ้าดูการเติบโตของเด็กคนนั้น ฉันคิดว่าฉันจะจบการศึกษา เมื่อฉันคิดว่าเด็กคนนั้นสามารถดูแลความรับรับผิดชอบของวงได้แล้ว จนถึงตอนนั้น ฉันจะยังเป็นส่วนหนึ่งของ AKB48 ต่อไป ผู้จัดการทั่วไปคนต่อไปนั่นคือ Mukaichi Mion ค่ะ"
(https://twitter.com/s_egg/status/1071360288903979008)
Mukaichi Mion กับ Yokoyama Yui ในสเตจครบรอบ 13 ปีของ AKB48
(https://twitter.com/oricon/status/1071389412037029889)
และนั่น ก็คือการประกาศของ Yokoyama Yui ที่กลายเป็นการนับถอยหลังอายุงานเมมเบอร์ AKB48 ของตัวเธอเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่เธอได้เข้าสู่อายุ 26 ปีในวันที่ 8 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันเกิดของเธอเอง เพื่อเปิดทางให้เมมเบอร์รุ่นใหม่ได้เข้ามาดูแลวงต่อไป
Yokoyama Yui ในงานวันเกิดปีที่ 26 ของเธอ
(https://twitter.com/Yui_yoko1208/status/1071064873168031744) 
อย่างไรก็ตาม การเลือกทายาทของผู้จัดการทั่วไปในครั้งนี้ ก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่น่าประหลาดใจในเชิงประวัติศาสตร์เลย เนื่องจากเคยมีเหตุการณ์ในทำนองนี้เกิดขึ้นมาแล้ว เช่น ผู้นำเผด็จการสเปนอย่าง Francisco Franco เลือกสมเด็จพระราชาธิบดี Juan Carlos I  ในปี ค.ศ. 1969 หรือการที่ประธานาธิบดีรัสเซีย Boris Yeltsin วางตัว Vladimir Putin ให้ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีต่อจากตนหลังลาออกจากตำแหน่งในปี ค.ศ. 1999 (เพื่อเปิดทางให้มีการเลือกตั้ง)

หลังจากนี้ Yokoyama Yui จะเข้าสู่ช่วงของการสอนงานความเป็นผู้นำให้กับ Mukaichi Mion อย่างเต็มตัว ซึ่งอาจจะมองว่าหลังจากนี้เป็นช่วงของการถ่ายโอนอำนาจก็ได้ โดยในบทความที่เคยเขียนมาแล้ว ได้กล่าวถึงโอกาส และการพิสูจน์ตัวตนต่าง ๆ ในอนาคต
(https://48studies.blogspot.com/2018/07/anal1-next-soukantoku-48group.html)

หลังจากนี้ จะได้เห็น Yokoyama Yui เดินหรืออยู่เคียงข้าง Mukaichi Mion อย่างแน่นอน เพื่อสอนการทำงานและให้พื้นที่สื่อกับทายาทในการปรากฏตัว และเป็นที่รู้จักมากพอต่อการเข้าถึงเครือข่ายในวงการบันเทิงญี่ปุ่นที่ยิ่งใหญ่และมีการแข่งขันสูง

ที่ผ่านมา Takahashi Minami (高橋みなみ) และ Yokoyama Yui ซึ่งเป็นผู้จัดการทั่วไป ก็เคยเป็นหัวหน้าทีม A มาก่อนหน้านี้แล้ว ดังนั้น การขึ้นสู่ผู้จัดการทั่วไปของ Mukaichi Mion อาจไม่ได้มาจาก "หัวหน้าทีม A" ดังที่ผู้จัดการทั่วไปคนก่อนหน้านี้เคยเป็นอยู่

การสืบทอดตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปเป็นที่ชัดเจนแล้ว เหลือเพียงวันเวลาที่เหมาะสมที่จะทำให้เกิดขึ้น ซึ่ง Yokoyama Yui ในอายุ 26 ปีก็ได้ประกาศอย่างชัดเจนถึงการถ่ายโอนอำนาจของเธอ และเวลาที่เหลือน้อยลงทุกขณะของเธอ จากนี้ไปก็มาติดตามถึงอนาคตของ AKB48 Group ที่จะเกิดขึ้น

27. Iriyama Anna - แลกเปลี่ยนที่เม็กซิโก

ไอดอลสาย "Cool Beauty" Iriyama Anna (入山杏奈) ซึ่งนอกจากจะมีความฉลาดแล้ว ยังมีความนิยมที่อยู่ในระดับที่สูงเช่นกัน
Iriyama Anna (入山杏奈)
Iriyama Anna เดินทางไปเม็กซิโกเป็นเวลา 1 ปีตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน ค.ศ. 2018 เพื่อไปร่วมแสดงในละครโทรทัศน์เรื่อง Like, la leyenda ทางช่อง Televisa โดยเธอรับบทเป็น Keiko Kobayashi สาวน้อยที่มาร่วม LIKE โดยทิ้งภูมิหลังไว้เป็นปริศนา
Iriyama Anna ในบท Keiko Kobayashi
(http://www.fanpop.com/clubs/akb48/images/41625175/title/iriyama-anna-like-la-leyenda-photo)
Like, la leyenda เล่าเรื่องของเด็กรุ่นใหม่ที่เข้ามาเรียนที่ Life Institute of Knowledge and Evolution (LIKE) ซึ่งมีนักเรยนหลายสัญชาติที่เข้ามาอยู่ร่วมกันในสถาบันแห่งนี้ และเกิดเรื่องราว ๆ ต่างมากมาย

ผู้เขียนไม่ได้ติดตามละคร Like, la leyenda แต่จากเนื้อหาในแต่ตอน จะอธิบายถึงความสัมพันธ์ของตัวละครต่าง ๆ ที่ไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกัน และการต่อสู้ระหว่างตัวละคร

28. Suda Akari  - ไอดอลที่ทำได้ทุกอย่าง

เมมเบอร์วงน้องสาวที่ไม่เคยควบวงกับ AKB48 มาก่อน จะประสบความสำเร็จได้หรือไม่ คำตอบก็คือ ได้อยู่แล้ว เพียงแต่ต้องพยายามมากกว่าคนอื่น และ Suda Akari (須田亜香里) คือตัวอย่างของความสำเร็จในการเป็นไอดอลโดยไม่ต้องพึ่งการควบวง AKB48
Suda Akari (須田亜香里)
Suda Akari ผ่านทุกทีมใน SKE48 มาแล้ว ทั้งทีม S, ทีม KII, และทีม E ที่เธอเป็นกัปตันทีมอยู่ในปัจจุบัน แต่สิ่งที่ทำให้เธอก้าวขึ้นมาได้ถึงจุดสูงสุดของการเป็นไอดอล ก็คือการเป็นไอดอลสายทำได้ทุกอย่างตั้งแต่ทักทายเด็กน้อยที่กำลังหลับ ไปจนถึงการโดนล้างจมูกด้วยแรงดันสูง

การขายหนังสือภาพ ถือว่าเป็นรายได้อีกทางหนึ่งที่เมมเบอร์จะได้รับจากการขาย ซึ่ง Suda Akari ได้ไปถ่ายภาพในหนังสือภาพเล่มแรกที่คิวบา และกำลังขายของอย่างหนักอยู่ในตอนนี้ ดังนั้นเพื่อรายได้ของตัวเองแล้ว เธอพร้อมที่โปรโมตการขาย ไม่ว่าจะเป็นคนดังที่รู้จักกันในวงการบันเทิง หรือแม้แต่เด็กน้อยที่ไม่น่าจะคาบช้อนเงินช้อนทองตอนคลอดมาด้วยก็ตาม
Suda Akari กับเด็กน้อยในรถเด็ก และการขายหนังสือภาพ
(https://twitter.com/dasuwaikaa/status/1061270321381105664)
ในบางครั้ง ไอดอลก็ต้องเจอเรื่องนรกแตกบ้างเป็นธรรมดา อย่างในรายการ Uwa! Damasareta Taishou (うわっ!ダマされた大賞) ที่ Suda Akari ได้พบกับบทแกล้งอย่างการล้างจมูกและดึงขนจมูก ในฐานะนักโทษหมายเลข 154,011 (คะแนนเสียงที่เธอได้รับในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด) กับโทษ 130 ปี (เธอประกาศว่าเธอจะเป็นไอดอลจนถึงอายุ 30 ปี)
Suda Akari กับการล้างจมูก
Suda Akari กับการโดนดึงขมจมูก
ถ้าผู้อ่านถามว่า รายการ Uwa! Damasareta Taishou เป็นอย่างไร คำตอบก็คือ นี่คือการแกล้งคนดังแบบฉบับที่ตลกได้ทั้งตอน แต่รายการนี้นาน ๆ ทีจะออกออากาศ (ประมาณปีละ 1-2 ครั้ง) โดยในเทปเดียวกันนี้ NMB48 ก็โดนแกล้ง แต่ไม่โหดเท่ากับ Suda Akari นอกจากนี้ เหล่าเมมเบอร์ AKB48 เองก็เคยโดนเรียกมาเพื่อการโดนแกล้งจากรายการนี้มาแล้ว ในปี ค.ศ. 2011
AKB48 กับการแกล้งตกเก้าอี้ในรายการ Uwa! Damasareta Taishou 
หรือเมมเบอร์ BNK48 จากไทยเอง ก็หนีไม่พ้นกับการเป็นเหยื่อของการแกล้งในรายการนี้เช่นกัน
BNK48 กับการแกล้งในรายการ Uwa! Damasareta Taishou 
นอกจากนี้ Suda Akari ยังมีความสามารถแปลก ๆ อีกหลายอย่างที่แฟนคลับรู้สึกอยากติดตามด้วยรูปแบบที่แตกต่างจากไอดอลปกติ อย่างเช่นการกินกาแฟ ถ้าใส่นมจะเรียกว่าลาเต้ แต่เธอไม่ได้อยากกินลาเต้อะไรแบบนั้น เธออยากกินกาแฟกับนมที่แยกต่างหาก เพราะอย่างนี้เธอถึงกินได้ถึง 2 แก้ว ทั้งกาแฟ และนม
Suda Akari กับการกินทั้งกาแฟและนมแต่ไม่ใช่ลาเต้
(https://twitter.com/dasuwaikaa/status/1051113160529174528)
ของแปลก ๆ มีหรือที่ Suda Akari จะพลาด เพราะแมงป่องกับจั๊กจั่นที่เหล่าเมมเบอร์หลายคนต่างก็แสยงกลางรายการ AKBINGO! สำหรับเธอแล้ว มีหรือจะกลัว เพราะฟาดเรียบ
Suda Akari กับแมงป่องและจั๊กจั่น
(https://twitter.com/dasuwaikaa/status/1054320498341896197)
ผู้เขียนคิดว่า จะเขียนบทความเพื่อเป็นสดุดีแก่เธอในอนาคตข่างหน้า เพราะเรื่องราวของเธอน่าสนใจสุด ๆ และคิดว่าน่าจะได้เห็นบุคลิกหลาย ๆ อย่างที่แสดงให้เห็นว่า ทำอะไรก็ไปให้สุด แล้วหยุดที่ไอดอลตอน 30 ปี 

29. MNL48 - วงไอดอลแห่งการต่อสู้

วงไอดอล AKB48 Group ได้ก้าวข้ามคำว่า "ธุรกิจบันเทิง" และ "วงไอดอลแห่งชาติ" ไปแล้ว และวงน้องสาวเองก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของแฟรนไชส์จาก AKB48 ที่มีคุณค่า "ไอดอลที่คุณสามารถไปพบได้" เป็นทั้งปรัชญาและจุดขายของวงไปแล้ว โดยหนึ่งในนั้น ก็คือ MNL48 จากฟิลิปปินส์
MNL48
MNL48 อยู่ภายใต้การบริหารโดย Hallohallo Entertainment ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Hallohallo โดยมี ABS-CBN บริษัทโทรทัศน์และบันเทิงยักษ์ใหญ่แห่งฟิลิปปินส์เป็นพันธมิตรร่วมผลิตผลงาน
(https://mnl48.hallohallo.com/what-is-mnl48.html)

MNL48 ฉีกกฎการเป็นวงไอดอลของ AKB48 Group ที่ไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์เหมือนกับ AKB48 ไม่ต้องรอให้เมมเบอร์เป็น Kenkyuisei นานเป็นปีแบบ STU48 และไม่ต้องเสียเวลาตั้งทีมทีละทีมอย่างช้า ๆ แบบ BNK48 หากทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็จัดออดิชันแข่งกันให้ถึงรอบสุดท้าย แล้วตั้งทุกทีมขึ้นบนสเตจได้เลย (ทีม MII, ทีม NIV, ทีม L, และ Kenkyuusei)

MNL48 จัดการออดิชันในช่วงหนึ่งของรายการช่วงเที่ยงของช่อง ABS-CBN อย่าง It's Showtime ซึ่งมีการอัพเดทชีวิตของเหล่าผู้สมัคร และการตัดสินก็จะใช้วิธีการโหวตจากแฟนคลับ แต่สิ่งที่ทำให้เกิดความประหลาดใจไปมากกว่านั้น ไม่ใช่เพียงแค่การคัดเลือกเมมเบอร์ผ่านรายการโทรทัศน์เท่านั้น แต่ยังเป็นการที่จู่ ๆ ทาง MNL48 ไม่รู้ไปออดิชันลับกันตอนไหน แล้วจัดผู้ท้าชิง 7 คน (Challenger 7) เข้ามาในรายการเพื่อดึงผู้สมัคร 7 อันดับสุดท้ายออกจากรายการ 
(https://medium.com/@rinachan12/mnl48-the-timeline-9f0afca17e7f)

เมมเบอร์รุ่นที่ 1 ของ MNL48 มีจำนวนที่เยอะมากถึง 73 คนในวันก่อตั้ง นั่นคือวันที่ 28 เมษายน ค.ศ. 2018 โดยใช้การออดิชันผ่านรายการทีวี และตัดสินการเป็นสมาชิกภาพของเมมเบอร์ด้วยการเลือกตั้งชนิดที่ไม่ต้องรอให้เมมเบอร์มีฐานเสียงอะไรทั้งนั้น เพราะถ้าทุกอย่างพร้อม จะเลือกตั้งวันพรุ่งนี้เลยก็ทำได้
ภาพในวันเลือกตั้งทั่วไปของ MNL48
(https://news.abs-cbn.com/entertainment/04/28/18/meet-mnl48s-first-ever-queen)
หลังจากที่ MNL48 เห็นความสำเร็จจาก BNK48 ที่ความนิยมพุ่งสูงไปทั่วทั้งประเทศมาแล้ว ก็เลยมีความคิดที่ว่า "ถ้าจัดซิงเกิ้ลแบบเดียวกับ BNK48 แล้ว MNL48 ก็คงจะโด่งดังไปทั่วประเทศแบบ BNK48 อย่างแน่นอน" ดังนั้น MNL48 จึงเปิดตัวด้วยซิงเกิ้ล Aitakatta (Gustong Makita) แบบเดียวกับ BNK48 ที่เปิดตัวในชื่อ Aitakatta (อยากจะได้พบเธอ) 
ซิงเกิ้ลแรกของ MNL48 - Aitakatta (Gustong Makita)
แล้ว MNL48 ก็เปิดเผยซิงเกิ้ลลำดับที่ 2 ในชื่อ Koi Suru Fortune Cookie (Pag-ibig Fortune Cookie) แบบเดียวกับ BNK48 เสมือนได้มาเป็นแรงบันดาลใจ ยกเว้นการจัดตั้งทีมทั้ง 3 ทีมในวงภายในคราวเดียวเท่านั้น 
(https://www.youtube.com/watch?v=_gc8hIwU5lg)
Koi Suru Fortune Cookie (Pag-ibig Fortune Cookie) ของ MNL48
(https://www.facebook.com/mnl48official/photos/a.961576910558265/1910672048982075/?type=3&theater&ifg=1)
ต้องมาติดตามกันต่อไปว่า MNL48 หลังพ้น Koi Suru Fortune Cookie (Pag-ibig Fortune Cookie) ไปแล้ว จะเป็นที่นิยมจนกระแสเป็นกระแสหลักของวงการบันเทิงเหมือนกับ BNK48 หรือไม่ 

30. BNK48 - มิติใหม่ในสังคมไทย

*** เนื้อหาส่วนนี้เป็นการเกริ่นนำเพื่ออธิบายที่มาของการมาของไอดอลในไทย *** 
วงการบันเทิงไทยในช่วงปลายทศวรรษ 2530 - ต้นทศวรรษ 2540 เป็นช่วงที่ศิลปินไทยโด่งดังและโดดเด่นเป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นทาทา ยัง, ไทรอัมพ์ส คิงดอม, โมเดิร์นด็อก, จินตหรา พูนลาภ, อาภาพร นครสวรรค์, บิ๊กแอส, หรือหิน เหล็ก ไฟ ในช่วงกลางทศวรรษ 2540 ศิลปินที่โดดเด่นมักจะมาจากรายการเดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว ไม่ก็ทรู อะคาเดมี่ แฟนเทเชีย ส่วนในช่วงต้นทศวรรษ 2550 ก็มีเพียง KamiKaze ที่ตีตลาดในวงการบันเทิงไทยได้ และปลายทศวรรษ 2550 ศิลปินที่ตีตลาดในวงการบันเทิงมักเป็นผู้หญิงที่นุ่งสั้น 

แต่ไม่ว่าจะยุคใดสมัยใด ปัญหาที่เจอมาโดยตลอด ก็คือการละเมิดลิขสิทธิ์ที่จัดการเมื่อใดก็ไม่หมดเสียที และศิลปินที่เข้ามาในวงการก็เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ อย่างชัดเจน อีกทั้งความเฟ้อของรายการประกวดร้องเพลงที่มีเยอะกว่ารายการแข่งขันตอบปัญหาของนักเรียนอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้คนไทยฟังเพลงใหม่ ๆ จากศิลปินไทยน้อยลง


การมาของศิลปินจากเกาหลีใต้ในช่วงต้นทศวรรษ 2550 ก็ยิ่งทำให้กระแสของศิลปินไทยถอยลงเข้าไปอีก แม้ว่าศิลปินจะพยายามปรับตัวมากจนไม่รู้จะปรับกันอย่างไรเพื่อความอยู่รอดแล้วก็ตาม และยิ่งถ้าหมายถึงศิลปินญี่ปุ่นที่เข้ามาถึงไทยแล้ว ครั้งที่โด่งดังในเมืองไทยครั้งล่าสุด ก็คือทศวรรษ 2530 ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นยังเติบโตได้สบาย ๆ อยู่นั่นเอง


แต่ยังเป็นความโชคดีที่ทัศนคติคนไทยต่อวัฒนธรรมญี่ปุ่นอยู่ในระดับที่ดีถึงดีมากมาโดยตลอดในช่วง 20-30 ปีที่ผ่านมา ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่รู้จักญี่ปุ่นเป็นอย่างดี เพียงแต่มักอยู่ในรูปของอนิเมชันและมังงะ 


ไอดอลไทยในยุคแรก ๆ ก็มาจากเน็ตไอดอล หรือไอดอลที่โด่งดังในโลกของอินเตอร์เน็ต ซึ่งทำให้เหล่าเน็ตไอดอลมีรายได้และมีงานทำ สร้างรายได้เป็นอย่างดี แต่ในเวลาต่อมา เน็ตไอดอลไทยเริ่มกลายเป็นสิ่งที่จะเป็นกันง่ายมากขึ้น ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทางกายภาพ หรือเพียงการกระทำบางอย่างก็สามารถเป็นเน็ตไอดอลได้แล้ว เมื่อเน็ตไอดอลกลายเป็นที่แพร่หลาย ซึ่งอาจจะในแง่บวกหรือแง่ลบ แต่ก็ทำให้คนเริ่มเบื่อกับคำนี้ไปแล้ว เช่นเดียวกับรายการประกวดร้องเพลง 


พอศิลปินไทยในช่วงทศวรรษ 2550 เปลี่ยนแปลงไปจากรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นนุ่งสั้นไว้ก่อน พร้อมกับการขยายจำนวนของเน็ตไอดอลเป็นจำนวนมาก อีกทั้งการครองตลาดของศิลปินจากเกาหลีใต้ ทำให้เกิดกลุ่มที่เรียกว่า "ไอดอลญี่ปุ่น" เพื่อเข้าตีตลาด โดยขายสิ่งที่เรียกว่า "ความน่ารักสดใส" ของเด็กสาว (แบบไม่โป๊และสวยสมวัย)

วง "ไอดอล" เด็กสาว ถ้าจะให้เริ่มต้นจริง ๆ ก็คงอธิบายยาก ผู้เขียนคิดว่าวง "Siamese Kittenz" คือวงแรก ๆ ที่ใช้คำว่า "ไอดอล" โดยเริ่มโปรเจคในตอนปี ค.ศ. 2011-2012 ก่อนที่จะเดบิวต์ซิงเกิ้ลแรกในปี ค.ศ. 2014 หลังจากรวบรวมสมาชิกได้ครบ 7 คน
(https://akibatan.com/2015/03/saimese-kittenz-special-interview/)

แต่วง "ไอดอล" เด็กสาวยังไม่ได้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เพราะ influence ต่อวงการบันเทิงไทยในเวลานั้นยังไม่สูงมากพอต่อการเอาชนะวงการเพลงในกระแสหลักได้

ในที่สุด วง "ไอดอล" ของเด็กสาวถูกทำให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายผ่านสิ่งที่เรียกว่า BNK48 ซึ่งเป็นวงน้องสาวของ AKB48 โดยประกาศเปิดตัวเมมเบอร์รุ่นที่ 1 ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2017 และไม่มีใครคาดคิดว่าวันนี้ BNK48 จะสามารถครองตลาดในวงการบันเทิงไทยไปแล้ว
เมมเบอร์ BNK48 ในช่วงแรกเริ่ม
(https://www.catdumb.com/ig-of-bnk48-member/)
BNK48 มีรูปแบบเดียวกับวงไอดอล AKB48 ในญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นซิงเกิ้ลที่แถมบัตรจับมือ/ภาพสุ่ม, มี Photoset ขาย, มีเธียเตอร์ของวงที่แฟนคลับจะได้พบกับเมมเบอร์ โดยส่วนหนึ่งของความสำเร็จของ BNK48 นอกเหนือจากทัศนคติที่เป็นแง่บวก (ถึงแง่บวกอย่างมาก) และเป็นที่ยอมรับของวัฒนธรรมญี่ปุ่นในไทย ก็ยังเป็นเรื่องของ influence ของวงต่อวงการบันเทิงไทยที่อยู่ในระดับสูงอย่างเป็นนัยสำคัญหลังจากซิงเกิ้ล Koi Suru Fortune Cookie จนสามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกระแสสังคมได้ 

เพราะ "ไอดอลที่คุณพบเจอได้" ทำให้ใครหลายคนหันมาติดตามไอดอลญี่ปุ่นอย่างจริงจังมากขึ้น และ "ไอดอล" ก็กลายเป็นกระแสที่สามารถเข้ามาชี้นำคนในสังคมได้ในที่สุด ซึ่ง "ไอดอล" ในที่นี้ (ไอดอลญี่ปุ่น) ก็คือ เด็ก (ส่วนใหญ่มักเป็นผู้หญิง) ที่มีความฝันต่าง ๆ มากมาย และต้องการโดดเด่นในโลกของความเป็นจริง ซึ่งใช้การเต้นและการร้องเป็นแนวทางในการเข้าถึงความฝันนั้น (ในขณะที่เมมเบอร์บางคนอาจมีความสามารถพิเศษอื่น ๆ) โดยแฟนคลับสามารถติดตามการพัฒนาของพวกเธอได้ตลอดเวลา ตั้งแต่ความสามารถที่ยังไม่สูงมากจนกระทั่งประสบความสำเร็จในแนวทางที่ตั้งใจ
เมมเบอร์ BNK48 ในช่วงปลายปี ค.ศ. 2018
นอกจากนี้ พวกเธอยังสามารถใช้ชื่อวง "ไอดอล" ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในวงการบันเทิงนอกเหนือจากกิจกรรมของวง ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายทำโฆษณา, การแสดงภาพยนตร์, หรือพากย์เสียงในภาพยนตร์ โดยสิ่งเหล่านี้ตั้งอยู่บนการอยู่ร่วมกันทางธุรกิจ นั่นคือ รายได้ที่เพิ่มมากขึ้นของธุรกิจต่าง ๆ หลังมีไอดอลมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของผลงานหรือสินค้า และไอดอลก็ได้เงินตอบแทนจากการทำกิจกรรมนั้น ๆ
เฌอปรางในภาพยนตร์ Homestay
(https://www.beartai.com/lifestyle/entertainment/237749)
เมื่อ BNK48 เข้ามาในวงการบันเทิงไทย สิ่งที่เปลี่ยนไปแน่นอน อย่างแรกก็คือวงการบันเทิงไทยมีอาชีพ "ไอดอล" ที่เป็นจุดเชื่อมของอาชีพอื่น ๆ โดยไอดอลญี่ปุ่นในที่นี้ ก็ไม่ใช่จุดสุดท้ายที่พวกเธอจะอาศัยอยู่ในวงการบันเทิง และพวกเธอก็ไม่จำเป็นที่จะต้องผันตัวเป็นศิลปินหรือนักร้องในช่วงหลังจบการศึกษา

อย่างต่อมาก็คือ การที่ธุรกิจต่าง ๆ เรียก BNK48 เป็นพรีเซนเตอร์กันอย่างล้นหลาม อย่างที่สาม ก็คือการพลิกโฉมของผู้หญิงในวงการบันเทิงจากที่เน้นนุ่งสั้นแล้วจะขายดี มาเป็นความน่ารักสดใสอย่างเป็นธรรมชาติที่สามารถตีตลาดได้

BNK48 ไม่ได้เพียงเปลี่ยนมุมมองของวงการบันเทิงที่ "ไอดอลญี่ปุ่น" กำลังจะเข้ามา influence ชีวิตคนไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม แต่ยังทำให้วง "ไอดอล" สาวมีมากขึ้น เพื่อแข่งขันกับ BNK48 ที่ครองตลาดอยู่ในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็น SWEAT 16!, 7th Sense, Siam Dream, Fever, และ Dev Zero (ที่ตอนนี้ยุบตัวไปแล้ว) เป็นต้น
(https://www.gmlive.com/GIRLS-IDOLS-FEVER-IN-THAI)

การมาของ BNK48 ไม่ได้ทำให้วงการบันเทิงไทยเปลี่ยนไปแบบ "Heavy Rotation" แต่ทำให้สังคมไทยและสื่อต่างจับตามอง BNK48 มากขึ้น จนผู้จัดงานจำนวนหนึ่งเลือกที่จะเรียกเมมเบอร์ BNK48 เข้ามาเป็นศิลปินรับเชิญ เพื่อดึงผู้คนและแฟนคลับให้ไปร่วมงานนั้น

ที่ผ่านมา การซื้อขายสินค้าที่มีความผันผวนของราคาในระดับหนึ่ง และมีราคาที่สูงมากในกรณีที่เป็นของหายาก นอกเหนือจากวัตถุโบราณ พระเครื่อง และผลงานศิลปะแล้ว ก็ยังมีของสะสมของ BNK48 ที่มีแนวโน้มในลักษณะนี้ 

กระแสของ BNK48 กำลังมาแรงในเวลานี้ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่า คำว่า "ไอดอล" ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งที่คนไทยจะได้ยินหลังจากนี้บ่อยขึ้น เช่นเดียวกับคำว่า "โอตะ" ที่หมายถึงเหล่าแฟนคลับ

31. STU48 - เรือเธียเตอร์เมื่อไรจะเสร็จ?

แฟนคลับ STU48 หลายคน ต่างตั้งหน้าตั้งตาสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ STU48 ที่เป็นความภาคภูมิใจสุด ๆ นั่นคือคือ "เรือเธียเตอร์" ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ไอดอลจะได้ขึ้นไปแสดงบนเรือที่เวียนล่องตามเมืองต่าง ๆ รอบทะเล Setouchi (瀬戸内) โดยได้ชื่อที่ได้รับการโหวตผ่าน SHOWROOM ว่า「STU48号」 (STU48 gou) ซึ่งผู้เขียนเองก็แทบจะลืมไปแล้ว
(https://www.nikkansports.com/entertainment/akb48/news/201806300000865.html) 
เรือ「みかさ」(Mikasa) ในปี ค.ศ. 2017 ที่อ่าว Hakata (博多)
(ภาพถ่ายส่วนตัวจากกล้องผู้เขียน)
ตอนแรก ผู้เขียนเชื่อว่า แค่ปรับภายในนิดหน่อย บวกกับทาสีทับไปก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้ว แต่ผู้เขียนประเมินผิดพลาด ตรงที่เรือ「みかさ」(Mikasa) มีอายุการใช้งานมากพอสมควรแล้ว (หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ เรือมือสองสภาพไม่สมบูรณ์ 100% นั่นเอง) ดังนั้นหากจะแค่ทำการ renovate เพียงข้างในเฉย ๆ กับทาสีใหม่คงไม่พอ
สภาพล่าสุดของเรือ Mikasa ก็คือกำลังปรับลำเรือ
(https://sns.emtg.jp/stu48/stu48/mypage)
STU48 เห็นว่า การปรับปรุงภายในเรือเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ และอาจส่งผลให้ตัวเรือไม่เสถียรหากนำโครงสร้างใหม่เข้ามาต่อเติม ดังนั้น หลังจากที่รื้อโครงสร้างภายในออกไปแล้ว จึงทำการรื้อลำเรือเพื่อปรับโครงสร้างเรือใหม่ไปด้วย และเตรียมปรับโครงสร้างเรือใหม่

ดังนั้น หากจะพูดว่าเมื่อไรเรือเธียเตอร์จะเสร็จ จากที่เคยกล่าวว่าภายในฤดูร้อนปี ค.ศ. 2018 นี้ ตอนนี้ก็จะเลยเข้าสู่ฤดูหนาวไปแล้ว โครงเรือพึ่งจะถูกนำไปปรับปรุง และดูเหมือนว่าอาจจะหมายถึงฤดูใบไม้ผลิปีหน้าหรือเปล่าที่เสร็จก็ไม่ทราบ ดังนั้น ต้องติดตามกันต่อไปว่าเมื่อไรเมมเบอร์จะได้ใช้งานจริง
(http://www.stu48.com/news/detail/1753)

32. Minegishi Minami - พวกเราลืมอะไรไปหรือเปล่า?

Minegishi Minami (峯岸みなみ) เมมเบอร์ AKB48 รุ่นที่ 1 คนสุดท้ายในวัย 25 ปี อยู่ในช่วงที่เลยจุดอิ่มตัวของอาชีพของเธอไปแล้ว จนหลายคนเชื่อว่าเธอจะจบการศึกษาภายในปีนี้ อีกทั้งอันดับในการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 10 ของเธอ ก็ร่วงหนักที่สุดตลอดการเป็นไอดอลของเธอ โดยจบอันดับที่ 32 (อันดับสุดท้ายของ Undergirls) ก็ยิ่งตอกย้ำถึงอนาคตของเธอเข้าไปอีก
Minegishi Minami (峯岸みなみ)
แต่แล้วเจ้าตัวก็ออกมาปฏิเสธหลังการเลือกตั้งว่า "ก่อนอื่นเลย สิ่งแรกที่ขอพูดเลยนะคะ ปีนี้ก็จะไม่มีการจบการศึกษาค่ะ ขอโทษนะคะ ไม่มีค่ะ"
(https://www.sponichi.co.jp/entertainment/news/2018/06/16/kiji/20180615s00041000250000c.html)

นั่นทำให้แฟน ๆ หลายคนโล่งใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และยังคงหวังว่า เธอจะคอยช่วยผลักดันเมมเบอร์รุ่นใหม่ได้ต่อไปในอนาคต นอกจากนี้ No3b หรือ No Sleeves (ノースリーブス) ซึ่งเป็นยูนิตย่อย 3 คนร่วมกับ Kojima Haruna (小嶋陽菜) และ Takahashi Minami (高橋みなみ) ก็มีอายุครบรอบ 10 ปีพอดี
ภาพ No3b เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี
Kojima Haruna และ Takahashi Minami ภายหลังจบการศึกษา ก็ยังอยู่ในวงการบันเทิงญี่ปุ่นต่อไป และมีข่าวเรื่องคู่ชีวิตเข้ามาให้แฟน ๆ ได้ติดตาม ในขณะที่ Minegishi Minami ก็ยังคงเป็นไอดอลให้กับ AKB48 ต่อไปเช่นเดิม (ในฐานะเมมเบอร์รุ่นที่ 1 คนสุดท้าย)

33. Chiba Erii - ไอดอลผู้ไม่ยอมแพ้

จากเด็กดราฟท์รุ่นที่ 2 สังกัดทีม 4 ที่ถูกเลือกโดยหัวหน้าทีมอย่าง Takahashi Juri (高橋朱里) ก่อนที่จะเข้ามาในวง AKB48 และเด็กดราฟท์รุ่นที่ 2 คนนั้นก็คือ Chiba Erii (千葉恵里)
Chiba Erii (千葉恵里) 
Chiba Erii ไม่เคยได้สัมผัสคำว่าเซมบัตสึ หรือการติดอันดับในการเลือกตั้งเลย ความสามารถในการแสดงหรือการร้องของเธอก็ไม่ได้สูงจนโดดเด่นในวง จนกระทั่งเธอตัดสินใจที่จะเข้าไปยังรายการ Produce48 ซึ่งที่นั่น เธอคิดว่าจะมาเพื่อเปลี่ยนแปลง และก็เปลี่ยนแปลงจริง ๆ
Chiba Erii กับ Produce48
ด้วยความที่ Chiba Erii ยังเป็นเด็กอายุไม่มาก เลยทำให้อายุในวงเหลืออีกมาก แต่เพราะประสบการณ์ที่น้อย เลยทำให้เธอเสียเปรียบในการดึงแฟน ๆ แต่การมา Produce48 จะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปตลอดกาล

Chiba Erii มีพื้นฐานในการเต้นและร้องที่ไม่ได้สูงมาก เมื่อแรกเข้ารายการจึงทำให้เธอถูกตัดเกรด F ตลอดทั้งการประเมินทั้ง 2 ครั้ง แต่เกรดที่กรรมการตัดสินเป็นคนให้ ไม่ได้บ่งบอกว่าจะตกรอบ เพราะสิ่งที่จะตัดสินทุกอย่างคืออันดับและความนิยมที่มีในตัวต่างหาก

เอาเข้าจริง ๆ แล้ว สิ่งที่ทำให้แฟนคลับนิยมในตัวเมมเบอร์ ไม่ใช่เพียงแค่การร้องหรือการเต้นเท่านั้น แต่การทำให้ชาวบ้านหัวเราะกรามค้าง ก็สามารถทำให้โด่งดังในญี่ปุ่นได้เช่นเดียวกัน และ Chiba Erii ก็ดันมีคุณสมบัติในข้อนี้พอดี
Chiba Erii กับสุดยอดกระบวนท่าหลับที่ตากล้องชาวเกาหลีใต้จับไว้ได้
แต่การเป็นไอดอล แค่เล่นให้คนอื่นหัวเราะเยาะใส่เพียงอย่างเดียวไม่พอ สิ่งที่ทำให้เธอถูกจับตามองและเป็นที่สนใจจำนวนมาก คือเนื้อหาในรายการที่ตัวตนของเธอได้แสดงออกมาอย่างตรงไปตรงมาตามสไตล์เด็ก หากเป็นศิลปินธรรมดา ก็คงจะบอกว่า ไม่ชอบก็ไม่ทำ แต่ไอดอลคนนี้เลือกที่จะทำออกมาแม้จะไม่ได้ชอบหรือรู้สึกแย่จนร้องไห้กลางรายการออกมา
"ถ้าไม่อยากเรียนก็ออกไปเลยค่ะ"
- Kang Ji Hyun (강지현) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Soyou (소유) ได้กล่าวไว้
(https://www.mangozero.com/produce48-ep-4/produce48-ep-4-6/)
แต่ไอดอลของจริง ไม่เน้นบีบน้ำตาต่อหน้ากล้อง เพราะไอดอลเน้นที่ผลสำเร็จ และ Chiba Erii ที่ได้รับการฝึกอย่างหนักในการแสดงแบบฉบับเกาหลีใต้ ก็ทำได้ออกมาดีเกินคาด อันดับของเธอก็สูงจนสามารถเข้ารอบ 57 คนสุดท้าย ก่อนที่เธอจะจบอันดับที่ 33 ในรายการนี้
Chiba Erii ในเพลง ฺBoombayah (붐바야)(http://produce48-m.blog.jp/archives/10451718.html)
ความพยายามของ Chiba Erii เห็นผลจาก Produce48 แล้ว สิ่งที่เธอพยายามในรายการได้ทำให้เธอเป็นที่รู้จักมากขึ้น และเป็นที่ยอมรับในฐานะไอดอลผู้ไม่เคยยอมแพ้ ส่วนเรื่องความฮานั้น อันนี้โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชมกันด้วย เพราะไม่ว่าจะออกโทรทัศน์ของประเทศไหนก็มีช็อตให้ได้พูดถึงเสมอ
Chiba Erii กับการหลบซ่อนกลางตู้แล้วถูกสตาฟเจอตัว
(http://awabi.2ch.sc/test/read.cgi/akb/1530962360/)

34. Sashihara Rino มาไทย

ผู้เขียนเคยถามอาจารย์สอนภาษาญี่ปุ่นว่ารู้จัก Sashihara Rino (指原莉乃) ไหม คำตอบก็คือรู้จัก (แม้ว่าจะรู้จักแค่เมมเบอร์ร่นเก่า ๆ เท่านั้น) คงไม่ต้องบรรยายถึงบารมีและ influence ที่มีในตัวของ Sashihara Rino เลย เพราะบรรยายไม่ถูกต่างหาก
Sashihara Rino (指原莉乃)
Sashihara Rino เป็นผู้จัดการร่วมเธียเตอร์ HKT48, Producer ของวงไอดอล =LOVE, และมีรายการที่ออกบ่อยครั้งจนงานไม่เคยขาดมือ หรือแม้แต่ล่าสุดกับการเป็นพรีเซนเตอร์ New Regular ให้กับ McDonald แต่กระนั้น ก็ยังสามารถสละเวลาที่เป็นเงินทองอันมหาศาลของเธอเอง มาเยือนประเทศไทยได้
Sashihara Rino กับการเป็นพรีเซนเตอร์ New Regular ให้กับ McDonald
(https://saka46.at/en/blog/2018/10/09/sashihara-rino-macht-werbung-fuer-mcdonald/
)
การมาเยือนสั้น ๆ ของ Sashihara Rino ในวันที่ 19-20 ตุลาคม ค.ศ. 2018 แม้ว่าจะไม่ได้นานอะไรมากมาย แต่เธอสามารถสร้างเรื่องราวและประสบการณ์ได้ในระดับที่คุ้มค่ากับการมาไทย เหมือนนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่มาค้างคืนในไทยเป็นสัปดาห์
Sashihara Rino กับการเต้นเพลง Koi Suru Fortune Cookie ในรายการเที่ยงเปิดประเด็นของช่อง 3
(https://mdpr.jp/news/detail/1799999)
Sashihara Rino ร่วมแสดงในเพลง Koi Suru Fortune Cookie (恋するフォーチュンクッキー) ทั้งในรายการเที่ยงเปิดประเด็น หรือในการแสดงสดกับ BNK48 กลางงานจับมือ
Sashihara Rino กับการสัมภาษณ์โดยช่องข่าวนับสิบช่อง ซึ่งปัญและเฌอปราง BNK48 รวมทั้งล่าม ถือไมโครไฟนให้กับเธอ
หากเป็นศิลปินญี่ปุ่นปกติจะต้องมีการทักทายว่า "สวัสดีค่าาา" ซึ่งเป็นคำทักทายในภาษาไทย แต่ถ้าเป็น Sashihara Rino เธอเตรียมมาอย่างดีกับคำว่า "ให้คุกกี้ทํานายกัน" (เนื้อร้องภาษาไทยของเพลง Koi Suru Fortune Cookie) และ "สวยพี่สวย" (ที่ไปปรึกษาสตาฟแล้วบอกว่าคำนี้กำลังมาแรง) นั่นจึงทำให้ เธอไม่ใช่ไอดอลธรรมดา แต่เป็นยอดไอดอลที่มีความสามารถในการ influence แฟนคลับด้วยความทันสมัยและดูเข้าถึงง่าย (แม้ว่าตารางงานของเธอจะดูแน่นสุด ๆ ก็ตาม)

และเมื่อผู้เขียนได้ดูการเดินทางของ Sashihara Rino จะพบว่า สามารถเป็นตัวอย่างได้เป็นอย่างดีต่อการพาเพื่อนชาวต่างชาติมาไทย ทั้งการกินและการเดินทาง เพราะสิ่งเหล่านี้ก็คือสิ่งที่คนไทยอาจมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่ได้ทำกันทุกวัน แต่สำหรับชาวต่างชาติแล้วเป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก ๆ
(https://www.youtube.com/watch?v=jMGWrBNg-IA)
เมนูยอดนิยม - ผัดผักบุ้งไฟแดง ต้มยำกุ้ง และปูผัดผงกะหรี่


กางเกงมวยไทยกับผ้าประเจียด ก็เป็นของยอดนิยมในหมู่ชาวต่างชาติเช่นกัน
และที่ขาดไม่ได้เลย ก็คือรถสามล้อ (ตุ๊กตุ๊ก) ที่บริการซิ่งรอบเมืองด้วยเสียงเครื่องยนต์อันเป็นเอกลักษณ์
การเดินทางครั้งแรกของ Sashihara Rino ยังเต็มที่ขนาดนี้ แล้วถ้ามีครั้งหน้า เธอจะพาแฟนคลับไปดูอะไรบ้าง ก็คงต้องติดตามกันต่อไป

35. AKB48 Team TP - เมื่อ AKS ไม่อดทนอีกต่อไป 

ผู้เขียนเคยเขียนบทความของวิกฤต TPE48 ที่เคยเป็นอยู่จนถึงขนาดที่ไม่มีเงินจะจ่ายสตาฟ และยังมาซ้ำร้ายกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของผู้บริหารเอง
(http://48studies.blogspot.com/2018/07/tpe48.html)
TPE48
ในที่สุดแล้ว AKS ก็ไม่ทนกับหายนะที่เกิดขึ้นอีกต่อไป ในวันที่ 30 กรกฎาคม ค.ศ. 2018 AKS เลือกที่จะเตะกรรมการบริหารชุดเดิมที่ไม่มีประสิทธิภาพ แล้วเข้ามาควบคุมกิจการเองโดยตรงผ่าน Muses & Nymph Entertainment ในชื่อ AKB48 Team TP ด้วยเหตุผลทางการเงิน
(https://www.oricon.co.jp/news/2116557/full/?utm_source=Twitter&utm_medium=social&ref_cd=tw)

AKB48 Team TP ใช้เมมเบอร์เดิมทั้งหมดเหมือนกับ TPE48 โดยเมมเบอร์ที่เลือกจะไปต่อมี 35 คน (รวมทั้ง Abe Maria (阿部マリア) ที่ย้ายมาร่วมวงด้วย) และสิ่งที่ AKB48 Team TP เข้ามาจัดการทันที ก็คือการจัดตั้งทีม TP ที่มีสมาชิก 12 คน
เมมเบอร์หลักของ AKB48 Team TP จำนวน 12 คน (ยังไม่รวม Kenkuuysei จำนวน 23 คน)
(https://twitter.com/akb48teamtp/status/1035871996368707585)
แต่หลังจากนี้ ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า หลัง AKS แทรกแซงและเข้ามาบริหารเองทั้งหมด จะได้เห็นซิงเกิ้ลแรกของ AKB48 Team TP ที่เกิดขึ้นก่อน AKB48 Team SH หรือไม่ แล้วจากนี้ไป จะได้เห็นอะไรที่ดีขึ้นใน AKB48 Team TP อย่างไรบ้าง

36. Kato Rena - ยอด Photobook ในตำนาน

เมมเบอร์ AKB48 สายโมเดล อาจจะไม่ได้มีเยอะมากในวง แต่ถ้าจะให้พูดถึงไอดอลที่หน้าตาดีแล้วก็มีเป็นโมเดล ก็คงจะหมายถึง Kato Rena (加藤玲奈)
Kato Rena (加藤玲奈)
หนึ่งในสิ่งที่ทำให้คนพูดถึง Kato Rena มากที่สุดในปีนี้ ก็คงหนีไม่พ้น Photobook เล่มแรกของเธอที่ขายได้เป็นกอบเป็นกำ และยังคงวนเวียนอยู่ในกระแสทั้งทางตรงและทางอ้อม
ปก Photobook ของ Kato Rena
ผู้เขียนยอมรับว่าในปี ค.ศ. 2018 มีเมมเบอร์หลายคนที่ออก Photobook เล่มแรกเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น Okada Nana, Takahashi Juri (高橋朱里), หรือ Suda Akari ก็วางจำหน่ายเล่มแรกในปีนี้

เมื่อมีคู่แข่งที่อยู่ในวงเดียวกันเป็นจำนวนมากในการวางขาย Photobook วิธีการที่สำคัญที่จะขาย Photobook เป็นจำนวนมาก ก็คงต้องใช้หลักการดั้งเดิมของญี่ปุ่น นั่นคือ "เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ" โดยพยายามพูดถึงและกระทำถึง Photobook ให้บ่อยครั้งและเป็นธรรมชาติ แล้วคนก็จะหันมาซื้อเอง
ภาพใน Photobook ของ Kato Rena ที่พูดถึงบ่อย ๆ
วิธีการหนึ่งที่เมมเบอร์ชอบใช้ในการโปรโมต ก็คือการโปรโมตผ่านดาราคนดังในวงการบันเทิง ซึ่ง AKB48 ก็มีคนที่น่าจะต้องรู้จักอย่าง Muramoto Daisuke (村本大輔) ผู้เป็น MC ของ AKBINGO! แต่การให้ตลกมาโปรโมตอาจจะไม่ใช่ทางที่ดีเท่าไรนัก
Muramoto Daisuke กับวิธีการดู Photobook ที่ถูกต้อง ก็คือดูเทียบกับตัวจริง
(https://twitter.com/WRHMURAMOTO/status/983959992641380352)
อีกวิธีหนึ่งที่ยอดนิยมในการโปรโมตการขายของ และเป็นวิธีโบราณที่ใช้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ก็คือ แจกใบปลิว เอ้ย! แจกกระดาษทิชชู่ด้วยตัวเอง
Kato Rena กับการแจกกระดาษทิชชู่โปรโมต Photobook
(https://twitter.com/katorena_tkj/status/984700599961763840)
แต่ถ้าสองวิธีดังกล่าวข้างต้นยังไม่ได้ผลพอ ก็คงมีอีกวิธีที่พอจะช่วยโปรโมตได้ นั่นคือทำให้ทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของผลงานศิลปะ โดยการทำสแตนดี้ที่มีช่องตรงหน้าให้ยื่น ซึ่งทีนี้จะเป็นใครก็ได้ที่มาเป็นส่วนหนึ่งของผลงานใน Photobook นี้
Iriyama Anna (入山杏奈) กับสแตนดี้ Kato Rena
(https://twitter.com/katorena_710/status/980722016104755201)
หรือถ้าจะให้ดูน่าสนใจกว่านั้น ก็ยังมีอีกวิธีหนึ่ง ก็คือไปเป็น Easter Egg ในรายการโทรทัศน์ (Easter Egg ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงตัวไข่ที่ทำการเติมแต้มลวดลายสำหรับใช้ในวัน Easter แต่หมายถึงสิ่งที่ซ่อนอยู่ในฉากต่าง ๆ เพื่อวัตถุประสงค์หนึ่ง ๆ โดยทางอ้อม) และก็ปรากฏอยู่ในรายการเจ้าประจำอย่าง AKBINGO!
AKBINGO! เทปวันที่ 30 ตุลาคม ค.ศ. 2018 กับ Photobook ในตำนานของ Kato Rena ที่อยู่ในห้องสตาฟของรายการเอง
กลายเป็นว่ายิ่งถูกพูดถึงมากเท่าไร ยิ่งโฆษณาได้มากขึ้น และเมื่อมีการโฆษณาของได้ ก็ช่วยให้ยอดขายสูงขึ้นตามไปด้วย ไม่ว่าการโปรโมตนั้นจะเป็นความตั้งใจของเมมเบอร์ หรือเป็นเรื่องบังเอิญก็ตาม

37. Nakai Rika - เจ้าแม่เซมบัตสึ SHOWROOM 

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภได้แสดงธรรมเทศนาตอนหนึ่งไว้ว่า "ชีวิตคือการต่อสู้ ศัตรูคือยากำลัง โบราณท่านกล่าวไว้" และก็เป็นเช่นนั้นจริง เพราะมีเมมเบอร์คนหนึ่งได้ต่อสู้และใช้ศัตรูของตัวเองเป็นยากำลัง  นั่นคือ Nakai Rika (中井りか)
Nakai Rika (中井りか)
ตั้งแต่วันสิ้นปีที่เธอได้ออก SHOWROOM เมื่อเธอเห็นข้อความที่กลุ่มแอนตี้ของเธอได้ส่งมาหา หากเป็นไอดอลปกติก็อาจจะเสียใจหรือไม่ก็ถึงขั้นร้องไห้กลาง SHOWROOM ไปเลย แต่คงไม่ใช่กับ Nakai Rika ที่เธอสามารถพิชิตพวกต่อต้านโดยการขอบคุณพวกเขาที่ยอมอดหลับอดนอนเพื่อโจมตีเธอโดยเฉพาะ
Nakai Rika กับการตอบโต้แอนตี้ "ขอบคุณสำหรับงานหนักแม้ตอนสิ้นปีนะคะ"
(http://www.asianjunkie.com/2018/01/05/ngt48s-nakai-rika-spots-an-anti-in-the-chat-and-destroys-his-soul/)
ผู้เขียนก็ไม่ทราบว่า มีใครแปลบทธรรมเทศนาเป็นภาษาญี่ปุ่นให้ Nakai Rika หรือไม่/อย่างไร แต่การที่มีแอนตี้เข้ามาป่วนแล้วถูกเธอล้อเลียนว่า ต้องว่างมากขนาดไหน ถึงทนดูคนที่ตัวเองไม่ชอบ แล้วโดนเจ้าตัวหัวเราะเยาะใส่ เป็นอะไรที่ถ้าใครเข้ามาแล้วก็ต้องมีหัวร้อนกลับไปเป็นธรรมดา แต่นั่นก็ทำให้เธอถูกมองว่ามีนิสัยที่ไม่ค่อยจะกลัวคนพวกนั้นอยู่แล้ว ซึ่งไอดอลประเภทนี้ก็ไม่ค่อยจะมีในวงการด้วย

ในการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 9 Nakai Rika เข้าไปอยู่ในเซมบัตสึพิเศษของ SHOWROOM ที่เมมเบอร์ที่ได้รับคะแนนจากของขวัญที่คนดูโยนมาให้มากที่สุดจะได้โอกาสในการเป็นส่วนหนึ่งของซิงเกิ้ลพิเศษนี้ แต่พอถึงการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 10 เธอจัดเต็มกับการไลฟ์ SHOWROOM ทั้งวันทั้งคืน แบบที่ผู้เขียนตั้ง Notification แล้วจะเด้งขึ้นมาบ่อยกว่าใคร 
Nakai Rika ปรากฏตัวใน SHOWROOM แม้ตอนกินข้าวหรือใกล้จะนอน
สิ่งที่ทำให้ Nakai Rika เลือกที่เป็นเซนเตอร์ของ SHOWROOM มากกว่าการเป็นเซมบัตสึจากเลือกตั้งจริง ๆ ก็เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่มากกว่า มีการอัพเดทผลคะแนนที่มีความถี่มากกว่า และสามารถเรียกคะแนนเพิ่มเติมได้ตามที่ต้องการเพื่อเอาชนะทุกคนใน SHOWROOM (ดั่งสุภาษิต น้ำหยดลงหินทุกวัน หินมันยังผุกร่อนได้ ไลฟ์ SHOWROOM ทั้งวัน อันดับมันก็น่าจะได้ที่ 1) 

ดังนั้น เมื่อการไลฟ์ SHOWROOM ง่ายกว่าการนั่งลุ้นในวันประกาศผลเลือกตั้งจริง ทำไมจะไม่เลือกทางที่ง่ายกว่าและควบคุมได้ 
(http://48studies.blogspot.com/2018/06/senbatsu-election-success-1.html)

ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าแม่ SHOWROOM ที่ไลฟ์ทั้งวันทั้งคืนก็ผ่านการทดสอบในสนามใหญ่ทั่ว AKB48 Group มาแล้ว หาก NGT48 จะจัดเซมบัตสึภายในวงเอง มีหรือที่คนอย่าง Nakai Rika จะพลาดการเป็นเซนเตอร์ เพราะ Niigata SHOWROOM Senbatsu (新潟SHOWROOM選抜) เธอก็เป็นเซนเตอร์เพลง Soft serve แถมเธอยังเป็นเซมบัตสึซิงเกิ้ล Sekai no Hito e (世界の人へ) (Людям всего мира) อีกด้วย 
ภาพโปรโมตซิงเกิ้ล  Sekai no Hito e (世界の人へ) (Людям всего мира)
เจ้าแม่ SHOWROOM ที่มีเซมบัตสึเข้ามาเป็นรางวัลเมื่อไร อย่าลืมนึกถึงไอดอลสายตบแอนตี้อย่าง Nakai Rika เพราะไม่มีใครสั่นคลอนตำแหน่งและบารมีของเธอได้ แม้อันดับการเลือกตั้งจะตกลงในปี ค.ศ. 2018 ก็ตาม

38. Kawamoto Saya ไปแลกเปลี่ยน 1 เดือนที่ JKT48 

เมมเบอร์ดราฟท์รุ่นที่ 1 ที่ได้รับโอกาสให้เข้าไปยัง AKB48 ด้วยความเป็นแฟนของ AKB48 ก่อนที่จะเป็นส่วนสำคัญให้กับวงอย่าง Kawamoto Saya (川本紗矢)
Kawamoto Saya (川本紗矢)
JKT48 มีเมมเบอร์ที่ได้รับมาจาก AKB48 ถึง 3 คน ได้แก่ Takajo Aki (高城亜樹), Nakagawa Haruka (仲川遥香), และ Chikano Rina (近野莉菜) ซึ่งทั้งหมดจบการศึกษาไปแล้ว โดย Chikano Rina จบการศึกษาในวันที่ 25 มีนาคม ค.ศ. 2018 และหลังจากนั้นก็ไม่มีเมมเบอร์ AKB48 คนไหนถูกย้ายมาที่ JKT48 อีกเลย

JKT48 ในปี ค.ศ. 2018 จึงมีเพียง Chikano Rina ที่อยู่ในวงเพียง 3 เดือน ก่อนที่จะมีแต่เมมเบอร์สัญชาติอินโดนิเซีย ในขณะที่ BNK48 ของไทยมี Izuta Rina (伊豆田莉奈) และ AKB48 Team TP มี Abe Maria ที่ย้ายมาร่วมวง

แฟนคลับ JKT48 หวังเป็นอย่างยิ่งว่า AKS จะย้ายใครเข้ามาร่วมวง (ภาษาทหาร คือจำหน่ายย้าย) แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาของ AKB48 เองในตอนนี้ คือมีเมมเบอร์ในทีมดั้งเดิมทั้ง 4 ทีมที่ไม่มาก (ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้เมมเบอร์ทีม 8 ต้องควบทีม) ทำให้การย้ายเมมเบอร์ดูยาก และยิ่งเมมเบอร์ไม่สมัครใจที่จะย้ายไป การหาคนที่จะออกไปแสวงหาอนาคตใหม่นอกญี่ปุ่น ก็คงยากเข้าไปอีก

แต่แล้ววันหนึ่ง AKS ก็คิดได้ถึงเรื่องของการย้ายว่า แทนที่จะย้ายแบบถาวรซึ่งตัวเมมเบอร์เองอาจรู้สึกไม่สมัครใจ ก็เลือกที่ไปแลกเปลี่ยนชั่วคราว และการแลกเปลี่ยนครั้งนี้ก็แฟร์กับ JKT48 ตรงที่ Kawamoto Saya จะไป JKT48 แลกกับ Stephanie Pricilla Indarto Putri ที่จะเข้ามา AKB48 โดยประกาศในวันที่ 9 กันยายน ค.ศ. 2018 ในช่วงที่มีการแสดงคอนเสิร์ตของ AKB48 ในอินโดนิเซียพอดี และต่างฝ่ายต่างก็เป็นทูตสัมพันธไมตรีระหว่างญี่ปุ่นและอินโดนิเซียครบรอบ 60 ปี เพื่อแสดงในเธียเตอร์ของอีกฝ่าย
การแลกเปลี่ยนเมมเบอร์ระหว่าง Kawamoto Saya และ Stephanie Pricilla Indarto Putri
Kawamoto Saya เข้าร่วมทีม T ของ JKT48 ในวันที่ 16 กันยายน - 15 ตุลาคม ค.ศ. 2018 โดยการแลกเปลี่ยน 1 เดือนครั้งนี้ คือการไปเป็นเมมเบอร์ 1 เดือนของ JKT48 ซึ่งเธอก็ได้เข้าร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ นอกเหนือจากการแสดงบนเธียเตอร์ของ JKT48
Kawamoto Saya ย้ายมาเพียง 1 เดือน ก็ใช้รูปโปรไฟล์ของ AKB48 ในเธียเตอร์ JKT48
(https://akb48-matome.net/archives/16067) 
และถ้าจะให้แฟร์ เมื่อรูปโปรไฟล์ของ Kawamoto Saya เป็นของ AKB48 เอง โปรไฟล์ในเธียเตอร์ของ Stephanie Pricilla Indarto Putri ก็ใช้ของ JKT48 โดยที่ทั้งคู่ไม่ได้เปลี่ยนโปรไฟล์ให้เข้ากับวงที่แลกเปลี่ยนแต่อย่างใด

รูปภาพของ Stephanie Pricilla Indarto Putri และ โมบายล์ บนเธียเตอร์ AKB48
แต่จะว่าไปแล้ว หากแลกเปลี่ยนเฉพาะ JKT48 เองก็ไม่แฟร์กับ BNK48 เพราะมีเมมเบอร์ AKB48 ที่ย้ายไปอยู่ใน BNK48 โดยที่ยังไม่มีเมมเบอร์ไทยไปอยู่บนเธียเตอร์ AKB48 เลย ดังนั้น เพื่อความแฟร์กับ BNK48 ที่ได้เมมเบอร์ AKB48 ไปถาวรแล้วหนึ่งคน เลยจัดการแลกเปลี่ยนกับ โมบายล์ BNK48 เป็นเวลา 1 เดือนด้วย 

ทั้งคู่อยู่ภายใต้การดูแลของทีม K ตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน - 17 ตุลาคม ค.ศ. 2018 ซึ่งทั้งคู่ได้แสดงในฐานะเมมเบอร์ชั่วคราว แม้ว่าจะไม่ได้มีส่วนร่วมกับงานเป่ายิงฉุบในฐานะผู้เข้าแข่งขันที่จัดขึ้นในวันที่ 23 กันยายน (เนื่องจากไม่ได้มาคัดในวันคัดเลือกก็ตาม)

ส่วน Kawamoto Saya ทันทีที่ได้แลกเปลี่ยน เธอก็ได้เข้าร่วมกับ JKT48 ในงานกีฬาสี The 1st JKT48 Sport Competition ~ Full Power! ~ ในการแข่งขันงัดข้อ ซึ่งเธอได้แสดงพลังความสามารถของตัวแทน  AKB48 ด้วยการแพ้ Nadila Cindi Wantari (ทีม KIII) ในรอบแรกซะงั้น 
Kawamoto Saya ในงานกีฬาสี The 1st JKT48 Sport Competition ~ Full Power! ~
(http://news.mixi.jp/view_news.pl?id=5295590&media_id=54) 
แต่ถ้าถามว่าของที่หายากกว่านั้นของ Kawamoto Saya ก็คงเป็น Photocard จาก JKT48 ของ Kawamoto Saya ที่เรียกว่ามาแรงแซงทางโค้ง เพราะมีจำกัดสุด ๆ และอยู่ในช่วงที่ซิงเกิ้ลที่ 19 อย่าง Everyday, Katyusha / UZA กำลังวางจำหน่ายใน JKT48 พอดี
Photopack ที่มีภาพ Kawamoto Saya โดย JKT48

39. เฌอปราง BNK48 - เมมเบอร์ไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลก

การมาของไอดอลไทยอย่าง BNK48 ใน AKB48 Group เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ AKS ที่เคยวางจำหน่ายหนังสือถ่ายภาพเมมเบอร์ในชุดว่ายน้ำเนื่องโอกาสประกาศผลการเลือกตั้ง หันหัว 180 องศามาถ่ายในชุดลำลองปกติ หรือการมาของ Sweat16! ที่มีเมมเบอร์เข้ารอบในการคัดเลือกเมมเบอร์ของ Yoshimotozaka46 (吉本坂46) ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้วงเองเปลี่ยนวิธีการคัดเลือกจากรอบ "ชุดว่ายน้ำ" เป็น "ชุดอะไรก็ได้ที่คิดว่าใส่ลงน้ำได้"
เฌอปราง อารีย์กุล
ในหนังสือเนื่องโอกาสประกาศผลการเลือกตั้งปี ค.ศ. 2018 มาในชุดลำลอง ส่วนหนึ่งก็อาจเป็นเพราะมีเมมเบอร์ไทยอยู่ในอันดับการเลือกตั้งถึง 2 คน นั่นคือ เฌอปราง และมิวสิค แม้ว่าหลายคนจะยังคงเชื่อว่าเป็นการเตรียมตัวเข้าสู่การเป็นไอดอลในงานโอลิมปิกปี ค.ศ. 2020 

ในการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 10 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งเซมบัตสึโลก ได้เปิดโอกาสให้วงน้องสาวนอกญี่ปุ่นสามารถลงเลือกตั้งได้ โดย BNK48 และ TPE48 ส่งเมมเบอร์ลงเลือกตั้ง ปรากฏว่า เฌอปราง และมิวสิค ติดอันดับในการเลือกตั้งครั้งนี้ทั้ง ๆ ที่เป็นครั้งแรกของเธอทั้งคู่

เฌอปรางติดอันดับที่ 39 ในการเลือกตั้งซึ่งเป็น Next Girls โดยได้คะแนนเสียง 26,202 คะแนน จากการเลือกตั้งครั้งนี้ทำให้เธอมีส่วนสำคัญทั้งในการประชุมฉุกเฉินของ AKB48 Group และการปรากฏตัวในซิงเกิ้ล Next Girls
เฌอปรางและมิวสิคในการประชุมฉุกเฉินของ AKB48 Group
(https://twitter.com/imtaiki/status/1008682072171376640)
สำหรับแฟนคลับชาวไทยแล้ว สิ่งที่เสียเปรียบในการลงคะแนนมีหลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นราคาของแผ่นซิงเกิ้ลที่สูงกว่าจากค่าขนส่ง (และ/หรือโอกาสที่อาจโดนภาษีศุลกากรขาเข้า) ทำให้จำนวนต่อแผ่นที่สามารถซื้อได้ในต้นทุนที่เท่ากันน้อยลงตามไปด้วย ซึ่งวิธีการนี้ได้รับการแก้ไขโดยมีกลุ่มแฟนคลับไทยในญี่ปุ่นจัดการระดมทุนเพื่อโหวตด้วยรหัสที่แนบมาในแผ่นซิงเกิ้ล

หรือการที่แฟนคลับไทยไม่ได้มีบริการรายเดือนที่มีสิทธิ์โหวตลงคะแนนอย่าง AKB48 LIVE!! ON DEMAND, AKB48 Mobile, หรือ AKB48 Mail (และวงน้องสาวในญี่ปุ่นทุกวงจะมีบริการรายเดือนในลักษณะนี้ด้วย) ซึ่งในทางปฏิบัติอาจไม่ส่งผลมาก แต่ในทางทฤษฎีแล้ว หากมีจำนวนแฟนคลับที่ใช้บริการดังกล่าวอย่างน้อย 1 อย่าง ก็มี 1 คะแนนเท่ากับการใช้รหัส 1 ครั้ง และถ้าใช้บริการ 2 อย่าง ก็มี 2 คะแนนในมือ

ดูอย่างไรแล้ว คนไทยก็เสียเปรียบในการเลือกตั้งตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่ถ้าเรื่องความสามารถในการช่วยลงขันลงคะแนนแล้ว คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก และสิ่งนี้ก็ถูกพิสูจน์ในการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 10 ที่ทุกการโหวตล้วนเสียค่าใช้จ่าย (ยอดวิวคลิปหาเสียงไม่ได้มีผลกับคะแนนเลือกตั้งแต่อย่างใด) จนสามารถพาเฌอปรางเข้าสู่อันดับที่ 39 และพามิวสิคติดอันดับที่ 72 ด้วยคะแนนเสียงในช่วงสองหมื่นคะแนน

การเลือกตั้งครั้งนี้ อย่างน้อยที่สุดก็ทำให้เฌอปรางกับมิวสิคได้เป็นที่รู้จักของเมมเบอร์ AKB48 Group ในญี่ปุ่น และได้ประกาศความเข้มแข็งของแฟนคลับไทยที่สนับสนุนไอดอลของตนเองได้เป็นอย่างดี (แม้ว่าจะเสียเปรียบในการโหวตก็ตาม) และที่เหนือไปกว่านั้น Sashihara Rino เองยังยอมรับว่า "ก็เห็นด้วยตาแล้วว่า BNK48 โด่งดังมาก"
(https://www.dailynews.co.th/entertainment/672398)   

40. MUM48 - เงียบหายไปเลยนะจ๊ะนายจ๋า

ในวันที่ 27 ธันวาคม ค.ศ. 2017 AKB48 ประกาศการขยายวงไปยังอินเดียในชื่อ MUM48 หรือ Mumbai48 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ขยายไปยังเอเชียใต้ ดินแดนอุตสาหกรรมบันเทิงที่แข็งที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย
Yokoyama Yui กับการถือป้ายประกาศจัดตั้ง MUM48
(https://www.musicman-net.com/artist/72286)
ในวันที่ 16 มกราคม ค.ศ. 2018 Rashmi Sharma Telefilms ได้เข้าซื้อแฟรนไชส์จาก AKS เพื่อทำ MUM48 โดยบริษัทที่เข้าซื้อนั้นเป็นบริษัทที่ทำภาพยนตร์สไตล์อินเดียอยู่แล้ว ดังนั้นหลายคนเชื่อว่าจะได้เห็นไอดอลหญิงสไตล์ภารตะในเร็ววันนี้อย่างแน่นอน
(https://www.mum48.co.in/News_Events.aspx)
MUM48 ได้รับการโปรโมตเป็นอย่างดีจากผู้หญิงที่โดดเด่นในสังคมอินเดีย
(https://twitter.com/MUMBAI48/status/954723591634829312)
แต่จนจะครบรอบ 1 ปีแล้ว ในเว็บไซต์ที่ยังสามารถกรอกใบสมัครออดิชันได้ และช่องทาง SNS หลักที่มีแต่คลิปโปรโมตการออดิชัน ผู้เขียนก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของผู้ผ่านการคัดเลือกของวงเลย ทั้ง ๆ ที่ SGO48 ซึ่งประกาศจัดตั้งช้ากว่า 6 เดือน ยังได้เห็นหน้าตาของเมมเบอร์รุ่นที่ 1 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

จนบางที ผู้เขียนก็เริ่มรู้สึกว่า บริษัทที่ได้รับแฟรนไชส์มานั้นเอา MUM48 ไปซ่อนที่ไหนกันแน่ หรือว่าต้องให้วิ่งตามหาเหมือนในภาพยนตร์อินเดียใช่ไหมจ๊ะนายจ๋า

41. ซิงเกิ้ล Teacher Teacher

ซิงเกิ้ลลำดับที่ 52 ของ AKB48 ซึ่งสตาฟเป็นคนจัดตำแหน่งและเซนเตอร์ ก็ได้ปรากฏเซนเตอร์คนใหม่อย่าง Oguri Yui พร้อมกับเมมเบอร์ใหม่ที่เข้ามาเป็นเซมบัตสึเป็นครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็น Yabuki Nako (矢吹奈子) จาก HKT48, Fukuoka Seina (福岡聖菜), และ Yamauchi Mizuki (山内瑞葵)
แผ่นซิงเกิ้ล Teacher Teacher ของ AKB48 ฉบับเธียเตอร์
ซิงเกิ้ลที่ 52 นี้ก็มีการออกซิงเกิ้ลรองที่เป็นเซมบัตสึย่อย (B-side) ในแต่ละทีมของ AKB48 (ซิงเกิ้ลย่อยจากเมมเบอร์ในแต่ละทีม) ซึ่ง

เพลง Teacher Teacher ถูกเสนอชื่อเพื่อเข้ารับรางวัล Japan Record Awards (日本レコード大賞) ครั้งที่ 60 ซึ่งกลายเป็นซิงเกิ้ลตัวแทนจาก AKB48 ที่ถูกส่งไปด้วยยอดขายที่พุ่งกระฉูดในปี ค.ศ. 2018 (นั่นอาจเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ซิงเกิ้ลนี้ถูกเสนอชื่อไปก็เป็นได้)
(http://www.tbs.co.jp/recordaward/)

ในซิงเกิ้ล Teacher Teacher มีความน่าสนใจหลายประการ ดังนี้

ประการแรก ซิงเกิ้ลที่เมมเบอร์ AKB48 ทุกคนมีส่วนร่วม - ไม่ว่าเมมเบอร์ AKB48 จะสังกัดทีมไหน (ยกเว้น Kenkyuusei) ก็มีส่วนอยู่ในซิงเกิ้ลย่อยที่เป็นเพลงสำหรับแต่ละทีม

นั่นทำให้เมมเบอร์ที่หายไปในหลายซิงเกิ้ลอย่าง Oya Shizuka (大家志津香) ได้กลับมาอยู่ในแผ่นอีกครั้งในเพลง Atarashii Chime (新しいチャイム) หลังจากการปรากฏตัวครั้งสุดท้ายในเซมบัตสึซิงเกิ้ลที่ 48 อย่าง Negaigoto no Mochigusare (願いごとの持ち腐れ)

หรือ Ichikawa Manami (市川愛美) ที่ครั้งสุดท้ายที่อยู่ใน MV เพลง B-side ก็ต้องย้อนกลับไปที่ซิงเกิ้ลที่มีเพลงสำหรับแต่ละทีม นั่นคือ ซิงเกิ้ลลำดับที่ 44 ในชื่อ Tsubasa wa Iranai (翼はいらない) โดยเธอปรากฏในเพลง Aishu no toranpetta (哀愁のトランペッター) และเธอก็ปรากฏตัวใน B-side อีกครั้งในซิงเกิ้ลลำดับที่ 52 ซึ่งมีเพลงสำหรับแต่ละทีม โดยอยู่ใน MV เพลงทีม K อย่าง Shuuden no Yoru (終電の夜)

ประการที่สอง เมมเบอร์รุ่นที่ 16 กับ A-side - เป็นเวลา 1 ปีเศษหลังจากที่เมมเบอร์รุ่นที่ 16 เข้าสู่วงการ AKB48 แต่หลังจากที่เมมเบอร์รุ่นที่ 16 ส่วนหนึ่งได้ขึ้นสู่ทีม ก็มีการจับตากันว่า ใครคือคนแรกที่จะได้ขึ้นสู่เซมบัตสึซิงเกิ้ลหลัก (A-side) และเป็น Yamauchi Mizuki (山内瑞葵) ที่ขึ้นมาเป็นเซมบัตสึคนแรกของรุ่น
Yamauchi Mizuki ในชุดที่ปรากฏใน MV ของ Teacher Teacher
(https://www.weibo.com/6469683895/Gj3Y7atqS?type=repost#_rnd1544339667982)
สตาฟอาจมองว่า Yamauchi Mizuki มีความพร้อมในการได้รับการผลักดันมากที่สุด เลยจัดให้เป็นเซมบัตสึหน้าใหม่ของ AKB48 ซึ่งเธอเองก็อายุ 17 ปีแล้ว จึงเป็นช่วงที่ควรได้รับการผลักดันเช่นกัน

ประการที่สาม ยอดขายถล่มทลายที่สุด - จากข้อมูลโดย Recording Industry Association of Japan (RIAJ) (日本レコード協会) ซึ่งเป็นองค์กรที่ดูแลด้านธุรกิจบันทึกภาพและเสียง ปรากฏว่าในปี ค.ศ. 2018 ซิงเกิ้ลของ AKB48 ต่างก็ผ่านยอดขาย 1 ล้านแผ่นจนกลายเป็นเรื่องปกติ

แต่ซิงเกิ้ล Teacher Teacher มีความแตกต่างออกไป เนื่องจากเป็นซิงเกิ้ลแรกของ AKB48 ที่ได้การรับรองจาก RIAJ ในฐานะซิงเกิ้ลยอดที่มีขายเกิน 3 ล้านแผ่น ในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2018 ซึ่งเป็นครั้งที่ 3 ของ RIAJ ที่รับรองยอดขาย 3 ล้านแผ่น หลังจากเพลง Dango 3 Kyodai (だんご3兄弟) ของ Hayami Kentaro, Shigemori Ayumi, Himawari Kids, and Dango Gasshoudan ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1993 และ Sekai ni Hitotsu Dake no Hana ของ SMAP ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2016
(https://www.riaj.or.jp/f/data/cert/gd.html
https://www.oricon.co.jp/pressrelease/340023/
http://music-book.jp/music/news/news/193243
https://japantoday.com/category/entertainment/idol-group-akb48%E2%80%99s-new-song-is-3rd-best-selling-japanese-single-cd-of-all-time)

สำหรับซิงเกิ้ล Teacher Teacher นี้ เป็นซิงเกิ้ลที่แนบรหัสที่ใช้สำหรับการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 10 ดังนั้นจึงเป็นซิงเกิ้ลที่แฟนคลับซื้อเพื่อใช้ลงคะแนนเป็นจำนวนมาก ผู้เขียนคาดว่า สาเหตุที่ทำให้ยอดขายสูงจน RIAJ รับรองยอดขาย 3 ล้านแผ่น เป็นดังนี้
เพลง Teacher Teacher ในเวอร์ชันรายการ AKBINGO!
(https://twitter.com/shinobumouri/status/991284524792233986)
ประการแรก ซิงเกิ้ลกับการเลือกตั้งที่ดุเดือดที่สุด - แม้ว่าจะไม่มีทั้ง Watanabe Mayu และ Sashihara Rino ที่ลงแข่งในการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 10 ซึ่งบางคนเชื่อว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้ จะเป็นการเลือกตั้งครั้งที่ซบเซาที่สุดครั้งหนึ่ง แต่ในความเป็นจริงกลับเป็นการเลือกตั้งที่ดุเดือดมากที่สุด

ความดุเดือดของการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นคะแนนที่ต่ำที่สุดของโซนเซมบัตสึที่เพิ่มขึ้น หรือคะแนนที่ต่ำที่สุดในโซนติดอันดับการเลือกตั้งที่เพิ่มขึ้น นั่นคือคะแนนที่ใช้ในการโหวตมีในระบบมากขึ้น และการแข่งขันก็ยังมีมากขึ้นอีกด้วย

หากพิจารณาจากคะแนนที่ต่ำที่สุดที่ติดอันดับการเลือกตั้งในครั้งที่ 9 อย่าง Matsuoka Hana (松岡はな) ซึ่งได้อันดับที่ 80 ด้วย 15,396 คะแนน เมื่อเทียบกับคะแนนที่เท่ากันนี้ในการเลือกตั้งครั้งที่ 10 จะพบว่า 15,396 คะแนน เพียงพอต่อการติดอันดับที่ 94-95 เท่านั้น ในขณะที่อันดับที่ 80 ในการเลือกตั้งครั้งที่ 10 คือ Aoki Shiori (青木詩織) ซึ่งได้ 18,265 คะแนน เพิ่มขึ้นเกือบ 3,000 คะแนน นั่นคือ การมีคะแนนที่เท่าเดิมส่งผลให้อันดับต่ำลง

ประการที่สอง ซิงเกิ้ลที่เปิดโอกาสให้เมมเบอร์วงน้องสาวจากต่างประเทศสามารถเข้าร่วมได้ - นี่คือครั้งแรกที่วงน้องสาวจากต่างประเทศและเมมเบอร์ต่างชาติสามารถลงสมัครเลือกตั้งได้อย่างเป็นทางการ (ในการเลือกตั้งครั้งที่ 9 Izuta Rina ก็เคยลงสมัครเลือกตั้งในฐานะเมมเบอร์ BNK48) นั่นจึงทำให้มีการประเมินถึงพลังของแฟนคลับในต่างแดนว่าจะน่าหลัวมากน้อยเพียงใด

แม้ว่าจะไม่มี JKT48 ที่ไม่ลงการเลือกตั้งเนื่องด้วยเทศกาลเราะมะฎอนและอีดุลฟิฏริ (Eid al-Fitr) แต่การเลือกตั้งก็ยังเข้มข้นดุเดือดจากพลังแฟนคลับไทยและแฟนคลับไต้หวันที่สามารถสั่งซื้อแผ่นซิงเกิ้ลนอกญี่ปุ่นได้

ความดุเดือดในการเลือกตั้งที่มากขึ้น ทำให้คะแนนเสียงที่ใช้โหวตในการเลือกตั้งมีมากขึ้น นั่นคือปริมาณแผ่นซิงเกิ้ลที่ต้องสั่งซื้อเพื่อโหวตก็มีมากขึ้นตามไปด้วย ทำให้ยอดขายเพิ่มสูงขึ้นทั้งในประเทศและนอกประเทศ

42. Stephanie และ โมบายล์ บนเธียเตอร์ AKB48

เมื่อ Kawamoto Saya ย้ายไป JKT48 เพื่อแลกกับการที่ Stephanie Pricilla Indarto Putri ย้ายเข้ามายัง AKB48 พร้อมกับโมบายล์ BNK48 ที่มาร่วมการแลกเปลี่ยนด้วย ซึ่งความแตกต่างระหว่าง 2 กรณี คือ Kawamoto Saya ไปหาประสบการณ์ที่ JKT48 เพียงลำพัง ในขณะที่ Stephanie Pricilla Indarto Putri และโมบายล์ ต่างกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน เพราะว่าทั้งคู่อยู่ในสถานะเดียวกัน คือเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนมายังญี่ปุ่นเหมือนกัน
Stephanie Pricilla Indarto Putri และโมบายล์บนสเตจทีม K
(https://mgronline.com/onlinesection/detail/9610000094132)
จะว่าไปแล้ว Kawamoto Saya ที่ไป JKT48 ก็ได้เข้าร่วมงานกีฬาสีทันทีเลย แถมได้ไปงัดข้อกับเมมเบอร์ JKT48 แต่ด้วยระบบการแข่งขันของงานเป่ายิงฉุบที่เริ่มก่อนที่ทั้งสองจะเข้ามาร่วมวง เลยทำให้ทั้งสองได้เข้าร่วมในฐานะผู้ชมที่มีตั๋วเข้างานให้
โมบายล์ และ Stephanie Pricilla Indarto Putri ในงานเป่ายิงฉุบ
(https://www.instagram.com/p/BoF3OpIAvRg/)
สำหรับเมมเบอร์แลกเปลี่ยนทั้งสองนี้ จะว่าไปแล้ว ก็ได้ออกในรายการ AKBINGO! ช่วย AKBNEWS ด้วย ไม่ว่าจะตอนที่เข้ามา หรือตอนที่กลับไปยังภูมิลำเนาก็ตาม ซึ่งทาง AKB48 เองก็ดูแลเมมเบอร์ที่เข้ามาแลกเปลี่ยนเป็นอย่างดีเช่นกัน โดยพาไปออกงาน และบางงานก็มีเฉพาะทั้งสองที่ได้เข้าไปร่วมในฐานะทูตเชื่อมความสัมพันธ์อีกด้วย
โมบายล์ และ Stephanie Pricilla Indarto Putri ใน AKBINGO!
(https://www.instagram.com/p/BoF3OpIAvRg/)
โมบายล์ และ Stephanie Pricilla Indarto Putri ใน NHK WORLD ซึ่งถ่ายทำในฉาก AKB48 SHOW!
(https://www.youtube.com/watch?v=CJoIx0UoJhs)
ตลอด 1 เดือนของการเป็นเมมเบอร์ AKB48 ทั้งสองได้รับประสบการณ์ที่ดีมาก ๆ จากการมาญี่ปุ่น ไม่ต่างจากการที่ Kawamoto Saya ได้รับประสบการณ์จาก JKT48 และความสำเร็จของการแลกเปลี่ยนครั้งนี้ ทำให้ผู้เขียนเชื่อว่า การปลกเปลี่ยนจะเกิดขึ้นอีกในอนาคตอย่างแน่นอน เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะมาอีกทีเมื่อไร และอย่างไร
โมบายล์ และ Stephanie Pricilla Indarto Putri หลังการแลกเปลี่ยนสิ้นสุดลง
(https://twitter.com/adajkt48/status/1051848261009530880)

43. SKE48 - วินาทีหน้า คือเจ้าของใหม่

ผู้อ่านเขียนไม่ได้เขียนผิด เพราะนี่คือเรื่องจริงก็เกิดขึ้นกับคำว่า "ธุรกิจ" ที่ทั้งผู้เขียนและผู้อ่านไม่มีทางรู้ได้โดยง่าย ดังนั้น ผู้เขียนจะขออธิบายด้วยข้อมูลเท่าที่มี และเตรียมพบกับเรื่องราวของวิชา "ธุรกิจและการตลาด" ได้ในข้อนี้

* ผู้เขียนได้เขียนบทความในข้อนี้ อ้างอิงเนื้อหาจากเอกสารที่ได้มีการเผยแพร่สู่สาธารณะของบริษัททั้งหมด โดยไม่ได้มีเจตนาโจมตีบุคคลหรือองค์กรแต่อย่างใด *

ในวันที่ 13 พฤศจิกายน ค.ศ. 2018 บริษัท KeyHolder จำกัด ได้เผยแพร่เอกสารจำนวน 3 หน้าซึ่งเป็นสรุปข้อตกลงในการถ่ายโอนการบริหาร SKE48 จาก บริษัท AKS จำกัด เพื่อเตรียมตัวในการเริ่มธุรกิจครั้งใหม่
(http://www.keyholder.co.jp/dl/20181113_ske48.pdf?s.5bea4fe00e614104n23k)

KeyHolder มีบริษัทลูกทั้งหมด 4 บริษัทด้วยกัน ได้แก่ บริษัท Keynote จำกัด, บริษัท KeyStudio จำกัด, บริษัท KeyProduction จำกัด, และบริษัท FA Project จำกัด
(http://www.keyholder.co.jp/en/company/profile.html)

เดิมที KeyHolder มีเพียง Keynote ที่ตั้งขึ้นเพื่อใช้รับซื้อ/ขาย/นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งทำมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1996 แต่ในปี ค.ศ. 2018 KeyHolder ทำการตั้งบริษัทลูก 3 บริษัทในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน ประกอบด้วย KeyStudio ที่รับจัดคอนเสิร์ตสด, KeyProduction ที่ผลิตรายการโทรทัศน์, และ FA Project

FA Project เป็นบริษัทร่วมที่ก่อตั้งขึ้นในวันที่ 18 กรกฎาคม ค.ศ. 2018 โดยมี KeyHolder ถือหุ้นใหญ่ถึง 62% ส่วนรายย่อยจะประกอบด้วย Akimoto Yasushi ถือหุ้น 21%, Akimoto Nobuyuki (ตัวแทนผู้อำนวยการ บริษัท Y&N Brothers จำกัด) ถือหุ้น 6%, Akatsuka Yoshihiro ถือหุ้น 3% (CEO บริษัท Allfuz จำกัด), บริษัท Y&N Brothers จำกัด ถือหุ้น 6%, และบริษัท A.M.Entertainment จำกัด ถือหุ้น 2%

แน่นอนว่า FA Project ก็คือส่วนหนึ่งที่ Akimoto Yasushi ร่วมหุ้นในฐานะผู้ถือหุ้นรายย่อย และก็ได้รับงานให้เป็นที่ปรึกษาพิเศษอีกจากเอกสารที่เผยแพร่ในวันที่ 18 มิถุนายน ค.ศ. 2018 ที่ KeyHolder มีมติ "เชิญ" Akimoto Yasushi (รวมทั้งยืนยันการเป็นพันธมิตรกับ Allfuz และ Y&N Brothers อีกด้วย) นั่นจึงทำให้ Akimoto Yasushi มีส่วนในการบริหารและความเป็นเจ้าของโดยปริยาย 
(http://www.keyholder.co.jp/dl/20180618_%20joint%20venture.pdf?s.5b2763d199aa81ck7j7h)

จากข้อมูลที่ให้มานั้น Allfuz เป็นบริษัทร่วมหุ้นระหว่าง Akatsuka Yoshihiro, บริษัท Avex Entertainment จำกัด, บริษัท Production Ogi จำกัด, บริษัท Universal Music จำกัด, และบริษัท Watanabe Entertainment จำกัด ซึ่งทั้งหมดเป็นบริษัททางด้านบันเทิง
(http://www.keyholder.co.jp/dl/20180618_businesspartnership_komon.pdf?s.5b27638d1ddba8f58dfj)

สอดคล้องกับการที่ KeyHolder เองก็พึ่งตั้งธุรกิจทางด้านบันเทิงไม่นาน จึงต้องอาศัยพันธมิตรอย่าง Allfuz ที่ทำงานด้านบันเทิงในการให้ความช่วยเหลือ ซึ่งตรงกับช่วงที่มีการลงนามความเข้าใจระหว่างทั้งคู่ เพื่อเตรียมจัดตั้งบริษัทสำหรับวงการบันเทิงเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2018
(https://www.reuters.com/article/brief-keyholder-says-business-alliance-w/brief-keyholder-says-business-alliance-with-allfuz-idUSL4N1PZ3GM) 

นอกจากนี้ ในเอกสารที่อธิบายการดำเนินงานหลังจากนี้จนถึงปิดงบประมาณของ KeyHolder ระบุไว้ว่า Akimoto Nobuyuki คือน้องชายของ Akimoto Yasushi นั่นจึงเป็นไปได้ว่า คำว่า Y หมายถึง Yasushi และ N หมายถึง Nobuyuki ซึ่งบริษัทนี้จะเห็นบ่อยครั้งในช่วงไม่นานมานี้ นอกเหนือจาก AKS 
(http://www.keyholder.co.jp/dl/20181115_52th_2Qsetsumei.pdf?s.5bed31092a11995371ei)

FA Project ทำหน้าที่เป็นบริษัทที่จัดการ, วางแผน, และผลิต content ในวงการบันเทิง และก็กำลังจะเข้ามาเป็น agency ให้กับเมมเบอร์ SKE48 แทน AKS ซึ่งเป็นเจ้าของวงอยู่ในตอนนี้ โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างร่วมมือกับ AKS ดังนั้น FA Project จึงตั้งขึ้นมาเพื่อลุยในวงการบันเทิงโดยเฉพาะ ซึ่งในปัจจุบัน อุตสาหกรรมบันเทิงกำลังขยายตัว ทำให้ KeyHolder เองต้องหาความร่วมมือเพิ่มเติม

ในเวลานั้น คนถือหุ้น AKS ก็คือ Yoshinari Natsuko (吉成夏子) 100% และข้อมูลนอกจากนี้ AKS ก็ไม่ได้เปิดเผยเพิ่มเติม
(https://jshowbiz.com/english/news/ske48/item/3918-what-s-happening-in-akb48.html
https://thediplomat.com/2018/09/understanding-japans-struggle-to-reform-the-shareholder-management-relationship/
(https://thelawreviews.co.uk/edition/the-shareholder-rights-and-activism-review-edition-3/1173614/japan)

หลังจากที่มีการลงนามในครั้งนี้ KeyHolder จะทำข้อสรุปสุดท้ายกับ AKS ภายในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2018 และเตรียมวางแผนที่จะเปิดธุรกิจเพื่อเข้ามาบริหารและจัดการวงไอดอล "SKE48" พร้อมทั้งส่งมอบธุรกิจ เพื่อเริ่มต้นในการบริหารตั้งแต่เดือนมกราคม ค.ศ. 2019

KeyHolder หวังว่าจะพัฒนาความสามารถของวงได้ในระยะกลางและระยะยาว โดยผลของการประกอบการจะมีการสรุปในวันที่ 31 มีนาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันปิดงบประมาณของบริษัท และนอกเหนือจากนี้ จะมีการอธิบายเพิ่มเติมภายหลัง

ปฏิกิริยาของแฟนคลับ SKE48 และแฟนคลับ AKB48 Group หลังจากทราบข่าวว่า SKE48 กำลังจะเปลี่ยนมือจาก AKS เป็น KeyHolder (ผ่าน FA Project) ก็กลัวว่า SKE48 จะแยกตัวออกมาจากการเป็นวงน้องสาวของ AKB48 หรือ SKExit

แต่ FA Project คือบริษัทที่ Akimoto Yasushi เป็นถือหุ้นโดยตรง 21% ซึ่ง KeyHolder เองก็เป็นบริษัทที่เน้นในด้านทุนกับการจัดการ ส่วนเรื่องของตัวศิลปินแล้ว มีความเป็นไปได้ที่อาจได้รับคำแนะนำต่าง ๆ ผ่าน Akimoto Yasushi

SKE48 หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร หลังจากที่ agency จะเปลี่ยนจาก AKS เป็น FA Project คำตอบแรกก็คือ ลิขสิทธิ์ของ SKE48 จะเป็นของ FA Project และงานต่าง ๆ ที่ SKE48 จะไหลเข้าไปยังเมมเบอร์ ก็จะดำเนินการผ่าน FA Project

อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้แฟนคลับสบายใจได้ ก็คือการที่ KeyHolder ประกาศว่าจะเข้ามาบริหาร SKE48 เพราะต้องการเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจกับ AKS ผ่าน FA Project และมีแนวทางในการพัฒนาวงร่วมกัน ก็เพราะ Akimoto Yasushi ยังเกี่ยวข้องในการบริหารงานทั้งสองฝั่ง
(https://www.nikkansports.com/entertainment/akb48/news/201811140000083.html)

อย่างน้อยที่สุดแล้ว SKE48 จะยังคงเป็น AKB48 Group โดยที่ KeyHolder เข้ามาบริหารผ่าน FA Project นอกจากนี้การที่ KeyStudio เป็นพันธมิตรกับ SHOWROOM ก็ยังเป็นที่ชัดเจนอีกแล้วว่าเมมเบอร์จะยังไลฟ์ผ่าน SHOWROOM ต่อไป และต้องจับตากันต่อไปว่า content ใหม่ ๆ จะเกิดขึ้นกับ SKE48 ในรูปแบบใดบ้าง 

(หมายเหตุ: นี่คือการเขียนบทความเชิงการตลาดครั้งแรก ซึ่งข้อมูลที่ปรากฏทั้งหมดเป็นข้อมูลที่เปิดเผยของบริษัท)

44. เมมเบอร์ AKB48 มาไทยกับ 1 ปีที่มาถึง 3 ครั้ง

ในช่วงแรก ๆ ของวง ฐานแฟนคลับในไทยของ AKB48 อาจจะไม่ได้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในเวลานั้น ด้วยความที่ศิลปินจากเกาหลีใต้ครองตลดในวงการเพลงไทยในเวลานั้น อย่างไรก็ตาม AKB48 เคยมีแผนที่จะจัดคอนเสิร์ตคอนเสิร์ตครั้งแรกในไทยตั้งแต่เดือนมิถุนายน ค.ศ. 2010 (หลังวงก่อตั้งมาแล้ว 4 ปีครึ่ง และยังไม่มีวงน้องสาวในต่างแดน) แต่ด้วยเหตุผลทางด้านสถานการณ์ของประเทศไทยเอง ทำให้ AKB48 ยกเลิกการจัดคอนเสิร์ตครั้งนั้น
(https://www.thaich.net/news/20160125a.htm)

หลังจากนั้น เมมเบอร์ AKB48 ก็เตรียมจัดการแสดงครั้งแรกในไทยอีกครั้ง ในวันที่ 29 สิงหาคม ค.ศ. 2015 ซึ่งตอนนั้นวงอายุเกือบจะ 10 ปีแล้ว และตอนนั้นมีวงน้องสาวในต่างแดน คือ JKT48 และ SNH48 โดยจัดในงาน Japan Expo Thailand 2015 (ซึ่งจัดเป็นครั้งที่ 2) ในวันที่ 28-30 สิงหาคม ค.ศ. 2015 (AKB48 12 คนทำการแสดงวันที่ 29 สิงหาคม ค.ศ. 2015)
เมมเบอร์ AKB48 ที่มาร่วมงาน Japan Expo Thailand 2015
(https://twitter.com/japanexpo_thai/status/627315452339879936)
เมมเบอร์ 12 คนที่เตรียมจะมาในครั้งนั้น ประกอบด้วย Kojima Natsuki, Kojima Mako, Tano Yuka, Kawamoto Saya, Takahashi Juri, Nozawa Rena, Hirata Rina, Okada Nana, Nishino Miki, Mukaichi Mion, Ota Nao, และ Yamada Nanami
เมมเบอร์ AKB48 ที่มาร่วมงาน Japan Expo Thailand 2015 ซึ่งปรากฏในหัวข้อเล็ก ๆในหนังสือพิมพ์
(http://japanexpothailand.com/clipping4/)
แต่ก็เพราะสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นใกล้กับสถานที่จัดงาน ทำให้การแสดงถูกยกเลิกไปก่อนที่จะเกิดงานนี้เพียงไม่นาน (เป็นความโชคร้ายอีกครั้งของ AKB48 อีกครั้งที่ไม่ได้แสดงคอนเสิร์ตในไทย)
(https://music.mthai.com/news/newsasia/220627.html)

ในที่สุดเมมเบอร์ AKB48 ก็ยังคงได้รับเลือกให้ไปแสดงใน Japan Expo Thailand 2016 เช่นเดิม หลังจากที่ต้องผิดหวังกับการยกเลิกการจัดงานในปีที่แล้ว โดยมีการส่งเมมเบอร์ไปแถลงข่าวโปรโมตงานในวันที่ 9 ธันวาคม ค.ศ. 2015 เพื่อโปรโมตงานนี้ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 22-24 มกราคม ค.ศ. 2016 และนั่นคือการมาครั้งแรกของเมมเบอร์ AKB48 อย่างเป็นทางการ (จริง ๆ แล้ว มีการมาโดยเมมเบอร์ถึงหลายครั้ง เพียงแต่ไม่ได้มาปรากฏตัวให้ทางไทยรับรู้อย่างเป็นทางการ)
เมมเบอร์ AKB48 ที่มาไทยอย่างเป็นทางการชุดแรก
(http://www.siamdara.com/entertain/concert/1028788)
โดยเมมเบอร์ที่มาโปรโมตงาน ประกอบด้วย Nozawa Rena, Kojima Natsuki, และ Mogi Shinobu ทั้งสามคนนี้เป็นชุดแรกที่ได้มาถึงจริง ๆ

และเมมเบอร์ชุดที่ 2 ที่เข้ามาไทยเพื่อมาแสดงใน Japan Expo Thailand 2016 ก็ประกอบไปด้วย Yokoshima Aeri, Izuta Rina, Shimada Haruka, Suzuki Mariya, และ Nozawa Rena ซึ่งในชุดนี้ต่างเคยมาเป็นครั้งแรกทั้งหมด ยกเว้น Nozawa Rena ที่มาเป็นครั้งที่สอง ผู้เขียนเชื่อว่าน่าจะมาจากการที่เธอสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ เลยทำให้เธอถูกวางให้เป็นเมมเบอร์ที่คุยได้โดยตรงหากไม่ผ่านล่ามภาษาญี่ปุ่น
เมมเบอร์ AKB48 ที่มาไทยเป็นชุดที่ 2
(https://music.mthai.com/news/scoopasian/234627.html)


เมมเบอร์ AKB48 ที่มาไทยเป็นชุดที่ 2 มาทำอาหารกับเชฟเอียน
(https://music.mthai.com/news/scoopasian/233241.html)
ในการมาไทยครั้งที่ 2 อย่างเป็นทางการ เมมเบอร์ AKB48 จำนวน 5 คนได้รับเลือกให้ไปแสดงครั้งแรกใน Japan Expo Thailand 2016 ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่ว่า AKS จะขี้เกียจจัดเมมเบอร์ แต่เพราะว่าทาง AKB48 ในเวลานั้นมี AKB48 Request Hour Setlist Best 100 2016 (AKB48 リクエストアワー セットリストベスト100 2016) ซึ่งจัดชนกันพอดีในวันที่ 22-24 มกราคม ค.ศ. 2016 ดังนั้น เมมเบอร์แนวหน้าจึงไม่สามารถมาร่วมงานได้ เพราะติดอยู่กับอันดับของเพลงที่สูงมาก ๆ ในช่วงวันสุดท้าย อีกทั้งจะเรียกเมมเบอร์มาเป็นจำนวนมากไม่ได้ด้วย นั่นจึงทำให้เมมเบอร์ที่มาในตอนนั้นมี 5 คน
เมมเบอร์ AKB48 ที่มาไทยเป็นชุดที่ 2 ใน Japan Expo Thailand 2016
ใน Japan Expo Thailand 2017 ซึ่งจัดขั้นในวันที่ 10-12 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2017 เมมเบอร์ 6 คนก็ขึ้นแสดงในงานนี้เช่นกัน แต่ครั้งนี้ไม่ธรรมดา เพราะในวันที่ AKB48 แสดง (12 กุมภาพันธ์) ได้มีการปรากฏตัวของเมมเบอร์ BNK48 เป็นครั้งแรก ซึ่งเมมเบอร์ทั้ง 6 คนนี้ ไม่ได้เพียงแค่แสดงในงานนี้แต่ยังไปถ่ายทำในรายการ Nemousu TV (ネ申テレビ) ที่ทั้ง 6 คนได้พบกับการฝึกจากเหล่าครูฝึกในโรงเียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
เมมเบอร์ AKB48 ที่มาไทยเป็นชุดที่ 3
(https://mgronline.com/drama/detail/9600000007598)
เมมเบอร์ทั้ง 6 คนประกอบด้วย Kawamoto Saya, Okada Nana, Taniguchi Megu, Takita Kayoko, Iino Miyabi, และ Izuta Rina และหลังจากรอบนี้ Izuta Rina จะกลับมาไทยในฐานะของเมมเบอร์ BNK48
ในรายการ Nemousu TV (ネ申テレビ) ที่เมมเบอร์ทั้ง 6 คนกับการฝึกจากเหล่าครูฝึกในโรงเียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
(รายการนี้ไม่ได้บังคับให้ไปฝึก แต่ไปฝึกกันหมดทุกคน)
(http://akb48daily.blog.fc2.com/blog-entry-1383.html)
ในงาน Viral Fest Asia 2017 ก็มีเมมเบอร์ทีม 8 จำนวน 6 คนเข้าร่วมในงานครั้งนี้ (ชุดที่ 4) โดยถือว่าเป็นครั้งแรกที่เมมเบอร์ AKB48 ขึ้นแสดงนอกเหนือจากงานประจำอย่าง Japan Expo Thailand ซึ่งครั้งนี้เมมเบอร์ที่ไป ประกอบด้วย Yoshikawa Nanase, Sato Akari, Mogi Kasumi, Takahashi Ayane, Shimizu Maria, และ Gyouten Yurina โดยทั้ง 6 คนนี้มาไทยเป็นครั้งแรกทั้งหมด และต่างจากชุดก่อน ๆ ตรงที่ครั้งนี้เป็นเมมเบอร์ทีม 8
เมมเบอร์ 6 คนที่ได้ไปร่วมงาน Viral Fest Asia 2017
(https://www.facebook.com/suranofficial/photos/a.1566795666886821/1931309317102119/?type=3&theater
https://www.animenewsnetwork.com/news/2017-05-25/akb48-bnk48-to-perform-at-viral-fest-asia-in-june/.116552)
สำหรับในปี ค.ศ. 2018 การมาครั้งแรกในรอบปีก็เกิดขึ้นกับงานเดิมอย่าง Japan Expo Thailand 2018 (ครั้งที่ 3) ซึ่งจัดขั้นในวันที่ 26-28 มกราคม ค.ศ. 2018 เมมเบอร์ 6 คนก็ขึ้นแสดงในงานนี้เช่นกัน และทำการแสดงในวันที่ 28 มกราคม ค.ศ. 2018
เมมเบอร์ AKB48 ชุดที่ 5 ที่มาไทย
(http://music.sanook.com/2393761/)
เมมเบอร์ที่มาในครั้งที่ 5 นี้ ประกอบด้วย Kuranoo Narumi, Oguri Yui, Okabe Rin, Takahashi Juri, Mukaichi Mion, และ Yokoyama Yui โดยการมาในชุดนี้ เมมเบอร์ทั้งหมดต่างมาเยือนไทยเป็นครั้งแรก
เมมเบอร์ชุดที่ 5 ที่มาไทยเพื่อ Japan Expo Thailand 2018
และรอบนี้ ก็เช่นเคยกับรายการ Nemousu TV ที่ให้เมมเบอร์ทีม 8 ที่มาในชุดนี้ จำนวน 3 คน เข้าถ่ายทำในรายการ โดยมี Izuta Rina คอยให้โจทย์พวกเธอทั้ง 3 คนได้พบเจอตั้งแต่การนั่งรถไฟแอร์พอร์ตลิ้งค์ไปจนถึงการซื้อของในห้าง
เมมเบอร์ทีม 8 จำนวน 3 คนเข้าถ่ายทำในรายการ Nemousu TV
(https://akb.48lover.com/log/49958)
ในปี ค.ศ. 2017 เมมเบอร์มาไทย 2 ครั้ง แต่ในปี ค.ศ. 2018 เมมเบอร์มาไทย 3 ครั้ง ซึ่งมากกว่าปีไหน ๆ ตั้งแต่เยือนไทยครั้งแรกในปี ค.ศ. 2015 และครั้งที่ 2 นี้ก็มาเพื่อโปรโมตงาน Maya International Music Festival 2018 โดยมีเมมเบอร์ AKB48 จำนวน 6 คนในชุดที่ 6 ที่มาไทย ประกอบด้วย Mogi Shinobu, Nakanishi Chiyori, Sasaki Yukari, Iwatate Saho, Chiba Erii, และ Asai Nanami และครั้งนี้เมมเบอร์ทุกคนยกเว้น Mogi Shinobu (ซึ่งในครั้งแรกเธอก็มาโปรโมตวงในไทย) ต่างมาเมืองไทยเป็นครั้งแรก
เมมเบอร์ AKB48 มาไทยเป็นชุดที่ 6 และเป็นครั้งที่ 2 ในรอบปี ค.ศ. 2018
(https://news.mthai.com/general-news/671508.html)
ในวันที่ 9 ธันวาคม ค.ศ. 2018 เมมเบอร์ AKB48 ได้จัดแสดงครั้งประวัติศาสตร์ โดยเป็นครั้งที่ 3 ในรอบปี ค.ศ. 2018 ซึ่งมากครั้งที่สุด และจำนวนมากที่สุดก็คือ 16 คน มากกว่าครั้งไหน ๆ ที่มาไทย และเป็นการมาไทยครั้งที่ 7 ของวงนี้ โดยประกอบด้วย Fukuoka Seina, Iwatate Saho, Kashiwagi Yuki, Kojima Mako, Kuranoo Narumi, Miyazaki Miho, Mukaichi Mion, Muto Tomu, Oguri Yui, Okabe Rin, Okada Nana, Sasaki Yukari, Shitao Miu, Takahashi Juri, Yamauchi Mizuki, และ Yokoyama Yui
รายชื่อเมมเบอร์ที่จะมาใน Maya International Music Festival 2018 จำนวน 16 คน
(https://twitter.com/MayaMusicFest/status/1057950401348026370)
สำหรับการมาครั้งที่ 2 ของเมมเบอร์ AKB48 ในปี ค.ศ. 2018 นั้นก็เพื่อการโปรโมตโดยเฉพาะ โดยได้เข้าร่วมการถ่ายทำในรายการ I Can See Your Voice Thailand, ขึ้นปกนิตยสาร, และที่สำคัญที่สุด คือการได้เข้าพบนายกรัฐมนตรีของไทยอย่าง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เมมเบอร์ AKB48 มาไทยเป็นชุดที่ 6 และเป็นครั้งที่ 2 ในรอบปี ค.ศ. 2018
(http://music.trueid.net/detail/gOWD96Mrov2Y)
เมมเบอร์ AKB48 กับรายการ I Can See Your Voice Thailand
และ AKB48 ได้เข้าไปแสดงเพลง Koi Suru Fortune Cookie กลางตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมทั้งได้เห็นการถือแท่งไฟของนายกรัฐมนตรีไทย และจับมือกับเหล่าเมมเบอร์ทั้ง 6 คน นอกจากนี้ ยังถ่ายถอดสดการแสดงครั้งนี้ในสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอีกด้วย
(ข้อความเหล่านี้ล้วนเขียนเพื่ออธิบายถึงเหตุการณ์เท่านั้น)
เมมเบอร์ AKB48 เข้าพบนายกรัฐมนตรีไทย
(http://www.thansettakij.com/content/316852)
ในเวลานี้ AKB48 ถือว่าเริ่มมีบทบาทอย่างมากต่อแฟนคลับชาวไทย ไม่ว่าจะผ่าน BNK48 หรือสนับสนุนตั้งแต่ก่อนที่ BNK48 จะมาถึงก็ตาม แต่ก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า AKB48 มาไทยบ่อยครั้งขึ้น และเป็นทางการมากขึ้น

45. JKT48 Academy 

JKT48 ในปี ค.ศ. 2018 ถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะ JKT48 หันมาเปลี่ยนระบบการเลื่อนขั้นของเมมเบอร์จากเดิมที่ใช้ Kenkyuusei แบบญี่ปุ่น โดยมีการฝึกซ้อม, ขึ้นแสดงบนสเตจ, และออกงานต่าง ๆ เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ก่อนเข้าสู่เมมเบอร์ทีมอย่างเต็มตัว มาเป็นระบบที่คิดค้นขึ้นกันมาใหม่ เรียกว่า JKT48 Academy
โลโก้ของ JKT48 Academy
JKT48 เองก็มีโรงเรียนสำหรับสอนไอดอลอินโดนิเซียแล้ว โดยรับสมาชิกใหม่ผ่านการออดิชันเมมเบอร์ที่จัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง ซึ่งระบบนี้จะนำมาใช้กับเมมเบอร์รุ่นที่ 6 ของ JKT48 เป็นต้นไป

เป้าหมายของ JKT48 Academy ไม่ได้ต้องการเพียงแค่ศิลปินที่สามารถเต้นกับร้องได้เท่านั้น แต่ต้องมีความรู้มีปัญญา เพื่อการเป็นไอดอลที่สมบูรณ์อีกด้วย โดยจะมีการสอนเป็นเรื่องเป็นราวแบบจริงจังใน JKT48 Academy 

ระบบของเมมเบอร์ก่อนขึ้นทีมถูกเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนจากที่เป็นแบบ Kenkyuusei ที่มีเพียงระดับเดียวและขึ้นทีมได้โดยมีโอกาสน้อยมาก ๆ ที่จะถูกปลดออกจากทีม (หากไม่ได้ทำผิดในเรื่องที่ร้ายแรง) กลายมาเป็นระบบที่แบ่งเป็นสอง Class นั่นคือ Class A และ Class B โดยเมมเบอร์ที่อยู่ในทีมนั้นสามารถโดนเด้งกลับมาเรียนใน Academy ได้
ภาพประกอบความเข้าใจของระบบ JKT48 Academy
(https://www.jkt48.com/jkt48-academy)
กระบวนการใหม่นี้ จะเริ่มหลังจากที่ผ่านการออดิชันแล้ว พวกเธอจะเป็นนักเรียน Class B ซึ่งมีการเรียนการสอนในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับ JKT48 และทำงานในเธียเตอร์ไม่ว่าจะเป็นไกด์พาชมเธียเตอร์ หรือช่วยขายตั๋ว เป็นต้น ซึ่งแฟนคลับจะได้เห็นการทำงานของเธอ รวมทั้งยังได้แสดงในเธียเตอร์อีกด้วย
JKT48 Acadymy Class B
(https://www.youtube.com/watch?v=7WZal75_G4A)
นักเรียน Class B จะสามารถขึ้นมาเป็นนักเรียน Class A ผ่านการสอบและความนิยมจากแฟนคลับ ซึ่งนักเรียน Class A จะทำหน้าที่เป็นตัวสำรองของเมมเบอร์ทีมหลัก (ในขณะที่ นักเรียน Class B ก็จะเป็นตัวสำรองของนักเรียน Class A อีกทีหนึ่ง) และนักเรียน Class A สามารถขึ้นทีมหลักได้ในอนาคตผ่านการเลื่อนขั้น

อย่างไรก็ตามเมมเบร์ในแต่ละทีมจะมี 16 คนซึ่งมี 3 ทีม รวมเป็น 48 คน โดยการที่นักเรียน Class A จะเลื่อนขั้นมาเป็นเมมเบอร์หลักในทีมได้นั้น ก็ต้องรอเมมเบอร์ทีมหลักจบการศึกษา หรือไม่ก็มีการเตะเมมเบอร์ทีมหลักออกไป เพื่อให้มีที่ว่างสำหรับนักเรียน Class A ในการเลื่อนขั้น

สำหรับการเป็นนักเรียนใน JKT48 Academy นั้น สามารถเป็นได้ 1 ปีซึ่งถ้านักเรียนไม่สามารถเลื่อนขั้นได้ภายในเวลาที่กำหนด ก็จะพ้นสภาพจากการเป็นเมมเบอร์ของ JKT48 โดยอัตโนมัติ และหากเมมเบอร์ในทีมถูกปลดกลับมาเป็นนักเรียน การนับเวลาในการเป็นนักเรียนจะนับจากการเป็นนักเรียนในครั้งล่าสุดเท่านั้น

สำหรับสตาฟของ JKT48 Acadeny นั้น หัวหน้าของ JKT48 Academy ได้แก่ อดีตเมมเบอร์ JKT48 อย่าง Devi Kinal Putri และใน JKT48 ก็มีวิชาต่าง ๆ ที่เปิดสอน ได้แก่ วิชาไอดอล, มารยาท, การเต้น, ร่างกาย, เสียงร้อง, สื่อ, และการบริหารจัดการคนเก่ง

ในวิชาไอดอล Melody Nurramdhani Laksani อดีตเมมเบอร์ JKT48 และ Shania Junianatha กัปตันของ JKT48 รับผิดชอบเป็นผู้สอน

อนึ่ง มีเมมเบอร์ JKT48 คนหนึ่งชื่อว่า Kanya Caya ได้แสดงสถิติใหม่ให้กับ AKB48 Group โดยเป็นเมมเบอร์ที่อยู่สั้นที่สุด นั่นคือ 8 วัน แทนที่ Otoshima Risa (音嶋莉沙) จาก HKT48 ที่ทำไว้ 9 วัน
ภาพที่มีน้อยนิดของ Kanya Caya ตอนแนะนนำสมาชิกใหม่ของ JKT48 รุ่นที่ 7
(https://www.youtube.com/watch?v=-EbnHpJZ1uo)

46. รางวัลเลขท้าย 2 ตัว เลขที่ออก "46"

ปี ค.ศ. 2018 หลายคนมองว่า ปีนี้เป็นปีของ Sakamichi (坂道) หรือเปล่า เพราะมีอะไรหลายอย่างที่เข้ามา influence วงการบันเทิงญี่ปุ่น ผู้เขียนคิดว่า มันมีอะไรที่มากกว่าการที่ Nogizaka46 (乃木坂46) สามารถทำยอดขายรวมเกิน 1 ล้านแผ่นได้สำเร็จแล้ว

สิ่งที่คู่กับคนไทยมาช้านาน ก็คือสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่มีโอกาสถูกง่ายที่สุด ก็คือรางวัลเลขท้าย 2 ตัว หรือไม่ก็รางวัลเลขท้าย 3 ตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ใครหลายคนที่ซื้อพึงหวังว่าจะต้องถูกหนึ่งในสองรางวัลนี้ 

แต่สำหรับวันประกาศผลการเลือกตั้งเซมบัตสึ AKB48 Group ซึ่งตรงกับวันที่ 16 มิถุนายน ค.ศ. 2018 และเป็นวันเดียวกับวันที่ประกาศเลขในสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยรางวัลเลขท้าย 2 ตัวในงวดนั้น คือ "46" ทั้ง ๆ ที่เป็นวันสำคัญประจำปีของ AKB48 Group แต่เลขที่ออกคือ "46" แสดงว่าดวงตอนนี้เหมือนจะไปทาง "46" แล้วล่ะ 
ภาพอธิบายประกอบความเข้าใจกับเหตุการณ์ในวันที่ 16 มิถุนายน ค.ศ. 2018
แต่เดี๋ยวก่อน นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่เลข "46" จะมาแรงเกินกว่า "48" เพราะในการประชุมฉุกเฉินของ AKB48 Group เองก็ยังไม่วายเจอ "46" แทรกเข้าไปในรายการ โดยเมื่อมีการทำแบบสำรวจเมมเบอร์ที่ลงเลือกตั้งถึงทัศนคติเกี่ยวกับวง พบว่า "จำนวนเมมเบอร์ที่คิดว่าจะเข้าไป Nogizaka46" มีถึง 146 คน จาก 338 คนที่ลงเลือกตั้ง
อะไรนะ! ลงท้าย "46" อีกแล้วเหรอ เรื่องสลากอาจมีโอกาส 1/100 ที่จะเกิดขึ้น แต่เรื่องแบบสำรวจแล้วจะได้เลขลงท้าย "46" คงเป็นอะไรที่ยากมาก ๆ แต่ก็เกิดขึ้นไปแล้ว หากยังคิดว่าเป็นเรื่องที่มโนขึ้นมา หรือไม่ก็เป็นเรื่องของความบังเอิญ ขอให้พบกับเรื่อง "รางวัลเลขท้าย 3 ตัว" ที่โอกาสถูกรางวัลคือ 1/1000 

ในงวดวันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 2018 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการปล่อยเพลงรองของซิงเกิ้ลที่ 22 ของ Nogizaka46 และซิงเกิ้ล Kaerimichi wa Toomawari Shitaku Naru (帰り道は遠回りしたくなる) ก็เป็นซิงเกิ้ลสุดท้ายที่ Nishino Nanase (西野七瀬) จะเป็นเซนเตอร์ โดยวางจำหน่ายวันที่ 14 พฤศจิกายน รางวัลเลขท้ายสามตัว คือ "046" 
รางวัลเลขท้าย 3 ตัวงวดวันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 2018
แถมปีนี้ วงตระกูล Sakamichi ยังมีเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งวง ก็คือ Yoshimotozaka46 (吉本坂46) ที่ไอดอลวงนี้มีทั้งผู้ชายและผู้หญิง มีทั้งผู้ใหญ่และเด็ก นอกจากนี้ยังมีอดีตเมมเบอร์ NMB48 คืนชีพเข้าร่วมวงนี้อีกด้วย 
เมมเบอร์ Yoshimotozaka46 (吉本坂46)
เมมเบอร์ Yoshimotozaka46 ในวันก่อตั้ง คือ 46 คน และเมมเบอร์รุ่นแรกประกาศตัวในวันที่ 20 สิงหาคม ค.ศ. 2018 ซึ่งแน่นอนว่า เลข "46" ที่บอกว่า "ถึงแม้จะน้อยกว่า 48 แต่ก็ไม่ยอมแพ้แน่นอน" ได้เลยจุดนี้ไปแล้ว เพราะเลขนี้ออกสลากกินแบ่งรัฐบาลมากกว่า "48" ตลอดปี ค.ศ. 2018 ไปแล้ว

47. 47 no Suteki na Machi e (47の素敵な街へ) - ปรากฏการณ์ทีม 8 แห่ง AKB48

ในปี ค.ศ. 2018 สิ่งหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็นจุดหักเหสำคัญของ AKB48 นอกเหนือจากการที่ทีมของ AKB48 จะไม่มีเมมเบอร์จากวงน้องสาวเข้ามาควบวง ก็คือการควบทีมของเมมเบอร์ทีม 8 กับทีมดั้งเดิมทั้ง 4 ทีมของ AKB48 
เมมเบอร์ทีม 8 ในช่วงท้ายปี ค.ศ. 2016 (เมมเบอร์ในภาพมีจำนวน 46 คน)
(http://akb48team8.net/archives/8-1776.html)
ทีม 8 ในปี ค.ศ. 2018 ถือเป็นช่วงที่มีการผลักดันจากทางสตาฟอย่างชัดเจน ซึ่งทีม 8 ถูกมองว่าเป็นกำลังสำคัญที่จะสร้างเสถียรภาพให้กับทีมหลักของ AKB48 ในเวลานี้ เนื่ิองจากเมมเบอร์ทีมหลักของ AKB48 เองก็มีจำนวนประมาณ 10-12 คน 

อีกสิ่งหนึ่งที่ยืนยันถึงพลังศรัทธาของแฟนคลับได้เป็นอย่างดี ก็คือการที่เพลง 47 no Suteki na Machi e (47の素敵な街へ) ซึ่งเป็นเพลงประจำทีม 8 โดยพฤตินัย สามารถติดอันดับใน Request Hour Setlist ของ AKB48 Group มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่อันดับที่ 11 ในปี ค.ศ. 2015 (ครั้งแรกที่เพลงนี้สามารถถูกโหวตได้), อันดับที่ 3 ในปี ค.ศ. 2016, และตามมาด้วยอันดับที่ 2 ถึง 2 ครั้ง (ค.ศ. 2017 และ 2018)
เพลง 47 no Suteki na Machi e ใน AKB48 Group Request Hour Setlist 2018
(https://stana47.blogspot.com/2018/01/47-no-suteki-na-machi-e-in-request-hour.html)
เหมือนเหล่าแฟนคลับทีม 8 จะนัดหมายกันเป็นอย่างดีแล้วว่า หากจะให้ทีม 8 มีพื้นที่ที่ให้ทุกคนได้รู้จัก เพลง 47 no Suteki na Machi e เท่านั้นที่ทำได้ โดยในปี ค.ศ. 2017 และ 2018 เพลงนี้ได้รับการโหวตให้อยู่ในอันดับที่ 2 โดยเพลงของ NGT48 เข้ามาเป็นอันดับ 1 ถึง 2 ปีซ้อนด้วยเพลงที่แตกต่างกัน

ไม่ใช่เพียงเรื่องของ 47 no Suteki na Machi e เท่านั้นที่เป็นจุดเด่นของทีม 8 แต่ในปี ค.ศ. 2018 ได้เห็นเมมเบอร์เข้าสู่ส่วนสำคัญต่าง ๆ ของ AKB48 ไม่ว่าจะเป็น Okabe Rin ในฐานะกัปตันทีม A คนแรกของทีม 8 หรือการที่ Oguri Yui ได้เป็นเซนเตอร์ซิงเกิ้ลหลักคนแรกของ AKB48 จากทีม 8
 Okabe Rin และ Oguri Yui
(https://lihkg.com/thread/394966/page/1)
นอกจากนี้ เมมเบอร์ทีม 8 ที่ได้ไปเป็นส่วนหนึ่งของ IZ*ONE ก็คือ Honda Hitomi (本田仁美) โดยเธอจะหยุดกิจกรรมกับ AKB48 ทีม 8 จนถึงเดือนเมษายน ค.ศ. 2021 ซึ่งนั่นก็คือส่วนหนึ่งของความสำเร็จของทีม 8 ที่มีเมมเบอร์เอาชนะใจคนเกาหลีใต้ได้สำเร็จ
 นั่นคือ Honda Hitomi กับ IZ*ONE
นั่นจึงทำให้ทีม 8 เริ่มมีความสำคัญมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นจำนวนเมมเบอร์ในทีมที่มากที่สุด หรือแม้แต่แรงสนับสนุนจากแฟนคลับที่ยังเหนียวแน่นอย่างต่อเนื่อง

ระบบทีม 8 มีความแตกต่างออกไปจากทีมดั้งเดิมตรงที่ พวกเธอจะถูกออดิชันในจังหวัดนั้น ๆ และเมื่อได้รับการคัดเลือกเป็นเมมเบอร์แล้ว จะขึ้นสู่ทีมโดยตรงทันทีโดยไม่ผ่าน Kenkyuusei และไม่มีการโยกย้ายทีมหรือรับผ่านระบบดราฟท์ นอกจากนี้ ทีม 8 ยังไม่มีเธียเตอร์ประจำเป็นของตัวเอง เนื่องจากคุณค่าของวงที่เป็น "ไอดอลผู้ที่จะไปพบคุณ" โดยทีม 8 อาศัยเธียเตอร์ของ AKB48 เป็นที่แสดงสเตจ (ซึ่งเปรียบได้กับการที่ทีม 8 เป็นทีมลำดับที่ 5 ของ AKB48) ซึ่งทีม 8 จะจัดทัวร์แสดงคอนเสิร์ตตามที่ต่่าง ๆ

ในปี ค.ศ. 2018 เมมเบอร์ที่จบการศึกษาออกไปมีทั้งหมด 5 คน ได้แก่ Mogi Kasumi, Hirose Natsuki, Hayasaka Tsumugi, Shimoaoki Karin, และ Yaguchi Moka (谷口もか) ซึ่ง 4 คนแรกนั้นถูกแทนที่ด้วย Ito Kirara (伊藤 きらら), Rissen Airi (立仙 愛理), Mitomo Mashiro (御供茉白), และ Fujizono Rei (藤園麗) ในขณะที่เมมเบอร์ที่จะมาแทน Yaguchi Moka จากจังหวัด Miyazaki (宮崎) จะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้
Ito Kirara (伊藤 きらら), Fujizono Rei (藤園麗), และ Mitomo Mashiro (御供茉白)
(https://7gogo.jp/mitomo-mashiro/583)
เมมเบอร์ใหม่ล่าสุดทั้ง 4 คนในปี ค.ศ. 2018 ต่างก็เข้ามาในฐานะเมมเบอร์ทีม 8 ในช่วงที่เมมเบอร์ทีม 8 คนอื่นต้องรับงานควบทีมกับทีมดั้งเดิมของ AKB48 ดังนั้น สิ่งที่พวกเธอกำลังจะเจอข้างหน้า นอกเหนือจากการฝึกซ้อมการเต้นและการร้องแล้ว ก็อาจเป็นการควบวงดังเช่นที่เมมเบอร์ทีม 8 ทั้งหมดกำลังรับผิดชอบอยู่ในเวลานี้

ทิศทางของเมมเบอร์ทีม 8 ในปี ค.ศ. 2019 ที่พอจะคาดการณ์ได้ ก็คือจะมีเมมเบอร์ใหม่จากจังหวัด Miyazaki ที่มาแทน Yaguchi Moka และเตรียมตัวส่ง Cho Kurena (長久玲奈) ซึ่งประกาศจบการศึกษาในวันที่ 9 ธันวาคม ค.ศ. 2018 (และจะได้เห็นเมมเบอร์หน้าใหม่ที่มาจากจังหวัด Fukui (福井) ในปี ค.ศ. 2019)

48. AKB48 Group ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ในปี ค.ศ. 2018 เป็นปีที่ AKB48 Group เกิดการเปลี่ยนหลายอย่าง และมีหลายสิ่งเกิดขึ้นใหม่ในปีนี้ ดังจะเห็นได้จากการเปิดตัวเมมเบอร์รุ่นแรกของวงน้องสาววงใหม่นอกญี่ปุ่นไม่ว่าจะเป็น MNL48, SGO48, และ AKB48 Team SH หรือการที่ TPE48 กลายเป็น AKB48 Team TP 

หรือการที่ดราฟท์ครั้งที่ 3 เปิดโอกาสให้แฟนคลับสามารถโหวตผู้ผ่านการคัดเลือกที่ชื่นชอบให้เข้ามาเป็นเมมเบอร์ของทีมต่าง ๆ ได้โดยตรง และมีเมมเบอร์รุ่นใหม่ของ NGT48, NMB48, และ HKT48 ที่เปิดตัวในปี ค.ศ. 2018 นี้ (ในขณะที่ SKE48 กำลังคัดเลือกเมมเบอร์อยู่) 

หรือการที่ JKT48 จัดระบบใหม่ในรูปแบบ JKT48 Academy และมีการแข่งกีฬาสีของวงครั้งแรก พร้อมทั้งการเลือกตั้งที่พลิกความคาดหมาย

หรือการที่ BNK48 ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น สามารถติดอันดับในการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 10 อีกทั้งยังมีรายการวาไรตี้เป็นของตัวเองในชื่อ Victory BNK48 

หรือการที่ Yamamoto Sayaka แห่ง NMB48 จบการศึกษา พร้อมทั้งวางตัว Kojima Karin เป็นกัปตันวงเพื่อประคับประคองวงต่อไปในอนาคต 

หรือการที่ Yokoyama Yui วางตัว Mukaichi Mion เป็นผู้จัดการทั่วไปของ AKB48 Group ต่อจากตนหลังจบการศึกษา ซึ่งแสดงถึงความชัดเจนต่อการนำวงในอนาคตหลังจากนี้

หรือการที่ Matsui Jurina ชนะการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 10 และ MV ซิงเกิ้ล Sentimental Train ฉบับไม่สมบูรณ์ที่ไม่มีเซนเตอร์อยู่ในฉาก จนทำให้มีการถ่ายทำในภายหลัง รวมทั้งการปรากฏตัวอย่างต่อเนื่องของ Suda Akari ผู้เป็นไอดอลที่ทุ่มเททุกอย่างแบบไม่ห่วงสวย

หรือการที่ Kitahara Rie จบการศึกษาโดยไม่มีใครเป็นกัปตันวงต่อจากเธอ และวง NGT48 ที่ปฏิรูปภายในจนเกิดทีม G ขึ้นมา 

หรือการที่ Miyawaki Sakura และ Yabuki Nako จาก HKT48 ได้ไปเดบิวต์กับ IZ*ONE ซึ่งต้องหยุดกิจกรรมกับ AKB48 Group จนถึงเดือนเมษายน ค.ศ. 2021 และการมาของรายการ Produce48 ที่ทำให้แฟนคลับจากฝั่งเกาหลีใต้ได้รู้จัก AKB48 Group มากขึ้น

ท้ายที่สุดแล้ว AKB48 Group ในปี ค.ศ. 2018 ก็มีหลายเรื่องราวและหลากความรู้สึกที่น่าสนใจ รวมทั้งความท้าทายใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดทั้งปี ซึ่งแฟนคลับได้เรียนรู้และต้องปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแทบทุกวัน 

สุดท้ายนี้ ในปี ค.ศ. 2019 ในรัชสมัยของญี่ปุ่นที่กำลังจะเปลี่ยนไปในไม่ช้านี้ ผู้เขียนก็จะจับตาถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงทั้งสังคมและวงการบันเทิงที่ส่งผลต่อ AKB48 Group ในอนาคตข้างหน้า

Comments

  1. อ่านเพลินเลยครับ เจ๋งๆๆ ชอบ ^^

    ReplyDelete

Post a Comment

Popular posts from this blog

ใครคือดาวรุ่นใหม่ของ AKB48 พาร์ท 1 - ส่องดูเมมเบอร์ดั้งเดิมแห่ง AKB48

Majimuri Gakuen (マジムリ学園) กับเค้าโครงประวัติศาสตร์จริง