ใครคือดาวรุ่นใหม่ของ AKB48 พาร์ท 1 - ส่องดูเมมเบอร์ดั้งเดิมแห่ง AKB48

ขอขอบคุณไอเดียจาก Thaneth Yenpinyosuk ที่ช่วยทำให้เกิดเรื่องราวนี้ โดยในบทความยาวนี้จะอธิบายถึงเมมเบอร์รุ่นใหม่ที่ถูกมองว่ากำลังจะมานำ AKB48 ให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง

ยุคสมัยของ AKB48


ในประวัติศาสตร์ของ AKB48 นั้น มีการแบ่งยุคที่แตกต่างกัน โดยทั่วไปแล้วมีการแบ่งยุคของ AKB48 ออกเป็น 2 แบบหลัก ๆ ดังนี้

แบบที่ 1 - นับจากยุคของผู้จัดการทั่วไป (総監督)


ผู้จัดการทั่วไปของ 48Group ก็คือหัวหน้าของ AKB48 ที่รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับ AKB48 รวมถึงการผลักดันเมมเบอร์หน้าใหม่ให้เข้ามามีบทบาทสืบทอดต่อจากรุ่นพี่ที่จบการศึกษาออกไป และยังต้องเป็นที่ปรึกษาให้กับเมมเบอร์รุ่นน้องในการปรับตัวเข้าสู่สังคมไอดอลสาว

แน่นอนว่า ผู้จัดการทั่วไปเปลี่ยน สังคม AKB48 ก็เปลี่ยนตามไปด้วย ซึ่งตำแหน่งถูกตั้งขึ้นในวันที่ 24 สิงหาคม ค.ศ. 2012 โดยมี Takahashi Minami (高橋みなみ) เป็นผู้ประเดิมตำแหน่งนี้ และผู้ที่มาสืบทอดในตำแหน่งนี้ คือ Yokoyama Yui (横山由依) ในวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ. 2015 ซึ่งเป็นวันที่ AKB48 ครบปี 10 ปีพอดี และดำรงตำแหน่งนี้จนถึงปัจจุบัน (ณ ปี ค.ศ. 2018)

ในยุคที่ Takahashi Minami เป็นผู้จัดการทั่วไปนั้น (ค.ศ. 2012) ถือว่าเป็นยุคที่ AKB48 เป็นวงไอดอลที่สร้างอิทธิพลต่อวงการบันเทิงญี่ปุ่นและไร้เทียมทาน ในช่วงที่มีชื่อเสียงสูงที่สุดและมีตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปนี้เอง เมมเบอร์ผู้เป็นตำนานต่างก็พากันจบการศึกษาทีละคน เพื่อเดินตามทางแห่งความฝันของตนเอง จนกระทั่ง Takahashi Minami ได้จบการศึกษาออกไปพร้อมกับความยิ่งใหญ่ที่มีอยู่ของ AKB48

แต่ในยุคของ Yokoyama Yui กลับแตกต่างกัน เพราะหลังจากที่ AKB48 ผ่านร้อนผ่านหนาวมาถึง 10 ปีแล้ว เมมเบอร์ AKB48 รุ่นใหม่กลับไม่ได้ถูกผลักดันอย่างเท่าที่ควร และการควบวงโดยวงน้องสาวก็ทำให้เมมเบอร์รุ่นใหม่ของ AKB48 แทบไม่ได้เฉิดฉายออกมาอย่างที่ควรจะเป็นในอดีต

และสิ่งที่ทำให้ AKB48 กลับมาตระหนักถึงเมมเบอร์รุ่นใหม่อีกครั้ง คือการที่เมมเบอร์คามิ 7 คนสุดท้ายจบการศึกษาออกไป นั่นคือ Watanabe Mayu (渡辺麻友) ในวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 2017 นั่นทำให้ AKB48 ต้องพึ่งพาเมมเบอร์รุ่นใหม่ที่แทบไม่ได้ถูกผลักดันอย่างเท่าที่ควรในอดีต

แบบที่ 2 - นับจากยุคของคามิ 7 ในตำนาน


คามิ 7 เป็นคำที่กล่าวถึง เมมเบอร์ผู้ทรงอิทธิพลที่สุด 7 อันดับแรกของ 48Group โดยมีที่มาจากจำนวนเซมบัตสึในซิงเกิ้ล Skirt, Hirari (スカート、ひらり) ซึ่งเป็นซิงเกิ้ลที่ 2 ของ AKB48 โดยมีเซมบัตสึเพียง 7 คนเท่านั้น

คามิ 7 ถูกนำมาใช้เป็นเทอมของผู้ที่มีอันดับผลการเลือกตั้งสูงที่สุด 7 อันดับแรก ซึ่งผลการเลือกตั้งจะส่งผลให้คามิ 7 ในแต่ละปีเปลี่ยนไปด้วย แต่เมมเบอร์เป็นคามิ 7 จนถึงการเลือกตั้งครั้งที่ 9 ในปี ค.ศ. 2017 ก็คือ Watanabe Mayu

คามิ 7 ในตำนานประกอบด้วย Takahashi Minami, Oshima Yuko (大島優子), Maeda Atsuko (前田敦子), Shinoda Mariko (篠田麻里子), Itano Tomomi (板野友美), kojima haruna (小嶋陽菜), และ  Watanabe Mayu ซึ่งทั้งหมดต่างเป็นกำลังหลักที่สร้าง AKB48 ให้เข้มแข็งจนถึงทุกวันนี้

และเมื่อ Watanabe Mayu ซึ่งเป็นเมมเบอร์ AKB48 ในตำนานคนสุดท้ายจบการศึกษาออกไปในปี ค.ศ. 2017 นั่นคือการสิ้นสุดยุคสมัยของเมมเบอร์ที่มีอิทธิพลที่สุดใน AKB48 และยุคใหม่ที่เกิดขึ้นก็จะมีเมมเบอร์รุ่นใหม่ที่พร้อมเข้ามาสืบทอดและนำ AKB48 ต่อไป

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเริ่มยุคใหม่ของ AKB48 ในตอนไหน แต่วันนี้ ยุคของ AKB48 เปลียนไปจากเดิมอย่างแน่นอน ภายใต้วิสัยทัศน์ของผู้จัดการทั่วไปคนใหม่ที่ไม่มีคามิ 7 ในตำนานที่เป็นสัญลักษณ์ของ AKB48 เมมเบอร์คนใดบ้างที่กำลังจะก้าวเข้ามาสู่ดาวเด่นของ AKB48

เมมเบอร์ AKB48 ที่กำลังเป็นดาวเด่นในวันนี้

ดาวรุ่งรุ่นใหม่จะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีดาวรุ่งที่ค้างฟ้าและส่องสว่างเป็นตำนาน และแน่นอนว่าในปี ค.ศ. 2018 ก็เช่นกัน เมมเบอร์ AKB48 ที่ถือว่ากำลังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์มและเป็นกำลังหลักของ AKB48 ที่ทุกคนรู้จักในปัจจุบัน ประกอบด้วยเมมเบอร์ต่าง ๆ ดังนี้

Takahashi Juri (高橋朱里)

เมมเบอร์รุ่นที่ 12 ของ AKB48 ผู้เป็นกัปตันทีม B ในเวลานี้ หลังจากที่ดำรงตำแหน่งกัปตันทีม 4 มาตั้งแต่ ค.ศ. 2015 ซึ่ง Takahashi Juri ถูกจับตามองเป็นอย่างมากถึงความเป็นผู้นำ และศักยภาพที่จะอาจจะกลายเป็นผู้จัดการทั่วไปคนที่ 3 ของ AKB48 
Takahashi Juri
Takahashi Juri คือตัวเลือกที่สำคัญที่สุดคนหนึ่งของ AKB48 เนื่องจากความเป็นผู้นำและความสามารถขณะที่เป็นกัปตันทีม 4 ซึ่งเน้นเมมเบอร์รุ่นใหม่อยู่แล้ว ดังนั้น ในเวลาวิกฤตต่าง ๆ เมมเบอร์ที่ถูกใช้งานในอันดับแรก ๆ ก็คือ Takahashi Juri ดังจะเห็นได้จาก วิกฤตทีม B (Team B Crisis)

Team B Crisis

ทีม B คือทีมลำดับที่ 3 ของ AKB48 ซึ่งเกิดขึ้นมาจากเมมเบอร์รุ่นที่ 3 ในวันที่ 9 ธันวาคม ค.ศ. 2006 ภายหลังจากการก่อตั้งวงเพียง 1 ปีเท่านั้น โดยมีเพียง Kashiwagi Yuki (柏木由紀) เท่านั้นที่ยังคงเป็นเมมเบอร์ทีม B มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งทีม ซึ่งทีม B เป็นทีมที่เมมเบอร์ระดับพระกาฬอย่าง Sashihara Rino (指原莉乃) และ Watanabe Mayu ต่างก็เริ่มต้นการเป็นไอดอลกับทีมนี้

ปัญหาของทีม B เริ่มต้นมาจากการจบการศึกษาออกไปถึง 6 คนในปี ค.ศ. 2017 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Oshima Ryoka (大島涼花) ผู้เป็นรองกัปตันทีมในเดือนมิถุนายน, Kizaki Yuria (木崎ゆりあ) ที่เป็นกัปตันทีมคนก่อนหน้าในเดือนกันยายน, และ Watanabe Mayu ผู้เป็นตำนานของ AKB48 ในเดือนธันวาคม

ในช่วงเวลาตั้งแต่เดือนกันยายน ค.ศ. 2017 ถึงเดือนเมษายน ค.ศ. 2018 เป็นช่วงที่ทีม 8 ขาดทั้งกัปตันวงและรองกัปตันวง ซึ่งเปรียบได้กับภาวะสุญญากาศของทีม B ทำให้ทีมประสบภาวะชะงักงัน เมมเบอร์ในทีมต่างเสียขวัญเป็นอย่างมาก และการจบการศึกษาของ Watanabe Mayu ก็ยิ่งซ้ำเติมบาดแผลของความว่างเปล่าจากทีม B อย่างชัดเจน

ใน 3 เดือนแรกของทีม B จึงเปรียบได้กับการสูญเสียเสาหลักของทีมไปทั้งหมด ซึ่งในทีม B ที่ยังคงเหลือเมมเบอร์หลักก็มีเพียง Kashiwagi Yuki ที่ทำได้ แต่การพึ่งพา Kashiwagi Yuki ในทางปฏิบัตินั้นไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากมีภาระหน้าที่กับ NGT48 และยังต้องรับงานนอก AKB48 อีกด้วย ซึ่งชัดเจนว่าทีม B ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ต้องมีหัวหน้าทีมที่พร้อมทำงานและสามารถอยู่คู่กับทีมได้อย่างแท้จริง

และ Takahashi Juri ในฐานะกัปตันทีม 4 จึงถูกย้ายไปเป็นกัปตัมทีม B (ส่วน Murayama Yuiri (村山彩希) ไอดอลผู้รักการแสดงบนเธียเตอร์ยิ่งกว่างานนอก AKB48 ขึ้นมาเป็นกัปตันทีม 4 แทน) ในปี ค.ศ. 2018 

ไม่ใช่เพียง 
Takahashi Juri เท่านั้นที่มาเพื่อนำทีมกู้วิกฤตทีม B แต่ยังมีเมมเบอร์อีกจำนวนหนึ่งที่มาพร้อมกับเธอเพื่อช่วยสร้างทีม B ขึ้นมาใหม่ ในที่นี้ขอกล่าวถึงเมมเบอร์ที่แก่กว่า Takahashi Juri 
- Oya Shizuka (大家志津香): เมมเบอร์รุ่นที่ 4 คนสุดท้ายที่วนเวียนอยู่กับทีม A และทีม B โดยเธอถูกย้ายมาเพราะเป็นเมมเบอร์ที่แก่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของ AKB48 รองจาก Kashiwagi Yuki เท่านั้น ซึ่งน่าจะเป็นที่ปรึกษาได้ที่สุดในเวลานี้
- Nakanishi Chiyori (中西智代梨): เมมเบอร์ที่ย้ายจาก HKT48 ผู้เป็นส่วนเติมเต็มที่สำคัญที่สุดของทีม B เพราะความสามารถที่หลากหลายทั้งด้านวาไรตี้และการร้องเพลง ซึ่งเธอน่าจะช่วยผลักดันเมมเบอร์ในทีมในด้านนี้ได้
Takeuchi Miyu (竹内美宥): เมมเบอร์รุ่นที่ 9 ผู้ถนัดด้านดนตรีและการแต่งเพลง ซึ่งทีม B ในเวลานี้ต้องการคนที่มีความสามารถนอกจากการเต้นและการร้องเพลง และเธอน่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดในเวลานี้

Muto Tomu (武藤十夢)

เมมเบอร์รุ่นที่ 12 สาย Oshima Yuko ผู้มีความขัยนและเป็นไอดอลที่เข้มแข็ง และพยายามที่จะสอบเพื่อเป็นผู้พยากรณ์อากาศ
Muto Tomu
Muto Tomu เป็นเมมเบอร์ที่ประสบความสำเร็จในการเป็นไอดอลในเวลานี้ และมีความนิยมที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งรุ่นที่ 12 กำลังขึ้นมาอย่างชัดเจนในฐานะกำลังหลักของรุ่นใหม่ และ Muto Tomu คือหนึ่งในนั้นอย่างชัดเจน แม้ว่าในเวลานี้ เธอไม่ได้มีส่วนร่วมในซิงเกิ้ลหลักเลย แต่ Muto Tomu ก็ยังคงความโดดเด่นได้อย่างชัดเจนในฐานะไอดอล และในการเลือกตั้งครั้งนี้ Muto Tomu จะกลับมา เพราะในการเลือกตั้งครั้งที่ 9 เธอไม่ได้ลงการเลือกตั้ง แต่ก็ชัดเจนว่า "ปีหน้าเรามาแน่!" (แล้วปีนี้ก็น่าจะเป็นปีของ Muto Tomu)

Murayama Yuiri (村山彩希)

หลายคนที่เข้า AKB48 นั้นก็ไม่ใช่เพราะว่าอยากเป็นไอดอล แต่เพราะอยากถูกผลักดันให้มีชื่อเสียงแล้วเดินตามความฝันของตนเองอย่างแท้จริงในภายหลัง ซึ่งเมมเบอร์รุ่นที่ 13 คนนี้มีความฝันที่ต่างออกไป นั่นคือการได้แสดงบนเธียเตอร์ AKB48 ที่เป็นโรงละครแห่งความฝัน และ Murayama Yuiri ก็แสดงออกมาโดยการไม่ลงเลือกตั้งแม้แต่ครั้งเดียว เพื่อเน้นงานในเธียเตอร์ แม้จะถูกบังคับให้ลงเลือกตั้งกี่ครั้งก็ไม่ยอม 
Murayama Yuiri
ไอดอลสายเธียเตอร์ ไม่ได้หากันง่าย ๆ ใน AKB48 และในยุคใหม่ก็มีเพียง Murayama Yuiri ที่เป็นแบบนั้น ซึ่งเธอกลายเป็นกัปตันทีม 4 เนื่องจากเธอได้รับการยอมรับว่ามีจิตใจที่แน่วแน่มาก ๆ ต่อความรักในเธียเตอร์ ซึ่งเมมเบอร์หน้าใหม่ที่ไม่เคยทำงานในด้านไอดอล AKB48 ก็ควรจะเรียนรู้จากเธอ 

Iwatate Saho (岩立沙穂)

เมมเบอร์ทั่วไปของ AKB48 ถ้ากินของเผ็ดเมื่อไร ต้องระเบิดตู้ม! โชว์พาวเวอร์ของความร็อคออกมา หรือถ้ามีตั๊กแตนทอดอยู่บนจานเมื่อไร ก็ต้องกรี๊ดลั่นบ้านเป็นธรรมดา แต่ไม่ใช่กับคนที่ชื่อ Iwatate Saho 
Iwatate Saho
Iwatate Saho ผู้สนใจในประวัติศาสตร์โลกและภาษาฝรั่งเศส เป็นที่จับตามองอีกคนหนึ่งในฐานะตัวแทนจากรุ่นที่ 13 ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ด้วยความน่ารักและความแปลก (ในเรื่องของการกิน) รวมถึงความใจเย็นของเธอเอง

Okada Nana (岡田 奈々)

ถ้าใครเข้าไปในเว็บไซต์ร้านค้าของ AKB48 ก็จะพบภาพของ Okada Nana (ซึ่งเป็นเมมเบอร์สาย Watanabe Mayu) เป็นเมมเบอร์ตัวอย่างในสินค้า ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ถึงบารมีและความนิยมที่ทำให้ร้านค้าต้องปรับตัวเพื่อสร้างแรงจูงใจในการขาย (เรื่องการตลาดคือหัวใจหนึ่งของ 48ศึกษา)
Okada Nana
ในขณะที่เมมเบอร์รุ่นใหม่ ๆ แบบนี้กำลังหาบารมีและชื่อเสียงเข้าสู่ตัว ใช้ชื่อของ AKB48 เพื่อให้เป็นที่ยอมรับบนสังคมโลกบันเทิง แต่ถ้าจะพูดว่า ใครที่พร้อมอุทิศตนและทำงานให้กับ AKB48 ก็คงหนีไม่พ้น Okada Nana ที่วันนี้เธอควบตำแหน่งกัปตันวงน้องใหม่ของ 48Group อย่าง STU48 

งานควบวงน้องใหม่ จริงอยู่ที่มันเป็นเรื่องของเมมเบอร์อาวุโส (รุ่นเก่า ๆ) ที่จะทำกัน (ในปัจจุบันก็มีเพียง Kashiwagi Yuki กับ NGT48) แต่ถ้าจะให้เมมเบอร์รุ่นใหม่ไปทำงานนี้ ก็คงล่มจมกันทั้งหมดทั้งสิ้นตั้งแต่ยังไม่ทันสร้างทีม ยกเว้น Okada Nana ผู้จริงจังกับงานที่สามารถทำได้ 

งานควบวงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องบินไปมาเพื่อทำกิจกรรมร่วมกันทั้งสองวง โดยทีมที่ควบด้วย จะต้องไปร่วมในกิจกรรมในกรณีที่ว่างงานจากวงหลัก และในบางกรณีอาจต้องเข้าไปช่วยจัดการและให้คำปรึกษากับวงน้องที่ยังไม่มีเสถียรภาพ และนั่นคือสิ่งที่ Okada Nana เป็นอยู่ในตอนนี้

แต่ผลจากการทำงานหนัก ก็ได้ทำให้ Okada Nana เป็นบุคคลที่มีความนิยมสูงที่สุดของ AKB48 ในการเลือกตั้งในเวลานี้ และกำลังท้าทายตนเองกับเป้าหมายในการฟื้นฟูเก้าอี้ราชินี 48Group ที่ถูกวงน้องสาวนั่งมาอย่างยาวนานกลับคืนมา   

Kojima Mako (小嶋真子)

ใน 3 ทหารเสือแห่งรุ่นที่ 14 นอกเหนือจาก Okada Nana และ Nishino Miki ก็ยังมี Kojima Mako ซึ่งถูกจับตามองในฐานะดาวรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบันของ AKB48 อีกด้วย
Kojima Mako
Kojima Mako ไอดอลผู้ที่ต้องการรักษาความเป็นไอดอลแบบดั้งเดิมไว้ด้วยรอยยิ้มที่มีสเน่ห์ ซึ่งในเวลานี้ ก็เป็นช่วงที่รุ่นที่ 14 เข้ามามีบทบาทต่อการเคลื่อนไหวในวงมากที่สุด และ Kojima Mako ก็เป็นเมมเบอร์แถวหน้าอีกคนที่นับจับตามองเป็นอย่างมากไม่แพ้กับ Okada Nana เพราะก้วยความที่รุ่นที่ 14 มีจำนวนที่น้อย (และยังเหลือเมมเบอร์น้อยที่สุดในบรรดาเมมเบอร์รุ่นใหม่ตั้งแต่รุ่นที่ 12 ลงไปอีกด้วย) 

Komiyama Haruka (込山榛香)

สาวน้อยจากรุ่นที่ 15 ผู้มีสเน่ห์ราวกับมีเวทมนตร์ จนสามารถเป็นไอดอลสายนางแบบได้อย่างสบาย ๆ เลยทีเดียว
Komiyama Haruka
ในปี ค.ศ. 2018 Komiyama Haruka ถูกเลือกให้เป็นกัปตันทีม K แทนที่ Minegishi Minami ซึ่งแน่นอนว่าทีม K เป็นทีมที่ตั้งขึ้นมาเป็นลำดับที่ 2 ของ AKB48 พร้อมกับการเกิดของรุ่นที่ 2 ซึ่งมี Oshima Yuko และ Akimoto Sayaka (秋元才加) เป็นสมาชิกที่เหนียวแน่นของทีม และเป็นทีมสุดท้ายที่ Itano Tomomi (板野友美) สังกัดก่อนจบการศึกษาออกไป

ข้อสังเกตอย่างหนึ่งของทีม K คือ เป็นทีมที่ค่อนข้างมีการควบทีมบ่อยครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Yamamoto Sayaka จาก NMB48 และ Matsui Jurina จาก SKE48 ซึ่งทีม K เองหลังจากที่ Oshima Yuko จบการศึกษาออกไป ก็ทำให้ทีม K ขาดเมมเบอร์ที่โด่ดเด่นอย่างเห็นได้ชัด จนส่งผลต่อภาพลักษณ์ของทีมเป็นอย่างมาก

การมาของ Komiyama Haruka ซึ่งไม่เคยเป็นกัปตันทีมมาก่อน และมี Minegishi Minami ที่ไม่ถูกย้ายทีมออกไป ซึ่งสามารถเป็นที่ปรึกษาของทีมได้เป็นอย่างดี แต่สิ่งสำคัญของทีม K ในเวลานี้ คือภาพลักษณ์ซึ่งเป็นจุดขายของทีม และเชื่อว่าทีม B จะสามารถกลับมาเป็นทีมที่โดดเด่นได้อีกครั้ง

Sato Kiara (佐藤妃星)

เมมเบอร์สาย Shimazaki Haruka (島崎遥香) ผู้มีความเป็นวาไรตี้จากรายการ AKBINGO! ด้วยความที่มีรีแอ็กชั่นที่หลากหลาย จนถูกมองให้เป็นเมมเบอร์สายวาไรตี้รุ่นใหม่ของ AKBINGO! 
Sato Kiara
เมมเบอร์รุ่นที่ 15 ที่แม้ว่าเธอจะไม่ได้มีส่วนร่วมในเซมบัตสึ แต่เธอกลับมีส่วนทำให้รายการ AKBINGO! มีสีสัน (ในฐานะเมมเบอร์หลักของรายการ) ซึ่งจุดเด่นเพียงอย่างเดียวของเธอจากการมีส่วนร่วมในรายการนี้ ก็ทำให้เธอถูกจับตามองในฐานะกำลังหลักอีกคนหนึ่งของรายการในอนาคต

Fukuoka Seina (福岡聖菜)

ในเมมเบอร์รุ่นที่ 15 เธอถูกจับตามองในฐานะเมมเบอร์รุ่นใหม่ของ AKB48 ที่จะพาวงเข้าสู่ยุคทองอีกครั้ง ซึ่งความนิยมของเธอก็สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
Fukuoka Seina
Fukuoka Seina ได้เป็นเซมบัตสึครั้งแรกในซิงเกิ้ล Teacher Teacher ซึ่งเป็นการยอมรับจากสตาฟว่า เธอกำลังมีบทบาทขึ้นมาอย่างชัดเจนใน AKB48 โดยเฉพาะช่วงวิกฤตทีม B ที่เธอไม่ถูกย้ายออกหรือชิงจบการศึกษาไปก่อน นั่นทำให้สถานะของเธอต่อทีม B หลังจากที่ Takahashi Juri เข้ามากู้วิกฤต มีความมั่นคงอย่างเห็นได้ชัด

Mukaichi Mion(向井地 美音)

เมมเบอร์รุ่นที่ 15 อีกคนหนึ่งที่ถูกจับตามองว่ากำลังจะกลายเป็นดาวค้างฟ้าของ AKB48 จากการเริ่มต้นในยูนิต Dendenmu Chu! (でんでんむChu!) และขึ้นสู่จุดสูงสุดในฐานะเซนเตอร์ของซิงเกิ้ลที่ 44 อย่าง Tsubasa wa Iranai (翼はいらない) พร้อมด้วยเซนเตอร์ซิงเกิ้ลรองอีกเพียบ
Mukaichi Mion
Mukaichi Mion ถูกจับตามองในการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า กำลังจะเป็นคามิ 7 อีกคนหนึ่ง ซึ่งด้วยความฉลาดและแววในการเป็นศิลปินมาตั้งแต่เด็กของเธอ ได้ทำให้เธอถูกเข้ามาเป็นสมาชิกของ AKB48 และในปี ค.ศ. 2018 เธอก็กลายเป็นสมาชิกทีม A 

ในเวลานี้ จึงกลายเป็นช่วงที่ Mukaichi Mion มีบทบาทต่อ AKB48 มากที่สุดคนหนึ่ง และถ้ายังคงอยู่ในวงต่อไป ก็น่าจะก้าวขึ้นมาเป็นราชินีแห่ง 48Group ได้ในอนาคต 

Taniguchi Megu (谷口めぐ)

สมาชิกอีกคนหนึ่งของยูนิต Dendenmu Chu! (でんでんむChu!) ในรุ่นที่ 15 ซึ่งเธอเป็นเมมเบอร์ที่เข้าสู่วงการช้ากว่าคนอื่นในรุ่นเดียวกันถึงเกือบ 1 ปีด้วยกัน
Taniguchi Megu
แม้ว่าเธอจะถูกมองว่าเป็นคนที่มองโลกในแง่ลบ และยังไม่เคยติดเซมบัตสึเลย แต่เธอกลับเป็นเมมเบอร์คนหนึ่งที่มีส่วนสำคัญให้กับ AKB48 ในยุคใหม่นี้ เพราะความมุ่งมั่นและความตั้งใจของเธอเอง ซึ่งความนิยมของเธอก็สูงขึ้นเรื่อย ๆ จากการเริ่องราวชีวิตที่น่าสนใจ 

เมมเบอร์ AKB48 ความหวังใหม่

จากเมมเบอร์ที่กล่าวมาข้างต้น คือเมมเบอร์ที่ยังอยู่ในยุคที่ Takahashi Minami ยังเป็นผู้จัดการทั่วไปของวง และขึ้นมาในขณะที่ตำนานคามิ 7 เข้าสู่จุดอิ่มตัว ซึ่งทั้งหมดต่างมีหน้าที่เพื่อฟื้นฟูความยิ่งใหญ่ของ AKB48 ให้เข้มแข็งในบทบาทที่แตกต่างกันไปในยุคที่ Yokoyama Yui เป็นผู้จัดการทั่วไป

แต่เมมเบอร์เหล่านี้ไม่ใช่ดาวดวงใหม่ที่ขึ้นมาเพื่อเป็นพลังของ AKB48 แล้ว เพราะบารมีที่มากพอกับการเฉิดฉายด้วยของเธอเอง และปล่อยให้วงผลักดันเมมเบอร์ต่อไปนี้เข้าสู่วงการเพื่อสร้างความหวังใหม่ให้กับ AKB48 ในวันที่ไม่มีพวกเธอในวันข้างหน้า

Kubo Satone (久保怜音)

เด็กดราฟท์รุ่นที่ 2 ซึ่งถูกวางให้ไปอยู่กับทีม K ซึ่งเน้นภาพลักษณ์ของเมมเบออร์อย่างชัดเจน แต่กลับถูกย้ายไปเป็นสมาชิกทีม B ในเวลาเพียง 3 เดือนหลังจากได้รับการเลื่อนเป็นเมมเบอร์ทีม K ในดือนกันยายน ค.ศ. 2017
Kubo Satone 
เด็ดอายุเพียง 14 ปีที่ตอนนี้เป็นเซมบัตสึซิงเกิ้ล Teacher Teacher ไปแล้ว ซึ่งเป็นเซมบัตสึที่มีอายุน้อยที่สุดในซิงเกิ้ลนี้อีกด้วย ผู้เขียนเชื่อว่า Kubo Satone จะกลายเป็นดาวรุ่นใหม่ที่ไฉไลกว่าเก่าจนน่าจะได้เป็นราชินีแห่ง 48Group ในอนาคตเลยทีเดียว โดยความยิ่งใหญ่ของเธอก็น่าจะมาจาก 2 ปัจจัยดังนี้

ปัจจัยแรก ความนิยมที่สูงมากในขณะเป็นเคงคิวเซย์ - Kubo Satone  ได้อันดับที่ 47 จากการเลือกตั้งในปี ค.ศ. 2017 (และเป็นที่ 16 ในผลด่วนการเลือกตั้ง) ก่อนที่เธอจะเป็นเมมเบอร์ทีม K ในเดือนกันยายน ค.ศ. 2017 ซึ่งคนที่มีฐานเสียงมากขนาดนี้ในขณะเป็นเคงคิวเซย์ถือว่าได้เปรียบเป็นอย่างมาก และทำให้เธอไม่ต้องดิ้นรนอะไรมากในเวลาต่อมา

แต่ด้วยความนิยมของเธอที่สูงมากเช่นนี้ ทำให้เธอถูกย้ายไปอยู่ทีม B ที่เป็นปัญหาในเวลานั้น ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่งานง่าย แต่ Kubo Satone ก็มีศักยภาพพอในการเป็นกำลังหลักให้กับทีมได้เลยทีเดียว

ปัจจัยที่สอง เซมบัตสึซิงเกิ้ลขณะอายุน้อย - ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เมมเบอร์จะยิ่งใหญ่ได้ ถ้าถูกผลักดันขณะอายุยังน้อย เพราะ Matsui Jurina (松井珠理奈) ยังเคยเป็นเซนเตอร์ซิงเกิ้ลที่10 ของ AKB48 อย่าง Oogoe Diamond (大声ダイヤモンド)  ซึ่งตอนนั้นอายุเพียง 12 ปีเท่านั้น

ดังนั้น จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไม Kubo Satone จึงถูกเลือกให้เป็นเซมบัตสึซิงเกิ้ลที่ 52 ในวัย 14 ปี และถูกมองว่ากำลังจะเข้ามาเพื่อเป็นกำลังหลักในอนาคต ซึ่งแน่นอนว่าความเป็นไอดอลของเธอก็มีส่วนที่สำคัญต่อการถูกผลักดันจากสตาฟเป็นอย่างมาก

ดังนั้น ผู้เขียนจึงมองว่า Kubo Satone น่าจะได้เป็นกำลังหลักของ AKB48 ในอีก 3-4 ปีข้างหน้าอย่างแน่นอน ถ้าไม่เกิดปัญหาหรือเรื่องราวที่ส่งผลในแง่ลบต่อตัวเธอเอง

Chiba Erii (千葉恵里)

เด็กดราฟท์รุ่นที่ 2 อีกคนหนึ่งซึ่งถูกมองว่ากำลังจะกลายเป็นหัวหอกที่สำคัญของ AKB48 ในอนาคต แม้ว่าจะไม่ติดอันดับเลือกตั้ง หรือติดเซมบัตสึก็ตาม
Chiba Erii
Chiba Erii ถูกเลือกเพื่อเป็นเมมเบอร์ทีม 4 ที่เน้นพลังของคนรุ่นใหม่ แต่เมื่อได้รับการเลื่อนขึ้นเข้าทีม 4 ได้เพียง 3 เดือน ก็ถูกย้ายให้ไปอยู่กับทีม A ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2017 โดยในเวลานี้ Chiba Erii มี 2 ปัจจัยที่ทำให้เธอสามารถขึ้นสู่ความยิ่งใหญ่ในอนาคตได้ ดังนี้

ปัจจัยแรก การย้ายเข้าทีม A - ในเวลานี้ Chiba Erii มีความนิยมไม่มากเท่าที่ควร และการย้ายไปยังทีม A จะทำให้คนเป็นที่รู้จักมากขึ้น ซึ่งตามปกติแล้ว ทีม A ควรเป็นทีมที่มี performance ที่ดีที่สุด แต่การย้ายของ Chiba Erii เหมือนกับการเข้าไปเพื่อใช้ประโยชน์ตรงนี้ในการดึงพลังของเธอออกมาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ปัจจัยที่สอง Produce48 - เธอเป็นเมมเบอร์ที่มีอายุน้อยที่สุดเป็นอันดับที่สองของฝั่งญี่ปุ่นในรายการนี้ แน่นอนว่า เธอมีประสบการณ์ที่ไม่สูงมาก และไม่ใช่ตัวหลักที่จะเข้าไปชิงเป็นผู้ชนะในการเข้าไปทำสัญญา 2 ปีครึ่ง 

แต่ Chiba Erii คือเมมเบอร์ที่ได้รับโอกาสให้ไปที่นั่น เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่จำเป็นต่อการคงอยู่ในทีม A และ AKB48 ในอนาคต เพราะการไปเกาหลีใต้ครั้งนี้ คือการได้สร้างประสบการณ์และความนิยมนอกญี่ปุ่นที่ดีเยี่ยมอย่างหนึ่ง

สตาฟของ AKB48 ผลักดันสุดกำลังกับ Chiba Erii เพื่อให้เธอขึ้นมามีอันดับในการเลือกตั้ง และเป็นตัวเลือกหนึ่งของเซมบัตสึในอนาคต ซึ่งดูเหมือนว่า Chiba Erii ไม่ได้ออก AKBINGO! เพราะติด Produce48 แต่ก็ต้องเข้าใจว่า ความเกรียนของ Chiba Erii น่าจะไปได้ในรายการเกาหลีใต้ก็เป็นได้ (ขนาด Nakanishi Chiyori ยังไปรายการนี้เลย)

Hiwatashi Yui (樋渡結依)

เด็กดราฟท์รุ่นที่ 2 อีกคนหนึ่ง ซึ่งถูกผลักดันจากสตาฟเป็นคนแรก ๆ ในรุ่นเดียวกัน โดยเป็นเซมบัตสึของซิงเกิ้ลที่ 44 อย่าง Tsubasa wa Iranai ซึ่งผลของการผลักดันถูกแสดงให้เห็นผลในการเลือกตั้งครั้งที่ 9 ที่ได้อันดับที่ 73
Hiwatashi Yui
Hiwatashi Yui กับความชมพูหวานแหววในโปสเตอร์ของเธอ ซึ่งแน่นอนว่า ถูกผลักดันให้เป็นกำลังหลักของ AKB48 ในอนาคตอันใกล้นี้ ด้วยอายุ 18 ปีในปี ค.ศ. 2018 ซึ่งแน่นอนว่าถ้าไม่รีบใช้งาน ก็อาจทำให้เธอจบการศึกษาออกไปก่อนทีจะได้รับโอกาสให้อยู่เป็นดาวค้างฟ้า

Hiwatashi Yui เป็นเคงคิวเซย์สังกัดทีม A ด้วยความสามารถที่เต็มเปี่ยม แต่เป็นสมาชิกทีม A ได้เพียง 3 เดือนก็ต้องเข้าไปช่วยวิกฤตทีม B ด้วยความนิยมของเธอที่อยู่ในอันดับ และความสามารถของเธอที่เรียนรู้อย่างรวดเร็วจากการเคยเป็นนักแสดงเด็กเช่นเดียวกับ Mukaichi Mion 

Ma Chia-Ling (馬嘉伶)

ความตั้งใจเดิมของการดึงเมมเบอร์ไต้หวันเข้าสู่ AKB48 คือการที่ต้องการให้มาศึกษาระบบและสะสมบารมี เพื่อโปรโมตโครงการ TPE48 ที่ค้างมาอย่างยาวนาน จนถึงปี ค.ศ. 2018 ก็พึ่งจะได้เมมเบอร์รุ่น 1 เท่านั้น ซึ่งผู้ชนะจากการออดิชันในปี ค.ศ. 2015 อย่าง Ma Chia-Ling จึงได้รับโอกาสให้มาเป็น AKB48 โดยใช้เวลาเพียง 68 วันในการเป็นเคงคิวเซย์ ซึ่งเร็วที่สุด
Ma Chia-Ling 
ตราบเท่าที่ TPE48 ยังไม่แน่นอนกับทีมที่จะเกิดขึ้น Ma Chia-Ling ก็ยังอยู่กับ AKB48 ต่อไปเรื่อย ๆ และอาจจะอยู่เป็นการถาวรจนจบการศึกษาจากที่นี่ โดยไม่ได้กลับไปทำงานให้กับ TPE48 เลย

การเป็นเซมบัตสึซิงเกิ้ลที่ 51 อย่าง Jabaja (ジャーバージャ) ก็เป็นการชัดเจนว่า Ma Chia-Ling ควรถูกผลักดันให้มากกว่านี้ นอกเหนือจากรายการ AKBINGO! ที่ทำให้เธอดังขึ้นมา เพื่อจัดการกับความไม่แน่นอนระหว่าง AKS ที่ไม่รู้ว่าควรจะคืน Ma Chia-Ling กับ TPE48 หรือไม่ เมื่อไร และอย่างไร 

ถ้าเกิดไม่ส่ง Ma Chia-Ling กลับไต้หวัน ก็มีความเป็นไปได้ว่า สตาฟก็จะผลักดันเธอจนเป็นดาวใน AKB48 ได้อย่างแน่นอนเนื่องจากการให้โอกาสของสตาฟที่สูงกับเธอ จึงเหมือนกับความตั้งใจที่ต้องการให้เธอโดดเด่นไปจากที่นี่ในอนาคต

เมมเบอร์ AKB48 ความหวังใหม่กว่า

เมมเบอร์รุ่น 16 ในเวลานี้ที่พึ่งจะขึ้นทีมได้ไม่ครบทุกคน และประสบการณ์น้อยที่สุดในทีม ซึ่งแน่นอนว่ารุ่นที่ 16 คือความหวังใหม่ที่สุดตามความเห็นของผู้เขียน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เห็นแววเสียทีเดียว โดยรอบนี้จะมาสำรวจกันว่าใครที่น่าจะถูกวางให้เป็นกำลังหลักของ AKB48 จากรุ่นที่ 16 บ้าง

Asai Nanami (浅井七海) 

ไอดอลสาวสายดนตรีที่ถูกจับตามองคนหนึ่งของ AKB48 ซึ่งในเวลานี้ Asai Nanami อยู่ในทีม 4 และกำลังถูกผลักดันสู่สนามใหญ่อย่างรวดเร็วอย่างแท้จริง
Asai Nanami
สตาฟมองเห็นความสามารถทางด้านศิลปินจากตัว Asai Nanami โดยมีปัจจัยที่ทำให้เธอสามารถก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของ AKB48 อยู่ 2 ปัจจัยดังนี้

ประการที่หนึ่ง เซนเตอร์ซิงเกิ้ลรองจากรุ่นที่ 16 - เมมเบอร์ในแต่ละรุ่นจะถูกวางตัวไว้แตกต่างกัน และถูกผลักดันต่างกันด้วย สำหรับ Asai Nanami แล้ว นี่คือความหวังของรุ่นที่ 16 คนหนึ่งเลย โดยถูกวางตัวให้เป็นเซนเตอร์คู่กับ Yamauchi Mizuki (山内瑞葵) ในเพลง Dakitsukouka? (抱きつこうか?) ซึ่งอยู่ในซิงเกิ้ล #SukiNanda (#好きなんだ)

ซิงเกิ้ลรองนี้ แม้จะอยู่บนแผ่นฉบับเธียเตอร์เท่านั้น แต่ก็นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับ Asai Nanami ที่จะก้าวสู่อนาคตที่ยิ่งใหญ่ใน AKB48 ที่ปัจจุบันเธออายุ 18 ปี และต้องรับได้รับการผลักดันที่เร็วกว่านี้

ประการที่สอง Produce48 - สตาฟจะไม่มีวันส่งเมมเบอร์เด็กที่ไม่ดีพอไปสู้นอกประเทศเป็นอันขาด เนื่องจากเป็นหน้าเป็นตาของฝั่งญี่ปุ่น ซึ่ง Asai Nanami น่าจะดีพอต่อการไปถูกฝึกในสนามใหญ่ที่ Produce48 

Asai Nanami น่าจะได้รับประสบการณ์ที่ดีพอเพื่อขึ้นมาสู่การเป็นเมมเบอร์ AKB48 ระดับแถวหน้า จากการเข้าสู่รายการนี้ เพราะรายการ Produce48 เป็นรายการที่นอกจากจะแข่งกันเองใน 48Group แล้ว ยังต้องแข่งกับฝั่งเกาหลีใต้ที่เพียบพร้อมในเรื่องการร้องและการเต้นกว่ามาก ดังนั้นผูเขียนจึงมองว่า Asai Nanami น่าจะเอาตัวรอดในรายการนี้ได้ระดับหนึ่ง ซึ่งคาดเดาว่า หลังกลับมาจากรายการนี้ Asai Nanami จะเปลี่ยนไป และถูกวางให้เป็นเซมบัตสึคนแรก ๆ ของรุ่นในเวลาในไม่ช้านี้

Suzuki Kurumi (鈴木くるみ)

เมมเบอร์ที่อายุน้อยที่สุดของ AKB48 (แต่ถ้ารวมเคงคิวเซย์ด้วยก็จะเป็น Suenaga Yuzuki (末永祐月)) ซึ่ง Suzuki Kurumi เป็นเมมเบอร์รุ่นที่ 16 อีกคนหนึ่งที่พร้อมจะมาในฐานะสายวาไรตี้ โดยขึ้นมาอยู่ในทีม A 
Suzuki Kurumi
Suzuki Kurumi เป็นดาวรุ่นใหม่ที่น่าจับตามอง เนื่องจากเป็นเมมเบอร์ที่กล้าแสดงออกอย่างโดดเด่นในรายการ AKBINGO! และมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน และการเป็นเมมเบอร์ทีม A ขณะอายุยังน้อย จึงเชื่อว่าอนาคตน่าจะสดใสกับ AKB48 ถ้าได้รับการผลักดันเป็นเซนเตอร์ซิงเกิ้ลรองหรือเซมบัตสึ

วีรกรรมใน AKBINGO! ที่ถูกกล่าวขานสำหรับ Suzuki Kurumi  คือ การที่ MC ของรายการอย่าง Muramoto Daisuke (村本大輔) พูดถึง Suzuki Kurumi ว่าหน้าตาเธอคล้ายกับ Sento-kun (せんとくん) ซึ่งเป็นมาสค็อตประจำจังหวัด Nara จากเทป 「女子ウケセンスGP!」(หญิงสาวผู้มีเซนส์ Uke GP!)
"หน้าร้อนปีนี้กับชุดโปรด เธอจะกลายเป็น Sento-kun" 
เด็กรุ่นใหม่อาจยังไม่รู้จักกิตติศัพท์รายการ AKBINGO! ที่มีมากว่า 10 ปีดีพอ แม้ว่ารายการนี้จะเป็นรายการทีใจดีตรงที่ไม่ค่อยตัดฉากทิ้งออกไปเท่าไร แต่ความเถื่อน คือหัวใจของรายการนี้ พลาดเทปเดียว โดนขยี้ยันจบการศึกษา
「割り箸卓球が得意な AKB48のせんとくん」(ตะเกียบใช้แล้วทิ้งก็มีดีในเทเบิลเทนนิส AKB48 Sento-kun)
คำอธิบายชื่อของเมมเบอร์ ถ้าไม่ออกไปทางที่เข้าใจโดยทั่วไป หรือเป็นเซ็นเตอร์เพลง ก็เป็นพวกหลุดโลกที่แปลแล้วตลกได้ในตัวของมันเอง ส่วนคำอธิบายชื่อของ Suzuki Kurumi เป็นเพียงไม่กี่คนที่ยาวถึง 2 บรรทัด (ไม่ได้อยากเป็น Sento-kun แต่ถูกทำให้เป็น Sento-kun กลางรายการไปแล้ว) แถมยังได้ป้ายที่มีหน้าเป็น Sento-kun เป็นพิเศษจากสตาฟอีกด้วย
แม้แต่ป้ายที่พูดถึง Suzuki Kurumi ก็ยังใช้ภาพ Sento-kun (©NARA Pref.)
เมมเบอร์คนนี้จึงถูกผลักดันอย่างชัดเจนในรายการ AKBINGO! ในฐานะเมมเบอร์สายวาไรตี้รุ่นใหม่กว่า โดยพยายามทำให้รู้จักในฐานะคนหน้าคล้าย Sento-kun (เป็นไปได้ว่า อาจจะถูกเรียกให้ไปโปรโมตจังหวัด Nara ได้ในอนาคต) ตั้งแต่คำอธิบายเมมเบอร์ยันป้ายคำพูดในรายการ (โลโก้รายการน่าจะตกงานเพราะ Suzuki Kurumi นี่แหละ)

Taguchi Manaka (田口愛佳)

หากใครได้ดูรายการ AKBINGO! ตอน 「ムチャぶりドッジボール」(Muchaburi Dodgeball) ภาคคืนชีพจากตำนานในตำนาน เมมเบอร์หน้าใหม่อย่าง Taguchi Manaka ต้องถูกพูดถึงอย่างแน่นอน (โปรดดูตอนที่ 492-493)
Taguchi Manaka
Taguchi Manaka เป็นเมมเบอร์รุ่นที่ 16 ที่มีโอกาสได้ออกรายการ AKBINGO! และแน่นอนว่า ก็ไม่ทำให้ผู้ชมผิดหวัง ในเทปที่ 492-493 Taguchi Manaka ได้รับฉายา "สุนัขบ้าจอมขว้าง" (強肩の狂犬) ซึ่งเป็นศัพท์ทางเบสบอลที่ใช้ระบุคนที่ขว้างบอลได้เก่งโดยไม่เสียโมเมนตัม 
Taguchi Manaka กับฉายา "สุนัขบ้าจอมขว้าง" (強肩の狂犬)
แต่น่าเสียดายที่ Taguchi Manaka เกิดช้าเกินไป ถ้าเกิดในยุคที่คามิ 7 ยังรุ่งและออก AKBINGO! กันอยู่ Taguchi Manaka อาจได้ฉายา "เพชฌฆาตแห่ง Muchaburi Dodgeball" ก็เป็นได้

Taguchi Manaka ได้รับการเลื่อนขั้นเป็นเมมเบอร์ทีม A ซึ่งก็คล้ายกับ Suzuki Kurumi ในฐานะเมมเบอร์รุ่นใหม่ที่น่าจับตามองคนหนึ่ง ด้วยอายุที่น้อยแต่เต็มด้วยพลัง ผู้เขียนเชื่อว่าสายวาไรตี้อีกคนหนึ่งจากรุ่นที่ 16 ก็หนีไม่พ้น Taguchi Manaka อย่างแน่นอน

Yamauchi Mizuki (山内瑞葵)

เมมเบอร์รุ่นที่ 16 ที่ถูกวางตัวให้เป็นเบอร์ 1 ในรุ่น ซึ่งเคยมีประสบการณ์ในฐานะศิลปินมาตั้งแต่เด็ก และได้รับการแต่งตั้งเป็นเมมเบอร์ทีม 4 เมื่อไม่นานมานี้
Yamauchi Mizuki
Yamauchi Mizuki ถูกจับตามองอย่างมากถึงอนาคตกับ AKB48 ว่าจะเป็นกำลังหลักของวงได้ในไม่ช้านี้ ซึ่งปัจจัยที่สำคัญ ได้แก่ เซมบัตสึซิงเกิ้ลและเซ็นเตอร์ซิงเกิ้ลรองประจำทีม - เมมเบอร์ที่ได้รับโอกาสให้เป็นเซมบัตสึคนแรกของรุ่นที่ 16 ซึ่งแน่นอนว่าเร็วกว่าเด็กดราฟท์รุ่นที่สองอีก และสตาฟต้องมองเห็นความสามารถอะไรบางอย่างที่ชัดเจนมากจนเลือกให้เป็นเซมบัตสึซิงเกิ้ลที่ 52 อย่าง Teacher Teacher
Yamauchi Mizuki กับชุดที่ใช้แสดงในซิงเกิ้ล Teacher Teacher 
และที่สำคัญ คือ การเป็นเซนเตอร์ซิงเกิ้ลรองประจำทีม 4 ของซิงเกิ้ลที่ 52 อย่างเพลง Neko Allergy (猫アレルギー) ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่จะได้เป็นทั้งสองอย่างนี้จากการวางตัวของสตาฟ นอกเหนือจากความสามารถในด้านดนตรีของเธอ โดยเป็นเซนเตอร์ครั้งที่สอง ต่อจากเพลง Dakitsukouka? (抱きつこうか?) ในซิงเกิ้ล #SukiNanda (#好きなんだ)
Yamauchi Mizuki กับชุดที่ใช้แสดงในซิงเกิ้ล Neko Allergy
หลายคนอาจจะมองว่า ควรจะนำตัวหลักที่ขายได้มาเป็นเซ็นเตอร์ แต่ทีม 4 ขึ้นชื่อในฐานะทีมที่ดันคนรุ่นใหม่ ซึ่งเพื่อให้เป็นไปตามคอนเซ็ปท์ Yamauchi Mizuki ในฐานะรุ่นที่ 16 ซึ่งใหม่ที่สุดในทีม 4 จึงถูกเลือกให้เป็นเซนเตอร์ในเพลงนี้

แล้วทำไม Yamauchi Mizuki ถึงไม่ไป Produce48 ทั้ง ๆ ที่เมมเบอร์ในรุ่นเดียวกันอย่าง Sato Minami (佐藤美波) และ Asai Nanami ก็เดินทางไปด้วย

ผู้เขียนมองว่า สตาฟอาจไม่ได้ต้องการให้ตัวเลือกหลัก ๆ ของ AKB48 ไปรายการ Produce48 ทั้งหมดแต่ความจริงแล้ว เมมเบอร์ที่ความสามารถในด้านการร้องเพลงและการเต้นที่สูงอยู่แล้ว การไปรายการนี้ทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีประสบการณ์เป็นผลเสียมากกว่าผลดี นอกจากประสบการณ์ที่ไม่น่าสูงขึ้นหลังจบรายการแล้ว ยังทำให้ชื่อเสียงและบารมีไม่มั่นคงใน AKB48 เพราะฐานเสียงใน AKB48 ยังไม่มากพอที่จะอยู่ได้ด้วยตนเองในเวลานี้ และโอกาสชนะในรายการก็มีน้อยมาก ซึ่งไม่คุ้มต่อการไปรายการนี้

ในการเลือกตั้งครั้งที่ 10 Yamauchi Mizuki ติดอันดับที่ 92 ซึ่งเป็น 10th AKB48 World Senbatsu Sousenkyo Kinen Waku โดยเป็นเมมเบอร์รุ่นที่ 16 คนที่สอง ต่อจาก Muto Orin (武藤小麟) ที่ติดอันดับในการเลือกตั้ง ซึ่งในกรณีของ Muto Orin นั้นมาจากคะแนนเสียงของพี่สาว (ซึ่งไม่ได้ลงเลือกตั้งในการเลือกตั้งครั้งที่ 9) ล้วน ๆ ที่ทำให้ติดอันดับที่สูงตั้งแต่ครั้งแรกที่ลงเลือกตั้ง (ในการเลือกตั้งครั้งที่ 9)

บทสรุป

นับจากรุ่นที่ 12 ถึงรุ่นที่ 16 ของ AKB48 เมมเบอร์ที่ยังคงเป็นกำลังหลักให้กับ AKB48 และเมมเบอร์ที่รอวันสุกงอมเป็นหน่วยที่สำคัญของ AKB48 รวมถึงเมมเบอร์ล่าสุดที่กำลังตั้งตัวและสะสมบารมีเพื่อเป็นกำลังหลักในอนาคต คือสิ่งที่ทำให้ AKB48 ยังยืนในตลาดได้และสืบทอดความยิ่งใหญ่ของ AKB48 ในอนาคต ในเวลานี้เมมเบอร์ดังกล่าวข้างต้น คือเมมเบอร์ที่โดดเด่นและมีบทบาทในวงเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เมมเบอร์คนอื่น ๆ ก็อาจมีบทบาทที่โดดเด่นมากขึ้นในวันข้างหน้า จนกลายเป็นที่จดจำในวันข้างหน้า

ในตอนต่อไป จะมาวิเคราะห์กันว่า ในเมมเบอร์ทีม 8 ใครคือดาวเด่นในตอนนี้ และใครที่กำลังจะขึ้นมาเป็นดาวดวงใหม่ในวันข้างหน้า








Comments

Popular posts from this blog

Majimuri Gakuen (マジムリ学園) กับเค้าโครงประวัติศาสตร์จริง

48 เรื่องราวที่น่าสนใจของ AKB48 Group ในปี ค.ศ. 2018

บทวิเคราะห์: Next Influencer เมื่อไม่มี Shiraishi Mai