Shiawase no Hogoshoku (しあわせの保護色) - กับตัวตนต่าง ๆ ของ Shiraishi Mai

หนังสือพิมพ์หลายฉบับฉบับวันที่ 7 มกราคม ได้ปรากฏบทความที่ว่า Shiraishi Mai (白石 麻衣) ประกาศจบการศึกษาจาก Nogizaka46 (乃木坂46) พร้อมกับซิงเกิ้ลที่ 25 ที่จะวางจำหน่ายวันที่ 25 มีนาคม ค.ศ. 2020
(https://48studies.blogspot.com/2020/01/nogizaka46-after-shiraishi-mai.html)

และมีการปรากฏของชื่อซิงเกิ้ลที่ 25 ในงานคอนเสิร์ตครบรอบ 8 ปีในชื่อ Shiawase no Hogoshoku (しあわせの保護色) ซึ่งแปลอย่างตรงตัวได้ว่า "การพรางตัวของความสุข" ก่อนหน้าที่จะมีการกล่าวอย่างเป็นทางการรวมถึง MV ที่ตามมาในภายหลัง

ในบทความนี้ ผู้เขียนจะกล่าวถึงสิ่งที่ปรากฏใน MV ความหมายของเนื้อเพลงหลัก และการวิเคราะห์ความหมายที่สะท้อนไปถึง Shiraishi Mai กับการพรางตัวแห่งความสุขนี้

ทำไมต้องเป็นการพรางตัวของความสุขสำหรับ Shiraishi Mai

แต่ละเพลงที่มีเนื้องร้องเขียนโดย Akimoto Yasushi (秋元 康) นั้น ก็ล้วนมีความหมายที่ลึกซึ้ง และมีนัยยะต่าง ๆ ที่ซ่อนไว้ โดยเฉพาะเพลงที่เน้นไปยังเซนเตอร์ในฐานะซิงเกิ้ลสุดท้ายก่อนจบการศึกษา โดยความหมายของเพลงดังกล่าวสะท้อนถึงเรื่องราวที่ผ่านมาของเมมเบอร์ รวมไปถึงการอวยพรขอให้โชคดีในอนาคต

สำหรับ Shiraishi Mai แล้ว เธอไม่ได้เป็นเพียงดาวเด่นของ Nogizaka46 เท่านั้น แต่เธอคือสัญลักษณ์และเป็นผู้มากบารมีที่น้อยคนจะสามารถทัดเทียมได้ และนั่นทำให้เกิดความพิเศษในตัวของ Shiraishi Mai ที่ไม่ใช่เพียงความสวยที่แม้แต่ผู้หญิงญี่ปุ่นด้วยกันเองยังยอมรับ

อะไรคือความสุข? แล้วทำไมต้องเป็นการพรางตัว? โดยธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตแล้ว การพรางตัวจะเกิดขึ้นเพื่อหลักเลี่ยงการถูกจับของอีกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นสีสัน หรือภาพลักษณ์ที่ต้องกลมกลืนกับโลกภายนอก และก็ยังถูกนำมาใช้ในวงการทหารเพื่อป้องกันการถูกตรวจจับอีกด้วย

การพรางตัวจึงเป็นการทำให้ตัวตนถูกกลมกลืนไปกับธรรมชาติเพื่อการเอาตัวรอดจากศัตรู หรือกล่าวอีกนัยคือการลดความโดดเด่นของตัวเองลงเพื่อความอยู่รอดโดยการใช้ธรรมชาติเป็นเกราะกำบัง

แล้วความหมายของชื่อเพลงตรงนี้มันมีความหมายอย่างไร ตรงนี้พอจะตอบได้บ้างจาก คำคมของนักเขียนชาวอเมริกันท่านหนึ่งนามว่า Richelle E. Goodrich ที่กล่าวไว้ว่า..
(https://www.goodreads.com/author/quotes/5082833.Richelle_E_Goodrich)
Happiness is seeing blessings in disguise, beauty under camouflage, and love amid conflict.
ซึ่งแปลเป็นไทยได้ว่า "ความสุข คือการได้เห็นความกรุณาในการปลอมตัว, ความงามในการพรางตัว, และความรักในความขัดแย้ง" ความหมายตรงนี้พอจะอธิบายได้ว่า ความสุขสามารถเกิดได้จากสิ่งดี ๆ เพียงเล็กน้อยที่เกิดขึ้นท่ามกลางจุดใหญ่ ๆ ที่วุ่นวายทำให้ไร้ตัวตน

และมองไปที่ Shiraishi Mai ท่ามกลาง Nogizaka46 จริงอยู่ที่เมมเบอร์ทุกคนล้วนสามารถมอบความสุขและรอยยิ้มด้วยวิธีการที่แตกต่างกันไป แต่สำหรับเธอแล้ว ความสวยคือสิ่งที่ยืนหนึ่งเหนือกว่าเรื่องอื่น ๆ และทำให้ใครหลายคนสามารถจดจำเธอได้ และข้อความตรงนี้สอดคล้องกับหัวข้อทางวิชาการ "Image Strategy of Nogizaka46: How Do Young People Perceive It?" ซึ่งเผยแพร่ในปี ค.ศ. 2015 ถึงแม้ว่าปัจจัยดังกล่าวอาจจะรวมไปถึงการได้เป็นเซนเตอร์หลายครั้งด้วยก็ตาม

ส่วนชุดบนปกของซิงเกิ้ลที่ 25 นี้ก็แทบจะเรียกได้ว่า สามารถอธิบายความหมายที่ชัดเจนของชื่อซิงเกิ้ลนี้ได้เลย กล่าวคือ มีเพียงปกซิงเกิ้ล Type-A เท่านั้นที่ปรากฏภาพของ Shiraishi Mai และยังเป็นคนเดียวอีกด้วยที่ไม่ได้หมวกนักบินอวกาศอีกด้วย หากเจาะลึกลงไปมากกว่านั้น เมมเบอร์รุ่นที่ 1 ที่เหลืออีก 10 คนจะอยู่ในปกซิงเกิ้ล Type-B และ Type-C ในขณะที่รุ่นที่ 2 จะปรากฏในปกซิงเกิ้ล Type-D ส่วนรุ่นที่ 3 และ 4 จะอยู่ในปกของ Regular Edition
ปกซิงเกิ้ล Type-A ที่โฟกัสไปที่ Shiraishi Mai
ปกซิงเกิ้ลบอกเหตุผลที่ทำไม Shiraishi Mai ใส่ชุดสีขาวคนเดียว และไม่ได้มีหมวกอวกาศที่ทำให้อึดอัดและถ่ายภาพยากจากแสงสะท้อน ด้วยเหตุผลที่ว่า Shiraishi Mai คือคนพิเศษของ Nogizaka46 ที่สวยอย่างบริสุทธิ์
ಚಿತ್ರ
ปกซิงเกิ้ล Type-B
แล้วทำไมคนอื่นถึงต้องสวมหมวกอวกาศ ผู้เขียนคาดว่ามีสองนัยยะ คือหนึ่ง เป็นการบ่งบอกว่าพวกเธอที่เหลือก็ยังอยู่ใน Nogizaka46 ซึ่งมีหมวกอวกาศคลุมเปรียบเสมือนเครื่องที่ช่วยให้พวกเธอโด่งดังในอนาคต โดยเหตุผลนี้จะไปสอดคล้องกับการที่ Shiraishi Mai ออกงานและปรากฏตามสื่อแทบจะทุกวันจนไม่ต้องพึ่งพาชื่อของวงในการสร้างชื่อเสียงเลย ส่วนอีกนัยยะหนึ่ง คือการที่พวกเธอล้วนมีภาพสะท้อนของ Nogizaka46 ออกมา รวมไปถึง Shiraishi Mai อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีหลายสิ่งที่รอให้พวกเธอค้นคว้าในฐานะเมมเบอร์อยู่
ಚಿತ್ರ
ปกซิงเกิ้ล Regular Edition
ตามที่ Official อธิบาย ธีมของ MV คืองานพรอมฉลองเมมเบอร์จบการศึกษา (งานเลี้ยงส่งรุ่นพี่) โดยในที่นี้ หมายถึงงานเต้นรำฉลอง Shiraishi Mai จบการศึกษา ซึ่งออกมาให้ดูมีความสุขมากที่สุด สมกับที่ Shiraishi Mai ได้มอบให้กับแฟนคลับมาโดยตลอด
(http://www.nogizaka46.com/news/2020/03/46-25thmusic-video.php)

ถอดความจาก MV 

ภาพแรกของ MV ถ่ายตรงที่ห้องจำลองที่ไม่มีผนังมีแต่ประตู มีเตียง กับโต๊ะเล็กพร้อมเบาะรอง แล้วตัดไปที่ Shiraishi Mai ในชุดนอนลายดอกไม้ที่กำลังตื่นนอนลุกออกจากเตียง
ฉากแรกของ MV เมื่อ Shiraishi Mai ตื่นนอน
เวลาในตอนนั้น คือ 7:30-7:33 น. ก่อนที่เธอจะตรงไปที่โต๊ะเครื่องแป้งเพื่อแปรงฟัน (ถ้าตรงนั้นมีอ่างล้างหน้า ก็คงไปที่อ่างล้างหน้าแทน)

หน้าปัดนาฬิกา 7:30-7:33 น. นี้ อาจจะเป็นการกล่าวถึง Hashimoto Nanami (橋本奈々未) ซึ่งเป็นหนึ่งในสองเมมเบอร์ของวงที่เป็นเมมเบอร์สองแถวหน้ามาโดยตลอด โดยมาจากคำว่า Nana-min อันเป็นชื่อเล่นของเธอ สมารถถอดเป็นเลข 7-3 ได้ โดยสิ่งนี้จะถูกต้องเมื่อหน้าปัดลงที่ 7:30 น. แต่ถ้าเป็น 7:33 น. ก็เกิดคำถามอีกว่าทำไมไม่เป็น 7:03 น. แทน

Hashimoto Nanami คืออดีตเมมเบอร์ Nogizaka46 ที่จบการศึกษาไปก่อนหน้านี้ประมาณ 3 ปี ซึ่งทั้ง Hashimoto Nanami และ Shiraishi Mai มีความสนิทสนมมากจนออกงานด้วยกันมาตลอด โดยหลังจากที่ Hashimoto Nanami จบการศึกษาไปแล้ว ก็ได้หายไปจากโลกบันเทิงอย่างสมบูรณ์ 
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ 白石麻衣 橋本奈々未
Shiraishi Mai และ Hashimoto Nanami ในงานแถลงข่าว 「乃木坂46navi」
(https://natalie.mu/music/news/135818)
ในเพลง Naimononedari (ないものねだり) ซึ่ง Hashimoto Nanami ร้องเป็นเพลงในฐานะเพลงเดี่ยวจบการศึกษา โดยฉากที่ถูกพูดถึง คือฉากที่แสดงในสตูดิโอรายการ AKB48 SHOW! ที่เป็นเทปของ Nogizaka46 กลายเป็น Nogizaka46 SHOW! และนั่นคือข้อสังเกตที่สนับสนุนความหมายของเลขดังกล่าวบนหน้าปัดนาฬิกานี้ ยิ่งไปกว่านั้น หัวเตียงดันเหมือนกันด้วย ทั้ง ๆ ที่รายการก็เจ๊งไปแล้ว แถมเตียงก็มีหลายยี่ห้อหลายลายให้เลือกในประเทศอีก ถ้าให้คาดเดาโดยง่ายตามความคิดของผู้เขียน ก็คือเตียงอันเดียวกันนั่นแหละ
Hashimoto Nanami ร้องเพลง Naimononedari ในรายการ Nogizaka46 SHOW!
(http://nogizaka-46bunno1.blog.jp/archives/81498258.html)  
แล้วภาพก็ตัดไปที่บล็อกทั้ง 9 ช่องที่มีเตียง, โต๊ะเครื่องแป้ง, และโต๊ะเล็กที่วางข้าวกล่องกับทิชชู่พร้อมเบาะรองถึง 8 ช่อง ส่วนช่องซ้ายบน เป็นภาพของ Shiraishi Mai ที่นั่งกอดเข่าอยู่..
บล็อกทั้ง 9 ช่องที่สื่อถึง Shiraishi Mai ทั้ง 9 กิจกรรม
8 จาก 9 ช่องแสดงภาพของเธอที่ทำกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะยังนอนอยู่, ซ้อมบทเพลง, กลับไปกลิ้งบนเตียงอีกรอบ, กินข้าว, แปรงฟัน, พึ่งตื่นมาแต่งหน้า, แปรงฟัน, นั่งสควอชอ่าน, และอ่านหนังสือบนเตียง 

จุดโฟกัสอยู่ที่ช่องที่เธอนั่งกอดเข่าอยู่โดยไม่ได้มีเฟอร์นิเจอร์อะไรเลย ซึ่งท่านั่งตรงนี้ คือ ท่านั่งแบบพลศึกษา ซึ่งถูกฝึกให้นั่งเพื่อนั่งในชั่วโมงพลศึกษา

ความหมายของการนั่งกอดเข่าตรงมุมบนซ้ายของ 9 ช่อง สามารถตีความหมายได้เป็น 2 ประการด้วยกันดังนี้
  1. Shiraishi Mai ก่อนเข้า Nogizaka46 - นับตั้งแต่วันที่ก่อตั้ง Nogizaka46 จนถึงตอนนี้ ก็ผ่านไปแล้ว 8 ปีเศษ ซึ่งตลอด 8 ปีที่ผ่านมาก็มีเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย โดยก่อนหน้านั้นเธอเป็นเพียงสาวน้อยธรรมดาคนหนึ่ง เธอดูไม่ค่อยมีตัวตนเท่าไร ไม่ได้มีสภาพที่เพรียบพร้อมรายล้อมไปด้วยชื่อเสียงเหมือนในวันนี้ ดั่งการมีเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ในยามเช้า
  2. ปีแรกของ Shiraishi Mai ใน Nogizaka46 - จะว่าไปแล้ว เธอได้เป็นเซนเตอร์และเมมเบอร์แถวหน้าก็ต้องรอถึงซิงเกิ้ลที่ 6 อย่าง Girl's Rule (ガールズルール) ซึ่งวางจำหน่ายในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2013 ซึ่งเป็นช่วงก่อนจะเข้าสู่ปีที่สองของวง นั่นคือหนึ่งปีเศษที่เธอถูกเมมเบอร์แถวหน้าบดบัง คือช่วงที่เธอต้องพยายามอย่างมากเพื่อให้มีเรื่องราวในวันนี้
ทันทีที่เธอเปิดประตูก้าวออกไปนั้น ชุดนอนลายดอกไม้ก็กลายเป็นชุดลูกไม้ลายดอกไม้แถบหลากสีสัน
Shiraishi Mai ในชุดลูกไม้ลายดอกไม้แถบหลายสี
ฉากห้องนอนถูกกลืนหายไปด้วยฉากสามสี แดง-เขียว-น้ำเงิน และการเข้าฉากเต้นของเมมเบอร์รุ่นที่ 1 รวม 8 คน ก่อนที่จะล้อมวงและชี้นิ้วชี้อันบ่งบอกถึงเลข "1" ซึ่งหมายถึงเมมเบอร์รุ่นที่ 1 สุดท้ายพวกเธอทั้ง 8 คนก็มอง Shiraishi Mai ที่กำลังเข้าไปยังห้องสีชมพู

8+1 = 9 คน แต่เมมเบอร์รุ่นที่ 1 มีถึง 11 คน แสดงว่ามี 2 คนที่หายไปในฉากนี้ และนั่นคือ Ikuta Erika (生田絵梨花) และ Inoue Sayuri (井上小百合) ซึ่งประกาศจบการศึกษาแล้วแต่ยังไม่จบการออกศึกษาออกไปแม้ว่าจะผ่านมาแล้ว 5 เดือนหลังประกาศ
เมมเบอร์รุ่นที่ 1 รวม 8 คนล้อมวงชี้นิ้วชี้ พร้อมมอง Shiraishi Mai เดินจากไป
เมื่อออกมาแล้ว ก็มีเมมเบอร์อีก 3 คนซึ่งเป็นเมมเบอร์รุ่นที่ 2 รอต้อนรับและเต้นในแถบผ้า ก่อนที่ทั้งสามคนนั้นจะเลื่อนฉากผ้าสีส้ม, สีครีม, และสีชมพู แล้วปรากฏ Shiraishi Mai ในชุดสีเทาสวยงาม
เมมเบอร์รุ่นที่ 2 จำนวน 3 คนยืนรอ Shiraishi Mai 
ถึงจุดนี้ เริ่มมีคำถามหรือนัยยะว่า ทำไม Shiraishi Mai ถึงเปลี่ยนชุดเมื่อถึงช่วงที่เต้นกับเมมเบอร์รุ่นที่ 2 ความเห็นของผู้เขียน คือการที่เธอได้กลายเป็นรุ่นพี่ในวงนอกเหนือจากเพื่อนสมาชิกในวง นั่นทำให้เธอต้องวางตัวใหม่โดยมีความสัมพันธ์กับรุ่นน้องเป็นอีกปัจจัยหนึ่งในวง นอกจากนี้ เธอยังมีส่วนในการสนับสนุนรุ่นน้องมาโดยตลอดอีกด้วย
Shiraishi Mai ในชุดสีเทา
Shiraishi Mai เดินไปที่ตรงกลางวงล้อม 14 สีที่มีเมมเบอร์นั่งเต้นอยู่ 9 คน (โดยเป็นเมมเบอร์รุ่นที่ 2 และ 3) พร้อมกระจกอีก 6 บาน ก่อนที่จะล้อมวงอย่างมีความสุขด้วยรอยยิ้ม 
วงล้อม 14 สีที่มีเมมเบอร์ 9 คนนั่งเต้นล้อมอยู่
วงล้อม 14 สีบ่องบอกอะไร ผู้เขียนมองว่าน่าจะเป็นจำนวนซิงเกิ้ลที่เธอเป็นเมมเบอร์แถวหน้าโดยที่ไม่ได้เป็นเซนเตอร์ กระจก 6 บานอาจหมายถึงเมมเบอร์แถวสองที่เธอได้เป็น 6 ครั้ง ซึ่งกระจกเงามีนัยยะถึงการใช้เงาสะท้อนเพื่อสะท้อนตัวเอง โดยเงาตรงนี้ก็คือจุดที่ยืนอยู่ด้านหลังของเมมเบอร์แถวหน้าสุด

แต่อีกนัยยะหนึ่งที่ใช้กระจกเงานี้ ทำให้ได้เห็นภาพของ Shiraishi Mai ที่มากกว่าหนึ่ง คือการที่ความเป็น Shiraishi Mai จะไม่ได้หายไปไหนจาก Nogizaka46 แม้ว่าจะจบการศึกษาไปแล้ว ถึงกระนั้นรุ่นน้องพร้อมจะตามรอย Shiraishi Mai เพื่อความสำเร็จในฐานะไอดอล Nogizaka46 

จากนั้น Shiraishi Mai ก็เดินผ่านกระจกไปที่ที่นั่งสีส้มที่มีเมมเบอร์สองคนนั่งอยู่แล้วนั่งเต้นด้วยกัน โดยเป็น Endo Sakura (遠藤さくら) และ Kaki Haruka (賀喜遥香) เมมเบอร์รุ่นที่ 4 ปรากฏอยู่ในฉาก แม้ว่าจะเป็นเมมเบอร์รุ่นน้อง แต่ Shiraishi Mai ก็สนิทสนมและนั่งเคียงข้างด้วย
Shiraishi Mai กับเมมเบอร์รุ่นที่ 4
แล้ว Shiraishi Mai เดินอ้อมเข้าฉาก 6 สีที่มี Ikuta Erika เล่นคีย์บอร์ด, Saito Asuka (齋藤飛鳥) เล่นกลองชุด, Matsumura Sayuri (松村沙友理) เล่นกีตาร์, และ Nakada Kana (中田花奈) เล่นเบส 
Shiraishi Mai กับเมมเบอร์ที่เล่นเครื่องดนตรีโดยรุ่นที่ 1
และตามมาด้วยหางเครื่องอีก 6 คนรวมเป็น 11 คนในฐานะเมมเบอร์รุ่นที่ 1 ทั้งหมดพอดี 
รูปภาพ
วงรุ่นที่ 1 เมื่อรวมหางเครื่อง 6 คนจนกลายเป็นครบทั้ง 11 คนสำหรับเมมเบอร์รุ่นที่ 1
คำถามคือทำไมต้องเป็น 4 คนที่เล่นเครื่องดนตรีด้วย จริง ๆ แล้ว เรื่องนี้มีความซับซ้อนตรงที่ครั้งหนึ่ง Hashimoto Nanami, Matsumura Sayuri, และ Shiraishi Mai สามประสาน MSN แห่ง Nogizaka46 เคยเล่นดนตรีด้วยกันในเพลง Kyuushamen (急斜面) ซึ่งเป็นเพลงรองในซิงเกิ้ลที่ 14 โดย Matsumura Sayuri เล่นเบส Hashimoto Nanami เล่นกีตาร์ ในขณะที่ Shiraishi Mai เล่นกลองชุด 
รูปภาพ
Hashimoto Nanami, Matsumura Sayuri, และ Shiraishi Mai กับเพลง Kyuushamen
(
https://twitter.com/lovemai_misa/status/721672640264441857)
ตำแหน่งเดิมของ Matsumura Sayuri คือเบส แต่เมื่อกล่าวถึง Nogidan (乃木團) ซึ่งก่อตั้งตั้งแต่ปี ค.ศ. 2014 โดยเป็นยูนิตวงเพลงสตริงเช่นเดียวกัน คนที่เล่นเบสคือ Nakada Kana และคนที่เล่นกลองชุด คือ Saito Asuka โดยเป็นเพียงสองคนที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงสมาชิกในยูนิตนี้ ก่อนที่ Wada Maaya (和田まあや) จะเข้ามาแทนที่ในฐานะมือคีย์บอร์ดในเวลาต่อมา
(https://books.rakuten.co.jp/event/column/nogizaka46/vol21.html)
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ 乃木團
Nogidan
(https://books.rakuten.co.jp/event/column/nogizaka46/vol21.html)
ดังนั้นชุดที่เล่นทั้ง 4 คนนี้ จึงมีเค้าโครงของ Nogidan โดยคนที่เล่นเบสคือ Nakada Kana และคนที่เล่นกลองชุด คือ Saito Asuka ตามเดิม ส่วนคนเล่นคีย์บอร์ดกลายเป็น Ikuta Erika 

ทำไม Ikuta Erika ถึงเล่นคีย์บอร์ด จริง ๆ แล้ว หนึ่งในหลักฐานที่พอจะตอบได้ มาจากโฆษณาคอมพิวเตอร์ Mouse ที่เคยมีวงดนตรีเพื่อโฆษณานี้ โดย Ikuta Erika เล่นคีย์บอร์ด (นอกจากนี้ยังมีภาพ Ikuta Erika ร้องเพลง Ievan Polkka ซึ่งเป็นเพลงของฟินแลนด์และมีการเล่นคีย์บอร์ดด้วย) และ Saito Asuka เป็นมือกลองชุด
โฆษณาคอมพิวเตอร์ Mouse ในปี ค.ศ. 2018
(http://nogizaka46tiyo.com/archives/mouse-band/)
หลังจากที่อธิบายกันยืดยาวถึงตำแหน่งของเครื่องดนตรีกับเมมเบอร์ ฉากต่อไป ก็เป็นเมมเบอร์รุ่นที่ 2, 3, และ 4 ต่างก็ออกมาเต้นในแต่ละรุ่นตามลำดับ
รูปภาพ
เมมเบอร์รุ่นที่ 2
รูปภาพ
เมมเบอร์รุ่นที่ 3
รูปภาพ
เมมเบอร์รุ่นที่ 4
จากนั้น Shiraishi Mai ก็ปรากฏอีกครั้งตรงข้างบนก่อนจะลงมาจากทางลาดชัน ซึ่งทางลาดชันในภาษาญี่ปุ่นก็คือ Sakamichi อันหมายถึง Nogizaka46 โดยด้านล่าง มีเมมเบอร์ทั้ง 4 รุ่นเกาะกลุ่มเป็นวงแยกตามรุ่น

ฉากนี้มีความหมายว่าแม้ว่าจะผ่านจุดสูงสุดในอาชีพไอดอลไปแล้ว (ถึงช่วงเวลาหลังจบการศึกษาออกไปแล้ว) ก็ยังมีเหล่าเพื่อนและรุ่นน้องแต่ละรุ่น ที่เปรียบเสมือนครอบครัว Nogizaka46 เช่นเดียวกันคอยอยู่เคียงข้างตลอดเวลา
วงเต้นรำของเมมเบอร์ในแต่ละรุ่น
แล้วเป็น Endo Sakura เมมเบอร์รุ่นที่ 4 เซนเตอร์ซิงเกิ้ลที่ 24 จะแตะมือ Shiraishi Mai แล้วเต้นรำด้วยกัน โดยเธอคือเมมเบอร์รุ่นที่ 4 คนแรกที่ได้เป็นเซนเตอร์ และดูเหมือนว่าเธอกำลังจะเดินตามรอยทางแห่งความสำเร็จของรุ่นพี่คนนี้ในไม่ช้า
Shiraishi Mai กับ Endo Sakura
ก่อนที่ Shiraishi Mai จะไปยังวงของรุ่นที่ 3 และเต้นกับ Ozono Momoko (大園桃子) ซึ่งเคยเป็นเซนเตอร์คู่กับ Yoda Yuki (与田祐希) ในซิงเกิ้ลที่ 18 อย่าง Nigemizu (逃げ水) 
Ozono Momoko กับ Shiraishi Mai
แล้วไปยังวงของรุ่นที่ 2 เพื่อเต้นกับ Hori Miona (堀未央奈) เซนเตอร์ซิงเกิ้ลที่ 7 ที่มีชื่อว่า Barrette (バレッタ) 
Hori Miona เต้นรำกับ Shiraishi Mai
และรุ่นที่ 1 จะเป็นเซนเตอร์ซิงเกิ้ลที่ 9 Nandome no Aozora ka? (何度目の青空か?) อย่าง Ikuta Erika ที่ได้เต้นรำกับ Shiraishi Mai ก่อนจะจบด้วย Inoue Sayuri เมมเบอร์ที่กำลังจะจบการศึกษาจากวงเช่นเดียวกับเธอ
Shiraishi Mai เต้นรำกับ Ikuta Erika
จะเห็นได้ว่าการเต้นรำของ Shiraishi Mai กับเมมเบอร์แต่ละรุ่นนั้น จุดร่วมที่เหมือนกับเธอคือการได้เป็นเซนเตอร์ซิงเกิ้ลหลัก โดยตลอด 24 ซิงเกิ้ลของวง เมมเบอร์ทั้ง 4 รุ่นต่างก็ได้รับโอกาสในการเป็นเซนเตอร์มาแล้ว เซนเตอร์เต้นรำกับเซนเตอร์คือความงามอย่างหนึ่งที่มันน่าบังเอิญอย่างเหลือเชื่อดั่งเช่นซิงเกิ้ล Synchronicity (シンクロニシティ) 

ส่วน Inoue Sayuri คือเมมเบอร์ที่ไม่เคยเป็นเซนเตอร์แต่กำลังจะจบการศึกษาออกไปพร้อมกัน และด้วยธีมงานพรอม การเต้นรำกับเพื่อนที่จะจบการศึกษาออกไปเหมือนกันก็คือสิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งเช่นเดียวกัน 
Shiraishi Mai เต้นรำกับ Inoue Sayuri
จากนั้นก็ถึงคราวมอบดอกไม้แสดงความยินดีและขอบคุณโดยเมมเบอร์ในแต่ละรุ่นกันบ้าง เริ่มจาก Kaki Haruka, Yamashita Mizuki (山下美月), Shinuchi Mai (新内眞衣), ก่อนจะจบลงที่ Matsumura Sayuri 
รูปภาพ
ดอกไม้ที่ได้รับของ Shiraishi Mai
ความพิเศษของดอกไม้ที่ Shiraishi Mai ได้รับก็ยังมีนัยยะเช่นกัน นั่นคือ ดอกไม้ที่ปรากฏส่วนใหญ่คือสีม่วง ซึ่งเป็นสีของ Nogizaka46 และการที่เมมเบอร์ทุกรุ่นมอบให้เธอ ก็แสดงให้เห็นการยอมรับและความรักของเมมเบอร์ทุกรุ่นทุกคนที่มีต่อ Shiraishi Mai อย่างปฏิเสธไม่ได้เลย

ดอกไม้ที่ปรากฏประกอบด้วย 
  • บัลลูนฟลาวเวอร์ (Platycodon) ที่แปลว่า ความรักนิรันดร์
  • ยูสโทมา (Eustoma) ที่แปลว่า ความสง่างาม
  • ลาเวนเดอร์ อันหมายถึงความคาดหวัง
  • Mini rose สีชมพู ที่แปลว่า ผู้หญิงที่สวยงาม, สัญญาแห่งรัก, หัวใจที่อบอุ่น, และความอ่อนโยน
  • ลาร์คเสปอร์ (Larkspur) ที่บ่งบอกถึงความร่าเริง
  • สวีทพี (Sweet pea) สีม่วงที่หมายถึง ความสุขนิรันดร์
  • สกุลฟรีเซีย (Freesia) สีม่วงที่บ่งบอกความปรารถนา
  • Amethyst sage ที่แปลว่า ความรักแบบครอบครัว
(https://lovegreen.net/languageofflower/p121673/
https://rennai-meigen.com/freesiahanakotoba/
https://kurashi-no.jp/I0012766
https://hanatama.jp/consolida-ajacis.html
https://xn--cafe-9n4cuc5evhoc3580fc98aw23c.jp/contents/birthstone/detail_4134/
https://lovegreen.net/languageofflower/p31162/
https://hananokotoba.com/lavender/
https://lovegreen.net/languageofflower/p28757/
https://twitter.com/tittlen0o/status/1235486572214009858)

หลังจากนั้น เมมเบอร์ที่เหลือในชุดสีขาวจะต่อแถวตอนเรียงสอง ก่อนแปรแถวให้ Shiraishi Mai เดินผ่าน และปรากฏฉากหลังเป็นโลโก้ที่คุ้นเคยของ Nogizaka46 
รูปภาพ
ฉากหลังที่มีโลโก้ Nogizaka46
จากนั้น Shiraishi Mai ก็โยนดอกไม้แล้วกลายเป็นกลีบสีม่วงที่โปรยปราย พร้อมกับเธอในชุดสีขาวที่เต้นในฐานะเซนเตอร์อย่างสวยงาม ซึ่งชุดสีขาวนี้ส่วนใหญ่เป็นชุดที่ใช้เพื่องานจบการศึกษาของไอดอล
รูปภาพ
ฉากเต้นของ Shiraishi Mai ในชุดขาว
ความพิเศษของชุดดังกล่าวนี้ คือการที่ชุดประดับด้วยเครื่องประดับคล้ายขนนกที่ชุด ถึงแม้ว่าจะมองเหมือนกับใบไม้ แต่ความรู้สึกตรงนี้จะออกไปทางขนนกมากกว่า เพื่อให้รู้สึกว่าพวกเธอ โดยเฉพาะ Shiraishi Mai เป็นเสมือนนางฟ้าที่สวยงามและมีเสน่ห์เป็นอย่างมาก
รูปภาพ
ด้านหลังของชุดที่ใช้ในซิงเกิ้ลและการแสดงสดต่าง ๆ
(https://twitter.com/kimikatrock/status/1235929876332306438)
Shiraishi Mai เดินถอยออกไปที่หลังฉาก แล้วตัดมาอีกทีในชุดลูกไม้ลายดอกไม้แถบหลายสีที่กล่าวไปแล้วข้างต้นตั้งแต่แรกเริ่มใน MV นั่นเอง

เธอไม่ได้เดินออกจากฉากในตอนจบของ MV ด้วยชุดสีขาวสวยงามราวกับนางฟ้า แต่เป็นชุดที่ใส่ในตอนแรกของ MV หลังจากชุดนอนลายดอกไม้ ซึ่งมันก็เหมือนกับสัจธรรมตรงที่ "สูงสุดคืนสู่สามัญ" นั่นเอง
ท่าเต้นสุดท้ายก่อนจบเพลงที่ทุกคนยื่นมือไปทาง Shiraishi Mai โดยที่ชุดของเธอเปลี่ยนเป็นชุดธรรมดาอีกครั้ง
ฉากสุดท้าย คือการที่ทุกคนยื่นมือไปทาง Shiraishi Mai เพื่อเป็นการส่งเธอเป็นครั้งสุดท้าย แล้วเธอก็เปิดประตูตรงฉากที่มีโลโก้ Nogizaka46 
Shiraishi Mai เปิดประตูเพื่อก้าวสู่โลกใบใหม่ที่กว้างใหญ่นี้ก่อนก้าวเดินออกมาเพียงลำพัง
หลังประตู คือทางที่เต็มไปด้วยสีแดงของดอกไม้ บนบรรยากาศที่เป็นทุ่งหญ้า และมีเมฆบางส่วน โดย Shiraishi Mai หันมายิ้มอีกครั้งแล้วก็จบ MV อย่างสมบูรณ์
รูปภาพ
ฉากสุดท้ายของ MV ที่ Shiraishi Mai ยิ้มให้กับกล้อง แสดงถึงความสุขที่ได้เป็นเมมเบอร์ Nogizaka46
ภาพตรงหลังประตู ไม่ได้สื่อว่าเส้นทางจะยากลำบาก แต่มันคือเส้นทางที่กว้างใหญ่ในโลกบันเทิง ถึงจะมีอุปสรรคบ้างแต่ก็ยังสดใสเช่นเดิม ทางที่มีดอกไม้สีแดง คือเส้นทางหลังจากนี้ที่ยังมีงานอื่นรออยู่อีกจำนวนมาก ซึ่งอาจจะยังดีเหมือนกับสมัยที่ยังเป็นเมมเบอร์ เส้นทางหลังจากนี้ยังรอความท้าทายอยู่อีกมาก

ฉากจบของ MV ซิงเกิ้ลนี้ ถูกเอาไปเทียบกับฉากจบใน MV ซิงเกิ้ล Sayonara no Imi (サヨナラの意味) ที่ Hashimoto Nanami กลับมามองตรงกล้อง
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ サヨナラの意味 ななみん
Hashimoto Nanami ในตอนท้ายของ MV ซิงเกิ้ล Sayonara no Imi
แต่ความแตกต่างของ MV ซิงเกิ้ลนี้ ก็คือ ตามบริบทแล้ว Shiraishi Mai หันกลับไปมองที่เมมเบอร์ใน MV ทั้งหมด ก่อนจะเข้าสู่ประตูของโลกอันกว้างใหญ่บนเส้นทางในวงการบันเทิง ในขณะที่ Sayonara no Imi นั้น Hashimoto Nanami หันกลับมายิ้มให้กับ Nishino Nanase (西野七瀬) ก่อนที่จะหายไป ประหนึ่งเป็นภาพจำจากความคิดของ Nishino Nanase

จะว่าไปแล้ว หลังจากนั้น Hashimoto Nanami ก็ได้หายไปจากวงการบันเทิง กลับไปเป็นผู้หญิงคนหนึ่งในสังคม จริงอยู่ที่เพื่อนในวงการด้วยกันอาจจะอยากให้เธออยู่ต่อ แต่เมื่อเธอเลือกที่จะจากไปในวงการ ก็คงมีเพียงความทรงจำและความรู้สึกดี ๆ ที่ทิ้งไว้ให้ได้คิดถึงเท่านั้น
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ サヨナラの意味 メガネ
Nishino Nanase (西野七瀬) ในตอนท้ายของ MV ซิงเกิ้ล Sayonara no Imi ที่มอง Hashimoto Nanami 
ใช่ครับ หลังจากนั้น Nishino Nanase ก้มหน้ายอมรับความจริงตรงนี้ แล้วปิดประตูที่มอง Hashimoto Nanami เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะจบ MV ลงเพียงเท่านี้

ถอดความหมายของเนื้อเพลง

探し物は どこにあるのだろう
いつの日にか 置き忘れたもの
Ah 胸の奥 何度も問い掛けてきた
思い出のその中に あるかもしれない
涙が頬に溢れて 見えなかったけど
この温もりは もしかしたら
[สิ่งที่ตามหาอยู่นั้น มันอยู่หนแห่งใดกันแน่หนอ
สิ่งที่หลงลืมหายไป สักวันหนึ่งก็คงเป็นเช่นนั้น
Ah ภายในหัวใจนี้ ก็ยังคงวนเวียนถามซ้ำไปซ้ำมา
บางทีอาจจะยังอยู่ที่ไหนสักแห่ง ตรงกลางของความทรงจำนี้
น้ำตาที่อาบนองเอ่อล้นตรงสองแก้ม จนมองไม่เห็นอะไรเลย
หรือว่าอาจเป็นความอบอุ่นที่อยู่ตรงนี้ก็เป็นได้]

ถอดความ: ในชีวิตของการเป็นไอดอล สิ่งที่ตามหาอยู่นั้น คือการค้นคว้าตัวเองเพื่อชีวิตในอนาคตหลังจากนี้ แต่สิ่งเหล่านั้น คือสิ่งที่ค้นหาเพื่อตัวเอง แต่หลายคนกลับลืมว่าเหตุผลที่เข้ามาในวงไอดอลนั้น ไม่ใช่เพราะชื่อเสียงของตัวเองที่จะโด่งดังเพียงอย่างเดียว

ชีวิตในโลกบันเทิง คนคนหนึ่งสามารถมีชื่อเสียงได้โดยไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่เป็นกลุ่ม นั่นคือการเป็นศิลปินเดี่ยว แต่สำหรับการเป็นศิลปินกลุ่ม มันมีอะไรที่มากกว่าความโดดเด่นและแฟนคลับ นั่นคือความสัมพันธ์ของเพื่อนร่วมอาชีพที่อยู่ในวงเดียวกัน..

หลายครั้งที่สมาชิกในวงถูกเรียกให้ออกมาทำงานเพียงลำพัง โดยที่มีชื่อของวงติดมาด้วย นั่นอาจจะทำให้หลมลืมไปแล้วว่าทำไมจึงเข้ามาอยู่ในวง หรือแท้จริงแล้วความรักภายในเมมเบอร์ด้วยกัน เรื่องราวความผูกพัน คือสิ่งที่เป็นคำตอบของการเข้ามาอยู่ในวงกันแน่ หลายครั้งที่ความย่อท้อหรือความล้มเหลวในงาน ก็ทำให้การค้นหาความหมายของชีวิตไอดอลนี้ยากขึ้นไปอีก แต่เมื่อลองใช้ใจเปิดกว้างรับความรู้สึกต่าง ๆ ที่เคยเข้ามาในชีวิตดู ก็อาจจะเห็นคำตอบที่อยู่ตรงหน้าก็ได้ 

ดังนั้นการตามหาความสุขตลอดช่วงชีวิตในการเป็นเมมเบอร์นั้น อาจไม่ใช่เพียงแค่การมีงานทำ หรือการมีอนาคตในโลกบันเทิงเท่านั้น แต่มันอาจรวมไปถึงความรักความสัมพันธ์ที่ไม่สามารถกาได้จากที่ไหนแล้ว

しあわせはいつだって 近くにあるんだ
保護色のようなもの 気づいてないだけ
I found it, it will be good
I found it, I know well
I found it, in my heart
やっと見つけた
[อันความสุขนั้นไม่ว่าจะเมื่อไร ก็อยู่ใกล้ตัวทุกเวลา
เพียงแค่ไม่ได้ทันสังเกตเท่านั้น คล้ายกับสิ่งที่พรางตัวซ่อนอยู่
ฉันพบมัน ต้องดีแน่นอน
ฉันพบมัน ฉันรู้ดี
ฉันพบมัน ในหัวใจ
สุดท้ายก็ค้นพบแล้ว]

ถอดความ: หรือเพราะจริง ๆ แล้ว การมีชีวิตอยู่ (ไม่ใช่เพียงแค่ไอดอลหรือศิลปินเท่านั้น) ก็คือการหาความสุขให้กับชีวิต ความสุขในทุก ๆ วันที่จะทำได้ แต่ทำไมหลายครั้งกลับไม่ได้รู้สึกว่ามีความสุข ทั้ง ๆ ที่ก็อยู่รอบตัว ก็เพราะว่ามันซ่อนอยู่แล้วสายตาในหัวใจก็มองข้ามไป แล้วทำใจให้เป็นทุกข์เสียเอง

Shiraishi Mai เองได้อธิบายในบล็อกถึงการจบการศึกษา ว่าได้คิดมาตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 2018-2019 ในจังหวะที่เมมเบอร์ที่ร่วมงานมาด้วยกันต่างทยอยกันเดินทางสู่เส้นทางแห่งอนาคตครั้งใหม่ ซึ่งเธอเองอาจวุ่นอยู่ในใจว่าจะจบการศึกษาได้เมื่อไร ในขณะเดียวกันก็ต้องส่งเพื่อนร่วมรุ่นไปทีละคน คนแล้วคนเล่า จนเธอเองได้โอกาสช่วงปี ค.ศ. 2020 ที่วงกำลังเปลี่ยนแปลงในจุดสูงสุดนี้  
(https://48studies.blogspot.com/2020/01/nogizaka46-after-shiraishi-mai.html)

การที่ครุ่นคริดไปมาถึงการเปลี่ยนแปลงนี้ ทำให้ความทุกข์ใจออกมาในเบื้องหลัง แม้ว่าเบื้องหน้าของเธอคือรอยยิ้มที่มีให้แฟนคลับและผู้ชมทุกคน แต่เนื้อเพลงที่กล่าวถึงความสุขที่สามารถค้นพบได้ทั้งที่อยู่ใกล้ตัว บ่งบอกว่าเธอกำลังมองข้ามความสุขที่เกิดขึ้นได้ทุกวันโดยไม่ต้องไปค้นหาที่ไหนไกล เพียงใช้ใจเท่านั้นในการหา 

เธออาจจะออกงานได้ด้วยตัวเองจนไม่ต้องพึ่งพาวง นั่นก็คือความสุขอย่างหนึ่ง เธออาจรายล้อมไปด้วยเมมเบอร์ในวงทั้งเพื่อนและรุ่นน้อง นั่นก็คือความสุข เธออาจได้กอดใครสักคนในบรรดาเมมเบอร์ด้วยกันหรืออาจได้กล่าวความในใจดี ๆ ที่มีต่อกัน นั่นก็เป็นความสุขอีกเหมือนกัน 

ในขณะที่ Shiraishi Mai ได้เห็นใครหลายคนที่จบการศึกษาออกจากวงไปแล้วก็ยังประสบความสำเร็จอยู่ ไม่ว่าจะเป็น Ikoma Rina (生駒里奈) หรือ Nishono Nanase ก็อาจเป็นความสุขอีกอย่างที่เพื่อนรักของเธอได้ก้าวสู่โลกใบใหม่นี้ เธอเองกลับกังวลเรื่องสถานะของ Nogizaka46 หลังจากนี้ และอนาคตหากไม่มีเธออยู่ นั่นอาจทำให้การหาความสุขของตัวเธอเองดูยากขึ้น

แต่สุดท้ายแล้ว เธอก็พบความสุขของการเป็นเมมเบอร์ Nogizaka46 ไม่ใช่แค่ความรักระหว่างเมมเบอร์ด้วยกันที่อบอุ่นยิ่งกว่าครอบครัว แต่ยังเป็นความเชื่อมั่นที่ Nogizaka46 สามารถอยู่จุดสูงสุดต่อไปได้โดยไม่จำเป็นที่จะต้องมี Shiraishi Mai ความรู้สึกตรงนี้คือสิ่งที่ผู้เขียนเชื่อว่า Akimoto Yasushi เขียนถึงเธอว่าไม่ต้องกังวลอนาคตของวงอีกแล้ว และเดินหน้าในเส้นทางของตนเองที่มีความสุขต่อไป และนั่นคือเหตุที่ได้กล่าวว่า "ในที่สุดก็ค้นพบแล้ว" 

慌ただしい 日々に流されてた
些細なことが 大事なことだった
そう空の色 風が運ぶ花の香
風景も感情も 永遠じゃないんだ
[หลายคืนวันอันแสนวุ่นวายยุ่งใจได้เดินทางผ่านไป
สิ่งต่าง ๆ อันเล็กน้อยนั้น ก็กลายเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง
นั่นแหละ ทั้งสีของท้องฟ้า ทั้งกลิ่นของดอกไม้ที่ปลิวลอยไปตามสายลม
ทั้งทิวทัศน์ทั้งอารมณ์ล้วนไม่จีรังยั่งยืน]

ถอดความ: ตลอดเวลาของ Shiraishi Mai กับ Nogizaka46 ก็ล้วนมีงานที่ต้องทำไม่ว่าจะซ้อมร้องเพลงในซิงเกิ้ลให้มีความสมบูรณ์แบบ งานถ่ายแบบลงนิตยสารที่ต้องออกมาดูสวยที่สุด หรือออกรายการที่ต้องสร้างความบันเทิงให้กับผู้ชม ซึ่ง 8 ปีเศษก็นานมากสำหรับเธอ และด้วยอายุและบารมีที่มากแล้ว ทำให้ช่วงเวลานี้ มีงานเข้ามาเป็นจำนวนมาก กลายเป็นไอดอลคิวทอง

ความโด่งดังไม่ว่าจะเป็นของวงเองหรือของ Shiraishi Mai เองก็มาจากการสั่งสมฐานแฟนคลับที่มีมาอย่างต่อเนื่อง การออกงานที่สม่ำเสมอ และการเข้าถึงแฟนคลับผ่านสื่อเป็นจำนวนมาก สิ่งเหล่านี้ทำให้เธอเป็นที่รู้จักในเวลาต่อมา 

ถึงกระนั้น เมื่อถึงเวลาหนึ่ง เธอก็ต้องจบการศึกษาออกจากวงไป ทิ้งไว้เพียงประวัติศาสตร์ที่ดีของวงเอาไว้เป็นเบื้องหลัง และความสุขที่แฟนคลับได้รับในวันวาน ภาพลักษณ์ของเธอเมื่อเป็นไอดอลและศิลปินเดี่ยวย่อมแตกต่าง แต่ก็เป็นสัจธรรมที่ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เช่นเดียวกับชื่อเสียงที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อย ๆ เช่นกัน

サヨナラ言ってしまったら 消えてしまうような
夢の続きは ほらすぐそこ
[หากจะต้องพูดคำว่าลาก่อนออกไป ภาคต่อของเส้นทางความฝัน
ที่ไม่นานก็จางหายนั้น ก็อยู่ตรงหน้านี่เอง]

ถอดความ: ตรงนี้จะสอดคล้องกับการถอดความในท่อนฮุค ซึ่งเนื้อเพลงท่อนนี้จะกล่าวถึงเส้นทางหลังจากนี้ที่จะเห็นเมื่อถึงคราวจากลา 

ดังที่ได้อธิบายไปข้างต้นว่า Shiraishi Mai ครุ่นคิดกับการจบการศึกษาจาก Nogizaka46 มาได้สักระยะหนึ่งแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ประกาศออกไปเสียที ด้วยความเป็นห่วงวงที่เมมเบอร์แถวหน้าค่อย ๆ หายไปทีละคน เธอจึงต้องแบกรับเอาไว้เพื่อให้วงยังอยู่ในจุดสูงสุดนี้ต่อไปได้

การแบกย่อมแลกมาซึ่งความจำเป็นที่จะต้องทิ้งแนวทางหลังจบการศึกษาออกไปก่อน ถึงแม้แฟนคลับอาจจะได้เห็นเธอมีรอยยิ้มมีความสุขกับชีวิตไอดอล แต่ภาพจากเบื้องหลัง อาจมองว่าเป็นงานที่หนักเกินไปสำหรับเธอ 

การประกาศจบการศึกษาจึงไม่ได้เพียงแค่ทำให้เธอโฟกัสไปที่งานในอนาคตหลังจากนี้ แต่ยังส่งต่อวงที่เธอสร้างขึ้นมาให้กับรุ่นน้องที่พร้อมจะมาเติมเต็มตรงนี้แทนเธอ 

しあわせは少しずつ 見えてくるものさ
変わらない毎日に 紛れていたんだ
I found it, it will be good
I found it, I know well
I found it, in my heart
こんなところに
[อันความสุขนั้นคือสิ่งที่ได้พบเจอ ค่อย ๆ ทีละเล็กทีละน้อย
คือสิ่งซ่อนเร้นอยู่ทุก ๆ วัน สม่ำเสมอไม่เปลี่ยนแปลง
ฉันพบมัน ต้องดีแน่นอน
ฉันพบมัน ฉันรู้ดี
ฉันพบมัน ในหัวใจ
ตรงนี่แหละที่ใช่เลย]

ถอดความ: ท่อนฮุคที่สองนี้ นิยามของความสุขอาจดูต่างจากความสุขในท่อนฮุคแรกเล็กน้อย กล่าวคือความสุขเป็นสิ่งที่พบเจอได้ทีละเล็กน้อย แต่ก็สามารถพบเจอความสุขได้ตลอดเวลา เมื่อรวมกับท่อนฮุคแรก ก็พอจะมองได้แล้วว่า ความสุขเป็นสิ่งเล็ก ๆ ใกล้ตัวที่เติมเต็มชีวิตได้ตลอดเวลา 

ความสุขไม่จำเป็นที่จะต้องมีหน้าที่การงานที่ดี มีทรัพย์สินเงินทองมหาศาล หรือมีทุกอย่างพร้อม เพียงแค่การได้เรื่องราวชีวิตที่ดีในชีวิต การได้เพื่อนพ้องที่ดี และการตื่นมาในตอนเช้าแล้วทำงานอย่างมีความสุข นั่นคือความสุขของทุกวัน ซึ่งผู้เขียนมองว่า Akimoto Yasushi กำลังจะบอก Shiraishi Mai ว่าอย่าหักโหมกับงานในวงและงานนอกมากเกินไป จนลืมไปว่าความสุขของชีวิตในแต่วันคืออะไร ถ้ามองออกโดยไม่ถูกการพรางโดยสังคมปัจจุบันหลอกแล้ว ความสุขง่าย ๆ ก็อยู่ตรงนั้นนั่นเอง 

僕に出来ることは
君にヒントを出すこと (しあわせとは)
簡単な見つけ方
悲しくなった時は 思い出してほしい
[สิ่งที่ฉันพอจะช่วยเธอได้นั้น
คือการบอกคำใบ้ต่าง ๆ ให้กับเธอ (ความสุขคืออะไรนะ?)
วิธีค้นหาความสุขอย่างง่าย..
ยามใดที่รู้สึกเศร้าใจขึ้นมา อยากให้นึกถึงตรงนั้นดู]

ถอดความ: ผู้เขียนชอบถอดเนื้อเพลงที่แต่งโดย Akimoto Yasushi ตรงที่มีนัยยะที่ซับซ้อนน่าค้นหา ซึ่งนัยยะในท่อนนี้ก็ตรงไปตรงมาดี ก็คือวิธีการค้นหาความสุขแบบง่ายที่สุดเลย ก็คือไปหามันในช่วงที่ต้องการมัน โดยเฉพาะช่วงที่เศร้าใจซึ่งตรงนั้นจะไม่มีความสุข นั่นจึงทำให้คุณค่าของความสุขดูมีมูลค่าขึ้นมาทันที แม้จะใกล้ตัวหรือเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย แต่มันก็มีคุณค่าขึ้นมา

จากท่อนก่อนหน้านี้ที่ความสุขสามารถหาได้รอบตัว แม้จะเป็นเพียงเสี้ยวเล็ก ๆ แต่ก็ทำให้โลกดูสดใสมีความหวังขึ้นมา 

ท่อนนี้เองที่ทำให้ความหมายของ "การพรางตัวของความสุข" ซึ่งเป็นชื่อเพลงดูชัดเจนขึ้นมา เพราะหากชีวิตที่มีความสุขดีอยู่แล้ว หลาย ๆ ครั้งตัวเราเองอาจหลงลืมไปว่าความสุขที่อยู่รอบตัวเป็นอย่างไร ราวกับถูกพรางไว้ไม่ให้เห็นนั่นเอง เรื่องดี ๆ เล็กน้อย ก็สร้างความสุขได้ในทุกวัน และนั่นคือข้อความที่ Akimoto Yasushi จะส่งไปถึง โดยเฉพาะ Shiraishi Mai ที่เธออาจต้องการความสุขในชีวิตของแต่ละวันมากกว่างานในโลกบันเทิง

しあわせはいつだって 近くにあるんだ
保護色のようなもの 気づいてないだけ
I found it, it will be good
I found it, I know well
I found it, in my heart
やっと見つけた

สรุปการถอดความ: จริง ๆ แล้วสิ่งที่ Akimoto Yasushi จะมอบให้เป็นครั้งสุดท้ายกับ Shiraishi Mai ไม่ใช่อะไรนอกเหนือจากการค้นหาความสุขในชีวิตทุกวัน ซึ่งเธออาจไปพบ Akimoto Yasushi เพื่อคุยเรื่องอนาคตของเธอเอง จนตัว Akimoto Yasushi เองอาจสัมผัสได้ว่าสิ่งที่เธอยังขาดไปในตอนนี้ คือความสุขในแต่ละวัน ซึ่งทั้งงานและอนาคตของวงที่เธอรู้สึกว่ากำลังไปได้สวยจนกลับมองข้ามเรื่องเล็ก ๆ ในแต่ละวันที่ทำให้มีความสุข 

Shiraishi Mai อาจยังรู้สึกว่าชีวิตเหมือนขาดอะไรไป ทั้ง ๆ ที่ประสบความสำเร็จกับวงไอดอลที่ชื่อ Nogizaka46 แต่เหมือนว่าสิ่งที่ค้นหาอยู่อาจอยู่เพียงใกล้ตัวเธอเท่านั้น ความรักของเมมเบอร์ที่มีต่อกัน การได้พบเจอแฟนคลับที่สนับสนุนมาโดยตลอด หรืองานที่มีอย่างไม่ขาดสาย บางทีก็คงเป็นที่ตัวของ Shiraishi Mai เองที่ต้องไปหาคำตอบนี้ด้วยตัวเอง

บทส่งท้าย

ใน MV ซิงเกิ้ล Shiawase no Hogoshoku นี้ ไม่ได้เพียงแค่ส่งท้าย Shiraishi Mai เท่านั้น แต่ยังมอบความหมายที่ลึกซึ้งและชวนให้คิดถึงเช่นกัน นัยยะต่าง ๆ ใน MV ก็บ่งบอกถึงเรื่องราวที่เกี่ยวข้องของ Shiraishi Mai และ Nogizaka46 ได้เช่นกัน

สื่งที่ได้จากเพลงนี้ไม่ใช่ความรัก แต่เป็นการหาความสุขที่ถึงจะดูเป็นสิ่งเล็กน้อยแต่ก็ทำให้ชีวิตทั้งวันมีพลังได้นั่นเอง

บทความทั้งหมดนี้เป็นความคิดจากการวิเคราะห์ของผู้เขียน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านและคิดตาม เพราะอย่างน้อยที่สุดแล้วมุมมองของผู้อ่านที่แตกต่างออกไป ก็ช่วยให้ผู้เขียนได้รู้จักมุมมองใหม่ที่ทำให้ความคิดเกิดความสร้างสรรค์มากยิ่งขึ้นเช่นกัน

Comments

Popular posts from this blog

Majimuri Gakuen (マジムリ学園) กับเค้าโครงประวัติศาสตร์จริง

48 เรื่องราวที่น่าสนใจของ AKB48 Group ในปี ค.ศ. 2018

บทวิเคราะห์: Next Influencer เมื่อไม่มี Shiraishi Mai