48ศึกษากับบทวิเคราะห์ the series: วิกฤตศรัทธา NMB48 - วันแห่งการพิสูจน์ใจมาถึงแล้ว..

เนื้อหาบทวิเคราะห์เรื่อง 48ศึกษากับบทวิเคราะห์ the series: วิกฤตศรัทธา NMB48 - วันแห่งการพิสูจน์ใจมาถึงแล้ว ได้รับไอเดียจาก Tor Nantawat ผู้เขียนต้องขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย

แม้ว่า นี่คือ 1 ใน 7 บทความที่น่าสนใจสำหรับ "48ศึกษากับบทวิเคราะห์ the series" ซึ่งถูกวางให้เป็นบทความลำดับที่ 5 แต่ผู้เขียนจะขอขยายเนื้อหาจากเดิมให้เป็นตอนใหญ่ที่จะมาเจาะลึก NMB48

ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2017 ที่ผ่านมา NMB48 ก็เผชิญหน้ากับปัญหาและยุคถดถอยของวง เป็นช่วงที่วัดศรัทธาทั้งแฟนคลับและเมมเบอร์ NMB48 เองอีกด้วย และช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2018 แผลเก่าที่ยังไม่ทันหายดี ก็ถูกตีซ้ำจนช้ำหนักอย่างต่อเนื่อง

ไม่มีใครคิดว่า นี่คือวิกฤตศรัทธาของ NMB48 ที่เป็นจุดหักเหใหญ่ของวงว่าจะอยู่รอดหรือจะจบสิ้น 48ศึกษา จะมาอธิบายถึงจุดเริ่มต้นของวิกฤตศรัทธา และทางออกของวิกฤตนี้..

ชนวนของวิกฤตศรัทธา NMB48

NMB48 เป็นวงน้องสาวของ AKB48 ลำดับที่ 2 ถัดจาก SKE48 โดยเมมเบอร์รุ่นที่ 1 ถือกำเนิดขึ้นในวันที่ 9 ตุลาคม ค.ศ. 2010 โดยเมมเบอร์ NMB48 จะขึ้นกับ Yoshimoto Kyoraku ซึ่งไม่ได้เป็นบริษัทลูกของ AKS แต่อย่างใด นั่นคือ NMB48 จะมีกิจกรรมและรูปแบบที่แตกแต่งจากวงน้องสาวอื่น ๆ ในญี่ปุ่น
เมมเบอร์ NMB48 ในปี ค.ศ. 2018
(http://stage48.net/wiki/index.php/NMB48)
แม้ว่ารูปแบบการบริหารจะแตกต่างจาก AKB48 แต่ NMB48 ก็มีส่วนร่วมกับกิจกรรมใน AKB48Group มาโดยตลอด และยังเข้าการควบวงกับ AKB48 ทั้งจาก NMB48 และ AKB48 จึงทำให้ NMB48 มีความเป็นวงน้องสาววงหนึ่ง ไม่ได้แตกแยกอย่างชัดเจน

ชนวนของวิกฤตศรัทธาใน NMB48 ในยุคใหม่ เกิดขึ้นกลางการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 9 วันที่ 17 มิถุนายน ค.ศ. 2017 เมื่อ Suto Ririka (須藤凜々花) ซึ่งได้อันดับที่ 20 ประกาศแต่งงานท่ามกลางผู้ชมจำนวนมาก สร้างความตกใจให้กับแฟนคลับและเมมเบอร์ด้วยกันเองจำนวนมาก
Suto Ririka ประกาศแต่งงานกลางการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 9 วันที่ 17 มิถุนายน ค.ศ. 2017
สำหรับเมมเบอร์ที่เป็นเสาหลักและเดอะแบกของ NMB48 อย่าง Yamamoto Sayaka (山本彩) เมื่อทราบถึงการประกาศนี้ท่ามกลางการถ่ายทอดสด เธอมีปฏิกิริยาแทบทันทีว่า "ฉันไม่ใจความหมายของเธอเลย.."
Yamamoto Sayaka ถ่ายทอดสดใน SHOWROOM ขณะฟังผลการเลือกตั้งไปพร้อมกับ ๆ แฟนคลับ
จากเหตุการณ์นี้ ก็ได้กลายเป็นคำถามทางสังคมว่า เมมเบอร์มีความรักได้หรือไม่ และคิดว่าการมีแฟนของเมมเบอร์เป็นสิ่งที่ยอมรับกันได้หรือไม่ หลายคนเชื่อว่าการมีความรักจะทำให้งานด้านไอดอลเสียไปและความรักที่มีต่อแฟนคลับก็หายไปกับผู้ชายเพียงคน ๆ เดียว ในขณะที่ใครหลายคนเชื่อว่าเป็นสิทธิ์ของเมมเบอร์อันพึงทำได้ในฐานะสตรีคนหนึ่งหรือมนุษย์คนหนึ่งและเธอควรได้ใช้ชีวิตอย่างวัยรุ่นสาวที่ได้สัมผัสกับความรักบ้างเป็นธรรมดา

เรื่องสุดช็อกนี้ ก็ได้ไปสะกิดความคิดของ NMB48 และแฟนคลับถึงเรื่องนี้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป แฟนคลับหลายคนที่สนับสนุน Suto Ririka ก็มีความคิดที่แตกต่างกันออกไป บางคนใจสลายกับท่าทีของเธอในวันนั้น บางคนก็ยอมรับและอวยพรเธอให้โชคดีกับการตัดสินใจของเธอ

เมื่อเวลาผ่านไป NMB48 ก็เริ่มจะเข้าใจและชินกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้น เมื่อถึงคราวของการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 10 วันที่ 16 มิถุนายน ค.ศ. 2018 แม้ว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นซ้ำรอยกับ NMB48 แต่เมมเบอร์เซมบัตสึในการเลือกตั้งของ NMB48 นั้นจากที่มี 2 คน ก็เหลือเพียงคนเดียว และเมมเบอร์หลายคนในวงต่างก็มีคะแนนนิยมที่ลดลงจนอันดับร่วงลง

สิ่งนี้ตอบย้ำถึงวิกฤตศรัทธาที่เวลาไม่เพียงพอต่อการเยียวยาความรู้สึกอีกต่อไป และดูเหมือนว่าจะต้องมีบางสิ่งที่เยียวยาความเชื่อมั่นของแฟนคลับให้กลับคืนมา เพราะพลังของแฟน ๆ ที่เคยมีและทุมเทในวันนั้นกลับหายไป และการเลือกตั้งครั้งที่ 10 ก็สะท้อนถึงปัญหานี้เป็นอย่างดี

หลังจากนั้นไม่นาน ในวันที่ 20 กรกฎาคม ค.ศ. 2018 Okita Ayaka (沖田彩華) กัปตันร่วมทีม BII ประกาศจบการศึกษา และ 10 วันถัดมา Yamamoto Sayaka กัปตันทีม N ประกาศจบการศึกษา นั่นคือเพียง 1 เดือน เมมเบอร์ของ NMB48 จำนวน 2 คนประกาศจบการศึกษา แถมยังเป็นส่วนหัวของวงด้วย ทำให้วิกฤตศรัทธาก็ยิ่งรุนแรงเข้าไปอีก
Yamamoto Sayaka ในวันที่เธอประกาศจบการศึกษา
(https://www.barks.jp/news/?id=1000158133)
วิกฤตศรัทธาของ NMB48 ยังคงรุนแรงในเวลานี้ สิ่งที่แฟนคลับ NMB48 ต่างภาวนา คือเมื่อไรเรื่องร้าย ๆ ของวงจะจบลงเสียที แล้วเมื่อไรฟ้าหลังฝนที่สวยงามจะมาถึงกันแน่ ใครจะพา NMB48 ไปสู่ทางออก และอนาคตของวงต่อจากนี้ จะเป็นอย่างไร

ทำไม NMB48 จึงเป็นวิกฤตศรัทธา

นับเป็นเคราะห์ร้ายของ NMB48 มากกว่าที่เมมเบอร์เด่น ๆ ของวงต่างก็ทยอยจบการศึกษาออกไปโดยที่เมมเบอร์รุ่นใหม่ยังไม่ทันได้เฉิดฉาย ทำให้เมมเบอร์ NMB48 ในตอนนี้ ประกอบด้วยเมมเบอร์ดาวเด่นของวงที่ทยอยกันจบการศึกษาออกไป และเมมเบอร์รุ่นใหม่ที่ยังไม่มีโอกาสได้ขึ้นมาแทนรุ่นพี่ที่จบการศึกษาออกไปได้เลย

จริงอยู่ที่อาจคล้ายกับ AKB48 ในช่วง ค.ศ. 2015-2017 ที่เมมเบอร์ดาวเด่นยังไม่เฉิดฉายขึ้นมาแทนรุ่นพี่ สำหรับ AKB48 แล้ว ยังโชคดีที่ยังมีรุ่นพี่สนับสนุนและรุ่นน้องก็สามารถเข้ามาแทนในฐานะดาวรุ่งดวงใหม่ได้ทันเวลา 

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นใน NMB48 ตอนนี้ คือเมมเบอร์ที่เด่น ๆ และดาวรุ่งยังไม่สามารถเข้าถึงหัวใจของแฟนคลับได้มากพอและความโด่งดังของเมมเบอร์ส่วนใหญ่ก็ยังอยู่ที่เมมเบอร์รุ่นแรก และหากเป็นเช่นนี้ต่อไป NMB48 ที่ครั้งใหญ่เคยยิ่งใหญ่ก็อาจถึงคราวดับลง

มันเป็นสิ่งที่จะวัดใจกับเด็กรุ่นใหม่เลยว่า ในช่วงที่รุ่นพี่ค่อย ๆ จบการศึกษาออกไป และเด็กรุ่นใหม่ก็กำลังสร้างความเชื่อใจจากแฟนคลับ อะไรจะเกิดก่อนกันระหว่างรุ่นพี่จบการศึกษาทั้งหมด หรือว่าเด็กใหม่เข้ามาแบกวงต่อ

และมาถึงตอนนี้ กัปตันร่วมทีม BII อย่าง Okita Ayaka ก็ประกาศจบการศึกษาไปแล้ว แต่หลายคนกลับช็อกยิ่งกว่ากับการประกาศจบการศึกษาของอภิมหาเดอะแบกอย่าง Yamamoto Sayaka ที่ทั้งครองตลาดและครองอำนาจทั้งหลายในวง
Okita Ayaka ประกาศจบการศึกษาในวันที่ 20 กรกฎาคม ค.ศ. 2018
ผู้อ่านหลายคนจะเริ่มตั้งคำถามว่า แล้วตอนที่ Kitahara Rie (北原里英) ซึ่งเป็นกัปตันวงจบการศึกษาจาก NGT48 หรือถ้าสมมติว่าในอนาคต Sashihara Rino (指原莉乃) ซึ่งเป็นผู้มากบารมีในวงจบการศึกษาจาก HKT48 ทำไมทั้งสองกรณีไม่น่าเป็นห่วงหรือกังวลกับอนาคตของวงเท่ากับสิ่งที่เกิดขึ้นกับ NMB48 ล่ะ ทั้ง ๆ ที่เธอทั้งสองก็แบกวงและมีบารมีในวงมหาศาล?

ผู้เขียนให้ความเห็นว่า สำหรับ NGT48 แล้ว Kitahara Rie มีตัวแทนและยังดันดาวค้างฟ้ารุ่นใหม่ขึ้นมาเธอได้แล้ว (ซึ่งช่วยในการลดแรงกระแทกเวลาที่เธอจบการศึกษาออกไป) เมื่อเธอไม่อยู่ในวงแล้ว หน้าร้านค้าและตลาดก็แทบไม่เปลี่ยนแปลง เพราะหน้าร้านค้าก็ยังใช้เมมเบอร์คนเดิมเป็นพรีเซนเตอร์ นั่นคือ Ogino Yuka (荻野由佳) 

หรือกรณีของ Sashihara Rino ที่แม้ว่าตอนนี้จะคุมทั้งเธียเตอร์ (ผู้จัดการร่วม) และเมมเบอร์รุ่นน้องของวง แต่เมื่อเธอจบการศึกษาในอนาคต เมมเบอร์รุ่นน้องที่เธอผลักดันจะเข้ามาแทน ซึ่งในปัจจุบันเองก็มีอยู่แล้ว นั่นคือ Miyawaki Sakura (宮脇咲良) หรือถ้าจะพูดถึงเมมเบอร์รุ่นใหม่ที่มาแรงในตอนนี้ ก็คงหนีไม่พ้น Yabuki Nako (矢吹奈子) และ Tanaka Miku (田中美久) 

(ถ้าใครอยากรู้เรื่องราวของเดอะแบกของ HKT48 เพิ่มเติม สามารถอ่านได้..
https://48studies.blogspot.com/2018/07/anal3-next-hkt48-superpower.html)

แต่ในกรณีของ NMB48 นั้นแตกต่างออกไป เนื่องจากเมมเบอร์ที่ยังแบกความหวังของวง ก็ยังคงอยู่กับรุ่นที่ 1 หากไม่ใช่ Yamamoto Sayaka นั่นคือ Yoshida Akari (吉田朱里) และ Shiroma Miru (白間美瑠) ดังนั้น ในอนาคตอันไม่ช้านี้ หาก NMB48 ไม่สามารถหาตัวแทนที่เป็นคนรุ่นใหม่ได้ทันเวลา เมมเบอร์รุ่นน้องของ NMB48 จะเสียเปรียบเป็นอย่างมากทั้งการต่อยอดความนิยมและฐานเสียงของวงในอนาคตอีกด้วย

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ NMB48 ในเวลานี้อยู่ในช่วงวิกฤตศรัทธาที่ต้องจัดการอะไรสักอย่างก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

สัญญาณแห่งวิกฤต - Yamamoto Sayaka ประกาศจบการศึกษา

จริง ๆ แล้วก่อนหน้าที่ Yamamoto Sayaka จะประกาศจบการศึกษาเพียงแค่ 1 วันเท่านั้น ก็เกิดข่าวเรื่องภาพคู่ของ Jo Eriko (城恵理子) กับชายหนุ่มคนหนึ่ง (แม้ว่าจะเลิกไปแล้วก็ตาม) ซึ่งทำให้เกิดปฏิกิริยาทางสังคมขึ้นมากับวงเช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2017

Jo Eriko (城恵理子) เป็นใคร แล้วทำไม Yamamoto Sayaka ถึงเลือกที่จะประกาศจบการศึกษาหลังเกิดเหตุนี้ขึ้นมาเพียงไม่นาน

Jo Eriko คือเมมเบอร์ของ NMB48 รุ่นที่ 2 ซึ่งเธอจบการศึกษาออกไปในปี ค.ศ. 2012 ก่อนที่จะกลับมาในปี ค.ศ. 2013 ในฐานะเมมเบอร์รุ่นที่ 4.5 (ผ่านการออดิชันแบบพิเศษ) ซึ่ง Yamamoto Sayaka ตั้งใจที่จะผลักดันเธอขึ้นมาเป็นเดอะแบกคนใหม่ของ NMB48 จนแฟนคลับรู้จัก Jo Eriko ในฐานะ "Yamamoto Sayaka คนที่ 2"
Yamamoto Sayaka กับ Jo Eriko
แต่เมื่อข่าวหลุดออกไป แน่นอนว่าแฟนคลับบางคนที่บอบช้ำกับเรื่องเมื่อปีที่แล้วก็ยิ่งช้ำหนักขึ้นไปอีก เพราะทั้ง Suto Ririka และ Jo Eriko ต่างก็ถูกคาดหวังว่าจะขึ้นมาเป็นดาวรุ่งและเดอะแบกของ NMB48 ในอนาคต

สำหรับ Yamamoto Sayaka แล้ว นี่คือความผิดพลาดซ้ำสองของเธอเองที่ถูกเล่นงานทางอ้อมผ่านเมมเบอร์รุ่นน้องที่คาดหวังจะมาสืบทอดงานแทนเธอในอนาคต แต่ดูเหมือนว่าเธอเลือกใครขึ้นมา ก็ต้องโดนเล่นงานจนเสียขบวนตลอด

การประกาศจบการศึกษาของเธอ จึงพูดออกมาในลักษณะของการจากไปเพื่อให้วงเดินหน้าต่อ ซึ่งเบื้องหลังของคำพูดในวันนั้น ไม่ใช่เพราะว่าต้องการที่จะทิ้งวงออกไปเพื่อเป็นศิลปินอิสระ แต่เธอมองว่า เมมเบอร์รุ่นใหม่กับเธอนั้นมีความแตกต่างในความเป็นไอดอล

ผู้เขียนเชื่อว่า Yamamoto Sayaka มองการเป็นไอดอลของวงนี้ ให้พึงระวังถึงเรื่องความรัก (เพราะการมีความรักอาจนำไปสู่ปัญหาต่อการเป็นไอดอลได้ในอนาคต) แม้ว่าจะไม่ได้มีกฎห้ามที่ตายตัว แต่เพื่อความสบายใจของทั้งแฟน ๆ และภาพลักษณ์ของวง เธอจึงมีทัศนคติที่ไม่อยากให้มีความรัก

Yamamoto Sayaka เองเคยให้สัมภาษณ์ในรายการ ウタフクヤマ (Utafukuyama) ในเทปของวันที่ 27 มีนาคม ค.ศ. 2016 ว่า 「恋愛禁止ですけど、片思いはOK」(การมีความรักเป็นสิ่งที่ต้องห้าม แต่การมีความรักเพียงข้างเดียวนั้นก็ OKอยู่นะ)
(https://news.line.me/issue/entertainment/bc11b045cf07)
Yamamoto Sayaka ในรายการ ウタフクヤマ (Utafukuyama) 
จากกรณีของ Jo Eriko จึงทำให้ผู้เขียนมองว่า เมมเบอร์รุ่นใหม่อาจมองว่า พวกเธออาจโดดเด่นกว่านี้ในวันที่ Yamamoto Sayaka จบการศึกษาออกไป เพราะความเคร่งของการเป็นไอดอลจะถูกปรับให้ลดลง ซึ่งทำให้พวกเธอเชื่อว่า จะมีอิสระในการดำเนินเรื่องราวในชีวิตของพวกเธอเองมากขึ้น

แต่ก็ต้องตระหนักไว้เสมอว่า Yamamoto Sayaka ในฐานะเมมเบอร์รุ่นแรก ได้นำวงเข้ามาถึงจุดสูงที่สุดและเข้มแข็งที่สุดในเวลาเพียง 2-3 ปี ซึ่งช่วงนั้นเมมเบอร์เด่น ๆ อย่าง Yamada Nana (山田菜々), Watanabe Miyuki (渡辺美優紀), หรือ Kotani Riho (小谷里歩) ต่างก็มีส่วนในการทำให้ NMB48 เป็นวงจาก Osaka ที่ทรงพลังไม่แพ้ AKB48 จาก Tokyo

แต่สำหรับเมมเบอร์รุ่นใหม่แล้ว พวกเธอเข้ามาก็เพราะความยิ่งใหญ่ที่เมมเบอร์รุ่นที่ 1 เหล่านั้นสร้างขึ้นมา และอาศัยอยู่ในร่มเงาของรุ่นพี่เพื่อเป็นกำลังในอนาคต เมื่อเวลาผ่านไป รุ่นพี่ต่างก็จบการศึกษา แต่รุ่นน้องก็ไม่ได้ถูกผลักดันขึ้นมาแทนรุ่นพี่อย่างจริงจัง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่า Yamamoto Sayaka ยังเป็นที่เชิดหน้าชูตาของ NMB48 (ทั้งฐานเสียงและการตลาด) จึงทำให้สตาฟไม่ได้ตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องผลักดันเมมเบอร์รุ่นใหม่เข้าสู่แนวหน้าแทนที่ใครหลายคน แต่ดูเหมือนว่าโชคชะตาจะไม่ได้เข้าข้าง NMB48 เมื่อเมมเบอร์ที่ถูกผลักดันขึ้นมาต่างก็โดนเล่นงาน

ผลกระทบที่เกิดขึ้นหลังจากที่ Yamamoto Sayaka จบการศึกษาออกไปนั้นมีมากอย่างแน่นอน เพราะเธอถูกวางให้เป็นแกนกลางของ NMB48 หลายครั้งที่ปัญหาถูกแก้โดยการมองว่า "NMB48 ยังคงยืนอยู่ได้บนโลกไอดอล ตราบเท่าที่ยังมี Yamamoto Sayaka" แต่เมื่อสิ่งนี้จะนำมาใช้ไม่ได้ วิกฤตที่เคยสะสมมาตั้งแต่อดีตก็ระเบิดขึ้นในที่สุด

ผู้เขียนมองว่า ผลกระทบระยะสั้นสำหรับวิกฤตศรัทธาของ NMB48 ในเวลานี้ ก็มีความเป็นไปได้หลายแบบด้วยกัน และผู้เขียนภาวนาว่าจะไม่ร้ายแรงไปว่านี้

อย่างน้อยที่สุดแล้ว ทีมใน NMB48 จะต้องจัดใหม่ทั้งหมด เนื่องจากทีมใน NMB48 นั้น มีกัปตันทีมที่มาจากรุ่นแรกถึง 2 จาก 3 คน และมีกัปตันทีมร่วมที่เป็นรุ่นแรกอีก 1 คน รวมเป็น 3 คนจาก 6 คนที่สมาชิกจากรุ่นที่ 1 เป็นแกนหลักของวง นั่นคือตัวหลักของ NMB48 ยังขึ้นกับรุ่นแรกมากที่สุด

เมื่อ Yamamoto Sayaka จบการศึกษาออกไป กัปตันทีม N ที่เป็นแกนสำคัญของ NMB48 ก็ว่างลง และเมื่อกัปตันร่วมทีม BII อย่าง Okita Ayaka จบการศึกษา ก็ทำให้ตำแหน่งนี้ว่างลงไปด้วย

สตาฟของ NMB48 มีสองทางเลือก ระหว่างยกเลิกตำแหน่งกัปตันทีมร่วม ซึ่ง AKB48 กำลังใช้อยู่ในการปรับปรุงทีมครั้งล่าสุด หรือการหาเมมเบอร์รุ่นใหม่เข้ามาแทนตำแหน่งที่ว่างลง และดูเหมือนว่าทางเลือกที่สองจะเป็นไปได้มากกว่า เพราะคำประกาศของ Yamamoto Sayaka ก็ชัดเจนแล้วว่า การจบการศึกษาของเธอจะจุดประกายความหวังของคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาแทนที่เธอในอนาคต

เมมเบอร์รุ่นบุกเบิกของ NMB48 ที่เหลืออยู่ 3 คนนั้น กองอยู่รวมกันที่ทีม M ทั้งหมด ซึ่งจะทำให้อีก 2 ทีมที่เหลือนั้น มีเสถียรภาพและความเป็นเอกภาพของทีมที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นหลังจากนี้ ผู้เขียนคาดว่า ต้องมีการปรับทีมครั้งใหญ่ทั้งหมดภายใน NMB48 และมีการกระจายเมมเบอร์รุ่นแรกไปยังทีมต่าง ๆ (ทีมละคน) เพื่อเป็นที่ปรึกษาและพี่สาวของวง เพื่อดูแลวงให้อยู่รอดต่อไป

แม้ว่าจะปรับทีมไปแล้ว แต่ผลกระทบของการจบการศึกษาของ Yamamoto Sayaka อาจรุนแรงถึงขั้นการจบการศึกษาหมู่ของเมมเบอร์ ซึ่งอาจดูรุนแรงไป แต่ก็เป็นไปได้ เพราะว่าตอนนี้เป็นช่วงสำคัญของ NMB48 ที่จะวัดถึงการอยู่รอด ไม่ว่าจะเป็นความนิยมที่ลดลง และเรื่องในแง่ลบที่เกิดขึ้นกับวง เมมเบอร์บางคนที่ใจไม่สู้พอ อาจเลือกที่จะถอยตามรอย Yamamoto Sayaka แต่สิ่งนี้อาจไปกระตุ้นให้เมมเบอร์ที่เป็นเด็กดราฟท์รุ่นที่ 3 เข้าสู่ทีมเร็วขึ้น เพื่อทดแทนเมมเบอร์เก่า ๆ ที่จบการศึกษาออกไป (ยังเป็นความโชคดีที่เมมเบอร์รุ่นที่ 6 ของ NMB48 เข้ามาในวันที่ 28 กรกฎาคม ค.ศ. 2018)

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีแค่ตามผลกระทบในแง่ลบที่อาจจะเป็นไปได้ แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นอาจมีในเรื่องของการรับออดิชันแบบพิเศษเพื่อหาทายาทของ Yamamoto Sayaka โดยเฉพาะ (ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วในตอนที่ Yamada Nana จบการศึกษา) เพื่อหาตัวแทนและคงจำนวนเมมเบอร์ของวงไว้เท่าเดิม

แม้ว่า Yamamoto Sayaka จะเตรียมจบการศึกษาออกไป แต่ NMB48 ก็ยังต้องเดินไปข้างหน้า และใครจะกู้วิกฤตศรัทธาครังนี้ของ NMB48

นารีขี่เสือกู้วิกฤต - ไม่มีม้าให้ขี่เพราะถูกเสือกินไปแล้ว

ในช่วงที่ Yamamoto Sayaka ยังคงอยู่ใน NMB48 และเธอยังพอมีเวลาก่อนที่จะโบกมือลาจากวง ยังมีโอกาสที่จะหาตัวแทนที่จะมาสืบทอดเธอ ไม่ว่าจะเลือกจากเมมเบอร์รุ่นน้องเอง หรือจัดการออดิชันพิเศษแบบเดียวกับที่ Yamada Nana เคยจัดขึ้นมา

ไม่ว่าคนที่จะมาแทน Yamamoto Sayaka จะเป็นใคร หรือขึ้นมาด้วยวิธีการใดก็ตาม เธอคนนั้นจะต้องแบก NMB48 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และต้องเข้ามากอบกู้วิกฤตศรัทธาของ NMB48 ที่กำลังเป็นอยู่ในตอนนี้

ผู้เขียนมอง 2 ความเป็นไปได้ที่จะหาทายาทของ Yamamoto Sayaka ก็คือการออดิชันเพื่อหาทายาทโดยตรง หรือไม่ก็เลือกรุ่นน้องขึ้นมาเพื่อผลักดันอย่างเต็มตัว

ในบทวิเคราะห์นี้ จะมองถึงเมมเบอร์รุ่นน้อง (ไม่ใช่เมมเบอร์รุ่นที่ 1) ที่พอจะเข้ามาเป็นแนวหน้าของ NMB48 ได้ในอนาคต

Ota Yuuri (太田夢莉)

AKB48 มีเดอะแบกคนปัจจุบันในการเลือกตั้งที่ชื่อ Okada Nana (岡田奈々) และในอนาคต NMB48 อาจจะได้เห็น Ota Yuuri (太田夢莉) ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของ  Okada Nana มาแบก NMB48 ต่อจาก Yamamoto Sayaka ก็เป็นได้
Ota Yuuri
Ota Yuuri ได้อันดับที่ 23 ในการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 10 ซึ่งอยู่ในจุดที่สูงพอที่ในอนาคตจะก้าวเข้ามาเป็นเซมบัตสึได้ในอนาคต เนื่องด้วยอันดับของเธอไม่ได้ลดลงในการเลือกตั้งครั้งที่ 10 ซึ่งต่างจากเมมเบอร์หลายคนของ NMB48 ที่อันดับต่างพร้อมใจกันร่วง

ถ้าไม่พิจารณาถึง Yoshida Akari และ Shiroma Miru ซึ่งเป็นเมมเบอร์รุ่นที่ 1 แล้ว Ota Yuuri ในฐานะเมมเบอร์รุ่นที่ 3 มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นเดอะแบกคนใหม่ของ NMB48 มากที่สุด ด้วยความนิยมที่สูงมากในตอนนี้ และความพร้อมอะไรหลายอย่างที่สามารถเข้ามาเป็นเดอะแบกได้แทบจะทันที จึงเป็นที่จับตามองว่าเธออาจจะขึ้นมาเป็นแนวหน้าของ NMB48 เทียบเท่ารุ่นพี่ได้เลย
Ota Yuuri, Okada Nana, และ Yamamoto Sayaka

Murase Sae (村瀬紗英)

Murase Sae (村瀬紗英) ในฐานะเมมเบอร์รุ่นที่ 2 ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจในการเป็นเมมเบอร์รุ่นใหม่ที่เข้ามาแบกวงเพื่อกอบกู้วิกฤต เพราะเธอติดเซมบัตสึของ NMB48 มาโดยตลอดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

Murase Sae
ผู้เขียนมองว่า รายการ Produce48 ได้ทำให้ Murase Sae โดดเด่นขึ้นและมีความนิยมที่มากขึ้น แม้ว่าในการเลือกตั้ง อันดับของเธอจะร่วงลงจาก 39 ไปสู่อันดับที่ 90 แต่ในการเลือกตั้งปีหน้า เธอจะมีความนิยมที่สูงขึ้น และสามารถช่วยประคอง NMB48 จนกลับมาเข้มแข็งได้อีกครั้ง

อนึ่งในรายการ Produce48 หลังผ่านตอนที่ 8 ไปแล้ว (รอบ 30 คนสุดท้าย) ตัวแทนจาก NMB48 มีเพียง Shiroma Miru ที่เป็นเมมเบอร์รุ่นที่ 1 และ Murase Sae

Naiki Kokoro (内木志)

แม้ว่าสตาฟจะไม่ได้ผลักดัน Naiki Kokoro (内木志) ซึ่งเป็นเด็กดราฟท์รุ่นที่ 1 แต่เธอสามารถขึ้นมาในอันดับที่ 54 ในการเลือกตั้งครั้งที่ 10 ได้อย่างน่าอัศจรรย์
Naiki Kokoro 
ผู้เขียนมองว่า แฟนคลับต้องเห็นอะไรบางอย่างในตัวของ Naiki Kokoro จึงทำให้อันดับของเธอพุ่งขึ้นมาจากที่ไม่ติดอันดับเป็นอันดับที่ 54 แม้ว่าอายุของเธอจะเข้าสู่ 21 ปี แต่ก็ยังมีเวลาเพียงพอต่อการเข้ามาเป็นกำลังหลักของวงได้ในอนาคต และจากนี้ไป อาจจะได้เห็นเธออยู่ในเซมบัตสึแบบไม่ขาดสายก็เป็นได้


Shibuya Nagisa (渋谷凪咲)

จะว่าไปแล้ว มีเมมเบอร์ NMB48 คนหนึ่งที่ดูแล้วน่าจะเสียของที่สุด เพราะไม่ได้รับการผลักดันที่ดีพอ และนั่นคือ Shibuya Nagisa (渋谷凪咲) จากรุ่นที่ 4
Shibuya Nagisa
ผู้เขียนมองว่า ความสำเร็จของยูนิตที่ได้รับการผลักดันตั้งแต่เป็น Kenkyusei อย่าง Tentoumu Chu! (てんとうむChu!) คือการที่ได้สะสมบารมีตั้งแต่ก่อนเข้าสู่ทีม และสิ่งนี้เองที่ทำให้อันกับของพวกเธอทั้งหลายในยูนิตนี้อยู่ในระดับที่สูง และสิ่งนี้เองที่ผู้เขียนเชื่อว่า เธอควรได้รับการผลักดันที่สูงกว่านี้ ด้วยความพร้อมที่มีอยู่แล้ว จึงน่าจะเข้ามาช่วยวงได้ดีและรวดเร็ว

แต่ดูเหมือนว่า สตาฟของ NMB48 จะไม่ได้ใช้งาน Shibuya Nagisa อย่างถูกวิธีหรือไม่ได้ใช้งานหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ อันดับของเธอวนอยู่ในช่วง 56-60 ตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมาของการเลือกตั้ง (และถ้าได้อันดับที่ 59 ในปีหน้า ก็มีครบทุกเลขตั้งแต่ 56-60) 

ทำไมถึงกล่าวเช่นนั้น เพราะ SKE48 หลังจากที่ Kitagawa Ryoha (北川綾巴) ซึ่งอยู่ในยูนิต Tentoumu Chu! ถูกนำมาใช้งานในฐานะกัปตันทีม S ในปี ค.ศ. 2017 (ซึ่งเป็นการยกระดับและผลักดันเธอในรูปแบบหนึ่ง) ส่งผลให้อันดับของเธอจากที่ได้อันดับ 64 เป็นปีที่ 2 ติดต่อกันในการเลือกตั้งครั้งที่ 8 กลายเป็นอันดับที่ 27 ในการเลือกตั้งครั้งที่ 10 ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เมมเบอร์ในยูนิตนี้ มีฐานเสียงและศักยภาพที่พร้อมอยู่แล้ว เพียงแต่นำมาใช้งานพวกเธอให้ถูกต้อง ก็จะเป็นประโยชน์ได้อย่างมหาศาล


Kato Yuuka (加藤夕夏)

Kato Yuuka (加藤夕夏) ในฐานะเมมเบอร์รุ่นที่ 3 เช่นเดียวกับ Ota Yuuri ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่จะเข้ามาเป็นแนวหน้าของเดอะแบก NMB48
Kato Yuuka
Kato Yuuka เป็นเมมเบอร์อีกคนหนึ่งที่ผู้เขียนมองว่า เธอมีฐานเสียงและความพร้อมที่จะแบก NMB48 เช่นเดียวกับเมมเบอร์หลาย ๆ คน แต่อันดับของเธอกลับไม่เป็นใจในการเลือกตั้งครั้งที่ 10 ซึ่งทำได้เพียงอันดับที่ 86 จากอันดับที่ 33 ในปีที่แล้ว และยังเป็นเมมเบอร์ที่มีคะแนนที่ลดลงเป็นอย่างมาก

ผู้เขียนมองว่าเป็นผลกระทบทางอ้อมของวงในช่วงของวิกฤตศรัทธา แต่นี่ก็เป็นสิ่งที่จะพิสูจน์ว่าเดอะแบก NMB48 จะเป็นเธอได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นที่จะฟื้นฟูได้มากขึ้นเพียงใด เพราะเธอเป็นเมมเบอร์เซมบัตสึขาประจำอยู่แล้ว จึงเป็นที่สังเกตและรู้จักกันอย่างแน่นอน

Jo Eriko (城恵理子)

จากบทวิเคราะห์ข้างต้น Jo Eriko ถูกวางให้เป็น "Yamamoto Sayaka หมายเลข 2" ซึ่งเธอถูกเล่นงานในช่วงนี้ แต่แน่นอนว่าการเล่นงานครั้งนี้จะแป้กหรือไม่ เพราะมีความเป็นไปได้ที่จะลงเอยแบบเดียวกับ Nakai Rika (中井りか) จาก NGT48 นั่นคือ นอกจากจะทำอะไรเธอไม่ได้แล้ว เธอก็ยังคงเป็นเมมเบอร์ของวงต่อไป (เสมือนว่าเธอเป็นเมมเบอร์แบบที่ไม่เคยมีข่าวอะไรประมาณนี้เลย) 
Jo Eriko
Jo Eriko จบการศึกษาออกไปด้วยเรื่องของการเรียน และกลับมาอีกครั้งใน NMB48 ซึ่งไต่เต้าจาก Kenkyusei อีกครั้งหนึ่ง แม้ว่าเส้นทางของเธอจะยากลำบาก แต่ก็แสดงให้เห็นว่า เธอยังมีใจสู้เพื่อ NMB48 อย่างแท้จริง
(http://www.tokyohive.com/article/2013/10/former-nmb48-member-jo-eriko-returns-to-the-group-as-kenkyuusei)

ความผิดพลาดอาจไม่ใช่ปัญหาและเป็นข้อที่จะมาบั่นทอนกำลังใจของเราเอง แต่เธอในเวลานี้ก็กำลังพิสูจน์ให้เห็นถึงการแสดงออกถึงความเป็นไอดอล ถึงแม้ว่าความเป็นไปได้ที่เธออาจจะมาเป็นแนวหน้าของวง จะห่างไกลขึ้น 1 ก้าว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะตอนนี้ เธอถูกทดสอบให้พิสูจน์ตนเองแล้วในเวลานี้..

บทส่งท้าย

วิกฤตศรัทธา NMB48 เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่เรื่องราวทางสังคมที่ถกเถียงกันไปจนถึงการประกาศจบการศึกษาของ Yamamoto Sayaka ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่จะวัดใจถึงเมมเบอร์ NMB48 และแฟนคลับว่าจะเชื่อใจในเมมเบอร์และสนับสนุนในตัวเมมเบอร์รุ่นใหม่ให้เป็นกำลังหลักแทนที่รุ่นพี่ของวงได้หรือไม่ ดังนั้น NMB48 จึงอยู่ในช่วงที่เรียกได้ว่า เป็นการเปลี่ยนผ่านของวง เพื่อเข้าสู่ยุคใหม่อย่างแท้จริง 

ตัวอย่างตอนต่อไป

48ศึกษากับบทวิเคราะห์ the series: หลังจากนี้ NGT48 จะปิดทุ่งนาสู้ เพราะโหวตรอบสอง เรามาแน่ - คำประกาศที่เกินจริง? (ไอเดียโดย Beamn Suttinan)

เมื่อแฟนคลับ NGT48 รู้ดีว่าครั้งที่ 2 นี้จะไม่มีการผ่อนแรงในการโหวต แต่สุดท้ายแล้วก็กลายเป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "déjà vu" (เคยเห็นแล้ว) 48ศึกษา จะมาอธิบายว่าทำไมและน่าจะทำอย่างไรต่อไปเพื่อให้ NGT48 เป็นที่ 1 ในการเลือกตั้ง 

Comments

Popular posts from this blog

Majimuri Gakuen (マジムリ学園) กับเค้าโครงประวัติศาสตร์จริง

48 เรื่องราวที่น่าสนใจของ AKB48 Group ในปี ค.ศ. 2018

บทวิเคราะห์: Next Influencer เมื่อไม่มี Shiraishi Mai