ใครคือดาวรุ่นใหม่ของ AKB48 พาร์ท 2 - สำรวจเมมเบอร์ทีม 8

ขอบคุณไอเดียจาก Thaneth Yenpinyosuk และ Nutthapol Orpipath ที่ทำให้เกิดบทวิเคราะห์นี้ และขอบคุณทุกเสียงที่ให้ความสนใจพาร์ท 1 และพาร์ท 2 ก็ยังคงความสนุกในบทความเช่นเดิม

ในเวลานี้ เมมเบอร์ทีม 8 ได้เข้าควบทีมกับทีมต่าง ๆ ใน AKB48 ทั้งสี่ทีม ซึ่งแบ่งตามความสามารถและความเข้ากันได้ของแต่ละทีม ในปี ค.ศ. 2017 ซึ่งเมมเบอร์เหล่านี้ กำลังจะมาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ AKB48 กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง ไม่ใช่เพียงในฐานะทีม 8 ที่มาจากจังหวัดต่าง ๆ ในญี่ปุ่น แต่เป็นทีมลำดับที่ 5 ของ AKB48 อย่างแท้จริง
เมมเบอร์ทีม 8 (ข้อมูลในปี ค.ศ. 2018)
สาเหตุที่ผู้เขียนต้องแยกทีม 8 ออกจากพาร์ทแรก เนื่องจาก ผู้เขียนมองว่า ทีม 8 มีอะไรที่มากกว่ารุ่นใหม่ที่เข้ามาเติมเต็มเพื่อให้วงเดินหน้าต่อไป แต่เป็นทีมที่มีขึ้นเพื่อสร้างตัวแทนจากแต่ละจังหวัดและได้รับการผลักดันในฐานะไอดอลของแต่ละท้องที่ ซึ่งน่าจะยาว และผู้เขียนไม่ต้องการให้บทความยาวจนเกินไป (ซึ่งผู้อ่านจะเบื่อก่อนที่จะอ่านจนจบ)


มูลเหตุปัจจัยในการควบทีม 8 ของ AKB48

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ AKB48 ในปีนี้ต้องหันกลับมาพึ่งพาเมมเบอร์จากทีม 8 เนื่องจากปัญหาที่ค้างคามาอย่างยาวนานของ AKB48 เอง นั่นคือความนิยมของ AKB48 ที่ลดลงและเมมเบอร์กำลังหลักของ AKB48 ไม่ได้รับการผลักดันที่ดีพอ ทำให้เกิดการนำเมมเบอร์จากวงน้องสาวเข้ามาควบทีมกับ AKB48 เพื่อหาประสบการณ์จากวงพี่สาวและดึงความนิยมของ AKB48 ให้อยู่ในระดับที่สูงอีกด้วย

แต่วิธีนี้ก็นำไปสู่ปัญหาอีกประการหนึ่ง นั่นคือความนิยมของ AKB48 ไม่ได้ตกอยู่กับเมมเบอร์ของ AKB48 ดั่งที่วางไว้ แต่ความนิยมกลับตกไปอยู่กับเหล่าเมมเบอร์วงน้องสาวที่ควบทีมด้วย ซึ่งกำลังของ AKB48 รุ่นใหม่จึงอ่อนแอเมื่อเทียบกับเมมเบอร์ในรุ่นก่อน ๆ

และนั่นก็นำไปสู่การปฏิรูป AKB48 ครั้งใหม่ โดยตัดสินใจยกเลิกการควบวงโดยเมมเบอร์จากน้องสาวทั้งหมด ดึงเมมเบอร์จากทีม 8 เข้ามาควบทีมต่าง ๆ ของ AKB48 แทน และเลือกเด็กดราฟท์รุ่นที่ 3 จำนวน 19 คน ซึ่งมีจำนวนสูงที่สุดเป็นอันดับสอง รองจากรุ่นก่อตั้งที่มีจำนวน 21 คน

ปัญหาของ AKB48 ที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีอยู่ 3 อย่างด้วยกัน ดังนี้

ประการแรก เมมเบอร์ใหม่ไม่ทรงอิทธิพลมากพอ - ในช่วงที่คามิ 7 ในตำนานครองตลาดของ AKB48 และวงการไอดอลญี่ปุ่น เมมเบอร์เหล่านี้ก็สร้างรายได้ให้กับ AKB48 เป็นกอบเป็นกำจนสามารถขยายวงไอดอลไปได้ไกลถึงนอกประเทศ พร้อมกับการเกิดตลาดที่เข้มแข็งอย่างชัดเจนของ AKB48 แต่เมื่อเมมเบอร์ในตำนานต่างทยอยจบการศึกษาออกไป ความนิยมของ AKB48 ก็ลดลงตามเมมเบอร์เหล่านั้นไปด้วย ซึ่งก็เป็นสัจธรรมของศิลปินที่เมื่อลาจากวงการ ก็ย่อมทิ้งไว้เพียงแต่ตำนาน โดยไม่สามารถเพิ่มความนิยมอะไรได้เลย หรือไม่ก็ปิดตำนานลงไปเลย

เมื่อช่วงที่คามิ 7 ในตำนานเริ่มจบการศึกษาออกไป AKB48 ก็รู้ดีว่า รายได้ที่มีอยู่ก็ค่อย ๆ หายไปด้วย หากไม่มีสิ่งทดแทนตำนานเหล่านี้ เมมเบอร์ที่รับเข้ามาใหม่ก็ไม่ได้มากเหมือนแต่ก่อน เพียงเพราะต้องนำไปลงทุนกับวงนอกประเทศอย่าง JKT48 (ในฐานะหนึ่งในผู้ถือหุ้น ซึ่งก็ต้องใช้เงินและความเสี่ยงที่มากพอสมควร) และยังต้องประคับประคอง HKT48 ในเวลานั้นด้วย ซึ่งเป็นช่วงที่รุ่นที่ 14 รับเข้ามาเพียง 6 คนเท่านั้นพอดี 

ดังนั้น เมมเบอร์ 3 คนจาก 6 คนในรุ่นที่ 14 จึงถูกเลือกเป็น "สามทหารเสือ" เพื่อเป็นกำลังหลักในอนาคต ประกอบด้วย Okada Nana (岡田 奈々), Nishino Miki (西野未姫), และ Kojima Mako (小嶋真子) พร้อมกับจัดตั้งยูนิตแมลงเต่าทองอย่าง Tentoumu Chu! (てんとうむChu!) ในขณะที่ทุกคนยังเป็นเคงคิวเซย์ เพื่อผลักดันเมมเบอร์รุ่นใหม่ พร้อมกับ HKT48 ที่พึ่งตั้งวงได้ไม่นาน รวมทั้ง SKE48 และ NMB48 อีกด้วย

การมาของรุ่นที่ 14 ซึ่งถูกผลักดันตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มเข้าทีม จึงเป็นสัญญาณหนึ่งที่ชัดเจนว่า AKฺฺB48 ต้องมีคนรุ่นใหม่มาทำวงแทน ไม่เช่นนั้น ก็ไม่ต่างอะไรกับวงศิลปินธรรมดาเท่านั้น และผลการผลักดันครั้งนั้นก็เริ่มชัดเจนขึ้นในวันที่ไม่มีคามิ 7 ในตำนานอีกต่อไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม การผลักดันเพียงแต่เหล่า 3 ทหารเสือ ก็ไม่เพียงพอต่อเมมเบอร์รุ่นเก่าที่การจบการศึกษามากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ต้องรับเมมเบอร์หน้าใหม่ขึ้นมา เพื่อรักษาการแสดงบนสเตจให้เหมือนกับเมื่อก่อน อีกทั้งยังต้องดูแลเมมเบอร์ที่อยู่ก่อนหน้าให้อยู่กับวงนานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการคงฐานเสียงของแฟนคลับรุ่นบุกเบิกที่คอยติดตามมาตั้งแต่แรก

ดังนั้น เพื่อให้ AKB48 รุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น จึงต้องผลักดันอย่างเต็มที่ไม่ว่าจะเป็นการตั้งยูนิตพิเศษสำหรับเด็กใหม่, การนำเมมเบอร์รุ่นใหม่เข้าสู่รายการโทรทัศน์, หรือการตั้งสเตจสำหรับเด็กรุ่นใหม่ เป็นต้น ซึ่งช่วยให้ AKB48 ในอนาคตสามารถพึ่งพาเมมเบอร์รุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพและจงรักภักดีเหล่านี้ได้อย่างเต็มที่

ประการที่สอง วงน้องสาวไม่ได้พึ่งพา AKB48 แต่กลายเป็นการพึ่งพาวงน้องสาวโดย AKB48 - ในขณะเดียวกัน การควบวง (兼任) เข้าสู่ AKB48 ของวงน้องสาว ก็เริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม ค.ศ. 2012 ที่ Saitama Super Arena ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่ Maeda Atsuko (前田敦子) ประกาศจบการศึกษาออกไปพอดี โดยเริ่มจาก Matsui Jurina (松井珠理奈) จาก SKE48 และ Watanabe Miyuki (渡辺美優紀) จาก NMB48 เข้าควบวง ก่อนที่จะมีการขยายการควบวงเข้า AKB48 และให้เมมเบอร์ AKB48 ออกไปควบวงน้องสาวเพื่อหาประสบการณ์และเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างวงมากขึ้น

จริงอยู่ที่การควบวงของวงน้องสาวจะช่วยดึงความนิยมของ AKB48 และคงเมมเบอร์เด่น ๆ บนสเตจ แต่กลับส่งผลเสียระยะยาวต่อ AKB48 ที่จะขาดเมมเบอร์ดาวรุ่งของ AKB48 ในอนาคต

และก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ เนื่องจากในช่วงที่คามิ 7 ในตำนานยังคงอยู่ เมมเบอร์รุ่นใหม่ (รุ่นที่ 11-14) ต่างก็ไม่ไดอยู่ในอันดับที่สูงมากจนเป็นที่สังเกตอย่างชัดเจน หรือแม้แต่ก้าวข้ามคามิ 7 ยังเป็นเรื่องยากพอ ๆ กับการทำให้ลิเวอร์พูลได้แชมป์พรีเมียร์ลีก หรือการทำให้อาร์เซนอลคว้าถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

ดังนั้น หากเมมเบอร์รุ่นใหม่ต้องการจะก้าวขึ้นมาอย่างยิ่งใหญ่ ก็ต้องให้คามิ 7 ในตำนานจบการศึกษาออกไปทั้งหมด และเมื่อถึงจุดนี้ AKB48 ก็จะเน้นที่เมมเบอร์รุ่นใหม่ที่ผลักดันขึ้นมาแทน เพื่อรักษาตลาดไอดอลแห่งชาติต่อไป

ประการสุดท้าย เมมเบอร์รุ่นใหม่ของ AKB48 ที่โดดเด่นยังน้อยเกินไป - ปัญหาที่สำคัญของ AKB48 ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขอยู่ดี แม้จะมีคามิ 7 หรือเมมเบอร์หัวหอกรุ่นใหม่ ก็คือจำนวน AKB48 ที่ยังมีไม่มาก และฐานตลาดก็ไม่ได้เข้มแข็งเหมือนเมื่อก่อนแล้ว หากจะยังใช้วงน้องสาวควบวงต่อไป AKB48 อาจถูกกลืนโดยวงน้องสาวในอนาคตอันใกล้ ไม่ว่าจะเป็นอันดับการเลือกตั้งหรือแม้แต่ตลาดร้านค้า

ดังนั้น AKB48 จึงเลือกที่จะรับเมมเบอร์หน้าใหม่เข้ามา 19 คนในรุ่นที่ 16 และเลือกดราฟท์รุ่นที่ 3 อีก 19 คน เพื่อให้ AKB48 กลับมายืนได้ด้วยตนเองอีกครั้ง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่เมมเบอร์เหล่านั้นจะขึ้นทีมได้อย่างรวดเร็ว โดยวิธีที่ง่ายที่สุดและเป็นไปได้เพื่อรอให้เมมเบอร์หน้าใหม่ (จากกลุ่มความหวังใหม่กว่าในพาร์ท 1) ขึ้นสู่ทีมและเข้ามายัง AKB48 อย่างเต็มตัว โดยไม่ใช้วงน้องสาวในการควบวง คือการหาตัวเลือกอื่นในการควบวง และนั่นคือ เมมเบอร์ทีม 8 นั่นเอง


เรื่อง win-win จากทีม 8


โปรเจคทีม 8 เกิดขึ้นจากเรื่อง win-win (วิน-วิน) ของสองวงการที่ไม่น่าเกี่ยวข้องกันได้ ซึ่งก็คือ AKS (บริษัทที่เป็นเอเย่นต์ของไอดอล) กับ Toyota (บริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้านรถยนต์) ในการตั้งทีมไอดอลที่เป็นเอกลักษณ์ขึ้นมาในวงการบันเทิงญี่ปุ่น
งานการโปรโมตทีม 8 โดยเมมเบอร์ AKB48 ภายใต้ความร่วมมือของ AKS และ Toyota
(https://www.oricon.co.jp/news/2033276/full/)
การตั้งทีม 8 เริ่มจากการหาตัวแทนจากแต่ละจังหวัดในญี่ปุ่นทั้งหมด 47 คน (จาก 47 จังหวัด) ผ่านการออดิชันที่มีสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นในแต่ละจังหวัดเป็นผู้คัดเลือก จากนั้นจะนำผู้ที่ผ่านการคัดเลือกเข้ามารวมเป็นทีม 8 โดย AKS จะรับช่วงต่อผ่านการเป็นเอเย่นต์ทั้งหมด
(https://www.oricon.co.jp/news/2033276/full/)

ตามที่ประกาศจาก AKB48 นั้น ทีม 8 มีรากฐานคอนเซ็ปต์ที่ต่างไปจาก AKB48 ดั้งเดิม 
(https://www.youtube.com/watch?v=RpbyibbO_74)

 AKB48 เดิมมีคอนเซ็ปต์ว่า "会いに行けるアイドル" (aini-ikeru-aidoru, ไอดอลที่คุณไปพบได้) ซึ่งเป็นรากฐานของ 48Group ทุกวง โดยมีเธียเตอร์ที่ให้เหล่าแฟนคลับได้ไปพบ หรืองานจับมือที่สามารถเข้าถึงได้อีกด้วย

แต่สำหรับทีม 8 แล้ว คอนเซ็ปต์ใหม่กลายเป็น "会いに行くアイドル" (aini-iku-aidoru, ไอดอลผู้ที่จะไปพบคุณ) ผ่านการแสดงและงานต่าง ๆ ที่จะจัดขึ้นไปทั่วประเทศ เพื่อเป้าหมายในการสร้างฐานเสียงแฟนคลับทั่วประเทศ

ช่วงเรียนภาษาญี่ปุ่นวันละประโยคสองประโยค:
จะเห็นได้ว่า เมื่อเปลี่ยนจาก "行ける" เป็น "行く" ทำให้รูปประโยคเปลี่ยนไปทันที โดย "行ける" เป็นรูปประโยคที่บอกถึงความสามารถในการทำการกระทำใด ๆ ในขณะที่ "行く" คือรูปกริยาปกติของคำว่า "" ที่แปลว่าไป ดังนั้น เมื่อใช้คำว่า "行ける" แปลว่า "สามารถไปหา" ส่วน "行く" เป็นการบ่งบอกว่า "ไปหา/จะไปหา" 

ทีม 8 จึงมีความแตกต่างจาก AKB48 ดั้งเดิม เนื่องจากไม่มีเคงคิวเซย์ (เพราะรับออดิชันเข้ามาแล้วอยู่ในทีมทันที) ไม่มีเธียเตอร์ประจำ (จึงไม่ใช่วงน้องสาวอย่างสมบูรณ์ แต่อาศัยเธียเตอร์ AKB48 ในการแสดงบนสเตจ) และไม่มีการย้ายทีมไปมา นอกเหนือจากนี้ ทุกอย่างก็คล้ายกับ AKB48 ไม่ว่าจะเป็นงานจับมือของทีม 8, งานแสดงคอนเสิร์ตของทีม 8 (ซึ่งต้องการที่จะจัดไปทั่วทั้งประเทศ), และงานอื่น ๆ ซึ่งทั้งหมดนี้ Toyota เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดเอง ดังจะเห็นได้จาก ทีม 8 ซึ่งถูกเขียนต่อท้ายเป็นคำสร้อยว่า "supported by Toyota" และมีลิงก์เว็บไซต์ของ Toyota อีกด้วย

แน่นอนว่า Toyota ต้องการอะไรบางอย่างจากทีม 8 จึงได้ร่วมมือกับ AKS และนั่นก็คือการใช้เมมเบอร์นี้ในการสนับสนุนรถของ Toyota นั่นเอง โดยให้เมมเบอร์ขึ้นกับ AKS ทั้งหมด และ Toyota จะจัดแคมเปญเพื่อโปรโมตทีมนี้เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับทีม 8 ผ่านงานต่าง ๆ ที่จัดขึ้นสำหรับทีม 8 โดยเฉพาะ และใช้จังหวะนี้ในการให้เมมเบอร์ถ่ายโฆษณาไปในตัว ซึ่งทำให้ Toyota ได้ประโยชน์ทางธุรกิจจากการลงทุนผ่านทีม 8 อย่างไม่ต้องสงสัย

ข้อสังเกต:
- โฆษณาที่ออกมาแรก ๆ ก็โปรโมต Toyota Prius โดยมี Sashihara Rino เป็นผู้นำในเพลงโฆษณานี้
https://www.youtube.com/watch?v=GZTghmt9bWE

- งานโฆษณานอกเหนือจาก Toyota ของทีม 8 ก็มีอยู่เป็นจำนวนมาก และตัวอย่างก็เป็นดังนี้
กาแฟ Wonda: https://www.youtube.com/watch?v=qSz_lalN_9c 
บะหมี่ Nissin: https://www.youtube.com/watch?v=-zsU8AkXDxk

- แม้แต่ AKS เอง ก็ยังทำโฆษณาขายแผ่นบันทึกคอนเสิร์ตทีม 8 อีกด้วย
https://www.youtube.com/watch?v=MABSl21Wwf4

จากข้อสังเกต จะเห็นได้ว่า แม้ว่าทีม 8 จะได้รับการสนับสนุนจาก Toyota ในการจัดงานหลักต่าง ๆ  แต่งานโฆษณาซึ่งเป็นรายได้หนึ่งของเมมเบอร์ ก็ไม่ได้ตายตัวว่าจะต้องขายของให้กับ Toyota แต่อย่างใด เนื่องจากผู้หางานโฆษณาให้ไปถ่ายทำ ก็คือ AKS ที่เป็นเอเย่นต์ และสามารถโปรโมตสินค้าท้องถิ่นหรือเทศกาบต่าง ๆ โดยใช้เมมเบอร์ทีม 8 ได้อีกด้วย

ดังนั้น การที่ทีม 8 ไม่ได้ถูกจำกัดตายตัวในเรื่องโครงสร้าง หรือเงื่อนไขการสนับสนุนจาก Toyota ทำให้ทีม 8 มีความนิยมมากขึ้นผ่านการยอมรับในการเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณาต่าง ๆ และสามารถออกงานอื่น ๆ ร่วมกับทีมดั้งเดิมของ AKB48 ได้ ซึ่งสิ่งนี้ก็นำไปสู่การควบทีมของทีม 8 ในที่สุด

ประโยชน์จากการควบทีม 8 

จริง ๆ แล้ว AKS ก็ไม่ได้อยากยุ่งเรื่องของทีม 8 ที่มี Toyota เป็นผู้สนับสนุน เนื่องจากเป็นแหล่งทุนที่มีอย่างไม่อั้น ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ AKB48 ถูกสนับสนุนจากบริษัทภายนอกอย่างเต็มตัว และเป้าหมายของ Toyota ก็คือต้องการให้ทีม 8 เข้าไปแสดงคอนเสิร์ตและจัดงานจับมือทั่วประเทศสำหรับทีม 8 และต้องการให้ทีม 8 สนับสนุนสินค้า Toyota เป็นการตอบแทน โดย AKS เป็นผู้รับผิดชอบเพียงในส่วนของเอเย่นต์และการจัดการทั่วไปของทีม 8 เท่านั้น

แต่ถ้าจะให้ Toyota จัดงานหรือแคมเปญต่าง ๆ ภายใต้ชื่อ AKB48 (เครื่องหมายทางการค้าอย่างหนึ่ง) ซึ่งมี AKS เป็นเจ้าของ โดยที่ AKS ทำอะไรกับเมมเบอร์เหล่านี้อย่างไม่มีอิสระ AKS ก็ไม่อาจรับข้อเสนอจาก Toyota ได้ เพราะว่า AKS ในฐานะต้นสังกัด ก็อยากจะใช้งานเพื่อผลประโยชน์ของ AKB48 (แบบที่ยังใช้เงินจาก Toyota) จึงนำไปสู่การให้ทีม 8 เข้ามามีกิจกรรมร่วมกับ AKB48 ในฐานะวงลำดับที่ 5 ไม่ว่าจะเป็นการใช้เธียเตอร์ของ AKB48 ในการแสดงบนสเตจ, พาเข้ารายการ AKB48 SHOW! และ AKBINGO!, หรือการลงเลือกตั้งของ AKB48 เป็นต้น

ต่อมาในช่วงที่ AKB48 กำลังเผชิญหน้ากับความตกต่ำในความนิยม และการขึ้นมาของวงน้องสาวที่นับวันจะสูงขึ้น แถมไอดอลอีกค่ายอย่าง 46Group ก็กำลังตาม AKB48 เข้ามาติด ๆ ทำให้ AKB48 รู้ดีว่า ในวันข้างหน้าอาจถูกไอดอลเหล่านั้นแซงขึ้นมา หากยังอยู่เฉยต่อไป และสิ่งที่คิดไดเป็นลำดับแรกก่อนที่จะรับเมมเบอร์รุ่นที่ 16 และดราฟท์รุ่นที่ 3 อย่างละ 19 คน คือใช้งานทีม 8 ที่กำลังก้าวขึ้นมาเรื่อย ๆ ผ่านการเดินสายทั่วประเทศและรูปพิเศษที่มี Toyota สนับสนุน โดยทำการควบทีม 8 เข้ากับวงดั้งเดิมของ AKB48 ทั้ง 4 ทีม เพื่อให้เมมเบอร์มีจำนวนที่มากพอต่อการขึ้นสเตจ และดึงความนิยมของ AKB48 ในฐานะไอดอลระดับชาติไว้ได้ อีกทั้งยังช่วยให้เมมเบอร์รุ่นใหม่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นแนวหน้าของวงได้อย่างเต็มที่กว่าการควบวงจากวงน้องสาว

การควบของทีม 8 ไม่ได้ทำเพื่อช่วย AKB48 เท่านั้น แต่เพื่อให้ทีม 8 มีพลังมากพอในการคงอยู่ในฐานะวงไอดอล ไม่ว่า Toyota จะถอนตัวจากผู้สนับสนุนเมื่อใดก็ตาม ซึ่งทีม 8 กำลังถูกผลักดันในเวลานี้เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะกลายเป็นเจ้าประจำของรายการ AKBINGO! ที่ขาดไม่ได้ หรือแม้แต่การที่ Oguri Yui (小栗有以) เป็นเซนเตอร์ซิงเกิ้ลที่ 52 อย่าง Teacher Teacher โดยสตาฟ

ไม่ว่า AKB48 จะมองทีม 8 ในฐานะทีมลำดับที่ 5 ของวงหรือไม่ แต่สิ่งที่สำคัญ คือการที่ทีม 8 ได้เข้ามามีบทบาทต่อ AKB48 ในยุคปัจจุบัน เพื่อรักษาความยิ่งใหญ่ของ AKB48 และการผลักดันเมมเบอร์ดั้งเดิมของ AKB48 เอง (เนื่องด้วยศีลและบารมีที่เสมอกันของทั้งกลุ่มดั้งเดิมและทีม 8) 

เมมเบอร์ทีม 8 ที่น่าจับตามองในเวลานี้

แน่นอนว่าเมมเบอร์ทีม 8 ก็มีของดีไม่แพ้ทีมดั้งเดิมของ AKB48 และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ทีม 8 สามารถก้าวมาเป็นทีมลำดับที่ 5 ของ AKB48 ได้อย่างภาคภูมิ  จากเมมเบอร์ทั่วประเทศของทีม 8 ผู้เขียนจะพาไปดูเมมเบอร์ที่กำลังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์มในเวลานี้ ว่าจะมีใครบ้าง 

Sakaguchi Nagisa (坂口渚沙)

เมมเบอร์ทีม 8 จาก Hokkaido (北海道) ซึ่งเป็นหนึ่งในสองภูมิภาคที่ไม่มีวงน้องสาวจาก 48Group ประจำอยู่ นั่นจึงทำให้ Sakaguchi Nagisa มีอันดับในการเลือกตั้ง จากฐานเสียงที่ไม่ต้องไปแย่งกับวงน้องสาว ดั่งเช่นเมมเบอร์คนอื่น ๆ ในทีม 8 อีกหลายคน
Sakaguchi Nagisa
Sakaguchi Nagisa เป็นเมมเบอร์ทีม 8 คนหนึ่งที่น่าจับตามองในฐานะทีม 8 ที่กำลังจะก้าวสู่ดาวรุ่งในวงการ ด้วยอายุเพียง 17 ปี และได้อันดับที่ 69 ในการเลือกตั้งครั้งที่ 9 ในปี ค.ศ. 2017

Sakaguchi Nagisa เคยเป็นเซนเตอร์เพลงรอง แม้ว่าจะเป็นเซนเตอร์ร่วมก็ตาม แต่ก็แสดงให้เห็นว่า มีความสามารถเพียงพอที่ทำให้สตาฟยอมจัดตำแหน่งเซนเตอร์คู่ให้กับเธอ
- 今, Happy (Ima, Happy) จากซิงเกิ้ล Kibouteki Refrain (希望的リフレイン) ในฐานะเซนเตอร์ร่วมกับ Okada Nana (岡田 奈々)
- 汚れている真実 (Kegarete iru Shinjitsu) จากซิงเกิ้ล Bokutachi wa Tatakawanai (僕たちは戦わない) ในฐานะเซนเตอร์ร่วมกับ Nakano Ikumi (中野郁海)
-  星空を君に (Hoshizora wo Kimi ni) จากซิงเกิ้ล High Tension (ハイテンション) ในฐานะเซนเตอร์ร่วมกับ Oguri Yui (小栗有以)


นอกจากนี้ Sakaguchi Nagisa ยังเคยเป็นเซมบัตสึซิงเกิ้ล Bokutachi wa Tatakawanai ซึ่งเป็นซิงเกิ้ลที่ 40 และเป็นเมมเบอร์คนที่ 2 ของทีม 8 ที่ติดเซมบัตสึ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถจนได้รับการยอมรับจากสตาฟของ AKB48 (เหนือกว่าการเป็นเซนเตอร์เพลงรองที่มักไม่ค่อยพูดถึงกันเท่าไรนัก) แต่หลังจากนั้น เธอก็ไม่ได้อยู่ในรายชื่อเซมบัตสึอีกเลย 

ในปี ค.ศ. 2018 Sakaguchi Nagisa ได้ควบกับทีม 4 ซึ่งเน้นความเป็นรุ่นใหม่ของเมมเบอร์อยู่แล้ว ก็ยิ่งชัดเจนว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ Sakaguchi Nagisa กำลังถูกวางตัวให้เป็นคลื่นลูกใหม่ของทีม 8 และทีม 4 ที่พร้อมจะกลับมาเป็นเซนเตอร์หรือเซมบัตสึอีกครั้งหลังจากไม่ติดรายชื่อนี้มา 2 ปีแล้ว 

แม้ว่าในปัจจุบัน Sakaguchi Nagisa อาจจะไม่ได้โดดเด่นมากมายเหมือนตอนเข้าวงการใหม่ ๆ แต่การมีฐานเสียงใน Hokkaido ที่เหนียวแน่น ส่งผลให้เธอติดอันดับการเลือกตั้ง และยังคงเป็นเมมเบอร์กำลังหลักของทีม 8 และ AKB48 ในการขยายอิทธิพลในภูมิภาค Hokkaido   


Yokoyama Yui (横山結衣)

เมมเบอร์ทีม 8 จาก Aomori (青森) ที่มีชื่อที่คล้ายกับ Yokoyama Yui (横山由依) ผู้เป็นผู้จัดการทั่วไปของ AKB48 โดยบังเอิญ แต่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันทางสายเลือดกันแต่อย่างใด ซึ่งเป็นการพ้องกันของชื่อและนามสกุลครั้งแรกใน 48Group เพียงแต่มีคันจิที่แตกต่างกัน (ในขณะที่การพ้องกันเพียงชื่อหรือนามสกุล จะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง)
Yokoyama Yui (横山結衣) 
Yokoyama Yui (横山結衣) เป็นเมมเบอร์สายเต้นที่เก่งที่สุดในทีม 8 ซึ่งถูกจับตามองในฐานะนักเต้นตัวหลักของทีม แม้ว่าจะไม่เคยติดอันดับในการเลือกตั้ง แต่ผู้เขียนเชื่อว่า เป็นเพราะชื่อที่พ้องเสียงกันอย่างชัดเจน จึงทำให้คนเข้าใจผิดกัน จนถูกอีก Yokoyama Yui แย่งรัศมีความโดดเด่นออกไป 

ในปี ค.ศ. 2018 Yokoyama Yui (横山結衣) ได้ควบกับทีม K ที่เน้นการเต้นอยู่แล้ว ซึ่งจะช่วยให้เธอยิ่งโดดเด่นในอนาคต (แม้ว่าอีก Yokoyama Yui จะยังอยู่ใน AKB48 ก็ตาม) และการเป็นเซนเตอร์เพลงรองอย่าง 蜂の巣ダンス (Hachinosu Dance) ก็บ่งบอกถึงการถูกผลักดันของเธอในฐานะเมมเบอร์ทีม 8 ที่พร้อมจะโดดเด่นในอนาคตเช่นกัน

Tanikawa Hijiri (谷川聖)

เมมเบอร์ทีม 8 สายเต้นจาก Akita (秋田) ที่ไม่ได้ดีแค่การเต้นเท่านั้น แต่ยังเป็นเมมเบอร์ที่ยังโดดเด่นในรายการ AKBINGO! อีกด้วย
Tanikawa Hijiri 
แม้ว่า Tanikawa Hijiri จะเริ่มต้นในฐานะดาวรุ่งที่ค่อนข้างช้า เนื่องจากไม่เคยติดเซนเตอร์หรือเซมบัตสึ แต่อันดับ 96 ในเลือกตั้งในปี ค.ศ. 2017 ก็แสดงให้เห็นว่า Tanikawa Hijiri กำลังมาในไม่ช้านี้ 

ในฐานะเมมเบอร์ทีม 8 จากภูมิภาค Tohoku ทีไม่มีวงจาก 48Group ไปประจำการอยู่ในตอนนี้ ก็ทำให้ Tanikawa Hijiri มีโอกาสที่ก้าวเข้ามาในฐานะคลื่นลูกใหม่ และในปี ค.ศ. 2018 ซึ่งได้รับโอกาสให้ไปควบทีม A ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสที่จะเป็นดาวรุ่งได้เร็วขึ้น

Okabe Rin (岡部麟)

ถ้าใครสักคนถูกผลักดันอย่างรวดเร็ว เพื่อให้อนาคตในการเป็นไอดอลมีความหวังที่สดใสมากขึ้น เมมเบอร์ทีม 8 จาก Ibaraki (茨城) อย่าง Okabe Rin (岡部麟) ก็คือหนึ่งในนั้น 
Okabe Rin
หากจะพูดถึงเมมเบอร์ที่วาดรูปเก่ง ๆ แล้วล่ะก็ Okabe Rin ก็ต้องถูกพูดถึงอย่างแน่นอน ซึ่งผลงานของเธอไม่ได้มีเฉพาะรูปวาดธรรมดาเท่านั้น แต่ยังวาดโลโก้งานแสดงคอนเสิร์ตทีม 8 และโลโก้งานทัวร์คอนเสิร์ตทีม 8 ทั่วประเทศ (47の素敵な街)
โลโก้งานทัวร์คอนเสิร์ตทีม 8 ทั่วประเทศ วาดโดย Okabe Rin


แม้ว่า Okabe Rin จะไม่เคยได้สัมผัสกับการถูกเรียกชื่อในการประกาศผลการเลือกตั้ง แต่ในปี ค.ศ. 2018 หลายคนเชื่อว่า Okabe Rin จะต้องถูกเรียกชื่ออย่างแน่นอน ด้วยเหตุผล 2 ประการดังนี้

ประการแรก กัปตันทีม A - เมมเบอร์ทีม 8 คนแรกที่ถูกวางตัวให้เป็นกัปตันทีม และทีมได้รับตำแหน่งกัปตันก็เป็นทีม A ที่ทรงพลังและเก่าแก่ที่สุดใน AKB48 ซึ่งแน่นอนว่า ต้องเป็นผู้มีบารมีเท่านั้นที่จะเป็นกัปตันทีมนี้ได้ 

แทนที่จะเลือกเมมเบอร์เด่น ๆ จากทีมดั้งเดิมของ AKB48 แต่กลับเลือก Okabe Rin ขึ้นมาเป็นแทน ทั้ง ๆ ที่ยังมีบารมีไม่สูงมากเท่าไรนัก แสดงให้เห็นว่า Okabe Rin ถูกผลักดันจากสตาฟอย่างชัดเจน และต้องการให้ AKB48 มีเมมเบอร์รุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น  

ความสามารถในการร้องเพลงก็ดี ความสามารถด้านวาไรตี้ก็ใช้ได้ และยังมีความสามารถทางการวาดด้วย ก็ยิ่งน่าสนใจสำหรับ Okabe Rin ที่จะถูกผลักดันให้เข้ามาเป็นกำลังหลักของ AKB48 และทีม 8 ในไม่ช้านี้อย่างแน่นอน

ประการที่สอง เซมบัตสึจากทีม 8 รุ่นปัจจุบัน - นับตั้งแต่ซิงเกิ้ลที่ 50 อย่าง 11gatsu no Anklet (11月のアンクレット) รายชื่อเซมบัตสึก็จะมีชื่อของ Okabe Rin มาโดยตลอด ซึ่งเป็นสิ่งที่ยืนยันถึงความสามารถในการเข้าไปเบียดในตำแหน่งเซมบัตสึจากการวางตำแหน่งของสตาฟ AKB48 

Okabe Rin จึงเป็นเมมเบอร์ทีม 8 ที่ถูกจับมามองมากหลังจากที่มีการควบทีม และการเลือกตั้งนี้ Okabe Rin อาจมีอันดับการเลือกตั้งที่สูงพอต่อการเป็นเซมบัตสึในซิงเกิ้ลที่ 53 นี้ก็เป็นได้ 

Takahashi Ayane (髙橋彩音)

เมมเบอร์ทีม 8 จาก Saitama (埼玉) ที่ถูกจับตามองอีกคนหนึ่งในฐานะเมมเบอร์รุ่นใหม่ของทีม 8 ในเขต Kanto
Takahashi Ayane
แม้ใน AKB48 จะไม่ถูกเรียกชื่อในอันดับการเลือกตั้ง หรือเป็นเซมบัตสึซิงเกิ้ล แต่สิ่งหนึ่งที่ Takahashi Ayane ได้กระทำในฐานะไอดอลจาก Saitama คือการเป็นพรีเซนเตอร์ของจังหวัด ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ทีม 8 อยากให้เป็นในฐานะตัวแทนของจังหวัดนั้น ๆ และเธอก็ทำได้

ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2018 Takahashi Ayane ได้การแต่งตั้งให้เป็น PR ของเมืองเล็ก ๆ ใน Saitama ที่ชื่อว่า Matsubushi (松伏町) กับโครงการเมืองแห่งความฝัน
Takahashi Ayane กับเมือง Matsubushi
Takahashi Ayane ไม่ได้มีบทบาทใน AKB48 มากเท่าไรนัก แต่ความสำเร็จของเธอก็ได้รับการแสดงออกมาในฐานะ PR ของเมือง ซึ่งนั่น คือการยอมรับในฐานะไอดอลอย่างเต็มตัวแล้ว 


Yoshikawa Nanase (吉川七瀬)

เมมเบอร์ทีม 8 จากจังหวัด Chiba (千葉) ที่ชื่นชอบพิซซ่าเป็นชีวิตจิตใจและยังมีสุนัขที่ชื่อ Jugemu (じゅげむ) อีกด้วย 
Yoshikawa Nanase
แม้ว่า Yoshikawa Nanase จะไม่ได้ติดอันดับการเลือกตั้ง หรือแม้แต่ติดเซมบัตสึ แต่ความสามารถของเธอที่ได้รับการยอมรับ คือการเป็นพิธีกร (MC) ในช่องสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นของจังหวัด Chiba (Chiba TV) และยังได้รับการเป็นพรีเซนเตอร์การบริจาคโลหิตของกาชาดญี่ปุ่นประจำจังหวัดอีกด้วย
Yoshikawa Nanase กับสแตนดี้โปรโมทการบริจาคโลหิตให้กับกาชาดจังหวัด Chiba

Oguri Yui (小栗有以)

เมมเบอร์ทีม 8 ที่ถูกถามถึงและพูดถึงมากที่สุดในเวลานี้ และเป็นเมมเบอร์ทีม 8 ที่ครองพื้นที่ในร้านค้ามากที่สุดในเวลานี้อีกด้วย ซึ่งไม่ต้องบรรยายอะไรมากกับสาวน้อยที่ 20,000 ปีจะมีครั้งหนึ่งอย่าง Oguri Yui (小栗有以)
Oguri Yui
Oguri Yui ในวัยเพียง 16 ปี ก็สามารถสร้างบารมีได้อย่างมหาศาลอย่างไม่ต้องพูดถึง แม้ว่าจะมาจาก Tokyo ซึ่งเป็นเมืองหลวงและฐานของ AKB48 โดยจะกล่าวถึงสิ่งที่ทำให้เธอได้รับการผลักดันจนเป็นดาวรุ่งในเวลานี้

ประการแรกที่สุด เซนเตอร์คนแรกจากทีม 8 - สิ่งที่เหลือเชื่อสำหรับ AKB48 คือ สตาฟเลือก Oguri Yui จากทีม 8 เป็นเซนเตอร์ซิงเกิ้ลที่ 52 อย่าง Teacher Teacher ที่ถูกเปิดซ้ำไปซ้ำมาใน AKBINGO! และมีฉากภูเขาวนไป ๆ มา ๆ จนคิดว่า "ใครมันจ้าง CG ช่อง 7 จากประเทศไทยมาตัดต่อล่ะเนี่ย" แต่เรื่อง CG ไม่ใช่ประเด็นที่พูดถึงเกี่ยวกับ Oguri Yui เพราะเป็นเรื่องของสตาฟที่คิดว่าทำมาแล้วคงขายออก 

ด้วยหน้าตาที่ขึ้นชื่อว่าหาได้ยากยิ่ง และยังถูกผลักดันให้เป็นเซมบัตสึตั้งแต่ซิงเกิ้ลที่ 46 อย่าง High Tension (ハイテンション) ยกเว้นซิงเกิ้ลที่ 49 ซึ่ง Oguri Yui ไม่ติดอันดับการเลือกตั้งเป็นเซมบัตสึ เพราะได้อันดับที่ 51 

จริง ๆ แล้ว หากสตาฟจะวาง Oguri Yui เป็นเซนเตอร์ตั้งแต่แรกก็ได้ เพราะมีความสามารถสูงอยู่แล้ว แต่การที่สตาฟวางเธอเป็นเซนเตอร์ในปี ค.ศ. 2018 ซึ่งอยู่ช่วงเดียวกับที่ทีม 8 เข้ามาควบวงพอดี ก็ถือว่าสมเหตุสมผลต่อการให้ทีม 8 เข้ามามีบทบาทใน AKB48 พร้อมผลักดันทีม 8 ให้โด่งดังขึ้นอีกด้วย เนื่องจากต้องการลดอิทธิพลของวงน้องสาวที่กำลังจะแซงและกลืน AKB48 ในเวลานี้

นอกจากนี้ Oguri Yui ยังได้เป็นเซนเตอร์เพลงรอง Happy End (ハッピーエンド) จากซิงเกิ้ล High Tension, Hotei Sokudo to Yuuetsukan (法定速度と優越感) จากซิงเกิ้ล 11gatsu no Anklet, และล่าสุดกับ Romantic Junbichuu (ロマンティック準備中) ซึ่งเป็นเพลงรองของทีม A อีกด้วย

ประการถัดมา เมมเบอร์จาก Tokyo - ประเด็นนี้อาจถูกมองว่าไม่น่าเกี่ยวข้องกัน เพราะ Tokyo ก็เป็นฐานของ AKB48 อยู่แล้ว และทีม 8 จาก Tokyo ก็เป็น AKB48 เหมือนกัน หรือไม่ก็ทำไมทีม 8 จากจังหวัดที่มีฐานของวงน้องสาว ถึงไม่ได้รับการสนับสนุนจากวงน้องสาวบ้าง 

สิ่งที่ต้องพิจารณา คือ ทีม 8 เป็นทีมลำดับที่ 5 ของ AKB48 ที่มีคอนเซปต์ต่างจากวงน้องสาว และดำเนินงานอิสระจากวงน้องสาวด้วยประการทั้งปวง และก็เป็นเมมเบอร์ของ AKB48 อีกด้วย ซึ่งตัวแทนจากจังหวัดที่มีฐานเสียงของวงน้องสาวอยู่แล้ว อาจส่งผลในการเลือกตั้งเซมบัตสึ แต่ก็ไม่ได้มีผลต่อการทำกิจกรรมต่าง ๆ ของทีม 8

แต่สำหรับ Oguri Yui นั้น มีความแตกต่างจากคนอื่น เพราะมาจาก Tokyo อันเป็นที่ตั้งของ AKB48 ซึ่งเสียเปรียบในการแย่งคะแนนจาก AKB48 ดั้งเดิมอยู่แล้ว และสตาฟเห็นว่า โอกาสที่จะโดดเด่นมีน้อยกว่า AKB48 ดั้งเดิมแน่นอน หากไม่ถูกผลักดันและอาจเสียของได้ 

นั่นจึงทำให้สตาฟต้องผลักดันทุกวิถีทางเพื่อตัวแทนจาก Tokyo โดดเด่นที่สุด ซึ่งก็สมเหตุสมผล เนื่องจาก Tokyo เป็นเมืองที่สำคัญที่สุดในญี่ปุ่น นอกจากการเป็นเมืองหลวงของประเทศแล้ว ยังเป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬา Olympics 2020 และยังเป็นศูนย์กลางของไอดอล 48Group อีกด้วย

ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่สตาฟจะพยายามผลักดัน Oguri Yui แต่เป็นความตั้งใจที่ต้องการให้ตัวแทนจาก Tokyo โดดเด่นที่สุด เช่นเดียวกับความพยายามในการทำให้ AKB48 กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งตามไปด้วย

ประการที่สาม อันดับการเลือกตั้งดีที่สุดในทีม 8 - สตาฟพยายามผลักดัน Oguri Yui มาตั้งแต่แรก แต่การผลักดันในระยะแรกยังถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับปี ค.ศ. 2018 ปีเดียว เนื่องจากในเวลานั้น วงน้องสาวยังเข้ามาควบทีม และคามิ 7 ก็ยังมีบทบาทอยู่ 

สิ่งที่กระตุ้นให้สตาฟหันมามองไอดอลจากเมืองหลวงอย่าง Oguri Yui อีกครั้ง ก็คืออันดับการเลือกตั้งครั้งที่ 9 ที่ได้ถึงอันดับที่ 51 ซึ่งสูงพอที่จะทำให้สตาฟกล้าผลักดันสุดแรงในปีถัดมา เพราะจากการหลงลืมของ AKB48 ที่ไม่ได้ใช้งานทีม 8 อย่างเต็มที่เพื่อสร้างกำลังให้กับวงพี่สาวเอง ทำให้ต้องมาเร่งเครื่องในปีนี้ เพื่อกู้อิทธิพลของ AKB48 แม้ว่าจะช้า แต่ก็ดีกว่าไม่ได้ผลักดันอะไรเลย

ประการล่าสุด ตัวละครเอกซีรี่ส์ Majisuka Gakuen (マジすか学園, โรงเรียนหญิงแกร่ง) - เข้าสู่ซีซั่นที่ 7 แล้วกับ Majisuka Gakuen (マジすか学園, โรงเรียนหญิงแกร่ง) ที่ครั้งนี้มาในชื่อของ Majimuri Gakuen (マジムリ学園, โรงเรียนหญิงห้าว (ชื่อชั่วคราว)) ซึ่งจะออกฉายทาง Nippon TV เจ้าเก่า (เข้าเดียวกับที่ออกรายการ AKBINGO!) ในวันที่ 26 กรกฎาคม ค.ศ. 2018 โดยออกอากาศทุกวันพฤหัสบดีเวลา 0:59-1:29 ตามเวลาญี่ปุ่น (คืนวันพุธ)
รายละเอียดซีรี่ส์ Majimuri Gakuen (http://www.ntv.co.jp/majimuri/)
หลังจากที่ Oguri Yui ได้เป็นเซนเตอร์ซิงเกิ้ลแล้ว ต่อไปก็เป็นตัวเอกในซีรี่ส์ในตำนานอย่าง Majimuri Gakuen กับการโปรโมทสุดแกร่งตามสไตล์ท้องเรื่องของซีรี่ส์นี้
Oguri Yui  กับท่าจระเข้ฟาดหาง แต่ในเรื่องนี้อาจจะมีหนุมานถวายแหวน หรือฤๅษีบดยา
แน่นอนว่า การที่ถูกเลือกให้เป็นตัวหลักที่สำคัญที่สุดอย่างต่อเนื่อง ก็คือการปลักดันที่ชัดเจน จนเวลานี้ หลายคนอาจรู้สึกว่า Oguri Yui = Team 8 = AKB48 ไปแล้วก็ได้ ซึ่งนั่นคือผลจากการเน้นของสตาฟสู่สายตาภายนอกในวงการไอดอลญี่ปุ่นอยู่แล้ว

※ บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Majimuri Gakuen: https://48studies.blogspot.com/2018/06/majimuri-gakuen-history-link.html

Oda Erina (小田えりな)

ถัดจาก Tokyo ก็เป็น Kanagawa (神奈川) ซึ่งเป็นเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นส่วนขยายของ Tokyo และที่นี่ก็มีเมมเบอร์จากทีม 8 อย่าง Oda Erina (小田えりな) 
Oda Erina
Oda Erina เป็นเมมเบอร์ที่ขึ้นชื่อว่าร้องเพลงได้เก่งที่สุดคนหนึ่งในทีม 8 และความสามารถของเธอในด้านวาไรตี้ก็ถือว่าโดดเด่นใน AKBINGO! ซึ่งความสามารถทั้งการร้องและรีแอ็คชั่นของเธอก็ทำให้ Oda Erina ถูกจับตามองในการเลือกตั้งครั้งที่ 10 เนื่องจากการเลือกตั้งครั้งที่ 9 ได้อันดับที่ 92 ซึ่งกำลังเปิดทางแห่งความหวังให้กับเธอเป็นอย่างดีในอนาคตอันใกล้

การไป Produce48 ครั้งนี้ของ Oda Erina ผู้เขียนมองว่า น่าจะเน้นไปแย่งชิงเก้าอี้อันดับต้น ๆ ของรายการมากกว่าการไปหาประสบการณ์อย่างที่เมมเบอร์รุ่นใหม่ต้องการ ซึ่งต้องจับตามองว่าผลงานในรายการนี้ของ Oda Erina จะออดมากีแค่ไหน เพราะนี่คือความหวังของทีม 8 ที่วางใจได้เป็นอย่างมากในตอนนี้

Cho Kurena (長久玲奈)

ถ้าใครสักคนใน AKB48 ที่สามารถดีดกีตาร์แล้วร้องเพลงที่ตัวเองเป็นคนเขียนได้ ก็คงมีหลายคนในวง แต่ถ้าทำให้คนหัวเราะและมีคนเอาไปล้อเลียนได้ ก็คงจะมีแค่ Cho Kurena (長久玲奈) จากทีม 8 เท่านั้น 
Cho Kurena
แม้ว่าไม่ได้โดดเด่นใน AKBINGO! หรือในประวัติศาสตร์ของ AKB48 ที่จะเป็นเซมบัตสึหรือเซนเตอร์ซิงเกิ้ลรองก็ตาม แต่สำหรับผู้เขียนแล้ว เมมเบอร์คนนี้แหละที่น่าจะโดดเด่นในอนาคต แม้ว่าจะมาจากรายการนอก AKB48 (รายการที่ Akimoto Yasushi ไม่ได้เป็นผู้อำนวยการรายการ) 

อย่างเช่น รายการหนึ่งทำให้ Cho Kurena เป็นที่รู้จัก ก็คือ เพลง Sugoindayu-Fukui (すごいんだよ福井, Fukui นี่แหละที่สุดยอด) จากรายการ Enta no kamisama (エンタの神様) 
(https://www.youtube.com/watch?v=hqmGaUd6BRo)
เพลง Sugoindayu-Fukui (すごいんだよ福井, Fukui นี่แหละที่สุดยอด)
และแล้ว เพราะรายการนั้นเอง ที่ทำให้ Cho Kurena ถูกพูดถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการล้อเลี่ยนท่ากีตาร์ในเพลงนั้นโดย Hiwatashi Yui (樋渡結依) จาก AKBINGO! ตอนที่ 463
Hiwatashi Yui จัดการล้อเลียนท่าของ Cho Kurena ในเพลง Sugoindayu-Fukui

Nagano Serika (永野芹佳)

เมมเบอร์จาก Osaka ที่เป็นฐานเสียงของ NMB48 อย่าง Nagano Serika (永野芹佳) ก็ถูกจับตามองไม่แพ้กันในฐานะดาวรุ่งของทีม 8 
Nagano Serika
Nagano Serika มีชื่อที่เหมือนกับรุ่นของรถ Toyota อย่าง "Celica" ซึ่ง Toyota เป็นผู้สนับสนุนของทีม 8 
Toyota Celica
แน่นอนว่า จุดที่น่าสนใจของ Nagano Serika คือความสวยซึ่งเธอเคยเป็นโมเดลในวัยเยาว์ ดังนั้นเธอจึงเป็นที่น่าดึงดูดใจสำหรับใครหลายคน

นอกจากนี้ Nagano Serika ยังได้ไปร่วมรายการ Produce48 ซึ่งแน่นอนว่า เธอเป็นตัวแทนของทีม 8 เพียงไม่กี่คนที่ได้ไป และการไปครั้งนี้ น่าจะทำให้เธอมีโอกาสที่จะขยายฐานเสียงและความนิยม เนื่องจาก Osaka เป็นที่ตั้งของ NMB48 (ซึ่งมีพลังและอิทธิพลในการเลือกตั้งเซมบัตสึค่อนข้างมาก) ทำให้เธอต้องดีดตัวเองขึ้นมานอกจากการมีฐานคะแนนที่ต้องแย่งกับ NMB48 ซึ่งการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เธอได้อันดับที่ 67

Yamada Nanami (山田菜々美)

เมมเบอร์ทีม 8 จากจังหวัด Hyōgo (兵庫) ที่ตัดสินใจสมัครในชื่อ Yamada Nanami (山田菜々美) แทนที่จะใช้ชื่อ Yamada Nana (山田菜々) เพื่อไม่ให้สับสนกับเมมเบอร์ของ NMB48 ที่มีทั้งชื่อและนามสกุลเดียวกันทุกประการ 
Yamada Nanami
Yamada Nanami เป็นเมมเบอร์คนหนึ่งที่ผู้เขียนมองว่าควรถูกผลักดัน เนื่องจากเธอเคยเป็นเซนเตอร์เพลง Yume e no Route (夢へのルート) ซึ่งเป็นซิงเกิ้ลรองของ Tsubasa wa Iranai (翼はいらない) ที่เธอยังได้เป็นเซมบัตสึอีกด้วย 

แต่น่าเสียดายที่ Yamada Nanami ไม่ได้ถูกผลักดันไปให้สุด ทั้ง ๆ ที่มีความสามารถในการร้องเพลงและตลก (โดยเฉพาะความสามารถในการวางปากกาบนจมูก)
Yamada Nanami กับปากกาบนจมูก 4 ด้าม

Nakano Ikumi (中野郁海)

ตั้งแต่ AKB48 และวงน้องสาวก่อตั้งขึ้นมา ยังไม่มีเมมเบอร์คนใดมาจากจังหวัด Tottori (鳥取) ที่มีประชากรน้อยที่สุดและมีทะเลทรายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ สิ่งนี้ถูกเติมเต็มโดย Nakano Ikumi 
Nakano Ikumi
Nakano Ikumi เป็นเมมเบอร์ที่เข้าทีม 8 แล้วบุกเบิกการประชาสัมพันธ์จังหวัดได้ดีที่สุด โดยเป็นเมมเบอร์ทีม 8 คนแรกที่ติดเซมบัตสึจากซิงเกิ้ล Kibouteki Refrain (希望的リフレイン) ก่อนที่เธอจะถูกควบตำแหน่งกับทีม K ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2015 จนถึงปัจจุบัน

Nakano Ikumi ได้เป็นทูตประจำเมือง Kurayoshi (倉吉) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2015 ซึ่งเป็นสิ่งที่ชัดเจนถึงความหวังของ Tottori ที่จะประชาสัมพันธ์จังหวัดเล็ก ๆ แห่งนี้ผ่านตัวแทนของ AKB48 ทีม 8 
Nakano Ikumi ในฐานะทูตประจำเมือง Kurayoshi
อาจเป็นไปได้ว่า การไป Produce48 ของ Nakano Ikumi จะไปพลิกหน้าประวัติศาสตร์และพิสูจน์ให้สตาฟได้เห็นว่า เธอน่าจะถูกผลักดันมากกว่านี้ตั้งแต่แรก (ซึ่งก็น่าจะเป็นแบบนั้น ถ้าวงน้องสาวไม่ถูกควบวงกับ AKB48 ตั้งแต่แรก)

Kuranoo Narumi (倉野尾成美)

เมมเบอร์ทีม 8 จากเมือง Kumamoto (熊本) ที่ตอนนี้กลายเป็นที่รู้จักผ่านมาสค็อตไปแล้ว เป็นเมมเบอร์ที่ไปได้ไกลที่สุดในการเลือกตั้งในปี ค.ศ. 2017 ด้วยอันดับที่ 30
Kuranoo Narumi 
แน่นอนว่า Kuranoo Narumi คือเมมเบอร์ที่น่าจะโดดเด่นที่สุดในช่วงปี ค.ศ. 2017 เนื่องจากเป็นเมมเบอร์ทีม 8 คนเดียวที่ได้ไปอยู่ใน Undergirls แต่ด้วยความนิยมที่สูงเช่นนนี้ จึงทำให้สตาฟมองว่า เธอสามารถยืนหยัดรักษาความนิยมได้ด้วยตนเองแล้ว เลยไม่ได้ถูกผลักดันเท่าไรในปี ค.ศ. 2018 เมื่อเทียบกับ Oguri Yui 

อีกสิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนมองว่า Kuranoo Narumi ถูกยอมรับในความสามารถและความนิยม คือการเป็นเซนเตอร์เพลงรองจากทีม K อย่าง Shuuden no Yoru (終電の夜) ในซิงเกิ้ล Teacher Teacher 

การเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 10 นี้ จึงเป็นการวัดโดยตรงระหว่าง Kuranoo Narumi กับ Oguri Yui ในสองประเด็น คือ สตาฟคิดถูกหรือไม่ที่ลงทุนผลักดัน Oguri Yui จาก Tokyo ทั้งทางซิงเกิ้ลและทางตลาด และใครควรจะเป็นสัญลักษณ์ของทีม 8 ที่โดดเด่นที่สุด (ผู้เขียนมองว่า ถ้าใครถึงเซมบัตสึก่อน คนนั้นก็คือผู้ชนะ เพราะว่าที่ผ่านมา ยังไม่มีใครในทีม 8 ที่ได้สัมผัสกับเซมบัตสึจากการเลือกตั้ง) 

บทสรุป

ผู้เขียนมองว่า ทีม 8 น่าจะเป็นกำลังหลักในอนาคตที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับ AKB48 ในขณะที่รุ่นที่ 16 และเด็กดราฟท์รุ่นที่ 3 กำลังฝึกฝนและสะสมบารมีเพื่อก้าวเข้ามาเป็นพลังของวงในอนาคต ซึ่งทีม 8 ถือว่าเป็นค่อนข้างอิสระจากทีมดั้งเดิมในหลายกิจกรรม โดยเฉพาะตลาดที่ร้านค้าต้องแยกทีม 8 ออกมาต่างหาก เพื่อเน้นย้ำ "ทีม 8" ให้โดดเด่นมากขึ้นในอนาคต

อย่างไรก็ตาม เมมเบอร์ตัวอย่างที่ผู้เขียนยกมาแสดง เป็นเพียงทัศนคติของผู้เขียนที่คาดว่าเมมเบอร์ดังกล่าวน่าจะมีพลังในอนาคตอันใกล้ต่อ AKB48 และในเวลาต่อมา เมมเบอร์ที่ไม่ได้ถูกพูดถึงในวันนี้ อาจโดดเด่นกว่าในอนาคตก็เป็นได้ ขอให้จับตามองทีม 8 อย่างใกล้ชิด เพราะทีม 8 จะมาเพื่อเปลี่ยน AKB48 และเขียนบทใหม่ของประวัติศาสตร์ 48Group อย่างแน่นอน

Comments

Popular posts from this blog

Majimuri Gakuen (マジムリ学園) กับเค้าโครงประวัติศาสตร์จริง

48 เรื่องราวที่น่าสนใจของ AKB48 Group ในปี ค.ศ. 2018

บทวิเคราะห์: Next Influencer เมื่อไม่มี Shiraishi Mai