Sekai no Hito e (世界の人へ) - สิ่งที่ NGT48 บอกกับคนบนโลก..

ซิงเกิ้ลลำดับที่ 4 ของ NGT48 อย่าง Sekai no Hito e (世界の人へ) ได้เผยแพร่ MV ตัวเต็ม โดยลงทุนไปถ่ายทำ MV ถึงเมือง Vladivostok (Владивосток) ในประเทศรัสเซีย ซึ่งเป็นเมืองน้องสาวของเมือง Niigata และมี Ogino Yuka (荻野由佳) เป็นเซนเตอร์
48ศึกษา จะมาอธิบายถึง MV นี้ และถอดความหมายของซิงเกิ้ลนี้ที่แฝงอยู่ในเนื้อเพลงที่เน้นความเป็นรัสเซียบนโลกของไอดอลญี่ปุ่นนี้..


ทำไมต้องเป็น Vladivostok?

เป็นครั้งแรกของ NGT48 และ AKB48 Group ที่ได้มีโอกาสถ่ายทำ MV ถึงเมือง Vladivostok ในประเทศรัสเซีย กลายเป็นความแปลกใหม่ของ AKB48 Group ทั้งเสียงดนตรี เครื่องแต่งกาย หรือแม้แต่ปกแผ่นซิงเกิ้ล ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งใหม่ ๆ ที่ไม่เคยได้เห็นมาก่อน 

ว่าแต่ หากพิจารณาดี ๆ แล้ว เมืองที่ใช้ถ่ายทำในซิงเกิ้ลนี้ มีความเป็นได้ในหลายสถานที่ทั่วโลก แต่ NGT48 เลือกที่จะใช้เมือง Vladivostok ของรัสเซียเป็นสถานที่ถ่ายทำและเล่าเรื่อง ดังนั้น ผู้เขียนจึงเกิดคำถามว่า ทำไมถึงต้องเป็นเมืองนี้
Vladivostok
(https://www.personalguide.ru/city/vladivostok)
มาเล่าถึงความสำคัญของเมืองนี้กันก่อน Vladivostok เป็นชื่อเมืองที่เกิดจากการรวมคำ 2 คำในภาษารัสเซีย คือ vladet (владеть) ที่แปลว่า "ปกครอง" และ vostok (восток) ที่แปลว่า "ตะวันออก" ทำให้ชื่อเมืองนี้มีความหมายกลายเป็น "ผู้ปกครองแห่งตะวันออก" 

จักรวรรดิรัสเซียตั้งรกรากเข้ามายังเมือง Vladivostok ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1860 ภายหลังจากที่ตกลงกันในอนุสัญญาปักกิ่ง (Convention of Peking) ซึ่งเป็นผลจากการที่สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสเอาชนะต้าชิง (大清) ในสงครามฝิ่นครั้งที่ 2 โดยที่รัสเซียซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับสงครามแม้แต่นิดเดียว กลับได้ไปอยู่ในอนุสัญญาเพื่อผนวกดินแดนส่วนตะวันออกเป็นของรัสเซีย

จักรวรรดิรัสเซียในรัชสมัย Alexander II (Алекса́ндр II) ในปี ค.ศ. 1855-1881 เป็นช่วงที่รัสเซียขยายตัวออกไปในดินแดนตะวันออกเพื่อทำการค้าบนซีกโลกตะวันออกที่กำลังพัฒนาตัวอย่างรวดเร็วและต้องการรักษาอิทธิพลของตนเองบนซีกโลกตะวันออกจากการล่าอาณานิคมของชาติตะวันตกอื่น ๆ อีกด้วย

แต่การตั้งเมือง Vladivostok ซึ่งอยู่ในซีกโลกตะวันออก (ไซบีเรีย) กลับสร้างปัญหาที่น่าปวดหัวให้กับรัสเซียอย่างหนึ่ง ก็คือการขนส่งระหว่างรัสเซียในโซนยุโรปกับ Vladivostok ที่แทบจะต้องอ้อมโลกในเวลานั้นด้วยเรือ หรือการขนส่งทางม้าที่นานพอ ๆ กับการรอทีมชาติรัสเซียให้เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายในฟุตบอลโลก

ดังนั้น การสร้างการขนส่งที่จะลดเวลาในการเดินทางลงได้อย่างมหาศาล และสามารถขนอะไรก็ได้ไปยัง/มาจาก Vladivostok ก็เกิดขึ้น และนั่นคือ Trans-Siberian Railway (Транссибирская магистраль) ที่ยาว 9289 กิโลเมตร ซึ่งยาวที่สุดในโลก โดยใช้เวลาเพียง 1 สัปดาห์ในการเดินทางจาก Moscow (Москва) ไปยัง Vladivostok 
สแตมป์ที่ระลึกเนื่องโอกาสครบรอบ 100 ปีกิจการ Trans-Siberian Railway
(http://lifeglobe.net/blogs/details?id=471) 
รถไฟเส้นนี้เป็นพระราชดำริของพระเจ้าซาร์ Nicholas II (Николай II) ซึ่งเริ่มการก่อสร้างในปี ค.ศ. 1891 ครั้งทรงเป็นมกุฎราชกุมาร เพื่อเชื่อมโลกตะวันออกเข้าด้วยกันเป็นจักรวรรดิรัสเซียเพียงหนึ่งเดียว และสายรถไฟนี้ เสร็จสมบูรณ์ทั้งหมดในปี ค.ศ. 1916 แต่ระหว่างที่สร้างทางรถไฟสายที่ยาวที่สุดในโลกนี้ ผลงานนี้ก็ถูกนำมาใช้งานทั้ง ๆ ที่ยังไม่เสร็จ ก็คือการลำเลียงกำลังพลทหารรัสเซียและเสบียงต่าง ๆ เพื่อสู้รบในสงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่น (Ру́сско-япо́нская война́, 日露戦争) ในปี ค.ศ. 1904-1905

ในช่วงการปฏิวัติรัสเซียในปี ค.ศ. 1917 จักรวรรดิรัสเซียล่มสลาย เกิดรัฐบาลเฉพาะกาลรัสเซียที่ไม่สามารถควบคุมอะไรได้ ในขณะที่สาธารณรัฐโซเวียตสหพันธรัฐสังคมนิยมรัสเซีย (Российская Социалистическая Федеративная Советская Республика) หรือโซเวียตรัสเซีย กำลังมีอิทธิพลมากขึ้นเรื่อย ๆ บนแผ่นดินรัสเซีย

เพื่อตอบโต้การขยายอิทธิพลและการคุกคามของ Bolsheviks (большевики) ญี่ปุ่นซึ่งมีผลประโยชน์อยู่ในเมือง Vladivostok จึงตัดสินใจเข้ายึดเมืองในวันที่ 5 เมษายน ค.ศ. 1918 ก่อนที่ฝ่ายสัมพันธมิตรในสงครามครั้งที่ 1 ยกพลเข้ายึด Vladivostok ในเดือนสิงหาคมปี ค.ศ. 1918 และสนับสนุนรัฐบาลรัสเซียในขบวนการฝ่ายขาว (Белое движение) (ส่วนฝ่ายแดงก็คือ Bolsheviks นั่นเอง) 
ทหารญี่ปุ่นเข้ายึดเมือง Vladivostok
(http://ttolk.ru/?p=19857)
สงครามได้ขยายไปทั่วประเทศกลายเป็นสงครามกลางเมืองรัสเซีย และดำเนินมาอย่างรุนแรง แต่ในการรบกลับพบว่า ฝ่ายแดงเข้มแข็งกว่า สามารถไล่ตีเมืองคืนจากฝ่ายขาวได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อเป็นเช่นนั้น ฝ่ายสัมพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่ 1 ยกเว้นญี่ปุ่น (ที่ต้องรักษาอิทธิพลทางเศรษฐกิจของตน) จึงถอนตัวออกจากแผ่นดินรัสเซียรวมถึงเมือง Vladivostok ในปี ค.ศ. 1920

ช่วงเวลานั้น Far Eastern Republic (Дальневосто́чная Респу́блика) ซึ่งนิยม Bolsheviks จึงเกิดขึ้นเพื่อสู้กับขบวนการฝ่ายขาวที่มีเพียงแค่ญี่ปุ่นเท่านั้นที่ยังปักหลักสนับสนุนอยู่ แต่ด้วยแรงกดดันจากนานาชาติ และกระแสต่อต้านการแทรกแซงของคนในประเทศญี่ปุ่นต่อความสูญเสียที่ไม่คุ้มค่า จึงทำให้ทหารญี่ปุ่นต้องถอนตัวออกจากเมือง Vladivostok ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1922 ก่อนที่เมืองจะตกอยู่กับฝ่ายแดงในวันที่ 25 ตุลาคม และกลายเป็นส่วนหนึ่งของโซเวียตรัสเซียในวันที่ 15 พฤศจิกายน ค.ศ. 1922
เมือง Chita เป็นเมืองหลวงของ Far Eastern Republic ที่ก่อตั้งในดินแดนตะวันออกไกล ซึ่งสนับสนุน Bolsheviks
(http://lhistory.ru/statyi/dalnevostochnaya-respublika)
แม้ว่าเมืองนี้ จะมีความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศในฐานะเมืองที่เชื่อมโยงกับโลกตะวันออก แต่ก็ยังไม่มีผู้นำคนใดตั้งแต่สมัยจักรวรรดิรัสเซียที่ได้มายังเมือง Vladivostok จนกระทั่งการมาของ Nikita Khrushchev (Никита Хрущёв) เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์สหภาพโซเวียตในปี ค.ศ. 1954
Nikita Khrushchev เป็นผู้นำคนแรกที่เยือน Vladivostok อย่างเป็นทางการ
(https://primamedia.ru/news/536534/) 
จากนั้น เมือง Vladivostok ก็ได้รับการพัฒนาและขยายตัวมาตั้งแต่ยุคสหภาพโซเวียตจนส่งต่อมาที่สหพันธรัฐรัสเซียในปัจจุบัน

เมือง Vladivostok มีความสำคัญต่อรัสเซียในฐานะเมืองท่าแห่งหนึ่งของไซบีเรียหรือเขตตะวันออกไกล ซึ่งเป็นจุดถ่ายทอดสินค้าต่าง ๆ ทั้งทางเรือ ทางรถไฟ หรือทางอากาศ นอกจากนี้ยังเป็นเมืองของรัสเซียที่เชื่อมโยงกับจีน, ญี่ปุ่น, หรือแม้แต่ประเทศปิดอย่างเกาหลีเหนือ นั่นคือเมือง Vladivostok เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของรัสเซียต่อโลกตะวันออก ซึ่งเป็นข้อดีของรัสเซียเหนือชาติตะวันตกอื่น ๆ ที่สามารถใช้แผ่นดินของตนเองเข้าใกล้ชิดและแลกเปลี่ยนกับชาติตะวันออกไกลเหล่านั้นได้ง่าย

ดังนั้น เมือง Vladivostok จึงมีจุดเด่นในด้านประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับชาติตะวันออกไกลโดยตรง และยังเป็นประตูสู่รัสเซียที่กว้างใหญ่สำหรับเอเชียตะวันออกอีกด้วย 

สำหรับ NGT48 แล้วการเลือกเมือง Vladivostok จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้เห็นสถานที่ใหม่ ๆ ในการถ่ายทำ โดยที่ผ่านมา MV ของ AKB48 Group เคยไปถ่ายทำมาแล้วในต่างประเทศ เช่น กวมในสหรัฐฯอเมริกา กับซิงเกิ้ล Everyday, Kachuusha (Everyday、カチューシャ) ของ AKB48 หรือพัทยาในประเทศไทย กับซิงเกิ้ล Sansei Kawaii! (賛成カワイイ!) ของ SKE48 ซึ่งทั้งสองสถานที่ที่ยกตัวอย่างนั้น เป็นสถานที่ที่คนญี่ปุ่นต่างรู้จักกันดี

ดังนั้นเมือง Vladivostok ของรัสเซียจึงถูกนำมาใช้เป็นฉากในการถ่ายทำ MV ของ NGT48 ในครั้งนี้ เนื่องจากมีความเหมาะสมในด้านสถานที่ที่ใกล้กับญี่ปุ่นมาก มีความสนิทสนมกับเมือง Niigata (เมืองที่ตั้งของ NGT48) ในฐานะเมืองน้องสาวและเมืองท่าด้วยกัน นอกจากนี้ยังมีความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์ที่ญี่ปุ่นเคยมีชาวญี่ปุ่นเข้าไปอาศัยและทำงานในเมืองนี้เป็นจำนวนมากภายหลังจากการเปิดประเทศอีกด้วย

เรื่องราวของปกซิงเกิ้ล

หากใครสังเกตบนปกซิงเกิ้ล Type-A ที่ฉากหลัง จะเป็นพระบรมรูปของพระเจ้าซาร์ Nicholas II ผู้ทรงริเริ่มกิจการ Trans-Siberian Railway และภาพที่ปรากฏบนปกซิงเกิ้ลทั้ง 4 แบบนั้นก็ถูกถ่ายในสถานที่เดียวกันทั้งหมดเลย ก็คือ สถานีรถไฟ Vladivostok นั่นเอง และซิงเกิ้ลนี้ก็เป็นซิงเกิ้ลแรกของ AKB48 Group ที่มีชื่อเพลงเป็นภาษารัสเซีย
ปกแผ่นซิงเกิ้ล Sekai no Hito e (世界の人へ) Type A 
สถานที่บนปกซิงเกิ้ลที่เป็นสถานีรถไฟ Vladivostok ก็มีความเกี่ยวข้องกับ Trans-Siberian Railway ซึงเป็นสถานที่สุดท้ายของเส้นทางรถไฟที่ยาวที่สุดในโลกอีกด้วย ในทางกลับกันเมืองนี้เป็นจุดที่สามารถก้าวเข้าสู่ยุโรปได้โดยตรงผ่านทางรถไฟ และในสถานีรถไฟตามหัวเมืองต่าง ๆ ก็เป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก
ปกแผ่นซิงเกิ้ล Sekai no Hito e (世界の人へ) Type C
หากลองพิจารณาจากแนวคิดที่เลือกใช้สถานีรถไฟเป็นสถานที่ที่ถ่ายทำปก ก็อาจเป็นไปได้เพราะความงามของสถานีรถไฟรัสเซียที่ขึ้นชื่อ ซึ่งแน่นอนว่าการถ่ายทำในต่างแดนก็มักได้รับคำแนะนำจากคนในท้องที่ถึงสถานที่สวย ๆ ที่น่าสนใจ สำหรับรัสเซียก็คงหนีไม่พ้น "รถไฟ" ซึ่งเป็นหนึ่งในระบบขนส่งสาธารณะที่เป็นหัวใจหลักของประเทศ

Ogino Yuka ในฐานะเซนเตอร์

หากพิจารณาจากชื่อเพลง Sekai no Hito e (世界の人へ) หรือ людям всего мира ซึ่งแปลว่า "ถึงผู้คนของโลก" จะเห็นได้ว่า ชื่อซิงเกิ้ลหลักที่ Ogino Yuka เป็นเซนเตอร์จะมีคำว่า Sekai (世界) ที่แปลว่า "โลก" ด้วยทั้งสองครั้ง โดยซิงเกิ้ลที่เธอเป็นเซนเตอร์อีกซิงเกิ้ลหนึ่ง ก็คือซิงเกิ้ลลำดับที่สองของวง นั่นคือ Sekai wa Doko Made Aozora na no ka? (世界はどこまで青空なのか?)

ไม่น่าจะใช่เรื่องบังเอิญที่คำว่า Sekai จะเป็นส่วนหนึ่งของชื่อซิงเกิ้ลหลักที่ Ogino Yuka เป็นเซนเตอร์ เพราะชื่อซิงเกิ้ลที่มีคำว่า Sekai สำหรับวงอื่น ๆ ก็คงมีเพียงซิงเกิ้ลรองของ AKB48 อย่าง Sekai ga Naiteru Nara (世界が泣いてるなら) โดยเมมเบอร์ SKE48 ที่จะใช้คำว่า Sekai อยู่ในชื่อซิงเกิ้ล

คำถามก็มาถึงแล้วว่า ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ผู้เขียนก็ต้องอธิบายถึงที่มาของ Ogino Yuka ว่าทำไมถึงถูกมองด้วยคำว่า "Sekai" ด้วยชื่อซิงเกิ้ลทั้งสองครั้งที่เธอได้เป็นเซนเตอร์

ความพยายามระดับโลกในการเป็นไอดอล

กว่าจะถึงจุดนี้ Ogino Yuka มีความพยายามและอดทนในการเข้าวงนี้ในระดับที่ผู้เขียนคิดว่าน่าจะเป็นระดับโลกได้เลย 

ในประวัติของเธอเอง เธอไม่สามารถเลื่อนขั้นจาก tentative kenkyusei ใน AKB48 รุ่นที่ 15 ทั้ง 2 ครั้งที่เปิดโอกาสในการเลื่อนขั้น เมื่อเธอเลือกเข้าสู่วงการอีกทางหนึ่งโดยการออดิชั่นเข้าทีม 8 ผลปรากฏว่าล้มเหลว จนกระทั่งเธอสามารถเข้าสู่วงการโดยการเป็น Baito AKB ซึ่งเป็นไอดอลชั่วคราว 

และความโชคดีก็เกิดขึ้นเมื่อ Kitahara Rie (北原里英) ซึ่งเป็นกัปตันของ NGT48 ในขณะนั้นและ Kashiwagi Yuki (柏木由紀) เลือกเธอเข้าสู่วงผ่านดราฟท์รุ่นที่ 2 โดยผู้เขียนมองว่า เป็นความบังเอิญที่ทั้งสองคนต่างพบ Ogino Yuka แล้วเห็นแววเข้าพอดี เลยทำให้ถูกเลือก หากวันนั้นเธอไม่พบกับรุ่นพี่ทั้งสองก่อนที่จะถูกเลือกพอดี ผู้เขียนก็คงบอกไม่ได้เลยว่า เธอจะยังเป็นไอดอลที่โด่งดังเช่นนี้หรือไม่
(https://9917km.wordpress.com/2017/12/11/ngt48-ogino-yuka-idol-and-read-012/)

ความล้มเหลวในการออดิชั่นเข้าวงหลายครั้ง ทำให้ Kitahara Rie ซึ่งผ่านการย้ายวงและควบวงไปมาหลายครั้งเข้าใจในความมุ่งมั่นของเธอ และยินดีที่จะรับเธอเข้าสู่วงการ นั่นทำให้ Ogino Yuka รักและศรัทธาทั้งตัว Kitahara Rie และ Kashiwagi Yuki ที่พาเธอเข้าสู่จุดที่ยิ่งใหญ่ในวันนี้ได้สำเร็จ

ไอดอลกับปรากฏการณ์ระดับโลก

การเลื่อนอันดับในการเลือกตั้งเซมบัตสึโดยปกติแล้ว จะพบว่ามักขึ้นทีละก้าวในแต่ละปี หรือไม่ก็ 10-20 อันดับ แต่สำหรับ Ogino Yuka แล้ว อันดับของเธอพุ่งสูงมากจนน่าจะเรียกได้เลยว่า กระโดไกลที่สุดในโลก จากอันดับที่ 95 จู่ ๆ ก็กลายเป็นอันดับที่ 5 ในโซนของคามิ 7 แบบโลกยังประหลาดใจ

หรือแม้แต่ NGT48 ก็ยังขึ้นชื่อในเรื่องของการทำลายสถิติโลกเป็นว่าเล่นเสมือนว่ากำลังปิดตาตีแตงโม โดยเริ่มจากการทำภาพจากพิมพ์จากรอยมือที่มีผู้เข้าร่วมมากที่สุดในโลกภายใน 1 ชั่วโมง ซึ่งก็คือ 1,231 คน (แม้ว่าสถิติในปัจจุบันจะถูกทำลายโดย Sino-Ocean Group Holding Limited ในจีนที่ 1,401 คนก็ตาม (http://www.guinnessworldrecords.com/world-records/456634-most-contributions-to-a-handprint-painting-in-one-hour))
NGT48 กับสถิติการทำภาพจากพิมพ์จากรอยมือที่มีผู้เข้าร่วมมากที่สุดในโลกภายใน 1 ชั่วโมง
(http://jshowbiz.com/english/component/k2/item/1532-ngt48-break-guinness-world-record.html) 
และในวันถัดมา NGT48 ก็จัดการทำลายอีกสถิติหนึ่ง ก็คือ การปั้นข้าวปั้น 100 ลูกที่เร็วที่สุดในโลก ซึ่งกลายเป็นว่า NGT48 สามารถทำลายสถิติโลกสองสถิติได้สำเร็จใน 2 วันเท่านั้น
NGT48 กับสถิติการปั้นข้าวปั้น 100 ลูกที่เร็วที่สุดในโลก
(http://www.guinnessworldrecords.jp/news/2018/1/ngt-most-contributions-to-a-handprint-painting-in-one-hour)
ไม่ใช่แค่ Ogino Yuka เท่านั้นที่มีส่วนกับทั้งสองสถิตินี้ แต่ทั้งวงทำให้เกิดสถิติโลกที่น่าภูมิใจนี้ขึ้นมาได้จนสำเร็จ และเพลงนี้ Sekai no Hito e ก็ใช้บอกกับคนทั้งโลกว่า วงนี้สามารถสร้างสถิติระดับโลกได้เช่นนั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่นอกเหนือจากสถิติของ AKB48 ที่ทำได้ในฐานะ "วงป๊อปที่ใหญ่ที่สุดในโลก"
(http://www.guinnessworldrecords.com/world-records/largest-pop-group/)

ตัวละครชาวรัสเซียใน MV ทั้ง 2 คน

นอกจากเมมเบอร์ NGT48 ที่เป็นตัวหลักของ MV ก็ยังมีแขกรับเชิญ 2 คนที่เป็นชาวรัสเซีย ซึ่งได้แสดงใน MV นี้อีกด้วย นั่นคือ Arina Pochtareva (Арина Почтарева) และ Andrei Klykov (Андрей Викторович Клыков)

Arina Pochtareva ในชีวิตจริง คือสาวน้อยชาวรัสเซียจากเมือง Vladivostok ที่เธอชอบการ cosplay เป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว และยังมีความสามารถในการเต้นอีกด้วย แน่นอนว่า cosplay คือส่วนหนึ่งที่เป็นวัฒนธรรมสมัยใหม่ของญี่ปุ่น ซึ่งเธอชื่นชอบอยู่แล้ว สำหรับวงไอดอลแล้ว เธอติดตาม AKB48 Group โดยเฉพาะ NGT48 ซึ่งติดตามมาตั้งแต่ก่อตั้งวง นั่นจึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจที่เธอจะมีส่วนใน MV และมีภาพที่ปรากฏถึงความรักของเธอต่อ Ogino Yuka
(https://www.instagram.com/p/BnEUUNCFdg6/?taken-by=rinkameow)
Ogino Yuka กับ Arina Pochtareva
(https://www.instagram.com/p/BnEUUNCFdg6/?taken-by=rinkameow
)
ส่วน Andrei Klykov ผู้อ่านหลายคนไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าไรนัก อาจจะเป็นเพราะว่าไม่ได้มีภาพคู่กับ Ogino Yuka แบบเดียวกับ Arina Pochtareva แต่จากการค้นคว้าของผู้เขียน ผู้เขียนคิดว่า นี่แหละคือสิ่งที่รัสเซียอยากนำเสนอ และ AKS ก็อยากได้
ใน MV มีการแสดงถึงโปสเตอร์ (ของจริง) ในละครสัตว์ซึ่งมีคำอธิบายว่า
"ผู้ฝึกสอน - Yulia Filatova (Юлия Валерьевна Филатова) และ Andrei Klykov"
ทั้งคู่เปิดการแสดงละครสวนสัตว์ด้วยกันจนประสบความสำเร็จ
ใน MV ทั้งสองคนถูกวางให้เป็นพ่อลูกกัน โดยเป็นฉากที่พ่อเรียกลูกมากินข้าว แต่ในชีวิตจริงไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางครอบครัว (แม้ว่า Andrei Klykov จะมีลูกสาว แต่ลูกสาวของเขาคือ Anastasiya Klykova (Анастасия Клыкова))

Andrei Klykov เป็นศิลปินคนหนึ่งที่ได้รับการยอมรับจนได้รับเหรียญรางวัล Honored Artist of the Russian Federation (Заслуженный артист Российской Федерации) อันแสดงถึงความสำเร็จทางด้านศิลปะ (สำหรับเหรียญรางวัลของรัสเซียทางด้านศิลปิน ระดับสูงที่สุดจะเป็น People's Artist of the Russian Federation (Народный артист Российской Федерации)) โดย Andrei Klykov มีความสามรถที่โดดเด่นในด้านการแสดงละครสัตว์ ซึ่งใน MV มีทั้งนกแก้วและลิง ส่วนในโปสเตอร์ก็มีเสือดาวที่เป็นสัตว์เด่นของการแสดง (และยังมีหมีซึ่งใน MV ไม่ได้ปรากฏอีกด้วย)
(http://www.circus.ru/info/circus-groups/5930/
https://www.yar.kp.ru/daily/26691/3714732/)
ท่าในละครสัตว์ที่ขึ้นชื่อของ Andrei Klykov ก็คือท่าพาดเสือดาวบนบ่า
พอพูดถึงละครสัตว์ แม้ว่าภาพที่ปรากฏใน MV จะไม่ค่อยมี  แต่สิ่งที่ปรากฏนอกเหนือจากนี้ ไม่ว่าจะเป็นการพ่นไฟ หรือการรับ-โยนห่วง ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ละครสัตว์มักมีเช่นกัน
Andrei Klykov มักขึ้นแสดงกับเสือดาวคู่ใจในละครสัตว์มาโดยตลอด
(http://gomel-circus.by/tfp/2012/9991.htm)

ถอดบทความในเพลง

เมื่อเข้าใจถึงเหตุผลที่เลือกถึงสถานที่ถ่ายทำ MV นั่นก็คือ เมือง Vladivostok ด้วยความเชื่องโยงในหลายประการ และการเลือก Ogino Yuka ที่เป็นเซนเตอร์ซึ่งเป็นอีกเพลงที่มีคำว่า Sekai (世界) อยู่ด้วย ผู้เขียนก็จะเข้าสู่การถอดบทความของซิงเกิ้ลนี้

感情が込み上げてくる
呼吸をするたびに高鳴るんだ
人を愛したその時から
生きることって素晴らしくなる

อารมณ์ภายในใจถูกเติมเต็มขึ้นมา
หายใจคราใดก็รู้สึกถึงหัวใจที่สั่นไหว
จากช่วงเวลาที่ฉันได้รักผู้คนมากมาย
ช่วงอัศจรรย์ใจที่ได้มาใช้ชีวิตด้วยกัน

ถอดบทความ: ในเนื้อหาท่อนแรก พบว่าความรู้สึกของการเป็นไอดอลคือการที่ได้รักผู้คนและมีแฟนคลับที่สนับสนุนตลอดเวลา ในช่วงที่เป็นไอดอลวงนี้ เมมเบอร์ทุกคนต่างก็มาอยู่ด้วยกัน ความรู้สึกที่หัวใจเต้นแรง ก็เป็นได้ทั้งความตื่นเต้นที่ได้อยู่ต่อหน้าแฟนคลับที่รักพวกเธอและพวกเธอรัก

そうだ誰かのため何かしたい
今 素直に (今 素直に)
思ったのは 愛の連鎖なんだろう

ฉันรู้สึกว่าอยากทำอะไรให้ใครสักคน
ตอนนี้ จากหัวใจจริง (ตอนนี้ จากหัวใจจริง)
ฉันคิดว่าสิ่งนี้แหละที่เป็นโซ่แห่งความรัก

ถอดบทความ: ในท่อนที่สอง ก็ต่อเนื่องจากท่อนแรก ในชีวิตไอดอลที่ทำให้พวกเธอรู้สึกว่าได้รับความรักและได้รักพวกเขาเหล่านั้น (แฟนคลับ) ตอบกลับไป จึงทำให้เกิดความคิดที่อยากจะทำอะไรบ้างอย่างให้แฟนคลับเป็นการตอบแทน

ถ้ายังจำกันได้ สิ่งที่ Ogino Yuka เคยให้สัญญาไว้ตอนเลือกตั้งเซมบัตสึโลก ก็คือ "秋、新潟のどこかの稲刈りをお手伝いし、その後業者の方にお手伝い頂いておにぎりを作り、公演で配布 (ในฤดูใบไม้ร่วงนี้ ฉันจะช่วยเก็บเกี่ยวข้าวสักที่ใน Niigata หลังจากนั้นฉันจะช่วยคนขายปั้นข้าวปั้นและแจกจ่ายให้กับทุกคนภายในงาน)" โดยเธอวางเป้าหมายที่อันดับที่ 10
(https://48studies.blogspot.com/2018/05/senbatsu-election-10-promise-fact.html)

ถ้ามองจากมุมมองที่แต่งเพลงนี้ให้กับ Ogino Yuka ซึ่งเป็นเซนเตอร์เพลงนี้ ความหมายของท่อนนี้ ก็สะท้อนถึงสัญญาที่เธอได้ให้ไว้ ที่จะช่วยชาวนาปลูกข้าวซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากจังหวัด Niigata ที่ทั้งขึ้นชื่อและเป็นสินค้าส่งออกหลักอีกด้วย นอกจากนี้ การปั้นข้าวปั้นเพื่อมอบให้กับผู้ที่มาร่วมในงาน (ซึ่งก็หมายถึงแฟนคลับ) ก็เป็นการแสดงถึงการทำเพื่อใครสักคน (ซึ่งเป็นทั้งคนที่เธอรักและคนที่สนับสนุนเธอมาโดยตลอดจนได้ที่ 4 ในการเลือกตั้งครั้งนี้)

และการช่วยเหลือนี้ ก็เป็นสิ่งที่ยิ่งทำให้แฟนคลับรักในตัว Ogino Yuka มากขึ้น พร้อม ๆ กับการที่เธอได้เห็นแฟนคลับที่ส่งเสียงเชียร์และติดตามสนับสนุนมากขึ้น และสิ่งนี้เองที่กลายเป็นโซ่แห่งความรักระหว่างเธอและแฟนคลับนั่นเอง

世界の人よ (Oh Yeah Yeah)
ともに歌おう (Oh Yeah Yeah)
願いをすべてこの歌に込めて (Wow Wow Wow)
手と手つなげば (Oh Yeah Yeah)
分かり合えるんだ (Oh Yeah Yeah)
みんな一緒に幸せになろう


ถึงผู้คนบนโลกนี้ (Oh Yeah Yeah)
มาร้องเพลงนี้ด้วยกัน (Oh Yeah Yeah)
ขอให้เพลงทั้งหมดนี้จงกลายเป็นพลังภาวนา (Wow Wow Wow)
มือต่อมือจับไว้ด้วยกัน (Oh Yeah Yeah)
เพื่อเข้าใจซึ่งกันและกัน (Oh Yeah Yeah)
แล้วทุกคนต่างก็มีความสุขไปด้วยกัน

ถอดบทความ: ท่อนนี้ซึ่งเป็นท่อนฮุคนั้น จะเน้นไปที่ความหมายของความสุขบนโลกที่มีร่วมกันจากความเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยที่มีเพลงเป็นสื่อในการประสานทุกคนเข้าไว้ด้วยกัน
MV ในเพลงที่เมมเบอร์ล้องวงจับมือกับนักแสดงเต้นรำอย่างสนุกสนาน
ผู้อ่านอาจจะยังไม่เห็นภาพว่าทำไมผู้เขียนอธิบายได้เป็นนามธรรมเช่นนี้ ผู้เขียนอยากให้สังเกตสิ่งที่อยู่ใน MV ประการหนึ่ง ทำไมถึงใช้เมือง Vladivostok ทำไมถึงใช้ประเทศรัสเซีย และทำไมถึงต้องมีตัวเดินเรื่องเป็นสาวน้อยชาวรัสเซียที่แฟนคลับหลายคนต่างอิจฉาตาร้อนกันไปทั่ว

ในเนื้อเพลง สิ่งที่สื่อออกมาคือการที่ทุกคนได้ร้องเพลงด้วยกัน จับมือไปด้วยกัน และเป็นหนึ่งเดียวกัน และแฟนคลับที่ให้กำลังใจวงนี้ต่างก็เข้าใจในจังหวะเพลง และร้องไปด้วยกันไม่ว่าจะตามเนื้อเพลง หรือยิงมิกซ์ใส่เพลงก็ตาม แน่นอนว่าแฟนคลับเหล่านี้ต่างก็มีเป้าหมายเดียวกัน คือศิลปินคนเดียวกัน ซึ่งทำให้ทุกคนได้รู้จักและเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน

แต่ในความคิดผู้เขียน เมือง Vladivostok มีบางสิ่งที่ลึกกว่านั้น อย่างแรกคือการที่เมืองนี้เป็นเมืองท่าของประเทศยุโรปนั่นคือรัสเซีย ดังนั้น ตั้งแต่อดีตในช่วงที่ก่อตั้งเมือง จึงมีชาวเอเชียในแถบใกล้เคียง (จีน, เกาหลี, และญี่ปุ่น) เข้ามาตั้งรกรากเพื่อหางานและอนาคตที่ดีกว่าบ้านเกิดตนเอง ซึ่งก็นำวัฒนธรมเข้ามาด้วย แม้ว่าชนชาติเหล่านี้ จะไม่ได้เข้ามาตั้งรกรากเป็นจำนวนมากในปัจจุบัน เนื่องด้วยประเทศที่ผ่านการเป็นคอมมิวนิสต์และสงครามกลางเมืองรัสเซีย แต่ก็ยังคงมีกลิ่นอายของวัฒนธรรมหลงเหลืออยู่

ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ทำให้เมืองนี้ถูกนำมาใช้ใน MV และมีความเข้ากับ "ถึงผู้คนบนโลกนี้" ได้ดีขึ้นอีกอย่างหนึ่ง คือการที่เมืองนี้มีหลากเชื้อชาติ (ไม่ว่าจะเป็นยูเครน, ตาตาร์, อาร์เมเนียน, อาเซอร์ไบจาน, และอุซเบก) อันเนื่องมาจากการเป็นสหภาพโซเวียตที่ทำให้เชื้อชาติดังกล่าวได้มารวมตัวกันที่เมืองนี้ และยังมีชาวจีนกับเกาหลีอีกส่วนหนึ่งเข้ามาอาศัยในเมืองนี้ด้วย ยิ่งทำให้เมืองนี้มีความหลากหลายในวัฒนธรรม
(http://primstat.gks.ru/wps/wcm/connect/rosstat_ts/primstat/resources/a75557804fafc402a38eabca6ff6f188/pub-04-04_%D0%A2%D0%B5%D1%80%D1%80%3D05000000.pdf)

และอีกเหตุผลหนึ่ง ก็คือสิ่งที่ปรากฏบน MV ที่ "ถึงผู้คนบนโลกนี้" ไม่ได้หมายถึงเฉพาะคนทั้งหลายหลากเชื้อชาติจากสถานที่ที่ได้กล่าวข้างต้น แต่ยังหมายถึงวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทั้งดั้งเดิม สมัยใหม่ และวัฒนธรรมร่วมจากต่างชาติ อีกทั้งยังรวมไปถึงหลากหลายอาชีพ และหลากหลายสถานภาพอีกด้วย

悲しみの雨に打たれて
涙が溢れたら思い出すんだ
そばで誰かが見守ってる
一人じゃないよどんな時でも

แม้ถูกสายฝนแห่งความเศร้าหมองกระหน่ำเข้ามา
น้ำตาที่ไหลอาบท่วมสองแก้มยังคงจำจดได้ขึ้นใจ
ว่าใครบางคนที่เคียงข้างฉันคอยเฝ้ามองอยู่
จึงรู้ว่าไม่ได้อยู่ลำพังไม่ว่าคราใด

ถอดบทความ: ท่อนนี้จะแตกต่างจากสองท่อนแรกตรงที่ความรู้สึก โดยสองท่อนแรกได้กล่าวถึงความรักของการเป็นไอดอลในฐานะผู้ให้ ส่วนท่อนนี้จะกล่าวถึงความรู้สึกแก่ตนเองในฐานะผู้รับที่ได้รับความรักตอบกลับมา นั่นคือการมีคนคอยอยู่เคียงข้างในช่วงเวลาที่ร้องไห้

สำหรับ Ogino Yuka แล้ว การร้องไห้น่าจะเป็นสิ่งที่แฟน ๆ น่าจะเห็นได้บ่อย ๆ ไม่ว่าจะตอนเลือกตั้งหรือตอนอื่น ๆ ก็ตาม ซึ่ง twitter อย่างเป็นทางการของ NGT48 เอง (ซึ่งก็คือสตาฟของ NGT48) ก็ยังทวิตยอมรับว่าเธอร้องไห้เยอะมาก ดังข้อความต่อไปนี้

[น้ำตา]

Ogiyuka (Ogino Yuka) ร้องไห้เมื่อกี๊นี้เอง คุณอาจจะได้ดูวีดีโอเมื่อวานนี้ เธอเริ่มร้องไห้ในระหว่างการเตรียมตัวสำหรับเทศกาลวันเกิดของ Kitahara 

ถ้า "ประวัติอย่างเป็นทางการของ Ogiyuka ตลอด 10 ปี - น้ำตาคือเครื่องหมายวรรคตอน" ถูกเผยแพร่ ก็คงยากที่จะอ่านเนื่องจากมีเครื่องหมายวรรคตอนเยอะเกินไป
Ogino Yuka ร้องไห้
(https://twitter.com/official_ngt48/status/747055625574612992)

แต่จะเห็นได้ว่า หลายครั้งที่เห็น Ogino Yuka ร้องไห้ ก็มักจะมีคนอยู่เคียงข้องคอยปลอบเธออยู่เสมอ ซึ่งก็ตรงตามเนื้อร้องในเพลง การเป็นไอดอลไม่ได้หมายความว่าจะร้องไห้ไม่ได้ แต่สิ่งที่ทำให้เราได้เรียนรู้จากน้ำตาของพวกเธอ ก็คือความพยายามและความตั้งใจของเธอที่ไม่ยอมแพ้ และสิ่งนี้เองที่ยังสามารถบอกคนทั้งโลกให้มีความมุ่งมั่นในการต่อสู้ต่อไปได้

もっと人のこと信じてみよう
そう世の中 (そう世の中)
そんなに捨てたもんじゃないんだ
世界の人よ(Oh Yeah Yeah)
歌っているか?(Oh Yeah Yeah)

ขอให้เชื่อใจในผู้คนทั้งหลายให้มากขึ้น
ใช่ บนโลกใบนี้ (ใช่ บนโลกใบนี้)
อย่างที่ฉันที่ไม่ละทิ้งสิ่งต่าง ๆ ออกไป
ถึงผู้คนบนโลกนี้  (Oh Yeah Yeah)
ยังร้องเพลงอยู่หรือเปล่า?(Oh Yeah Yeah)

ถอดบทความ: สิ่งหนึ่งที่ผู้คนควรพึงมี คือความเชื่อใจที่มีให้แก่กัน แม้ว่าความเชื่อใจจะไม่ได้มาโดยง่าย แต่การได้มาก็คือสิ่งที่บ่งบอกถึงความซื่อสัตย์และเป็นที่พึ่งได้ การจะทำให้ผู้คนยอมเชื่อใจได้นั้น ต้องเริ่มจากการสร้างความเชื่อใจโดยตนเองก่อน (หรือไม่ทิ้งคุณธรรมและความซื่อสัตย์ออกจากตัวนั่นเอง)

สำหรับ Ogino Yuka แล้ว กว่าที่เธอจะสร้างความเชื่อใจมหาศาลจนติดอันดับในการเลือกตั้งที่สูงมากเช่นนี้ ต้องอดทนต่อความล้มเหลวมานับไม่ถ้วนจนสามารถเข้าเป็นไอดอลดังใจต้องการ ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเธอที่ยังเชื่อว่าสักวันหนึ่งต้องเป็นวันของเธอในการที่จะได้มาร้องเพลงบนสเตจของวงไอดอล AKB48 Group แห่งนี้

言葉なんか間違ったっていい(Wow Wow Wow)
大きな声で(Oh Yeah Yeah)
歌い続けよう(Oh Yeah Yeah)
きっと未来は一つになれるはず

อาจจะมีบ้างในบางครั้งที่พูดผิดไป (Wow Wow Wow)
ด้วยเสียงที่กังวาลนี้ (Oh Yeah Yeah)
แต่ยังคงร้องเพลงต่อไป (Oh Yeah Yeah)
อนาคตนี้ใจรวมกันเป็นหนึ่งเดียวได้อย่างแน่นอน

ถอดบทความ: สิ่งที่ผิดพลาด ไม่ใช่จุดที่ทำให้ต้องหยุดเส้นทางของชีวิต แต่เป็นบทเรียนและสิ่งย้ำเตือนที่คอยผลักดันให้เดินต่อไปบนเส้นทางที่ถูกต้อง เสียงเพลงที่จะพยายามสื่อออกไปด้วยเนื้อร้องที่มีความหมายนี้ จะคอยรวมใจของผู้คนให้เป็นหนึ่งในวันที่ทุกอย่างสมบูรณ์

ในชีวิตของความเป็นไอดอล โดยเฉพาะ AKB48 Group ต่างก็เข้ามาในรูปแบบที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งคุณค่าของวงนี้ คือการได้เห็นพวกเธอพัฒนาศักยภาพของตนเอง โดยมีแฟนคลับสนับสนุนและให้กำลังใจมาโดยตลอด เรื่องราวชีวิตของเมมเบอร์ในวงนี้จึงเริ่มจากความไม่สมบูรณ์ ผ่านการแสดงและการซ้อมที่ยากลำบาก เพื่อก้าวสู่ดาวที่เฉิดฉายในอนาคต ไอดอลของวงนี้จึงแตกต่าง และให้ความรู้สึกที่ผูกพันระหว่างแฟนคลับกับเมมเบอร์ที่ต่างก็เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน

ในหลาย ๆ ครั้งจึงอาจจะเห็นเมมเบอร์ร้องผิดหรือเต้นผิดบ้าง (ไม่ว่าจะเป็นตอนซ้อมหรือตอนแสดงจริง) แต่สิ่งนั้นก็คือบทเรียนที่ไม่ให้ตัวเองและผู้อื่นก้าวพลาดซ้ำอีกในอนาคต ซึ่งความผิดพลาดเหล่านี้ก็ไม่ได้ทำให้พวกเธอจบชีวิตของการเป็นไอดอลลง เพราะแฟนคลับต่างก็ให้กำลังใจและเอาใจช่วยให้การแสดงออกมาสมบูรณ์ในอนาคต

ในมุมมองของแฟนคลับ การมีโอชิเมนเป็นคนเดียวกันทำให้เกิดความสามัคคีในหมู่คณะขึ้นมาผ่านไอดอล ซึ่งมีเป้าหมายเดียวกันก็คือสนับสนุนเธอให้ก้าวสู่เส้นทางแห่งความฝัน ผ่านวิธีเดียวกันไม่ว่าจะเป็นการติดตามในช่องทางติดต่อต่าง ๆ หรือการลงคะแนนเลือกตั้ง และท้ายที่สุดก็คือความเป็นหนึ่งที่แฟนคลับทุกคนได้รู้จักกันและเป็นเพื่อนพี่น้องกัน

世界の人よ (Oh Yeah Yeah)
ともに歌おう (Oh Yeah Yeah)
願いをすべてこの歌に込めて (Wow Wow Wow)
手と手つなげば (Oh Yeah Yeah)
分かり合えるんだ (Oh Yeah Yeah)
みんな一緒に幸せになろう


ถึงผู้คนบนโลกนี้ (Oh Yeah Yeah)
มาร้องเพลงนี้ด้วยกัน (Oh Yeah Yeah)
ขอให้เพลงทั้งหมดนี้จงกลายเป็นพลังภาวนา (Wow Wow Wow)
มือต่อมือจับไว้ด้วยกัน (Oh Yeah Yeah)
เพื่อเข้าใจซึ่งกันและกัน (Oh Yeah Yeah)


* จบเพลง *

สรุปเนื้อหาเพลง: ผู้เขียนคิดว่าเนื้อร้องในเพลงนี้ถูกแต่งขึ้นมาโดยอิงเรื่องราวชีวิตของ Ogino Yuka ซึ่งสะท้อนถึงความรักของเธอที่มีต่อแฟนคลับ และตั้งใจทำเพื่อให้แฟนคลับมีความสุข โดยอยากให้คนทั้งโลกได้ร้องเพลง และคล้อยตามกับเนื้อเพลงที่สื่อถึงนี้

ใน MV จึงเห็นฉากที่ Arina Pochtareva เปิดเพลง, เต้น, และใส่ชุดในเพลงที่ Ogino Yuka เป็นเซนเตอร์ และสิ่งนี้เองที่สะท้อนถึงความนิยมที่ไกลออกไปนอกญี่ปุ่น (นอกฐานของวงน้องสาวของ AKB48) เป็นการบอกถึงผู้คนบนโลกถึงตัวตนของไอดอลฉบับ AKB48 Group ที่ชัดเจน และต้องการให้เพลงเหล่านี้ได้เข้าไปยังจิดใจของผู้คนเพื่อให้ทุกคนได้รักกัน และเป็นหนึ่งเดียว

บทส่งท้าย

ในซิงเกิ้ล Sekai no Hito e (世界の人へ) ที่ใช้เมือง Vladivostok เป็นจุดในการถ่ายทำ MV สะท้อนถึงความท้าทายใหม่ ๆ ของวงไอดอลญี่ปุ่นวงนี้ที่ต้องการจะสื่อกับผู้คนบนโลกถึงคุณค่าและเป้าหมายของไอดอลวงนี้ผ่านชีวิตของไอดอลผู้เป็นเซนเตอร์ของเพลงนี้อย่าง Ogino Yuka นั่นเอง

Comments

  1. ชื่นชมมากครับ หาข้อมูลมาให้อ่านเยอะมากครับ พอดีกับผมที่อยากรู้ข้อมูลเลิงลึกแบบนี้ สุดยอดครับ

    ReplyDelete

Post a Comment

Popular posts from this blog

Majimuri Gakuen (マジムリ学園) กับเค้าโครงประวัติศาสตร์จริง

48 เรื่องราวที่น่าสนใจของ AKB48 Group ในปี ค.ศ. 2018

บทวิเคราะห์: Next Influencer เมื่อไม่มี Shiraishi Mai