วิเคราะห์การเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 10 - พาร์ท 2

ก่อนอื่น ต้องขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนบทวิเคราะห์ AKB48 ครั้งแรก ในชื่อ "วิเคราะห์การเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 10 - พาร์ท 1" และในวันนี้จะวิเคราะห์การเลือกตั้งกับ "วิเคราะห์การเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 10 - พาร์ท 2"

ความเดิมตอนที่แล้ว

หลังจากที่ คู่มือการเลือกตั้งเซมบัตสึและป้ายหาเสียงเลือกตั้ง ได้ถูกเผยแพร่ต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา บรรณาธิการก็ได้พยากรณ์ถึง 16 อันดับเซมบัตสึในการเลือกตั้งที่คากว่าจะออกมาในปีนี้

ในพาร์ทที่ 2 นี้จะเป็นพาร์ทที่ต่อเนื่องจากพาร์ทที่ 1 ซึ่งได้นำเสนอไปแล้ว กับเมมเบอร์ 7 อันดับแรก (คามิ 7)  

http://48studies.blogspot.com/2018/05/AKB48-senbatsu-election-2018-1.html

และในพาร์ทนี้จะกล่าวถึงความพร้อมของเมมเบอร์อีก 9 คนที่เหลือต่อการติดเซมบัตสึในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยจะวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ที่อาจเกิดขึ้นในการเลือกตั้ง และข้อโต้แย้งโดยผู้เขียนต่อทัศนคติในการจัดอันดับของบรรณาธิการ



อันดับทั้ง 16 อันดับที่คาดว่าเมมเบอร์จะได้ในการเลือกตั้งปีนี้ อ้างอิงจากคู่มือการเลือกตั้ง
การอธิบายและวิเคราะห์เมมเบอร์ที่ติดอันดับการเลือกตั้ง จะอ้างอิงจากคู่มือการเลือกตั้งที่ออกอย่างเป็นทางการ และเรียงลำดับจาก 1-16 (พาร์ท 1 ได้นำเสนออันดับ 1-7 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว)


Takahashi Juri (高橋 朱里)

เมมเบอร์ที่นามสกุลเดียวกับอดีตผู้จัดการทั่วไปของ AKB48 ผู้มีความสามารถทางด้านกีฬาและของหวาน กับโปสเตอร์การเลือกตั้งครั้งล่าสุดที่มีชื่อเป็นสี่ภาษา (รวมถึงภาษาไทย: จูริ!)  
Takahashi Juri
ประการที่หนึ่ง ความหวังในการกอบกู้วิกฤตทีม B - หลังจากที่มีการสับเปลี่ยนสังกัดทีมของเมมเบอร์ในงานคอนเสิร์ตครบรอบ 12 ปีของ AKB48 ซึ่ง Takahashi Juri ได้รับการย้ายตำแหน่งจากกัปตันทีม 4 ไปเป็นกัปตัมทีม B ซึ่งว่างเว้นจากตำแหน่งนี้ภายหลังจากการจบการศึกษาของ Kizaki Yuria (木崎ゆりあ) ในเดือนกันยายน ค.ศ. 2017 และส่งไม้ต่อให้กับ Murayama Yuiri (村山彩希) ไอดอลผู้เน้นการแสดงบนเธียเตอร์จนจะเฝ้าเธียเตอร์แข่งกับ รปภ. (เพราะ Murayama Yuiri เลือกที่จะอยู่กับเธียเตอร์มากกว่าการออกไปข้างนอกหรือร่วมงานเลือกตั้ง) มาเป็นกัปตันทีม 4 แทน

อนึ่ง ต้องอธิบายก่อนว่าทำไม Takahashi Juri จึงย้ายเป็นกัปตันทีม B เนื่องจากทีม B ระส่ำระสายอย่างหนักจากการที่มีสมาชิกทีม B จบการศึกษาออกไปถึง 6 คนในปี ค.ศ. 2017 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Oshima Ryoka (大島涼花) ผู้เป็นรองกัปตันทีม, Kizaki Yuria ที่เป็นกัปตันทีมคนก่อนหน้า, และ Watanabe Mayu ยังมาจบการศึกษาอีกในปีเดียวกัน 


ทำให้ในช่วงต้นปี ค.ศ. 2018 จึงเหมือนกับยุคข้าวยากหมากแพงของทีม B ที่ขาดเมมเบอร์ไฟแรง คงเหลือแต่ Kashiwagi Yuki (柏木由紀) ที่เป็นหน้าตาให้กับทีม B แต่ในทางปฏิบัติแล้ว Kashiwagi Yuki ต้องทำหน้าที่ดูแล NGT48 ร่วมไปด้วย จึงยิ่งทำให้ทีม B ขาดเมมเบอร์ที่ี้นำอนาคตของทีมให้เข้มแข็งได้


การมาของ Takahashi Juri ในการสับย้ายทีม จึงดูเหมือนว่าเป็นความพยายามในฟื้นฟูตำนานของทีม B ขึ้นมาใหม่ เพราะเมมเบอร์รอบใหม่ที่มาในรอบนี้ ก็ถือว่าครบเครื่องไม่แพ้กัน และปัจจัยของการดึงเมมเบอร์จำนวนมากไปยังทีม B ยังส่งผลต่อการตัดสินใจที่ทำให้สมาชิกทีม 8 ต้องควบทีมภายใน AKB48 อีกด้วย


สิ่งที่อธิบายข้างต้น คือเหตุผลที่ทำให้ Takahashi Juri ถูกมองว่ามีพลังและแรงมากพอในการกู้วิกฤตทีม B ด้วยเมมเบอร์ใหม่ที่ขนมาช่วยแบบจัดเต็มและยังมีทีม 8 มาควบแบ่งเบาความหนักอีก ทำให้ทีม B น่าจะฟื้นฟูความเชื่อมั่นได้เร็วขึ้น และยังส่งผลต่อความนิยมของ Takahashi Juri ผู้นำในการกู้วิกฤตทีม B ครั้งนี้ ปละความเป็นผู้นำของเธอ ยังทำให้เกิดปัจจัยที่สองที่สัมพพันธ์กัน


ประการที่สอง
กระแสการเป็นผู้จัดการทั่วไปของวงคนถัดไป - ด้วยความที่ได้รับความวางใจให้เป็นกัปตันทีม 4 ต่อจาก Minegishi Minami (
峯岸みなみ) ในปี ค.ศ. 2015 ซึ่งทีม 4 เป็นทีมที่เน้นเมมเบอร์หน้าใหม่ และมีความมุ่งมั่นในการเข้าสู่การเป็นหัวแถวของวงในอนาคต แต่สำหรับ Takahashi Juri นั้นแตกต่างออกไป เพราะการเป็นกัปตันทีม 4 ซึ่งต้องคอยผลักดันเมมเบอร์รุ่นใหม่ จนถูกเรียกว่า "ผู้จัดการวงทั่วไปรุ่นเยาว์"

ดังนั้น Takahashi Juri จึงมีจุดเเด่นในเรื่องของบารมีภายในวง และยังมีเรื่องของภาพลักษณ์ที่ดูน่ารัก น่าดึงดูดใจอีกด้วย ก็ยิ่งทำให้แฟนคลับมีความนิยมมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ทำให้ Takahashi Juri ยังไม่ใช่เบอร์ 1 ของ AKB48 ที่จะลุยในสนามการเลือกตั้ง ผู้เขียนมองว่ามี 2 ปัจจัยดังนี้

ปัจจัยแรก พื้นที่การตลาดที่น้อย - มันต้องเป็นเรื่องตลกแน่ ๆ ถ้าสินค้าที่ขายจากร้านที่เป็นทางการของ AKB48 ขายน้อยกว่าและแพงกว่าร้านอื่น ซึ่งร้านค้าของ AKB48 แสดงให้เห็นถึงการขายสินค้าที่หลากชนิดที่สุด และครองส่วนตลาดมหาศาล ใครได้อยู่เป็นพรีเซนเตอร์บนโปสเตอร์ของร้าน (ไม่ว่าจะออนไลน์หรือออฟไลน์) ก็ย่อมสร้างให้คนรู้จักได้มากขึ้น และติดตามได้มาก

แต่ปัญหา ก็คือ Takahashi Juri ถูกจัดให้เป็นพรีเซนเตอร์บนโปสเตอร์ร้านค้าบนแถวสนับสนุน (ในขณะที่ Okada Nana ถูกจัดให้มีพื้นที่ขายของบนร้านมากที่สุด ซึ่งดูไม่ยุติธรรมสำหรับเมมเบอร์ แต่ยุติธรรมสำหรับการขายที่ต้องเน้นคนหมู่มากที่มีเงินซื้อ) ดังนั้น การที่มีพื้นที่โฆษณาน้อยกว่า ส่งผลให้การขยายฐานแฟนคลับของตนเองทำได้น้อยลงตามไปด้วย

นั่นคือ Takahashi Juri ไม่ได้ถูกจัดให้เป็นตัวเลือกแรกที่จะนำมาส่งเสริมการขาย (อย่าลืมว่าเรื่องการเลือกตั้งกับเรื่องการตลาดมันคือด้านสองด้านบนเหรียญเดียวกัน) ซึ่งก็ส่งผลต่อการขยายฐานเสียงจากเหล่าแฟนคลับ

ปัจจัยที่สอง เมมเบอร์ในรุ่นที่ไม่ได้ถูกผลักดัน - ความโชคร้ายอีกอย่างของ Takahashi Juri ที่นอกเหนือจากการตลาด ก็ทุนตั้งต้นในการเป็นเมมเบอร์ แม้ว่าจะเข้าสู่วงการก่อน แต่รุ่นที่ 12 กลับเป็นรุ่นที่ต้องดิ้นรนเสนอหน้ามากที่สุด เพราะถูกผลักดันน้อยมาก เมื่อเทียบกับเมมเบอร์รุ่นหลัง ๆ ซึ่งเกิดการผลักดันอย่างชัดเจน

Takahashi Juri เข้าเป็นสมาชิก AKB48 ในเดือนเมษายน ค.ศ. 2011 ซึ่งในเวลานั้น "คามิ 7" แห่งยุคทองของ AKB48 กำลังมีบทบาทและสร้างผลงานให้กับวงจนเป็นที่รู้จักไปทั้งประเทศ ทำให้ในเวลานั้นรุ่นที่ 12 ก็เหมือนกับรุ่น 11 ซึ่งไม่ได้ถูกผลักดันเพื่อทดแทนเมมเบอร์แนวหน้าที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบการศึกษาออกไป

สิงที่ทำให้โอกาสในการขยายอิทธิพลของ Takahashi Juri ยิ่งน้อยลงไปอีก เพราะเมมเบอร์รุ่นที่ 13 ถูกประกาศในเดือนกันยายน ค.ศ. 2011 ซึ่งเป็นระยะเวลาเพียง 5 เดือนเท่านั้น (ต่างจากรุ่นอื่นที่มีระยะห่าง 7-9 เดือน)

การจบการศึกษาของ Maeda Atsuko (前田敦子) ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2012 ทำให้ AKS ต้องทบทวนกลยุทธ์ทางการตลาดใหม่ เพราะ "คามิ 7" อยู่ในช่วงขาลงด้วยวัยที่แก่ขึ้นและถึงจุดอิ่มตัวของความพยายามร่วมกับ AKB48 ทำให้เมมเบอร์รุ่นใหม่ถูกมองว่าจะเป็นส่วนเติมเต็มได้ในอนาคต 

แทนที่จะเป็นจุดดีที่ Takahashi Juri จะได้รับโอกาสนี้ แต่กลับกลายเป็นหายนะ เนื่องจากเมมเบอร์รุ่นที่ 14 ซึ่งถูกประกาศในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2012 ถูกวางเป็นเป้าหมายยุทธศาสตร์ เพื่อการรักษาความยิ่งใหญ่ของวง โดยเมมเบอร์รุ่นที่ 14 จำนวน 3 คน หรือ "3 ทหารเสือ" กับเมมเบอร์วงน้องสาว รวมตัวเป็นยูนิตใหม่ขณะเป็นเคงคิวเซย์ เรียกว่า Tentoumu Chu! (てんとうむChu!) ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2013

ยิ่งไปกว่านั้น เมมเบอร์รุ่นที่ 15 ก็มียูนิตขณะเป็นเคงคิวเซย์ เรียกว่า Dendenmu Chu! (でんでんむChu!) ซึ่งทำให้รุ่นของ Takahashi Juri ยิ่งต้องดิ้นรนเพื่อรักษาฐานเสียงของตนเองที่กำลังถูกรุ่นน้องค่อย ๆ แย่งไป และในตอนนี้สิ่งที่วางแผนมาตั้งแต่ 6 ปีที่แล้ว กำลังเกิดผลอันน่าประหลาดใจ เป็นสิ่งที่เมมเบอร์รุ่นก่อนหน้าไม่อยากให้เกิดกับตนเอง นั่นคือผลที่ทำให้ Takahashi Juri อาจไม่ได้ไปถึงคามิ 7 ด้วยเมมเบอร์รุ่นใหม่ที่ได้รับการผลักดันอย่างเต็มที่นั่นเอง 


อันดับการเลือกตั้งเซมบัตสึในครั้งที่ผ่านมา
ครั้งที่ 4 - ไม่ติดอันดับ
ครั้งที่ 5 - ไม่ติดอันดับ
ครั้งที่ 6 - อันดับที่ 28
ครั้งที่ 7 - อันดับที่ 25
ครั้งที่ 8 - อันดับที่ 15
ครั้งที่ 9 - อันดับที่ 11

โอกาสที่จะชนะการเลือกตั้ง: 8/100
โอกาสที่จะอยู่ในตำแหน่งคามิ 7: 45/100
โอกาสที่จะติดเซมบัตสึ: 100/100


Nakai Rika (中井りか)

เมมเบอร์จาก NGT48 อีกคนหนึ่งที่ถูกมองว่ากำลังทะยานสู่ความเป็นอภิมหาอำนาจแห่ง AKB48 Group จากการได้อันดับที่ 23 ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา

Nakai Rika
ด้วยความที่เธอเป็นคนตลกและกวนโอ้ยคนนั้นคนนี้ไปตลอด จึงทำให้มีคนหมั่นไส้และชอบแกล้งเธอตลอดเวลา แต่ความแข็งแกร่งของเธอต่อกลุ่มต่อต้านของเธอได้แสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดไปพร้อมกับความตลกบนการต่อสู้กับคนที่คอยแกล้งเธอ

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ เคยให้ธรรมเทศนาไว้ว่า "ชีวิตคือการต่อสู้ ศัตรูคือยากำลัง อุปสรรคคือหนทางแห่งความสำเร็จอันดี" และสิ่งนี้ก็ได้พิสูจน์ถึงคุณค่าที่เธอมีต่อความสำเร็จกับ NGT ในวันนี้

บรรณาธิการคาดเดาว่า Nakai Rika (中井りか) ได้อันดับที่ 9 ซึ่งผู้เขียนวิเคราะห์ไว้ว่า มีสามปัจจัยที่สามารถผลักดัน Nakai Rika สู่การเป็นเซมบัตสึได้ดังนี้

ปัจจัยแรก ธรรมชาติของแฟนคลับ NGT48 ที่สนับสนุนอย่างท่วมท้น - ในขณะที่ HKT48 ต้องเลือกตั้งเพื่อปกป้องที่ 1 ในการเลือกตั้งของตนเอง และ SKE48 ต้องการอันดับ 1 เพื่อรักษาชัยชนะในบ้าน แถม AKB48 ยังต้องการทวงเบอร์ 1 กลับมาจากวงภูมิภาค แต่สำหรับลูกชาวนา NGT48 แล้ว สิ่งที่ต้องการ ไม่ใช่เบอร์ 1 แต่เป็นปริมาณเมมเบอร์ในเซมบัตสึต่างหาก

Niigata เป็นเมืองแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลญี่ปุ่น ซึ่งไม่ได้เป็นที่รู้จักระดับกว้างขวางในฐานะเมืองใหญ่ (หากจะพูดกันตรง ๆ คือ เมืองที่รู้จักกันดี ก็ประกอบด้วย Tokyo, Kyoto, Osaka, Nagoya, Sapporo, และ Fukuoka) ดังนั้น เพื่อต้องการให้เมืองนี้มีคนรู้จักจำนวนมาก จึงจำเป็นที่จะต้องเกิดปรากฏการณ์หนึ่ง ๆ เพื่อสร้างแรงดึงดูดและความสนใจให้กับเมืองนั้น ๆ และ NGT48 ก็คือความหวังที่ชาวเมืองน่าจะสร้างชื่อได้
ซิงเกิ้ลแรกของ NGT48 นามว่า Seishun Dokei (青春時計) ได้ปิดตัวเมือง NGT48 เพื่อถ่ายทำโดยเฉพาะ
ในด้านจำนวนเมมเบอร์ภูมิภาคที่เคยติดเซมบัตสึ พบว่าในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา SKE48 สามารถทำได้ 5 คน ซึ่งมากที่สุดเท่าที่เคบมีมาในประวัติศาสตร์ และเป้าหมายที่แท้จริงของ NGT48 ก็น่าจะเป็นการติดเซมบัตสึพร้อมกัน 6 คนหรือมากกว่านั้น (ถ้าทำได้) ซึ่งจากแนวโน้มในเวลานี้ มีความเป็นไปได้ที่ NGT48 จะฉวยโอกาสจากการที่ SKE48 และ HKT48 ทำสงครามแย่งแชมป์ในการเลือกตั้ง และจะส่งผลถึงปัจจัยที่สองซึ่งสัมพันธ์กัน

ปัจจัยที่สอง ความรักสงบของ Ogino Yuka - แม้ว่า Ogino Yuka (荻野由佳จะถูกมองว่าอาจได้ที่ 1 จากเลือกตั้งครั้งนี้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว Ogino Yuka ไม่ได้คาดหวังว่าจะเป็นที่ 1 เลย เพราะการขึ้นอันดับที่สูงจนน่าตกใจจากแฟน ๆ ทั้งหมดนี้ อาจเป็นเพียงพลุที่จุดแล้วก็ดับไปเท่านั้น เมื่อ Ogino Yuka รู้ตัวว่าฐานเสียงที่สนับสนุนมีมากมายภายในเวลาอันสั้นนี้ จึงต้องวางตัวให้คาดหวังในอันดับที่ไม่สูงมากจนเกินไป เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกโจมตี 

แต่สิ่งที่ Ogino Yuka กำลังแสดงจุดยืนนี้ ก็ได้ทำให้แฟนคลับ NGT48 สามารถถ่ายโอนคะแนนเสียงส่วนหนึ่งไปช่วยเมมเบอร์คนอื่นให้ติดเซมบัตสึพร้อมกัน รวมทั้งกระจายคะแนนเสียงจากกลุ่มที่สนับสนุน Kitahara Rie (北原里英) เดิมให้ไปสู่เมมเบอร์คนอื่น ๆ เพื่อเป้าหมายในการครองเซมบัตสึของ NGT48 โดย Nakai Rika ก็ได้รับอานิสงส์นี้ไปด้วย

ปัจจัยที่สาม เซนเตอร์ซิงเกิ้ลแรกของ NGT48 - คำว่า "Red line" ในคู่มือแนะนำตัวเมมเบอร์ AKB48 ประจำปี ค.ศ. 2018 (ซึ่งวางจำหน่ายในเดือนกุมภาพันธ์) หมายถึงเมมเบอร์ NGT48 ในชุดสีแดงเข้มพร้อมโบว์ที่คล้ายกับปีกผีเสื้อน้อย ๆ ที่หลัง กลายเป็นคำที่กล่าวขานโดยแฟน ๆ เพราะการมาของ NGT48 ตั้งแต่ซิงเกิ้ลแรก ก็สร้างผลลัพธ์อย่างคาดไม่ถึง โดยเฉพาะการส่งเซนเตอร์ของทั้งสองซิงเกิ้ลขึ้นสู่อันดับที่สูงลิ่วอย่างรวดเร็ว 

การมาของ Nakai Rika ในฐานะเซนเตอร์ซิงเกิ้ลเปิดตัว NGT48 ในเพลง Seishun Dokei (青春時計) ก็ทำให้คนรู้จัก NGT48 กันมากมาย เพราะลงทุนปิดใจกลางเมืองเพื่อถ่ายทำเพลงนี้เพลงเดียวโดยเฉพาะ พร้อมกับการแปรขบวนเป็นคำว่าNGT48 ด้วย ซึ่งคนจำนวนมากก็หลงรัก NGT48 โดยเฉพาะ Nakai Rika ในเวลานั้น  

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่า Nakai Rika จะได้รับอานิสงส์เพราะความคาดหวังที่ไม่สูงมากของ Ogino Yuka หรือการเป็นเซนเตอร์ซิงเกิ้ลแรกก็ตาม แต่การที่ Nakai Rika จะปีนอันดับสู่คามิ 7 หรือแม้แต่เป้าหมายของเธออย่างอันดับ 12 ต้องขึ้นกับอีกสองปัจจัยดังนี้

ประการที่หนึ่ง Ogino Yuka - เป็นสิ่งที่ชัดเจนที่สุดว่าคนพูดถึง Ogino Yuka มากกว่า Nakai Rika เพราะอันดับสูงกว่า และครองพื้นที่โฆษณาร้านค้าใน NGT48 มากกว่า ซึ่งทำให้แฟนคลับจำนวนมากเทใจสนับสนุน Ogino Yuka มากกว่า แต่มากกว่าเท่าไรนั้น คงยากแก่การคำนวณอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ Nakai Rika (中井りか) ไม่เคยมีบทบาทกับ AKB48 วงพี่ไม่ว่าจะทางตรงและทางอ้อม เหมือนกับ Ogino Yuka จึงทำให้เธอมีฐานเสียงที่นอกจากกลุ่มในเมือง Niigata ค่อนข้างน้อย ซึ่งกระทบต่อการขึ้นเป็นเมมเบอร์ NGT48 ที่มีคะแนนสูงที่สุดอีกด้วย

ประการที่สอง จำนวนเมมเบอร์เซมบัตสึเป้าหมาย - ยิ่งเมมเบอร์ที่ต้องการติดเซมบัตสึยิ่งสูง โอกาสบรรลุเป้าในฐานะคามิ 7 หรืออันดับ 1 ก็น้อยลง ซึ่งกรณีนี้เกิดขึ้นกับ SKE48 ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เนื่องจากความต้องการในการให้เมมเบอร์สังกัดเดียวกันติดพร้อมกันเป็นจำนวนมาก จำเป็นต้องลงคะแนนมากขึ้นตามจำนวนเมมเบอร์ และหากมีจำนวนคะแนนที่เท่ากัน การกระจายคะแนนจำเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ทันที อีกทั้งการคิดการใหญ่ของ NGT48 ครั้งนี้ อาจหมายถึงการต้องถูกเบียดคะแนนเสียงร่วมกับเมมเบอร์ NGT48 อีกหลายคนเพื่อดันอันดับขึ้นมาเป็นเซมบัตสึ ซึ่งก็ไม่แน่นอนว่าจะอยู่ในตำแหน่งใด นอกเหนือจากแนวโน้มในผลการโหวตวันแรกเท่านั้น

อันดับการเลือกตั้งเซมบัตสึในครั้งที่ผ่านมา
ครั้งที่ 8 - อันดับที่ 96
ครั้งที่ 9 - อันดับที่ 23

โอกาสที่จะชนะการเลือกตั้ง: 6/100
โอกาสที่จะอยู่ในตำแหน่งคามิ 7: 30/100
โอกาสที่จะติดเซมบัตสึ: 90/100

Oguri Yui (小栗有以)

ผู้เขียนเชื่อว่า หลายคนกำลังมองหาการวิเคราะห์ Oguri Yui สาวน้อยที่ 20,000 ปีจะมีสัก 1 ครั้งบนโลก เมมเบอร์ทีม 8 อนาคตไกลจาก Tokyo ผู้ที่จะเปลี่ยนประวัติศาสตร์ทีม 8 ไปตลอดกาล
Oguri Yui
แน่นอนว่า ผู้เขียนก็จะไม่ทำให้ผู้อ่านผิดหวังกับการวิเคราะห์การพยากรณ์ของบรรณาธิการที่เดาว่าจะจบเพียงอันดับที่ 10 ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ต่อไปนี้ คือ 4 ปัจจัยที่ Oguri Yui มีอยู่ในการขึ้นมาเป็นเซมบัตสึครั้งนี้

ประการที่หนึ่ง เซนเตอร์ซิงเกิ้ลที่ 52 - เมมเบอร์ทีม 8 คนแรกที่เป็นเซนเตอร์ซิงเกิ้ลหลักของ AKB48 ได้ และยังเป็นซิงเกิ้ลที่แถมบัตรเลือกตั้งด้วย เพลงดังกล่าวก็คือเพลง Teacher Teacher ที่เปิดให้ฟังทั้งวันทั้งคืน ไม่หลับไม่นอน หรือแม้แต่รายการวาไรตี้อย่าง AKBINGO! ยังต้องจัดทั้ง MV, เทปจากคอนเสิร์ตสด, และสเตจสด ครบเซตก่อนที่ซิงเกิ้ลจะถูกวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 พฤษภาคมเสียอีก
หน้าปกของซิงเกิ้ล Teacher Teacher ฉบับเธียเตอร์
นับว่าเป็นความโชคดีของ Oguri Yui ที่ได้เป็นเซนเตอร์ของซิงเกิ้ลซึ่งเปิดฟังวนไปมาจนแฟนเพลงจะฮัมเพลงเป็น Teacher Teacher กันไปแล้ว และความสวยของ Oguri Yui ก็ยิ่งทำให้เกิดแฟนคลับ Oguri Yui ที่เหนียวแน่นมาก ๆ อย่างน่าอัศจรรย์ และนั่นยิ่งเร่งให้เกิดปัจจัยที่สอง

ประการที่สอง ร้านค้าขายของทีม 8 -  หากจะพูดกันตรง ๆ แล้ว ต่อให้ไม่ต้องขายของในร้านค้า เมมเบอร์ทีม 8 ก็ไม่มีวันอดตายเพราะสปอนเซอร์อย่าง Toyota ที่ต้องการเมมเบอร์ทั้ง 47 คนจากภูมิลำเนาที่ต่างกันตามจำนวนจังหวัดในญี่ปุ่น ซึ่งทีม 8 สามารถอยู่ได้ด้วยลำแข้งของตนเองอยู่แล้ว ด้วยเงินของสปอนเซอร์กับรายการของทีม 8 ที่มีอยู่

แต่การที่ร้านค้า AKB48 ขายของที่เกี่ยวกับทีม 8 ก็ย่อมมีพรีเซนเตอร์เป็นธรรมดา และ Oguri Yui ก็ตอบโจทย์ข้อนี้ได้ดี เพราะการเป็นเซนเตอร์ซิงเกิ้ลที่ 52 ซึ่งทุกคนน่าจะรู้จักเป็นอย่างดี ทำให้ Oguri Yui มีพื้นที่โฆษณาแบบเต็ม ๆ โดยไม่ต้องไปเบียดกับทีมอื่นใน AKB48 ที่ตอนนี้ Okada Nana (岡田 奈々) กำลังยึดครองพื้นที่โฆษณาร้านค้าเป็นส่วนใหญ่อยู่

ประการที่สาม การควบทีม A - ดูเหมือนว่าทีมจะไม่ได้ส่งผลต่อความนิยมเป็นอย่างมาก แต่นับจาก ค.ศ. 2018 เป็นต้นมา ทีมใน AKB48 กำลังกลายเป็นที่ตัดเกรดในห้องเรียนดี ๆ นั่นเอง เพราะกลายเป็นว่า เมมเบอร์ที่เด่น ๆ และมีความสามารถสูง ๆ พร้อมเป็นแนวน้าของวง จะไปกองรวมกันที่ทีม A ซึ่งจาก 7 เมมเบอร์ที่บรรณาธิการวางว่าจะติดเซมบัตสึนั้น มีถึง 4 คนที่มาจากทีม A ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะทีม A เป็นทีมในตำนานที่ถูกตั้งขึ้นมาพร้อมกับการก่อตั้ง AKB48 

และยิ่งเมมเบอร์ทีม 8 อย่าง Okabe Rin (岡部麟) เข้ามาเป็นกัปตันทีม A ด้วย ก็ยิ่งแสดงให้เห็นถึงบารมีของทีม 8 ที่กำลังจะกลายเป็นกำลังหลักของ AKB48 ในอนาคต (แม้ว่า AKB48 กำลังมาถึงจุดที่การพึ่งพาวงอื่นหรือแม้แต่ทีม 8 กลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ไปแล้ว)

ประการที่สี่ ตัวแทนแห่ง AKB48 ในโปสเตอร์ - ทุกปีจะต้องมีโปสเตอร์ประจำการเลือกตั้ง และครั้งนี้ก็ได้ใช้ภาพ Oguri Yui เป็นตัวแทน ซึ่งต่างจากปีที่แล้วที่ใช้ภาพของ Watanabe Mayu (渡辺 麻友) และไม่ได้ใช้ภาพของ Okada Nana ด้วย นั่นจึงทำให้มีหลายคนเห็นแย้งจากบรรณาธิการถึงตัวเต็งของ AKB48 ว่าควรเป็น Oguri Yui มากกว่า Okada Nana 

ผู้วาด คือ Eisaku Kubonouchi ซึ่งเป็นนักวาดภาพอนิเมะ ที่เน้นการวาดโดยใช้สีหลายประเภท และให้ความรู้สึกของตัวตนหญิงสาวที่ดีมาก ๆ (สามารถติดตามผลงานอื่น ๆ ของนัดวาดภาพคนนี้ได้ที่ https://twitter.com/eisakusaku) ซึ่งการวาดครั้งนี้ก็ชัดเจนว่า เขาให้ทัศนคติอย่างไรเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 

โปสเตอร์ประจำการเลือกตั้งครั้งที่ 10 โดย Eisaku Kubonouchi
จากตำแหน่งและพื้นที่ของภาพ ก็ตีความได้อย่างชัดเจนที่สุดว่า นี่คือสงครามระหว่าง Miyawaki Sakura (宮脇咲良) และ Matsui Jurina (松井 珠理奈) ส่วนมุมของเมมเบอร์ AKB48 จะอยู่ตรงด้านขวาของภาพ ซึ่งเห็นไดชัดมากจากชุดลายสก็อตสี (หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่า ลายผ้าขาวม้า) ที่เป็นชุดโปรไฟล์ประจำปีนี้

ภาพโปสเตอร์ประจำการเลือกตั้งนี้ จะเห็นได้ว่า ผู้วาดไม่ได้วาดชุดตามจริง แต่อิงจากชุดโปรไฟล์ของเมมเบอร์แต่ละทีมที่สังกัดมาดัดแปลงและทำให้มีความรู้สึกคล้ายกับสาว ๆ มัธยมปลายโดยการเติมโบว์ตรงปกคอลงไป

แต่เดี๋ยวก่อน! ตรงชุดลายผ้าขาวม้า เอ้ย! ลายสก็อตสีของ AKB48 มันดูแปลกไปนะ คือว่ารูปโปรไฟล์ของ Oguri Yui นั้น จะปล่อยผมและใส่หมวก (พรอพทางเลือกของเมมเบอร์) แต่ทำไมในโปสเตอร์ถึงรวบผม และติดโบว์ลายสก็อตสีแทนล่ะ ซึ่งมีเมมเบอร์น้อยคนที่รวบผมและผูกโบว์ ส่วนใหญ่ปล่อยผม (และอาจใส่หมวกด้วย) และก็มีจริง ๆ ด้วย เมมเบอร์ที่มีโปรไฟล์ดังกล่าว นั่นคือ Okada Rina (岡田梨奈) เด็กดราฟท์รุ่น 3 ซึ่งก็สมัครลงเลือกตั้งครั้งนี้ด้วยเช่นกัน
ภาพวาดในส่วนโปสเตอร์กับ Okada Rina (岡田梨奈)
จะว่าไปแล้ว ในโปสเตอร์เลือกตั้ง Oguri Yui ก็รวบผมนะ แต่ต่อให้ตีความว่าเป็น Okada Rina อย่างไร คนส่วนใหญ่ก็ยังคิดว่าเป็น Oguri Yui เพราะคางแหลมเหมือนกัน แต่ถ้าให้คาดเดา ผู้เขียนคิดว่า ผู้วาดจงใจวาดสื่อถึง Oguri Yui แต่ด้วยรูปแบบที่ออกไปแนว surrealism (ศิลปะที่เน้นภาพสื่ออารมณ์ถึงความเกินเป็นจริง) จึงทำให้รูปแบบเปลี่ยนไปและก็บังเอิญไปตรงกับ Okada Rina ประหนึ่งจงใจวาดเป็นอีกคนหนึ่งแทน

แม้ว่า Oguri Yui จะถูกมองว่าเป็นตัวเลือกที่น่ากลัวสำหรับทีม 8 แต่ก็ยังมีบางสิ่งที่บรรณาธิการยังไม่เชื่อว่า Oguri Yui จะก้าวอันดับสูงกว่าคามิ 7 ได้ ผู้เขียนมองว่ามีปัจจัยดังต่อไปนี้

ประการแรก บารมีที่ยังไม่มากพอ - แม้ว่าในปัจจุบัน เมมเบอร์ AKB48 ที่ยังลงเลือกตั้งอยู่จะไม่ได้โดดเด่นเหมือนเมมเบอร์ในตำนานรุ่นก่อน ๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีตัวเลือกที่ดีพอต่อการเป็นอันดับ 1 ได้ในเวลานี้

หากพิจารณาจากยอดผู้ติดตามทาง Twitter จะพบว่ามีผู้ติดตาม Oguri Yui ประมาณ 6 หมื่นคนเท่านั้น ในขณะที่ผู้จัดการทั่วไปอย่าง Yokoyama Yui มีผู้ติดตามนับล้าน หรือแม้แต่ Okada Nana ก็มีผู้ติดตาม 1 แสนกว่าคน นั่นคือ Oguri Yui ยังมีบารมีน้อยเกินกว่าที่มีผู้คนติดตามเป็นจำนวนมาก แม้ว่าในทางปฏิบัติ จำนวนผู้ติดตามใน Twitter จะไม่ได้สะท้อนถึงตัวเลขจำนวนคะแนนโหวตที่แท้จริง แต่มันสามารถชี้วัดถึงจำนวนผู้คนที่ให้ความสนใจในเรื่องราว หรือติดตามสถานะของเมมเบอร์ เพราะแฟนคลับที่พร้อมละลงคะแนนให้กับเมมเบอร์ อย่างน้อยก็ต้องติดตามเมมเบอร์มาสักระยะทางโซเดียลมีเดีย และมักจะติดตามเรื่องราวเป็นประจำอยู่แล้ว

นั่นคือ จำนวนผู้ติดตามบ่งบอกถึงความสนใจในเรื่องราวชีวิตของเมมเบอร์ ซึ่งก็นิยมติดตามหลายคนอยู่แล้ว และการลงคะแนนก็มักมาจากผู้คนที่สนับสนุนและติดตามเป็นประจำอยู่แล้ว สิ่งนี้ก็อาจส่งผลให้ Oguri Yui อาจไปไม่ถึงฝั่งฝัน

ประการถัดมา ฐานเสียงเฉพาะ Tokyo - รูปแบบของทีม 8 มีเป้าหมายที่จะสร้างเมมเบอร์ 47 คนตามจำนวนจังหวัดทั้งหมดในญี่ปุ่น โดยยึดหลัก "1 จังหวัด 1 เมมเบอร์" เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ของแต่ละจังหวัดในญี่ปุ่น โดยมี Toyota เป็นผู้สนับสนุนหลัก

แต่ความโชคร้ายของ Oguri Yui คือ การที่ Oguri Yui เกิดที่ Tokyo ซึ่งเป็นฐานเสียงของ AKB48 เดิมอยู่แล้ว เพราะการเป็นตัวแทนของแต่ละจังหวัด ทำให้มีประโยชน์ในการเรียกคะแนนเสียงจากคนในจังหวัดนั้น ๆ ได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม หากเป็นจังหวัดที่มีเมมเบอร์วงน้องสาวไปตั้งถิ่นฐานอยู่แล้ว สิ่งนี้จะเป็นผลเสียของเมมเบอร์ทันที เนื่องจากต้องแย่งชิงความนิยมของเมมเบอร์ที่ประจำอยู่ และความถี่ของการแสดงของวงน้องสาวซึ่งมีเธียเตอร์ประจำก็เหนือกว่าแน่นอน นั่นคือ โอกาสสร้างความนิยมจากคนในจังหวัดต่าง ๆ ตามภูมิลำเนาจะน้อยลงทันที

ส่วนในกรณีของ Oguri Yui ค่อนข้างแตกต่างเล็กน้อย เพราะเป็นตัวแทนเมืองหลวงซึ่งเป็นฐานของ AKB48 อยู่แล้ว และการแสดงนอกจังหวัดก็ไม่ได้ส่งผลต่อความนิยมเท่ากับเมมเบอร์ที่มาจากจังหวัดนั้น ๆ ซึ่งรู้ใจคนในพื้นที่มากกว่า แม้ว่าจำนวนประชากรใน Tokyo จะสูงมาก แต่การต้องแย่งกับกลุ่ม AKB48 ดั้งเดิม (ทีม A, ทีม K, ทีม B, และทีม 4) ก็ไม่ใช่งานง่ายอีกด้วย

ดังนั้น หากต้องการเป็นใหญ่ใน AKB48 การช่วงชิงคะแนนเสียงภายในเมืองจึงเป็นสิ่งสำคัญและน่าจะทำได้ดีกว่าการมองหาภายนอก แม้ว่าจะใช้ชื่อ AKB48 ที่สะท้อนถึงการเป็นไอดอลระดับชาติ แต่ทีม 8 ก็ถูกก่อตั้งเพื่อสร้างตัวแทนของแต่ละจังหวัดอยู่แล้ว จึงไม่แปลกใจอะไรที่ทีม 8 ต้องออกรายการร่วมกับ AKB48 ดั้งเดิม เพื่อขยายความนิยมของตนเอง

จากการวิเคราะห์ดังกล่าว ผู้อ่านอาจจะแย้งกับผู้เขียนในประเด็นทีม 8 ต่อความนิยมของเมมเบอร์ เนื่องจากทีม 8 ก็คือ AKB48 เหมือนกัน ซึ่งใช้เธียเตอร์ AKB48 และทำกิจกรรมร่วมกับ AKB48 จนกลายเป็นทีมลำดับที่ 5 ของ AKB48 โดยปริยาย ดังนั้นความนิยมของ Oguri Yui ก็ควรจะมากกว่าคนอื่น เพราะได้แสดงออกทั้งของ AKB48 และทีม 8 โดยเฉพาะ

แต่ผู้เขียนมองว่า สิ่งที่ต้องพิจารณาด้วยสำหรับทีม 8 ต่อความนิยม คือจุดประสงค์และรูปแบบของทีม 8 เนื่องจากทีม 8 เป็นจุดกึ่งกลางระหว่างการเป็นทีมลำดับที่ 5 ของ AKB48 และวงน้องสาว ซึ่งทีม 8 มีความแตกต่างในการจัดการแสดง โดยเป็นการขึ้นสเตจทั่วประเทศและมีงานจับมือที่เฉพาะสำหรับทีม 8

ดังนั้น ผู้เขียนจึงมองว่า ความเสียเปรียบในเรื่องของความนิยมของ Oguri Yui ที่เกิดขึ้นจากโครงสร้าง มีมากกว่าประโยชน์ที่เธอน่าจะได้รับจากการเข้าร่วมทั้งทีมดั้งเดิมและทีม 8 โดยเฉพาะ เพราะทั้งภูมิลำเนาที่ต้องแย่งกับ AKB48 ดั้งเดิม ทั้งอายุของทีมทียังน้อยอยู่ และบารมีในตัว Oguri Yui เอง

แต่ในเวลานี้ หลังจากที่มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างโดยให้ทีม 8 ควบกับทีมหลักใน AKB48 ความนิยมในทีม 8 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการผลักดันเมมเบอร์ ก็อาจทำให้ความนิยมของเมมเบอร์ทีม 8 รวมถึง Oguri Yui สูงขึ้นในอนาคตก็เป็นได้

อันดับการเลือกตั้งเซมบัตสึในครั้งที่ผ่านมา
ครั้งที่ 7 - ไม่ติดอันดับ
ครั้งที่ 8 - ไม่ติดอันดับ
ครั้งที่ 9 - อันดับที่ 51

โอกาสที่จะชนะการเลือกตั้ง: 5/100
โอกาสที่จะอยู่ในตำแหน่งคามิ 7: 50/100
โอกาสที่จะติดเซมบัตสึ: 100/100

Homma Hinata (本間日陽)

เมมเบอร์ที่น่าจับตามองอีกคนหนึ่งของ NGT48 ซึ่งกลายเป็นเซมบัตสึได้ในการเลือกครั้งที่ 9 หลังจากที่ไม่ติดอันดับในการเลือกตั้งครั้งที่ 8 ทำให้หลายคนตั้งประเด็นว่า กำลังเกิดอะไรขึ้นกับ NGT48 เมื่อมิตรรักแฟนเพลงวงนี้กลายเป็นกลุ่มนักลงทุนกระเป๋าหนักขนาดใหญ่พิเศษ จนสามารถนำ NGT48 ไปติดชื่อในเซมบัตสึเป็นที่ระลึกได้อย่างน่าเหลือเชื่อ 
Homma Hinata
ถ้าจะกล่าวไปแล้ว ปัจจัยที่ทำให้ขึ้นสู่เซมบัตสึได้ก็คล้าย ๆ กับ Nakai Rika และหากกล่าวซ้ำ ก็อาจทำให้เบื่อได้ แต่รอบนี้จะมาพูดถึงเหตุผลที่บรรณาธิการให้อันดับ 11 กับเธอ โดยต้องอธิบายก่อนว่าทำไมเธอถึงมีแรงดึงดูดมากพอที่จะทำให้แฟน ๆ ลงคะแนนจนติดอันดับสูงเช่นนี้

ประการแรก เซนเตอร์ซิงเกิ้ล NGT48 - ในซิงเกิ้ลที่ 3 Haru wa Doko kara kuru no ka? (春はどこから来るのか?) ที่กัปตันวงอย่าง Kitahara Rie (北原里英) จะแสดงเป็นซิงเกิ้ลสุดท้าย ก่อนที่จะวางมือในฐานะทั้งกัปตันวง NGT48 และกัปตันทีม NIII ซึ่งการเปลี่ยนแปลงภายใน NGT48 เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อเมมเบอร์ทุกคนอย่างมาก
ปกซิงเกิ้ล Haru wa Doko kara kuru no ka? (春はどこから来るのか?) ฉบับปกติที่มีแต่ CD เท่านั้น
แต่ก่อนอื่น การเป็นเซนเตอร์ของ Homma Hinata ในฐานะซิงเกิ้ลล่าสุด ถือว่ามีผลต่อกำลังใจและความนิยมที่เธอได้เป็นอย่างมาก นอกจากเป็นซิงเกิ้ลส่งท้ายของ Kitahara Rie แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นครั้งใหม่ของ NGT48 ซึ่งผลงานนี้ แม้ว่าจะทำยอดขายในวันแรกได้น้อยกว่า 100,000 แผ่น นับเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีของ 48Group แต่ก็ดีพอต่อการครองอันดับ 1 ในชาร์ทอย่างน้อย 3-4 วัน

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนี้ จึงอาจมีความเป็นไปได้ที่อาจจะตรงหรือไม่ตรงกับการคาดเดาของบรรณาธิการ เนื่องจากไม่สามารถประเมินอะไรได้เลย และมีความเป็นไปได้ว่า อาจเกิดการผลักดัน Homma Hinata ให้สูงกว่าคนอื่น ๆ ในวงเนื่องจากเป็นเมมเบอร์ที่ขออันดับสูงที่สุด คือ การเป็นอันดับ 7 (คามิ 7) ส่วน Nakai Rika ขออันดับที่ 12 และ Ogino Yuka ขออันดับที่ 10 

แนวโน้มนี้ จึงสามารถอนุมานได้ว่า ลำดับเซนเตอร์ซฺงเกิ้ลของ NGT48 มีผลต่อการวางเป้าหมายอันดับการเลือกตั้ง ซึ่งแฟน ๆ NGT48 อาจทำตามความต้องการนี้ทั้งหมดโดยให้ Homma Hinata อยู่ในอันดับที่สูงที่สุดในบรรดาเมมเบอร์ทั้งสามคนข้างต้น

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อาจเป็นไปได้ในอนาคต คือ อาจมีม้ามืดคนต่อไปเกิดขึ้นกับเมมเบอร์ NGT48 ไม่ว่าจะเป็นกัปตันทีม NIII หรือแม้แต่ใครก็ตามซึ่งอาจถูกวางให้เป็นกัปตันทีม G ในอนาคตก็เป็นได้

ประการที่สอง ทีม G -  การย้ายทีมของ Homma Hinata อาจไม่ได้ส่งผลต่อความนิยมโดยตรงมากเท่าไรนัก แต่มันส่งผลต่อเสถียรภาพของ NGT48 อย่างแน่นอน เนื่องจากการปรับทีมภายในครั้งนี้ ทั้ง Nakai Rika และ Homma Hinata ก็ถูกย้ายไปอยู่ในทีม G ส่วนทีม NIII เดิมก็ถูกปรับขนาดให้เล็กลงโดยคง Ogino Yuka (ในฐานะรองกัปตันทีม) และ Kashiwaki Yugi ไว้ในทีมเดิม

แต่สิ่งที่หายไปคือกัปตันวง ซึ่งยังไม่สามารถหาใครมาทดแทนได้ในเวลานี้ หลังการจบการศึกษาของ Kitahara Rie ซึ่งประคับประคองวงชาวนานี้ให้สามารถขึ้นสู่ความยิ่งใหญ่ได้ในปัจจุบัน เมื่อไม่มีหัวหน้า ก็เหมือนกับการมีสุญญากาศของอำนาจภายในวง ไม่ว่าจะเป็นการที่ Kashiwaki Yugi ยังคงตำแหน่งควบกับทีม B ของ AKB48 แม้จะยังดูแลเมมเบอร์ในฐานะพี่สาว (หรือแม่) ของ NGT48 ทั้งปวงก็ตาม หรือการที่ยังไม่สามารถเรียกใครที่เหมาะสมที่สุดเข้าดำรงตำแหน่งนี้

การหายไปของกัปตันวงพร้อมกับการตั้งทีม G ซึ่งก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าใครคือหัวหน้าทีม ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า จะใช้อะไรในการตัดสินการเป็นหัวหน้าทีม ระหว่างความสามารถตลอด 2 ปีที่ผ่านมา หรือความนิยมของแฟนคลับ (ซึ่งสามารถพิสูจน์ได้จากคะแนนการเลือกตั้ง) นั่นจึงทำให้เมมเบอร์ต้องพยายามดิ้นรนทุกอย่างเพื่อทั้งดึงความนิยมของแฟน ๆ และความสามารถของตนเองให้โดดเด่นที่สุด

และหากพิจารณาว่า เหตุใดทั้ง ๆ ที่ความนิยมของ Homma Hinata ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้วซึ่งสูงกว่า  Nakai Rika แต่บรรณาธิการกลับเลือก Nakai Rika ให้อยู่ในอันดับที่สูงกว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ ก็อาจจะเป็นผลมาจากการ NGT48 ยังไม่มีหัวหอกที่ชัดเจน ประกอบกับการที่เมมเบอร์ในวงสามารถขึ้นมาโด่งดังได้ตลอดเวลา และการที่แฟน ๆ ของ NGT48 สนับสนุนวงโดยรวมมากกว่าการเลือกสนับสนุนเฉพาะเมมเบอร์ (คล้ายกับ SKE48) ทำให้บรรณาธิการไม่วางใจที่จะเลือก Homma Hinata ซึ่งเป็นเซนเตอร์ซิงเกิ้ลล่าสุดขึ้นมาอยู่ในอันดับที่สูงกว่า ในขณะที่ Nakai Rika ซึ่งอาจมองว่ามีบทบาทที่โดดเด่นกว่า จึงอาจก้าวขึ้นมาได้ในอันดับที่ดีกว่า

อันดับการเลือกตั้งเซมบัตสึในครั้งที่ผ่านมา
ครั้งที่ 8 - ไม่ติดอันดับ
ครั้งที่ 9 - อันดับที่ 13

โอกาสที่จะชนะการเลือกตั้ง: 6/100
โอกาสที่จะอยู่ในตำแหน่งคามิ 7: 30/100
โอกาสที่จะติดเซมบัตสึ: 90/100

Shiroma Miru (白間美瑠)

เมมเบอร์ทีม M จาก NMB48 ผู้ที่ครองอันดับ 12 ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว และเป็นกุญแจสำคัญในการครองชื่อ NMB48 สำหรับเซมบัตสึในการเลือกตั้งครั้งนี้
Shiroma Miru
แม้ว่า NMB48 จะไม่ค่อยมีส่วนร่วมกับกิจกรรมของ 48Group ที่จริงจังเช่นกลุ่มอื่น แต่การก้าวสู่เซมบัตสึของ Shiroma Miru ก็มีปัจจัยหลัก ๆ 3 ประการที่บรรณาธิการเห็นว่าเธอนาจะรักษาอันดับที่ 12 ไว้ได้มีดังนี้

ประการที่หนึ่ง เรื่องสุดช็อกจาก Sutou Ririka (須藤凜々花) - หลังจากที่ Sutou Ririka ประกาศแต่งงานกลางงานการเลือกตั้งครั้งที่ 9 ที่ผ่านมา เป็นปรากฏการณ์ที่ผ่ากลางหัวใจแฟน ๆ หลายคนเป็นอย่างมาก บางคนยอมรับว่านี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับสาวน้อยจอมปรัชญาคนนี้ที่กล้าประกาศเรื่องที่ชาวบ้านไม่ค่อยจะประกาศมาก่อนออกประกาศไปทั่วประเทศ แต่บางคนกลับมองว่านี่เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นกลางงานการเลือกตั้งของไอดอลที่พยายามไม่มีความรักเพื่อรักษาความเชื่อมั่นต่อแฟน ๆ 
Sutou Ririka ประกาศแต่งงานกลางงานการเลือกตั้งครั้งที่ 9
นี่คือเรื่องที่คุยได้ทั้งวันโดยไม่มีจุดจบ เมื่อความรู้สึกของความรักกับการเป็นไอดอล ถูกวางให้เป็นเส้นขนานที่ไม่มีคำว่าจุดตัด และทำให้ Sutou Ririka เลือกที่จะตามหาความรักมากกว่าการเป็นไอดอลที่แม้แต่คู่ชีวิตก็ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ มากกว่า

เรื่องที่ Sutou Ririka จะแต่งงานตอนไหนนั้น ไม่ใช่ประเด็นในการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่สิ่งที่ต้องขยายความคือ หลังจาก Sutou Ririka ซึ่งจบอันดับที่ 20 นั้นประกาศจบการศึกษาพร้อมกับแต่งงานนั้น ส่งผลอย่างไรต่อความนิยมของ Shiroma Miru

จริง ๆ แล้วประเด็นนี้เป็นประเด็นสืบเนื่องมาตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งที่ 9 ซึ่ง Yamamoto Sayaka (山本彩) ผู้เป็นสัญลักษณ์ของ NMB48 ประกาศไม่ลงสมัครเลือกตั้งครั้งที่ 9 หลังจากที่ได้อันดับที่ 4 ในการเลือกตั้งครั้งที่ 8 ซึ่งตอนนั้นทำให้อันดับเมมเบอร์คนอื่น ๆ ของ NMB48 ดีขึ้นอย่างทันตาเห็นเพราะเกิดการกระจายคะแนนเสียงจากแฟน ๆ ของ Yamamoto Sayaka ไปยังเมมเบอร์คนอื่น ๆ

ต้องเข้าใจก่อนว่า Yamamoto Sayaka คือเมมเบอร์ที่ครองตลาดของร้านค้าใน NMB48 ไว้มากที่สุด (โดยสังเกตจากการที่หน้าเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ NMB48 ขึ้นหน้าเธอในชุดกิโมโนข้าง ๆ ป้ายเลื่อนข้อความ และสินค้าที่ใช้ Yamamoto Sayaka เป็นตัวอย่าง) ดังนั้นการที่ Yamamoto Sayaka ได้อันดับสูงมาก ๆ เช่นนี้จึงเปรียบได้กับความนิยมที่สูงมาก ๆ ของ NMB48 แต่ในเวลานี้ เมื่อเธอไม่ลงเลือกตั้ง เมมเบอร์คนอื่นที่ไม่ค่อยมีส่วนในตลาดก็ต้องดิ้นรนโดยอาศัยความนิยมของ Yamamoto Sayaka เพื่อให้จบอันดับที่ดีที่สุด
หน้าเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ NMB48
และเมื่อตัวหลักของร้านค้าไม่ลงเลือกตั้งเอง สิ่งที่ทำได้คือ ต้องหาคนที่มีอันดับที่สุดลงแทน ซึ่ง Shiroma Miru ก็คือตัวแทนที่พอจะโปรโมตได้ในเวลานี้

ผู้เขียนให้ความเห็นว่า ผลจากการที่ Yamamoto Sayaka ไม่ลงเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ได้ทำให้คะแนนของเมมเบอร์ใน NMB48 หลายคนดีขึ้นเป็นอย่างมาก ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้คะแนนจาก Yamamoto Sayaka จะกลายเป็นต้นทุนเดิม และ Shiroma Miru ต้องหาแรงสนับสนุนเพิ่มเติมในเวลานี้

แน่นอนว่า ต้องมีผู้ที่ผิดหวังจาก Sutou Ririka เด็กดราฟท์รุ่น 1 ที่หักน้ำใจแฟน ๆ ที่ส่งเธอขึ้นมาเป็นอันดับที่ 20 (ในใจของ SKE48 ต้องคิดอยู่แล้วว่า ดีล่ะที่เราไม่เลือกเด็กคนนี้เข้ามาในทีมในตอนนั้น และในใจของ NMB48 ก็ต้องคิดว่า วันนั้นก็ไม่น่ารับเธอเข้ามาในทีมเลย) และเมื่อจะหาตัวเลือกใหม่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ แฟน ๆ ที่หันมาสนับสนุน Shiroma Miru ต้องมีอยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งส่วนตรงนี้ไม่ได้มีมากเหมือนกับกรณีของ Sashihara Rino (指原莉乃) หรือ Watanabe Mayu (渡辺麻友) แต่ก็มากพอที่จะรักษาอันดับเดิมไว้ได้

ประการที่สอง ยอดขายซิงเกิ้ลที่ลดลง - พอทราบว่าใกล้ถึงช่วงเลือกตั้งแล้ว ผู้คนจะเกิดการประหยัดขึ้นมาโดยทันที และ NMB48 ก็ไม่ใช่ยกข้อเว้น 

จาก Oricon.jp พบว่า ยอดขายซิงเกิ้ลของ Warota People (ワロタピーポー) ซึ่งเป็นซิงเกิ้ลที่ 17 มีจำนวน 324,009 แผ่น ในขณะที่ซิงเกิ้ลล่าสุดที่วางจำหน่ายวันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมาอย่าง Yokubomono (欲望者) พบว่ามียอดขาย 221,498 แผ่นเท่านั้น ซึ่งเป็นซิงเกิ้ลที่มียอดขายในสัปดาห์แรกต่ำกว่าซิงเกิ้ลแรกเสียอีก

จำนวนที่หายนับแสนแผ่นนี้ มันคือกรณีเดียวกับ NGT48 อย่างชัดเจน แม้ว่าคนจะพูดถึง NGT48 มากกว่า เนื่องจากอยู่ใกล้ชิดและมีผู้คนให้ความสนใจกับเรื่องของ Kitahara Rie อยู่ในเวลานั้น แต่ NMB48 ก็อาจส่งสัญญาณอย่างชัดเจนในเวลานี้จากแฟน ๆ เพราะยังช้ำใจอยู่กับ Sutou Ririka ไม่หาย และอยากจะแสดงให้เห็นว่า แฟน ๆ ของ NMB48 ไม่ได้ถูกหลอก พร้อมกับบอกเมมเบอร์ที่ยังรักแฟนคลับอย่างบริสุทธิ์ใจว่า จะสร้างปรากฏการณ์ NMB48 ให้ก้าวข้ามเรื่องที่เป็นประเด็นในแง่ลบให้ได้

ประการที่สาม เมมเบอร์รุ่นแรกของ NMB48 - ในกรณีของ SKE48, HKT48, และ NGT48 นั้น ไม่ต้องกล่าวก็ทราบโดยทั่วกันว่า เมมเบอร์รุ่นแรกที่โดดเด่นอยู่ในเวลานี้ กำลังช่วงชิงที่ 1 กันอยู่ ส่วน NMB48 หลังไม่มี Yamamoto Sayaka ในการเลือกตั้งก็เริ่มผลักดันรุ่นใหม่ขึ้นมา แต่มาสะดุดตรงที่ Sutou Ririka เลยทำให้แฟนคลับบางส่วนเลือกที่จะกลับมาสนับสนุนเมมเบอร์รุ่นแรก ๆ อีกครั้ง โดยเฉพาะ Shiroma Miru ที่ทำผลงานได้ดีมาก ๆ ในเวลานี้

สิ่งที่ทำให้เมมเบร์รุ่นแรกดูขลังที่สุด เพราะเป็นรุ่นที่เกิดพร้อมกับวง ซึ่งเห็นวงขึ้นจุดสูงที่สุดและต่ำที่สุดมาทั้งหมดแล้ว จึงทำให้มีความรักความผูกพันกับวงสูงที่สุด และสิ่งนี้ทำให้แฟนคลับมั่นใจว่า Shiroma Miru จะไม่หักใจเหมือนกับ Sutou Ririka ที่ทำไว้ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้วอย่างแน่นอน

อันดับการเลือกตั้งเซมบัตสึในครั้งที่ผ่านมา
ครั้งที่ 3 - ไม่ติดอันดับ
ครั้งที่ 4 - ไม่ติดอันดับ
ครั้งที่ 5 - ไม่ติดอันดับ
ครั้งที่ 6 - อันดับที่ 43
ครั้งที่ 7 - อันดับที่ 34
ครั้งที่ 8 - อันดับที่ 24
ครั้งที่ 9 - อันดับที่ 12

โอกาสที่จะชนะการเลือกตั้ง: 12/100
โอกาสที่จะอยู่ในตำแหน่งคามิ 7: 50/100
โอกาสที่จะติดเซมบัตสึ: 100/100

Takino Yumiko (瀧野由美子)

ความหวังหนึ่งเดียวจาก STU48 เด็กเรือ (ไม่ได้หมายถึง Manchester City แต่อย่างใด) ที่พึ่งก่อตั้งวงได้เพียง 1 ปีเท่านั้น ซึ่งยังไม่เกิดทีมขึ้นมาและเธียเตอร์ก็ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์ในไม่ช้านี้ และวงนี้ต้องเป็นที่พูดถึงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในหลายประเด็น และผู้เขียนจะพยายามแตกประเด็นอธิบายต่อไป
Takino Yumiko
อันดับที่ 13 ของ Takino Yumiko ที่บรรณาธิการวางไว้นั้น ผู้เขียนคากว่า น่าจะมาจาก 2 สาเหตุด้วยกันดังนี้

ประการแรก เซนเตอร์ซิงเกิ้ลแรกของ STU48 - ในช่วงที่ STU48 ออกซิงเกิ้ลใหม่ Kurayami (暗闇) ตอนต้นปี ค.ศ. 2018 ที่ผ่านมา Takino Yumiko ถูกวางให้เป็นเซนเตอร์ของซิงเกิ้ลนี้ และเป็นซิงเกิ้ลแรกที่เปิดตัวกับ STU48
ปกแผ่นซิงเกิ้ล Kurayami (暗闇) ฉบับเธียเตอร์
Kurayami (暗闇) ถือว่าเป็นซิงเกิ้ลที่แตกต่างจากซิงเกิ้ลอื่น ๆ ในเรื่อองการวางจำหน่าย เนื่องจากเป็นซิงเกิ้ลแรกที่วางจำหน่ายด้วยจำนวน Type ที่มากถึง 7 Type ตามจำนวนจังหวัดที่เป็นฐานเคลื่อนที่ของ STU48 ดังนั้น จึงถูกคาดหวังว่า STU48 ซึ่งน่าจะมีฐานเสียงมากถึง 7 จังหวัด จะต้องถล่มทลายในการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างแน่นอน

แม้ว่าในทางปฏิบัติ จะมีเพียง Hiroshima และ Okayama เท่านั้นที่สามารถใช้งาน STU48 จนมีรายการโทรทัศน์ประจำในสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่น แต่ในระยะ 1 ปีนสำหรับ STU48 ที่ทำให้ 2 จังหวัดยอมรับได้ ก็เป็นเรื่องที่พิสูจน์ถึงความสำเร็จของ STU48 ต่อการส่งเสริมภูมิภาค Setouchi 

การเป็นซิงเกิ้ลแรกของ Takino Yumiko ทำให้เธอกลายเป็นเมมเบอร์ที่มีพื้นที่โฆษณาในร้านค้าของ STU48 มากที่สุดทันที และส่งผลต่อการเป็นตัวแทนของ STU48 ในร้านค้าประจำ AKB48 และโปสเตอร์งานเลือกตั้งอีกด้วย 

ประการที่สอง เซมบัตสึ AKB48 - Takino Yumiko ในฐานะเด็กใหม่ของ STU48 ถูกฝากตัวเข้าไปอยู่ในเซมบัตสึของ AKB48 ครั้งแรกในเพลง 11gatsu no Anklet (11月のアンクレット) ซึ่งเป็นเพลงสุดท้ายของ Watanabe Mayu ผู้ที่ Okada Nana รักและเคารพเป็นอย่างมาก 

ต่อมา ซิงเกิ้ลของ AKB48 ก็มี Takino Yumiko เป็นเซมบัตสึของซิงเกิ้ลมาโดยตลอด และเหมือนมีการวางแผนให้ Takino Yumiko เข้ามารับไม้ต่อต่อจาก Okada Nana หลังจากที่วงมีทีมที่เข้มแข็งขึ้นมาแล้ว โดยให้ไปฝึกงานหาประสบการณ์ร่วมกับเมมเบอร์ระดับท็อปทั้งหมดซึ่งไปกองรวมกันในซิงเกิ้ลหลักของ AKB48 ทั้งหมด

Takino Yumiko จึงโดดเด่นในหน้าที่ที่สุดของ STU48 ซึ่งได้รับโอกาสในการเข้าร่วมกับ AKB48 โดยไม่ต้องไปควบวง (เนื่องจาก AKB48 หันมาควบวงภายในกับทีม 8 แทน) และสามารถทุ่มเทกับการโปรโมตท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี จึงทำให้แฟนคลับสนับสนุน Takino Yumiko ในการกลับเข้าไปรับโอกาสใน AKB48 และแสดงการเป็นตัวแทนจาก STU48 ได้เป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ในการเลือกตั้งรอบที่สองของ Takino Yumiko ก็คงก้าวได้สูงสุดเพียงแค่อันดับที่ 13 ตามการพยากรณ์ของบรรณาธิการ ซึ่งผู้เขียนมองว่าน่าจะเกิดจาก 2 ปัจจัย ดังนี้

ปัจจัยแรก Okada Nana - สิ่งที่ทำให้ STU48 อาจไม่ได้ขึ้นสู่อันดับที่สูงที่สุดไปกว่าคามิ 7 ก็คือความต้องการของ Okada Nana ที่เป็นกัปตันของ STU48 เอง

เพราะ Okada Nana ต้องการอันดับ 1 ในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยใช้ทั้งชื่อ AKB48 และ STU48 ด้วย ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่แฟนคลับ STU48 จะไม่ส่งคะแนนให้กับ Okada Nana ต่อให้ใน STUMail จะไม่มีชื่อของ Okada Nana ก็ตาม เพราะในการประกาศรายชื่อเมมเบอร์ที่ติดอันดับนั้น ก็ต้องประกาศตำแหน่งที่ควบด้วย ซึ่งสำหรับ Okada Nana ก็ยังมีชื่อของ STU48 อยู่ด้วย

ดังนั้น หากคะแนนเสียงของ Takino Yumiko ไม่สามารถติดอันดับสูง ๆ ได้ การผลักดัน Okada Nana เพื่ออันดับที่ 1 นั้นย่อมส่งผลไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน

ปัจจัยที่สอง บารมีที่ยังสะสมไม่มากพอ - นอกจากการเรียกคะแนนเสียงเพื่อให้ตนเองชนะการเลือกตั้งแล้ว ยังมีอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลไม่แพ้กัน คือบารมีของเมมเบอร์ เพราะถ้าเมมเบอร์ยังไม่มีบารมีที่มากพอ การได้อันดับสูงคงทำได้ยากยิ่ง (นั่นคือ การสนับสนุนของเมมเบอร์จากแฟนคลับยังไม่สูงพอ)

สำหรับ Takino Yumiko ที่พึ่งมีโอกาสได้เฉิดฉายในนาม STU48 เพียงหนึ่งปีเศษเท่านั้น คงทำได้ยากที่จะมีฐานเสียงที่เหนียวแน่น แม้ว่าจะมีฐานเสียงที่กว้างก็ตาม เพราะการมีฐานเสียงสนับสนุนที่เหนียวแน่น คือการมีคะแนนอยู่ในกำมืออยู่แล้วแบบไม่ต้องร้องขอใดๆ เพิ่มเติม แต่ด้วยเวลาในวงการที่ยังน้อย จึทำให้ชื่อของเธอยังไม่ไปไหนไกลเท่าที่ควร ดังนั้น หากจะเอาชนะคนอื่นได้นั้น ก็ต้องลุ้นให้คนจำนวนมากกดสนับสนุนทางเมลล์หรือทางแผ่นซีดีแทน

อันดับการเลือกตั้งเซมบัตสึในครั้งที่ผ่านมา
ครั้งที่ 9 - ไม่ติดอันดับ

โอกาสที่จะชนะการเลือกตั้ง: 7/100
โอกาสที่จะอยู่ในตำแหน่งคามิ 7: 45/100
โอกาสที่จะติดเซมบัตสึ: 95/100

Yoshida Akari (吉田朱里)

หนึ่งในตัวเลือกที่สำคัญที่ช่วยให้ NMB48 ยังคงครองที่นั่งในเซมบัตสึการเลือกตั้งครั้งนี้ จากผลงานที่เกาะที่นั่งสุดท้ายในเซมบัตสึไว้ได้
Yoshida Akari
สำหรับการเป็นเซมบัตสึของ Yoshida Akari นั้นบรรณาธิการได้วางเธอไว้ในอันดับ 14 ซึ่งผู้เขียนคาดว่ามาจาก 2 ปัจจัยหลัก ๆ ดังนี้

ปัจจัยแรก เมมเบอร์รุ่นแรกของ NMB48 - สำหรับ Yoshida Akari ก็คล้ายกับ Shiroma Miru ในส่วนของการอยู่ทีมเดียวกัน และเป็นเมมเบอร์รุ่นแรกของ NMB48 ดังนั้นผู้เขียนจะไม่ขอกล่าวในประเด็นนี้ซ้ำ และเชื่อว่าปัจจัยนี้สามารถส่งทั้ง Shiroma Miru และ Yoshida Akari ให้ถึงเซมบัตสึได้ทั้งคู่ รวมถึงจากกรณีที่ Sutou Ririka ประกาศแต่งงานกลางเวทีประกาศผลการเลือกตั้งด้วยเช่นกัน

ปัจจัยที่สอง Youtuber - เมมเบอร์ส่วนใหญ่จะต้องมี Twitter กับ SHOWROOM เป็นของตัวเองอยู่แล้ว แต่บางคนเลือกที่จะเปิด Instagram ด้วย และสำหรับ Yoshida Akari ก็ยังมีช่อง YouTube อีกด้วย

ช่อง YouTube เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการแสดงออกของเมมเบอร์ นอกเหนือจากสเตจหรือใน Twitter ที่วุ่นวาย และตัวเลือกนี้ทำให้เมมเบอร์ได้แสดงออกที่ความเป็นตนเอง โดยเฉพาะความงามที่เธอถนัด 

อีกสิ่งหนึ่งที่ได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัด คือการที่ช่อง YouTube ของเธอมีจำนวนผู้ติดตามมากมายถึง 5 แสนกว่าคน และมียอดดูประมาณ 1-2 แสนครั้ง ซึ่งสะท้อนถึงความนิยมของเธอใน NMB48 แต่การเลือกตั้งจะออกมาเป็นอย่างไรนั้น คงต้องลุ้นหน้างานกันอีกที

แต่ทั้ง Shiroma Miru และ Yoshida Akari ต่างก็มีจุดที่อาจทำให้ฐานเสียงหายไปในการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งทั้งคู่ต่างก็มี 2 ปัจจัยที่ส่งผลต่อความนิยมที่ทำให้อันดับของเธออาจไปได้ไม่สวย ดังนี้

ประการแรก เรื่องสุดช็อกจาก Sutou Ririka - ต้องยอมรับว่า เรื่องนี้นอกจากทำให้คะแนนเสียงถูกกระจายไปยังเมมเบอรืคนอื่นมากขึ้น แต่ก็กลายเป้นประเด็นทางสังคมขึ้นมาต่อการเป็นเมมเบอร์ 48Group ที่มีกฎแสนจุกจิกจนเกินไป

เรื่องนี้กลายเป็นดาบสองคมที่นอกจากจะสร้างความสำเร็จในด้านคะแนนที่สูงขึ้นจากการหายไปของเมมเบอร์คนหนึ่ง แต่ก็ทำให้ฐานเสียงใหม่ที่จะเข้ามา มีจำนวนน้อยลงด้วย เนื่องจากการเป็นประเด็นในแง่ลบ ส่งผลให้มุมมองของวงต่อคนอื่นดูไม่ดีตามไปด้วย แม้ว่าเรื่องนี้จะเกิดจากตัว Sutou Ririka เพียงคนเดียวก็ตาม

ประการที่สอง Shiroma Miru - นอกจากปัญหาภายในวงแล้ว ยังมีปัญหาระหว่างเมมเบอร์ด้วยกันเองอีกด้วย เนื่องจาก Shiroma Miru ก็มีคะแนนเสียงที่ไล่เลี่ยกัน หากใครมีคะแนนมากกว่าเพียงเล็กน้อย ก็พร้อมจะแซงขึ้นไปได้ทุกเมื่อ

หากนำคะแนนเสียงของทั้งสองมามัดรวมกัน อันดับจะขึ้นไปได้ถึงระดับคามิ 7 อย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตาม ยิ่งมีเมมเบอร์ที่เด่น ๆ เข้าชิงเยอะ ก็ยิ่งทำให้คะแนนเสียงที่ควรได้น้อยลงไปด้วย ส่งผลให้อันดับแย่ลงอีกต่างหาก

แต่สิ่งที่แตกต่างจากกรณีของ SKE48 คือ เมมเบอร์ทั้งสองก็อยู่ทีมเดียวกันอีก ก็ยิ่งทำให้แฟนคลับที่สนับสนุนตัวทีมมากกว่าเมมเบอร์ก็ยิ่งแตกขบวนเป้นสองขบวน ซึ่งทำให้คะแนนต้องไปแย่งจากทีมอื่น ๆ ภายในวง หรือแม้แต่แฟนคลับที่สนับสนุนวงโดยรวมมากกว่า

อันดับการเลือกตั้งเซมบัตสึในครั้งที่ผ่านมา
ครั้งที่ 3 - ไม่ติดอันดับ
ครั้งที่ 4 - ไม่ติดอันดับ
ครั้งที่ 5 - อันดับที่ 50
ครั้งที่ 6 - อันดับที่ 72
ครั้งที่ 7 - อันดับที่ 64
ครั้งที่ 8 - อันดับที่ 77
ครั้งที่ 9 - อันดับที่ 16

โอกาสที่จะชนะการเลือกตั้ง: 9/100
โอกาสที่จะอยู่ในตำแหน่งคามิ 7: 30/100
โอกาสที่จะติดเซมบัตสึ: 195/100

Okabe Rin (岡部麟)

สมาชิกทีม 8 ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกัปตันที่ม A อันทรงเกียรติในปี ค.ศ. 2018 ซึ่งถูกจับตามองเป็นอย่างมากถึงความสามารถและความนิยมที่กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในหมู่ของทีม 8
Okabe Rin
บรรณาธิการพยากรณ์เธอว่า กำลังจะเป็นเซมบัตสึคนที่ 2 ของทีม 8 จากการเลือกตั้งครั้งนี้ ผู้เขียนเห็นว่า มี 3 ปัจจัยที่ทำให้เธอทำได้ตามที่บรรณาธิการคิดไว้ มีดังนี้

ประการแรก กัปตันทีม A - หลายคนอาจจะพึ่งเคยได้ยิน Okabe Rin จากรายการ AKBINGO! และหลายคนอาจจะงงว่าทำไมการสับเปลี่ยนทีมรอบนี้ถึงเลือก Okabe Rin มาเป็นกัปตันทีม A แทนที่จะเลือก Takahashi Juri หรือ Minegishi Minami 

เด็กสาวจากทีม 8 อย่าง Okabe Rin กลายเป็นเมมเบอร์ทีม 8 คนแรกที่เป็นกัปตันทีมใน AKB48 ซึ่งแน่นอนว่าทีม A คือทีมแรกในประวัตอศาสตร์ AKB48 ซึ่งมาพร้อมกับการก่อตั้งวง และรอบนี้ Yokoyama Yui ส่งไม้ต่อให้กับ Okabe Rin แบบไม่ทันตั้งตัว

ในปี ค.ศ. 2018 ถือว่ากลายเป็นยุคทองของทีม 8 เมื่อได้รับการควบวงภายใน AKB48 และ Okabe Rin ก็กลายเป็นเป้าหมายหลักที่ถูกวางตำแหน่งนี้ ซึ่งกัปตันทีม 4 มีเพียงแค่ 3 คนที่ได้เป็น ได้แก่ Takahashi Minami (高橋みなみ), Shinoda Mariko (篠田麻里子), และ Yokoyama Yui  

อาจจะเหมือนกับการที่ AKB48 ต้องการรีเซ็ตวงใหม่ทั้งหมดก็ไม่ผิดมากนัก หรืออาจจะหมายถึงการผลักดันเด็กรุ่นใหม่ก็ไม่ผิดเท่าไรนัก แต่นี่คือการอาศัยทีม 8 ของ AKB48 หลังจากที่วงถูกผลักดันโดยกำลังหลักจากวงน้องสาว จนทำให้เมมเบอร์หลัก ๆ ภายในวงไม่สามารถโดดเด่นขึ้นมาได้เหมือนเช่นเคย และการสับเปลี่ยนทีมครั้งนี้ ก็ต้องการให้เมมเบอร์ภายในวงเอง ถูกผลักดันอย่างเต็มที่เพื่อกลับเข้าสู่ยุคทองของ AKB48 อีกครั้ง

การเป็นกัปตันทีม A ของ Okabe Rin จึงนอกจากจะแสดงให้เห็นถึงความสามารถที่สุดยอดจนได้รับความไว้วางใจให้เป็นกัปตันทีมต้นตำรับนี้แล้ว ยังบ่งบอกถึงบารมีที่จะสูงขึ้นในอนาคตของเธอเองอีกด้วย

ประการที่สอง กระแสทีม 8 - "เมื่อ Oguri Yui ยังเป็นเซนเตอร์ซิงเกิ้ลที่ 52 ได้ แล้วทำไม Okabe Rin จะครองกัปตันทีม A ไม่ได้ล่ะ" นี่คือประโยคที่แสดงให้เห็นถึงการเข้ามาของทีม 8 อย่างชัดเจนต่อ AKB48 ดั้งเดิม

ทีม 8 ทั้งทีมถูกควบวงร่วมกับวงดั้งเดิม และร้านค้าก็ถูกตั้งแยกต่างหากสำหรับร้านค้า AKB48 อีกทั้งหลาย ๆ อย่างก็ถูกแยกออกจากทีมดั้งเดิมของ AKB48 ซึ่งก็ชัดเจนแล้วว่าทีม 8 นอกจากจะเป็นส่วนหนึ่งของทีมใน AKB48 แล้ว ยังมีการปกครองตนเองอย่างชัดเจนอีกด้วย ซึ่งทีม 8 ในปี ค.ศ. 2018 คือยุคทองที่โดเด่นกว่าทีมดั้งเดิมภายใน AKB48 

กระแสทีม 8 ที่มาแรงขนาดนี้ จึงถูกจับตามองเป็นอย่างมากว่า นี่คือสิ่งที่มองข้ามไม่ได้เลย สำหรับเมมเบอร์ที่มาแรงทั้งหลาย โดยเฉพาะ Okabe Rin

ประการที่สาม นักวาดภาพฝีมือดี - หลายคนมองว่า การเป็นนักวาดนี่มันส่งผลต่อความนิยมด้วยหรือ? ต้องเข้าใจก่อนว่า ความสามารถต่าง ๆ มีผลต่อการเรียกคะแนนจากกลุ่มผู้สนับสนุนที่แตกต่างกันไป 

หลายคนที่มีความสามารถทางด้านวาไรตี้ ก็มักเรียกคะแนนผ่านผู้ชมหน้าจอ หรือการเป็นนักกีฬาก็สามารถดึงเรตติ้งได้จากกลุ่มนักกีฬาที่เหมือนกัน และสำหรับ Okabe Rin ก็สามารถใช้ปากกาสีเรียกคะแนนได้เช่นกัน

ในสมัยก่อน ซิงเกิ้ลต่าง ๆ ของ AKB48 ต่างก็มีโลโก้ประจำซิงเกิ้ลซึ่งก็มีบางซิงเกิ้ลที่ถูกวาดโดยเมมเบอร์เอง เช่น โลโก้ของซิงเกิ้ล Everyday, Katyusha (Everyday、カチューシャ) ซึ่งออกแบบโดย Takahashi Minami เป็นต้น และการวาดโลโก้ของเมมเบอร์ก็สามารถแสดงอารมณ์ของงานหรือซิงเกิ้ลนั้น ๆ ได้ดีไม่แพ้กับเพลง และยังช่วยให้เข้าใจถึงความรู้สึกของเพลงที่จะออกมาอีกด้วย

และในยุคนี้นัดวาดใน AKB48 ก็ไม่ได้หาง่ายๆ เสียด้วย ดังนั้นนี่จึงเป็นจุดขายที่สำคัญของ Okabe Rin ที่สามารถขายได้ใน AKB48 รวมถึงการเลือกตั้งอีกด้วย 

นอกจากนี้ผลงานของเธอยังมี โลโก้งานทัวร์คอนเสิร์ตทีม 8 ทั่วประเทศ ซึ่งออกแบบโดย Okabe Rin และทัวร์นี้ก็กำลังดำเนินการให้ครบทั้ง 47 จังหวัดตามจำนวนสมาชิกที่มีในทีม 8 
โลโก้คอนเสิร์ตทั่วประเทศของทีม 8 โดย Okabe Rin
อย่างไรก็ตาม อันดับของเธออาจไม่สูงพอต่อการเข้าใกล้คามิ 7 ตามที่บรรณาธิการคาดการณ์ ซึ่งผู้เขียนให้ความเห็นว่ามี 2 ปัจจัยดังนี้

ประการแรก พื้นที่โฆษณายังน้อยเกินไป - ผู้เขียนมักย้ำเรื่องนี้เป็นประจำ และกรณีของ Okabe Rin ก็เช่นกัน เพราะทางการตลาดแล้ว เมมเบอร์ที่มีคนนิยมสูงที่สุด มักจะถูกวางไว้บนพื้นที่ที่มากที่สุด และมักใช้เป็นพรีเซนเตอร์ของตัวอย่างสินค้า ซึ่งก็ชัดเจนว่า ที่ของร้านค้าในทีม 8 ส่วนใหญ่คือ Oguri Yui ไม่ใช่ Okabe Rin ที่ได้พื้นที่รอง (เมมเบอร์รองที่สนับสนุนการขายในกรณีที่ใช้ภาพเมมเบอร์มากกว่าหนึ่งคน)

ร้านค้าทำให้คนจำภาพเมมเบอร์ได้มากกว่า แม้ว่าจะไม่ได้เลือกซื้อสินค้าของเมมเบอร์คนนั้นก็ตาม และสิ่งนี้ทำให้ผู้เขียนมองว่า ความนิยมของ Okabe Rin ก็ไม่สูงกว่า Oguri Yui อยู่ดี และสิ่งนี้ก็ส่งผลไปยังปัจจัยที่สองตามมา

ประการที่สอง บารมีที่ยังสะสมไม่มากพอ - เช่นเดียวกับ Oguri Yui นั่นคือ ทีม 8 ซึ่งจะได้รับโอกาสในการควบวงกบทีมดั้งเดิม และพึ่งจะมีอายุวงเพียง 4 ปีเท่านั้น ซึ่งทำให้วงยังมีความนิยมไม่กว้างขวางเท่าที่ควรต่อการเป็นคามิ 7 หรือการชนะเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งยังต้องรอเวลาอย่างน้อย 2-3 ปีจึงจะทำให้บารมีมากพอต่อการเอาชนะเมมเบอร์หลักของ AKB48 และวงน้องสาวที่มีอายุมากกว่าได้

นอกจากนี้ Okabe Rin ยังไม่เคยติดอันดับในการเลือกตั้งเลยแม้แต่ครั้งเดียว ผู้เขียนจึงเชื่อว่า อันดับอาจไม่ใช่ที่ 15 ตามที่บรรณาธิการพยากรณ์ แต่อาจต่ำกว่านั้น หรือหลุดเซมบัตสึเลยก็ได้

อันดับการเลือกตั้งเซมบัตสึในครั้งที่ผ่านมา
ครั้งที่ 7 - ไม่ติดอันดับ
ครั้งที่ 8 - ไม่ติดอันดับ
ครั้งที่ 9 - ไม่ติดอันดับ

โอกาสที่จะชนะการเลือกตั้ง: 3/100
โอกาสที่จะอยู่ในตำแหน่งคามิ 7: 20/100
โอกาสที่จะติดเซมบัตสึ: 60/100


Ma Chia-Ling (馬嘉伶)

เมมเบอร์ที่มาด้วยวิธีพิเศษของ AKB48 โดยคัดเลือกจากการออดิชัน AKB48 ไต้หวันในปี ค.ศ. 2015 และผู้ชนะจะถูกส่งไปอยู่กับ AKB48 และ Ma Chia-Ling คือผู้ชนะในตอนนั้น จนวันนี้ผ่านมา 2 ปีแล้ว Ma Chia-Ling ก็ได้เปลี่ยนแปลง AKB48 ไปมากมายพอสมควร
Ma Chia-Ling
บรรณาธิการเลือก Ma Chia-Ling ให้มาปิดท้ายการเป็นเซมบัตสึในคู่มือการเลือกตั้งประจำปี ค.ศ. 2018 ซึ่งผู้เขียนมองว่ามี 3 ปัจจัยที่ส่งเธอขึ้นสู่การเป็นเซมบัตสึได้ดังนี้

ประการแรก เด็กไต้หวัน - เมื่อ Ma Chia-Ling มาจากไต้หวัน แน่นอนว่านี่คือหน้าตาของชาวไต้หวัน ซึ่งก็ไม่ต่างจากการที่นิชคุณไปเป็นสมาชิกของ 2PM (แม้ว่าจะเป็นครอบครัวไทยในต่างแดนก็ตาม) 

AKB48 มีเป้าหมายในการขยายอาณาจักรไอดอลไปทั่วเอเชีย (วงไพบูลย์ไอดอลแห่งเอเชีย ที่เปลี่ยนจากการใช้กำลังขยายอิทธิพล มาเป็นการใช้ไอดอลสาวเป็นเครื่องมือ ซึ่งมีความรุนแรงทำร้ายใจใครหลายคนจนสลบ แต่ก็ไม่ตาย) และ Ma Chia-Ling ก็คือหนึ่งในการขยายเครือข่ายไอดอลรูปแบบนี้

แต่กรณีของเธอจะแตกต่างออกไป เพราะเธอถูกคัดมาด้วยวิธีพิเศษ ทำให้เธอเริ่มต้นแตกต่างจากคนอื่น ทุกอย่างถูกเริ่มจากศูนย์ และต้องดิ้นรนตั้งแต่หนึ่งเพื่อให้เธอมีแฟนคลับสนับสนุน โดยเฉพาะคนญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่ที่เธอถูกส่งไปเป็นเมมเบอร์ที่นั่น 

นอกจากนี้ AKS เป็นต้นสังกัดของเธอ แทนที่จะให้ TPE Entertainment Co. มาเป็นเจ้าของต้นสังกัด นั่นก็แสดงให้เห็นว่า ถ้าเธอมีอิทธิพลหรือได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากแฟนคลับในญี่ปุ่น ทำให้ AKS อาจจะไม่ปล่อย Ma Chia-Ling กลับไต้หวันจนจบการศึกษาจาก AKB48 ออกไป (ทั้ง ๆ ที่ถูกมองว่าเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนมากกว่าการเป็นเมมเบอร์ถาวรเสียอีก) และนี่ทำให้เกิดปัจจัยที่สองขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ประการที่สอง TPE48 พึ่งมีตัวตนได้ไม่นาน - เริ่มต้นจากการประกาศว่าจะมีวงน้องสาวนอกประเทศ 3 วง ได้แก่ BNK48, TPE48, และ MNL48 ซึ่ง BNK48 ได้เกิดทีมที่เป็นตัวเป็นตนขึ้นมาแล้วเป็นทีมแรก หลังจากนั้น TPE48 ก็พึ่งได้เมมเบอร์ชุดแรกในฐานะเคงคิวเซย์ และก็รวมกับเมมเบอร์ที่ผ่านการออดิชันแบบพิเศษคราวเดียวกับ Ma Chia-Ling (ซึ่งทั้งหมดกลายเป็น Team Unknown หรือภาษาชาวบ้าน คือทีมลูกผีลูกคน) จากนั้น MNL48 ก็เล่นรวดเดียวยาว ๆ ตั้ง 4 ทีมพร้อมกันจากการเลือกตั้งล้วน ๆ 

ความจริงแล้ว TPE48 ควรตั้งก่อน BNK48 เพราะเกิดออดิชันก่อน แม้ว่าจะมาด้วยวิธีพิเศษก็ตาม ซึ่งตามแผนแล้ว ควรให้ Ma Chia-Ling มาญี่ปุ่นเพื่อฝึกงานกับ AKB48 และกลับไปเป็นหัวหอกให้กับ TPE48 

แต่วันดีคืนดี AKS ก็ถ่วงเวลาไม่คืน Ma Chia-Ling ซะงั้น เพราะยังเห็นว่า ยังขายดีในญี่ปุ่นอยู่ เลยทำให้แทนที่จะเกิด TPE48 ที่มี Ma Chia-Ling เป็นกำลังหลักกลายเป็นปัญหาทางธุรกิจแบบดื้อ ๆ ไปซะก่อนจน BNK48 ได้ทีมและปล่อยซิงเกิ้ลที่ 2 ออกมาแล้ว

เพราะปัญหาที่ไม่ลงรอยในเรื่องของ Ma Chia-Ling (ในด้านธุรกิจ ไม่ใช่ปัญหาส่วนตัวของ Ma Chia-Ling ดังนั้นผู้อ่านต้องมีวิจารณญาณว่า ผู้เขียนกำลังสื่อถึงปัญหาทางธุรกิจระหว่าง AKS ซึ่งเป็นต้นสังกัด Ma Chia-Ling และ TPE Entertainment Co. ผู้ได้รับสิทธิ์ใน TPE48) ทำให้ TPE48 มีเมมเบอร์รุ่นแรกที่ช้ามาก และเมมเบอร์ที่ผ่านการออดิชันแต่ไม่ได้ชนะเลิศซึ่งถูกคาดการณ์ให้เป็นเมมเบอร์รุ่นแรกของ TPE48 ก็กลายเป็นสุญญากาศในสภาพ Team Unknown 

จากปัญหาที่ TPE48 ยังไม่นิ่งในเรื่องของเมมเบอร์ กลับทำให้ Ma Chia-Ling สามารถดึงคะแนนจากแฟนคลับในบ้านเกิดได้อย่างเต็มที่ โดยมีฐานเสียงจากแฟนคลับในญี่ปุ่นส่วนหนึ่งอยู่แล้ว ซึ่งก็สามารถทำให้อันดับของเธอสูงขึ้นได้

ประการที่สาม AKBINGO! - รายการวาไรตี้ที่ชื่อ AKBINGO! ถือว่าเป็นรายการแรก ๆ ที่ออกมาเพื่อ AKB48 โดยเฉพาะ ซึ่งก่อตั้งในปี ค.ศ. 2008 เพื่อให้เมมเบอร์แสดงออกความสามารถทางด้านวาไรตี้ ในรูปแบบที่หลากหลายสุด ๆ จนไม่รู้สึกเบื่อ

เพราะเมมเบอร์ญี่ปุ่นคนอื่น ๆ มีปัจจัยทางกายภาพอื่น ๆ ที่โดเด่น ทำให้ AKBINGO! กลายเป็นประเด็นที่แทบจะไม่ได้ส่งผลต่อความนิยมของเมมเบอร์ แต่สำหรับ Ma Chia-Ling แล้ว นี่คือปัจจัยที่ทำให้คนญี่ปุ่นชื่นชอบในตัวเธอ

Ma Chia-Ling อาจจะไม่ทันในยุคของการกินตัวหนอนตัวแมลง หรือยุคที่หน้าต้องเลอะแป้งหรือพาย ถึงจะเป็นไอดอลวาไรตี้อบ่างแท้จริง แต่ Ma Chia-Ling ก็มาใน AKBINGO! เพื่อออกรายการญี่ปุ่นจนกลายเป็นเจ้าประจำไปแล้ว ซึ่งรายการนี้ได้ทำให้ Ma Chia-Ling พูดญี่ปุ่นได้คล่องขึ้น และเกิดอัตลักษณ์ใหม่ประจำตัวถึงสองอย่าง (ที่คุ้นตาดีมาก ๆ จนถึงทุกวันนี้)

คำพูดติดหูจาก Ma Chia-Ling อย่างแรก おったまげ (ottamage) ที่แปลว่า ตกใจหมดเลย ในสำเนียงคันไซ ซึ่งสอนโดย Tashima Meru (田島芽瑠) จาก HKT48 
おったまげ โดย Ma Chia-Ling ใน AKBINGO! เทปที่ 440
และอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้ Ma Chia-Ling เป็นที่รู้จักคือ ประโยคในตำนานที่ว่า "チャリで来た" ในสำเนียงไต้หวัน ที่แปลว่า ฉันปั่นรถจักรยานมาด้วยล่ะ

และรายการนี้ก็ทำให้ Ma Chia-Ling กลายเป็นที่รู้จักด้วยอีตลักษณ์ที่น่าจะหาไม่ค่อยได้ในญี่ปุ่น ซึ่งก็ทำให้เธอมีความนิยมจากผู้ชมเป็นอย่างมาก พอๆ กับการที่ Ma Chia-Ling ออก SHOWROOM ทุกวัน

จริง ๆ แล้วอาจจะดูเหมือนกับการที่ผู้เขียนเชียร์ Ma Chia-Ling แต่จริง ๆ แล้ว ผู้เขียนวิเคราะห์จุดเด่นของ Ma Chia-Ling ออกมาจากความเป็นคนไต้หวันของเธอในวงไอดอลญี่ปุ่น แต่สิ่งที่ผู้เขียนคิดว่ามีปัจจัยที่อาจทำให้หลุดเซมบัตสึ ก็ยังคงมีอยู่ 2 ประการ ดังนี้

ประการแรก เกมการเลือกตั้งในญี่ปุ่นมันรุนแรงเกินไป - มันเหมือนสงครามมากกว่าการลงคะแนน และ Ma Chia-Ling อาจจะไม่รอดหากนี่ไม่ใ่การเลือกตั้งเซมบัตสึโลก ที่ประเทศอื่นก็สามารถลงคะแนนได้ อีกทั้ง Ma Chia-Ling ก็ยังครองพื้นที่ในตลาดไม่ได้มากเท่าที่ควร ดังนั้น หากนับจำนวนของเมมเบอร์ที่ครองตลาดในร้านค้า Ma Chia-Ling ก็อาจหลุด 16 อันดับแรกก็เป็นได้

จากการเลือกตั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา Ma Chia-Ling ซึ่งยังไม่โด่งดังเท่าไรนัก ก็ไม่ติดอันดับการเลือกตั้ง แต่รอบนี้ซึ่ง AKBINGO! ช่วยดึงความนิยมของเธอ อาจส่งผลให้เธอขึ้นสู่อันดับที่สูงขึ้น แต่อาจไม่พอต่อการเป็นเซมบัตสึ เพราะเมมเบอร์อีกหลายคนก็มีเวลาออนแอร์จากรายการนี้ และอาจเข้ามาเบียดบังรัศมีของ Ma Chia-Ling ในรายการนี้ด้วย ซึ่งส่งผลให้ความนิยมในการเลือกตั้ง ไม่สูงพอต่อการเป็นเซมบัตสึในรอบนี้

ประการที่สอง ฐานเสียงในไต้หวันที่ไม่แน่นอน - ความจริงแล้ว ยังไม่มีการปรากฏว่า คนไต้หวันจะเลือก Ma Chia-Ling ที่ตอนนี้อยู่วงไอดอลญี่ปุ่น หรือจะเลือก TPE48 ที่เป็นไอดอลจากไต้หวันด้วยกัน ซึ่งในเวลานี้ ผู้เขียนยังไม่สามารถตอบได้อย่างชัดเจนว่า คนไต้หวันจะลงคะแนนให้ Ma Chia-Ling มากน้อยเพียงใด และมากพอต่อการไปอยู่ 16 อันดับแรกหรือไม่ ซึ่งการลงคะแนนเลือกเมมเบอร์จาก TPE48 อาจเป็นการตัดโอกาสของ Ma Chia-Ling ในการเข้าสู่เซมบัตสึ

ฐานเสียงในไต้หวันจึงเป็นตัวชี้วัดที่แท้จริงของการเลือกตั้งของ Ma Chia-Ling ว่าจะอยู่รอดเป็นอันดับที่ 16 หรือหล่นไปอยู่ที่ไหนสักแห่งหลังจากนี้หรือไม่ ซึ่งขึ้นอยู่ว่าแฟนคลับไต้หวันส่วนใหญ่ มอง Ma Chia-Ling อยางไร ระหว่างเมมเบอร์ที่มาจากไต้หวันที่สร้างชื่อในญี่ปุ่น หรือเมมเบอร์ไต้หวันที่กลายเป็นผู้เรียนรู้วัฒนธรรมญี่ปุ่นกันแน่ ซึ่งสองสิ่งนี้เป็นเหมือนความลังเลของแฟนคลับ TPE48 ว่าควรจะทำอย่างไรกับ Ma Chia-Ling 

อันดับการเลือกตั้งเซมบัตสึในครั้งที่ผ่านมา
ครั้งที่ 8 - ไม่ติดอันดับ
ครั้งที่ 9 - ไม่ติดอันดับ

โอกาสที่จะชนะการเลือกตั้ง: 2/100
โอกาสที่จะอยู่ในตำแหน่งคามิ 7: 10/100
โอกาสที่จะติดเซมบัตสึ: 45/100

เมมเบอร์ที่พร้อมจะมาแทน 16 อันดับแรกของบรรณาธิการ

หลังจากที่ทราบสาเหตุและความเป็นไปได้ว่า ทำไมเมมเบอร์ทั้ง 16 คนจึงได้รับการพยากรณ์ว่าเป็นเซมบัตสึจากทัศนคติของบรรณาธิการ แต่ผู้เขียนยังสงสัยอยู่ว่า ที่ผ่านมาเซมบัตสึก็ไม่เคยตรงกับที่บรรณาธิการเขียนไว้ทั้งหมด แล้วจะมีใครอีกไหมที่หลุดโผบรรณาธิการและู้เขียนเชื่อว่าสามารถเสียบแทนได้ ผู้เขียนจะแสดงดังต่อไปนี้

Minegishi Minami (峯岸みなみ)

เมมเบอร์รุ่นก่อตั้ง AKB48 คนสุดท้ายที่ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน ในวัย 25 ปีกับประสบการณ์ 12 ปีใน AKB48 ทำให้รู้แนวทางเป็นอย่างดี ผ่านยุคทอง ยุคถดถอย หรือยุคฟื้นฟู วนไปเรื่อย ๆ จนเป็นสัจธรรมไปแล้ว
Minegishi Minami
Minegishi Minami ยังคงวนเวียนอยู่กับ Undergirls ตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งที่ 5 และครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายของเธอก็ได้ ซึ่งสิ่งที่เธอได้พยายามในครั้งนี้ อาจทำให้เธอได้กลับมายังเซมบัตสึดังเช่นในอดีต ก็ด้วยเหตุผลที่ว่า ความคุ้มค่าต่อความพยายามและความเหนื่อยของเธอเอง ซึ่ง Minegishi Minami ในปี ค.ศ. 2018 ถือว่าเป็นครั้งแรกที่เธอไม่ได้มีส่วนในเพลงอะไรเลยจากซิงเกิ้ลที่ 51 อย่าง Jabaja (ジャーバージャ) 

และ บารมีที่สะสมมาอย่างยาวนาน พร้อมกับการที่มีแฟนคลับที่เหนียวแน่นในฐานะบารมีรุ่นบุกเบิก (แฟนคลับที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกันกับ Minegishi Minami) ยังทำให้แฟนคลับที่มี AKB48 อยู่ในสายเลือดเลือกที่จะสนับสนุนเพื่อให้เมมเบอร์รุ่นแรกได้เป็นพลังในการสนับสนุนรุ่นน้องต่อไป 

Kato Rena (加藤玲奈)

หลังจากที่อันกับของ Kato Rena สูงขึ้นเรื่อย ๆ ผู้เขียนก็มีความเชื่อว่า Kato Rena สามารถติดเซมบัตสึแทนที่เมมเบอร์ตามการพยากรณ์ของบรรณาธิการได้
Kato Rena
ผู้เขียนมองว่าสิ่งที่ทำให้ Kato Rena สามารถก้าวขึ้นเป็นเซมบัตสึได้ ก็คงเป็น Photobook นั่นแหละ ซึ่งช่วยให้เธอมีพื้นที่โฆษณามากขึ้น และการพูดถึงสิ่งนี้บ่อย ๆ ก็ยิ่งส่งเสริมให้คนอื่นรู้จักเธอมากขึ้น
Photobook ของ Kato Rena
และอีกอย่างหนึ่งที่ผู้เขียนมองว่า Kato Rena น่าจะติดเซมบัตสึ คือ การที่ Kojima Natsuki จบการศึกษาและการที่ Iriyama Anna (入山杏奈) ไปเม็กซิโก ทำให้เมมเบอร์สายโมเดลหน้าตาดี เหลือแต่ Kato Rena ซึ่งแฟนคลับจำนวนหนึ่ง อาจหันไปเลือกตัวเลือกที่ใกล้เคียงจากทั้งสองอย่าง Kato Rena ทำให้อันดับสูงขึ้นได้

Muto Tomu (武藤十夢)

หลังจากที่ Muto Tomu ประกาศว่าจะไม่ลงสมัครเลือกตั้งในการเลือกตั้งครั้งที่ 9 ทั้ง ๆ ที่เธอจบอันดับที่ 10 ในการเลือกตั้งครั้งที่ 8 เพื่อไปสั่งสมบารมีใน AKB48 ซึ่งในเวลานี้ เธอพร้อมที่จะมาล่าคามิ 7 ในการเลือกตั้งครั้งที่ 10
Muto Tomu
ในตอนนี้ เธอพร้อมที่จะลุยเพื่อชิงคามิ 7 อีกครั้งผ่านปัจจัยสองอย่าง คือ การจบการศึกษาของ Tano Yuka (田野優花) ซึ่งเป็นเพื่อสนิทของเธอ ทำให้แฟนคลับของ Tano Yuka อาจหันมาสนับสนุน Muto Tomu ทำให้คะแนนเสียงของเธอเพิ่มขึ้น และสูงพอจนถึงคามิ 7 อีกปัจจัยหนึ่ง คือ เมมเบอร์สาย Oshima Yuko (大島優子)  ตำนานของ AKB48 ผู้ที่จบอันดับได้สวยที่สุด (นั่นคือ 2 1 2 1 2) ซึ่ง Muto Tomu คือ ทายาทของ Oshima Yuko ที่สนับสนุอย่างเต็มที่ และเวลานี้คนที่ตำนานเลือกไว้ อาจจะมาทวงคามิ 7 อีกครั้งก็เป็นได้

Kojima Mako (小嶋真子)

หากพูดถึง Okada Nana อีกคนหนึ่งในรุ่นที่ 14 ก็คือ Kojima Mako ซึ่งถูกผลักดันมาพร้อมกัน และมีรอยยิ้มเป็นอาวุธ
Kojima Mako
แม้ว่าในปีที่แล้ว Kojima Mako จะจบอันดับเพียง Undergirls แต่ผู้เขียนมองว่ายังมีโอกาสที่เข้าสู่เซมบัตสึได้เช่นกัน เนื่องจาก ฐานเสียงในเกาหลีใต้ แบบเดียวกับที่ Miyawaki Sakura และแฟนคลับหลายคนมองอยู่ในประเด็น Produce48 ถ้าหากว่าเรื่องนี้ส่งผลต่อ Miyawaki Sakura ให้มีคะแนนที่สูงขึ้นได้ คะแนนของ Kojima Mako ก็น่าจะสูงพอต่อการเป็นเซมบัตสึได้เช่นกัน

Ota Yuuri (太田夢莉)

สมมติว่า ถ้า NMB48 สามารถดันเมมเบอร์คนที่ 3 ขึ้นเซมบัตสึได้ ก็น่าจะมี Ota Yuuri ที่เป็นไแได้ในการเลือกตั้งครั้งนี้
Ota Yuuri
หากแฟนคลับเลือกที่จะผลักดันเมมเบอร์ NMB48 รุ่นใหม่แทนที่รุ่นเก่า ตัวเลือกที่น่าไว้ใจได้ของแฟนคลับก็น่าจะเป็น Ota Yuuri ซึ่งปัจจัยจะตรงกันข้ามกับที่วิเคราะห์ใน 16 อันดับแรก คือ การผลักดันเมมเบอร์รุ่นใหม่เป็นทางเลือก ซึ่งเมมเบอร์รุ่นใหม่จะทำให้อายุการเป็นเมมเบอร์สูงขึ้น 

และ ทีม BII ยังส่งผลต่ออนาคตของเธอด้วย เนื่องจาก นอกเหนือจากซิงเกิ้ล Jabaja ที่เธอได้เป็นส่วนหนึ่งแล้ว ในซิงเกิ้ลอื่น ๆ ของ AKB48 ทีม BII ก็กลายเป็นลูกเมียเก็บทันที ซึ่งส่งผลให้แฟนคลับต้องผลักดันเธอมากขึ้นเพื่อให้พ้นจากคำสาปของการไม่ได้เป็นเซมบัตสึของซิงเกิ้ลนี้ ซึ่งคะแนนเสียงใน NMB48 อาจเเพียงพอต่อการหลุดพ้นจากสภาพผู้ถูกลืมแห่ง 48Group ได้

Matsumura Kaori (松村香織)

ตำแหน่งเคงคิวเซย์กิตติมศักดิ์ตลอดชีพของ Matsumura Kaori คืออัตลักษณ์ที่ประจำตัวเธอใน SKE48 และ 48Group ที่ไม่มีวันลืม
Matsumura Kaori 
ด้วยอายุที่มากที่สุดใน 48Group ในปี ค.ศ. 2018 ทำให้เวลาในการเป็นไอดอลของเธอเหลือน้อยมาก และยิ่งต้องมาบีบหัวใจจากสงครามที่ Matsui Jurina ประกาศระดมพลเพื่อปกป้องบ้านด้วย ก็ยิ่งปิดช่องการพยากรณ์ว่าเป็นเซมบัตสึก็ได้

แต่ผู้เขียนมองว่าเซมบัตสึของเธออยู่ใกล้กว่าที่คิด เพราะ คาดว่าจะจบการศึกษาในปีสองปีนี้ ประวัติของเธอในฐานะเคงคิวเซย์ตลอดชีพน่าเป็นที่จดจำกว่า และที่สุดของเธอมีทั้งหมดแล้ว เวลานี้เลยทำให้ทุกอย่างที่บรรจบกันในฐานะที่สุด ควรจะลงเอยด้วยคำว่า เซมบัตสึ มากกว่าที่จะจบการศึกษาในฐานะ Undergirls ตามชื่อเคงคิวเซย์

Souda Sarina (惣田紗莉渚)

ไม่ทราบว่าบรรณาธิการลืมนึกถึง Souda Sarina หรือว่าจงใจไม่ใส่ชื่อนี้ลงไป เพราะเห็นว่าอาจถูก Matsui Jurina เบียดตกโผไปแล้ว
Souda Sarina
เนื่องจากในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว Souda Sarina ติดอันดับ 8 ซึ่งอยู่ตรงกลางของเซมบัตสึ แต่ในความเห้นของบรรณาธิการมองว่า คะแนนน่าจะตกฮวบฮาบจนหลุดเซมบัตสึ ซึ่งผู้เขียนมองว่า หากต้องการให้ SKE48 มีเซมบัตสึมาก ๆ คนนี้น่าจะต้องเป็นคนในหัวขบวนมากกว่า โดนเตะออกจากขบวน ไม่ใช่เพียงเพราะเป็นเกมในบ้านเท่านั้น แต่เพราะเป็น เมมเบอร์รุ่นพี่สาว แบบเดียวกับที่ Suda Akari เป็นอยู่ ทำให้โอกาสในการคงการเป็นเมมเบอร์น้อยลง และการเรียกคะแนนเสียงจึงต้องดุเดือดกว่าเพื่อให้ยังคงอยู่ในตำแหน่งนี้ให้ได้

Furuhata Nao (古畑奈和)

ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว Furuhata Nao สามารถก้าวสู่เซมบัตสึได้ในการเลือกตั้งครั้งที่ 9 ด้วยอันดับที่ 14 และในครั้งนี้ก็มาเพื่อปกป้องตำแหน่งนี้ให้กับตนเอง
Furuhata Nao
เพราะว่า การเล่นในบ้าน และเพื่อรักษาตำแหน่งนี้ไว้ Furuhata Nao จึงน่าจะเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าจะปกป้องตำแหน่งเซมบัตสึได้มากกว่าการที่จะหลุดโผ 16 อันดับแรก

Takayanagi Akane (高柳明音)

ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว Takayanagi Akane ได้เป็นสู่เซมบัตสึจากการเลือกตั้งครั้งที่ 9 ด้วยอันดับที่ 15 ซึ่งมาพร้อมกับ Furuhata Nao ด้วยคะแนนที่ห่างกันถึงเกือบสองพันคะแนน และในครั้งนี้ก็ลงเลืกตั้งเพื่อปกป้องตำแหน่งนี้ให้กับตนเองเช่นกัน
Takayanagi Akane
เช่นเดียวกับ Furuhata Nao เพราะ การเล่นในบ้าน และเพื่อรักษาตำแหน่งนี้ไว้ ทำให้ Takayanagi Akane น่าจะเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่สามารถอยู่ใน 16 อันดับแรก ของเซมบัตสึได้


Tanaka Miku (田中美久)

โลกนี้ไม่ได้มีเดอะแบกเพียงคนเดียว HKT48 ก็เช่นกัน หากคำประกาศของ Miyawaki Sakura ที่จะลงเลือกตั้งปีนี้เป็นครั้งสุดท้าย เป็นความจริง แล้วใครจะมาแทน Miyawaki Sakura ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ซึ่งแน่นอนว่าต้องพยายามหาตัวเลือกที่เป็นไปได้สำหรับการเป็นเซมบัตสึในอนาคต อย่าง Tanaka Miku สาวน้อยวัย 16 ปีผู้ที่เป็นหนึ่งในเซนเตอร์ร่วมของซิงเกิ้ล Hayaokuri Calendar (早送りカレンダー)
Tanaka Miku 

บางคนอาจถอดใจที่เกมนี้ดันไปเล่นในบ้านของ SKE48 ซึ่งอาจมองว่า ปีนี้อาจไม่ใช่ปีของ Miyawaki Sakura และต้องเสียตำแหน่งราชินี 48Group นี้ไป ดังนั้น คนเหล่านี้จึงคิดว่า จะดีกว่าไหม หากดึงเมมเบอร์ HKT48 ขึ้นมามากกว่าหนึ่งคนในปีนี้ และ ปีหน้าค่อยมาทวงคืนนอกบ้าน SKE48 ผ่านการลงเลือกตั้งของ Tanaka Miku เมมเบอร์วัย 16 ปีอนาคตไกลจาก HKT48 ดังนั้นผู้เขียนจึงคาดว่า นี่อาจเป็นแผนสองของแฟนคลับ HKT48 ในกรณีที่เสียท่าให้กับ SKE48 เพื่อจัดการคู่แข่งในอนาคต (ปีหน้า) 

นอกจากนี้ การที่ Moriyasu Madoka (森保まどか) ไม่ลงเลือกตั้งในปีนี้ ซึ่งอาจตัดสินใจเพื่อให้แฟนคลับไปสนับสนุนเพื่อนร่วมรุ่นอย่าง Miyawaki Sakura ที่ต้องการคะแนนเสียงจำนวนมากในการจัดการกับ SKE48 ซึ่งส่วนนี้อาจไม่ได้๔ุกนำมาใช้หากรู้ว่าสถานการณ์ไม่ได้ และเลือกที่จะลง Tanaka Miku แทนก็เป็นได้

Takakura Moeka (高倉萌香)

ถ้าหากให้โครงการ NGT48 เซมบัตสึนั้นลุล่วงไปได้ด้วยดี หนึ่งในคนที่จะต้องติดเซมบัตสึด้วยก็คือ Takakura Moeka 
Takakura Moeka 
เพราะการที่ NGT48 กำลังสะสมคะแนนโหวตเพื่อถล่มทีมอื่นอยู่ Takakura Moeka จึงมีส่วนได้ในเรื่องนี้ และ ก้าวกระโดดในอันดับ คือสิ่งที่ทำให้ Takakura Moeka สามารถติดอันดับเป็นเซมบัตสึได้เช่นกัน


บทสรุปส่งท้าย

หลังจากที่เล่ามาอย่างยาวนานถึง 16 อันดับของบรรณาธิการและเมมเบอร์ที่พร้อมมาแทนได้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ผู้เขียนหวังว่าผู้อ่านจะเข้าใจในเหตุผลของบรรณาธิการคู่มือการเลือกตั้งต่อการเลือก 16 อันดับในครั้งนี้ และขอให้ผู้อ่านมีวิจารณญาณในการอ่านด้วย เนื่องจากเป็นความเห็นของผู้เขียนต่อทัศนคติในการวิเคราะห์ทั้ง 16 อันดับเซมบัตสึตามคู่มือการเลือกตั้ง 

ในปีนี้ ผู้เขียนจะลงบทความสั้น ๆ ถึงผลด่วนและแนวโน้มผลการเลือกตั้งจริง หลังจากที่ผลการเลือกตั้งด่วนแบบ Exit Poll ออกมาแล้ว ซึ่งการวิเคราะห์ครั้งนี้จะครอบคลุมเฉพาะ 16 อันดับแรก และสังเกตถึงแนวโน้มว่าใครจะแซงใครได้บ้าง


Comments

Popular posts from this blog

Majimuri Gakuen (マジムリ学園) กับเค้าโครงประวัติศาสตร์จริง

48 เรื่องราวที่น่าสนใจของ AKB48 Group ในปี ค.ศ. 2018

บทวิเคราะห์: Next Influencer เมื่อไม่มี Shiraishi Mai