ซีรี่ส์เพิ่มเติม: ใครคือเดอะแบกคนต่อไปของ SKE48

ผู้เขียนสังเกตเห็นอะไรบางอย่างจากบทวิเคราะห์ของตนเอง.. ผู้เขียนสังเกตว่าได้ทำบทวิเคราะห์เกี่ยวกับเดอะแบกของวงใน AKB48Group มาแล้วถึง 3 วงด้วยกัน ได้แก่ AKB48, HKT48, และ NMB48

สำหรับคนที่สนใจบทความเก่า ๆ สามารถดูย้อนหลังได้เลย..
48ศึกษากับบทวิเคราะห์ the series: Post-Miyawaki Sakura age - ใครคือเดอะแบกของ HKT48 คนต่อไป?
https://48studies.blogspot.com/2018/07/anal3-next-hkt48-superpower.html

48ศึกษากับบทวิเคราะห์ the series: ตัวแทนจาก AKB48 ในยุคใหม่ - มีใครพอจะทวงบัลลังก์คืนสู่มาตุภูมิบ้าง?
https://48studies.blogspot.com/2018/08/anal4-next-akb48-superpower.html

48ศึกษากับบทวิเคราะห์ the series: วิกฤตศรัทธา NMB48 - วันแห่งการพิสูจน์ใจมาถึงแล้ว..
https://48studies.blogspot.com/2018/08/anal5-nmb48-crisis.html

แต่ผู้เขียนยังไม่ได้เขียนเดอะแบกรุ่นใหม่ของ SKE48 เลย ดังนั้น ผู้เขียนจึงถือโอกาสนี้รวบทั้งสามส่วนนี้ เป็นซี่รี่ส์เฉพาะกิจกับ เดอะแบกซี่รี่ส์ และบทวิเคราะห์นี้ ขอนำเสนอ ใครคือเดอะแบกคนต่อไปของ SKE48
เมมเบอร์ SKE48 ในปี ค.ศ. 2018

นิยามของเดอะแบก

ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 คำว่า "แบก" เป็นคำกริยา หมายถึง วางของที่มีนํ้าหนักบนบ่าหรือบนหลัง เช่น แบกกระสอบข้าวสาร แบกปืน, โดยปริยายหมายความว่า รับภาระหนัก, มีความรับผิดชอบมาก, เช่น แบกค่าใช้จ่ายในบ้านคนเดียว แบกงานไว้มาก

จากนิยามของคำว่า "แบก" จะเห็นได้ว่า การแบกมีอยู่สองแบบคือ การใช้กำลังพลกำลังในการแบก และการใช้ภาระความรับผิดชอบในการแบก ซึ่งในที่นี้จะหมายถึง การใช้ภาระความรับผิดชอบในการแบก  

ในขณะที่คำว่า "the" ตาม Cambridge Advanced Learner's Dictionary มีหลายรูปแบบการใช้งานด้วยกันดังนี้
  • ใช้อ้างอิงคำนามหรือบุคคลที่กล่าวถึงไปแล้วหรือชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น
  • ใช้ระบุประเภทของสถานที่โดยไม่ได้กำหนดแน่นอน
  • ใช้ในวลีนามที่มีขอบเขตแน่นอน
  • ใช้อ้างอิงสิ่งของที่มีเพียงหนึ่งเดียว ณ ขณะหนึ่ง
  • ใช้กับคำแสดงขั้นสูงสุดหรือลำดับที่
  • ใช้บอกบุคคลหรือสิ่งของที่ดีที่สุด หรือโด่งดังที่สุด เป็นต้น 
  • ใช้กับคำคุณศัพท์เพื่อเปลี่ยนเป็นคำนามสำหรับการอ้างอิงคำนามที่อธิบายโดยคำคุณศัพท์นั้น ๆ 
  • ใช้กับคำคุณศัพท์เพื่อเปลี่ยนเป็นคำนามสำหรับการอ้างอิงคำนามที่กล่าวโดยทั่วไป
  • ใช้กับคำนามเอกพจน์เพื่ออ้างอิงถึงทุกสิ่งที่เป็นตัวแทนของคำนามนี้
  • ใช้กับนามสกุลเพื่ออ้างอิงทั้งครอบครัว
  • ใช้กับคำนามที่เป็นเครื่องดนตรีหรือการเต้นเพื่อบอกเป็นประเภทโดยทั่วไป
  • ใช้กับคำนามที่เป็นตัวแทนของกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับคำนามนั้น
  • ใช้กับตัวเลขเพื่อบอกช่วงเวลา 10 ปี
  • ใช้กับคำคุณศัพท์หรือคำวิเศษณ์เปรียบเทียบสองตัวเพื่อบอกถึงความสัมพันธ์
  • ใช้เพื่อเน้นย้ำความเห็นที่ชัดเจน
(https://dictionary.cambridge.org/dictionary/english/the)

ถ้าสังเกตจากนิยาม จะพบว่า "the แบก" ไม่ได้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ แต่ในทางปฏิบัติแล้ว คำนี้เป็นศัพท์สแลงที่ใช้นิยามของคำว่า "แบก" เป็น "รับภาระหนัก, มีความรับผิดชอบมาก" โดยมี article "the" เป็น "ใช้บอกบุคคลหรือสิ่งของที่ดีที่สุด หรือโด่งดังที่สุด"

ดังนั้น คำว่า "เดอะแบก" จึงเป็นศัพท์สแลงที่หมายถึง บุคคลที่รับภาระมากที่สุดหรือมีความรับผิดชอบมากที่สุดในกลุ่มบุคคล ซึ่งสำหรับ AKB48Group แล้ว กล่าวถึงเมมเบอร์ที่ต้องรับภาระในการพาวงไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้ง หรือรับผิดชอบในวงมากที่สุดเพื่อให้วงอยู่รอดและคงความนิยมที่สูงต่อไป

SKE48 กับประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจตลอด 10 ปี

จากวันแรกของ AKB48 ที่ก่อตั้งในวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ. 2005 ภายใต้การดูแลของ Akimoto Yasushi (秋元 康) ผู้เป็นทั้ง producer, นักเขียนเนื้อเพลง, และผู้เขียนบทโทรทัศน์ วง AKB48 ได้ตั้งตัวจากศูนย์ในคุณค่าของวงที่ว่า "会いに行けるアイドル" (aini-ikeru-aidoru, ไอดอลที่คุณไปพบได้) โดยแตกต่างจากไอดอลเดิมที่จะพบได้เฉพาะบนหน้าจอโทรทัศน์เป็นหลัก 

AKB48 ได้เปลี่ยนแปลงนิยามของไอดอลให้สัมผัสได้มากขึ้น เพียงแค่ไปพบที่เธียเตอร์ หรือเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ก็จะได้พบไอดอลสาวตัวเป็น ๆ มากมายและน่ารักสมวัย

เมื่อ AKB48 เริ่มตั้งตัวได้และมีเสถียรภาพมากขึ้น Akimoto Yasushi ก็ได้รับโอกาสที่จะขยายไอดอลไปนอก Akihabara, Tokyo โดยเป็นจังหวะเดียวกับที่ห้างสรรพสินค้า Sunshine Sakae กำลังปรับปรุงใหม่ที่ชั้น 2 พอดี ทำให้ Akimoto Yasushi มีโอกาสได้ไปร่วมงานฉลองการปรับปรุงห้าง และประกาศจัดตั้ง SKE48 (Sakae48 - ตามชื่อย่านในเมือง Nagoya) ในเวลานั้น
ห้างสรรพสินค้า Sunshine Sakae
สิ่งที่ทำให้ Akimoto Yasushi เชื่อว่า AKB48 ควรขยายวง (มีวงน้องสาว) คือการที่วงสามารถแสดงบนเธียเตอร์มาแล้ว 1,000 ครั้งและมีผู้ชมมากกว่า 1 แสนคน จึงเป็นโอกาสที่จะได้ขยายความสำเร็จนี้ออกไปนอก Akihabara แม้ว่าจะมีโอกาสจากนอกประเทศ แต่บันไดก้าวแรกที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ เพื่อขยายวงออกไปทั่วญี่ปุ่น คือ  Nagoya ที่เป็นแหล่งรวมของคนรุ่นใหม่อันเต็มไปด้วยพลัง
Akimoto Yasushi กับการก่อตั้ง SKE48 
สาว ๆ จาก Nagoya เป็นคนที่ทันสมัย และเชื่อมั่นในตนเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ Akimoto Yasushi อยากเห็นในวง นอกจากนี้ จะได้เห็นเมมเบอร์จาก SKE48 ได้ออก MV ร่วมกับเมมเบอร์วงพี่สาวอย่าง AKB48 
(http://www.scramble-egg.com/artist/event08/sunshine_sakae.htm)

ในที่สุด SKE48 ก็ถือกำเนิดขึ้นในวันที่ 30 กรกฎาคม ค.ศ. 2008 เมื่อเมมเบอร์รุ่นที่ 1 ถูกประกาศขึ้นจำนวน 23 คน
ภาพวันแรกของ SKE48 ที่เมมเบอร์รุ่นที่ 1 ประกาศตัว
(https://twitter.com/ske48official/status/1023889853228826625)
และเธียเตอร์ก็เริ่มเปิดการแสดงขึ้นในวันที่ 5 ตุลาคม ค.ศ. 2008 พร้อมกับการจัดตั้งทีม S โดยมี Hirata Rikako (平田璃香子) เป็นหัวหน้าทีม S เป็นคนแรก และในวันนั้น Akimoto Yasushi ได้ประกาศว่า ได้เตรียมการวางแผนที่จะจัด MV ของ AKB48 ที่มีเมมเบอร์ SKE48 ร่วมด้วย และเตรียมการขยายวงออกไปยัง Fukuoka, Sapporo, และ Osaka ในอนาคต
(http://www.scramble-egg.com/artist/ske48/01party1.htm)

Akimoto Yasushi กับเมมเบอร์ SKE48 ในวันที่เปิดเธียเตอร์ Sunshine Studio
ไม่นานหลังจากที่ทีม S และเธียเตอร์ได้ใช้งาน ซิงเกิ้ลที่ 10 ของ AKB48 อย่าง Ōgoe Diamond (大声ダイヤモンド) โดยมี Matsui Jurina (松井 珠理奈) เมมเบอร์ในวัย 11 ปีเป็นเซนเตอร์ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีเมมเบอร์วงน้องสาวอยู่ในซิงเกิ้ล และมีเมมเบอร์วงน้องสาวเป็นเซนเตอร์
ปกซิงเกิ้ล Ōgoe Diamond (大声ダイヤモンド) 
ในวันที่ 29 มีนาคม ค.ศ. 2009 เมมเบอร์รุ่นที่ 2 ของ SKE48 ก็ได้เปิดตัว และจัดตั้งทีม KII ในวันที่ 25 พฤษภาคม โดยมี Takayanagi Akane (高柳明音) เป็นผู้ประเดิมตำแหน่งหัวหน้าทีม จากนั้นจึงเปิดสเตจของทีม KII ในวันที่ 13 มิถุนายน
(http://www.scramble-egg.com/artist/ske48/07aitakatta1.htm)
เมมเบอร์ทีม KII ในวันแสดงวันแรก
ในวันที่ 5 สิงหาคม ค.ศ. 2008 ซิงเกิ้ลแรกของ SKE48 ที่ชื่อว่า Tsuyokimono yo (強き者よ) ได้วางจำหน่าย โดยมีเซมบัตสึเป็นเมมเบอร์จากทั้งสองรุ่น
ปกซิงเกิ้ล Tsuyokimono yo (強き者よ) ฉบับเธียเตอร์
วันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 2009 เมมเบอร์รุ่นที่ 3 ได้ก่อตั้งขึ้น ซึ่งเป็นช่วงที่ทีม S และทีม KII เป็นกำลังของวง ทำให้ในเวลาเพียงหนึ่งปีเศษ มีเมมเบอร์ 3 รุ่น กับทีมของวงอยู่ 2 ทีม (ในขณะที่ AKB48 มีเมมเบอร์ครบ 3 ทีมในเวลาเพียง 1 ปีกับ 1 วัน หลังจากที่เมมเบอร์รุ่นที่ 3 ประกาศขึ้น ซึ่งความแตกต่างคือ ระบบ Kenkyusei ถูกนำมาใช้ตั้งแต่รุ่นที่ 4 ของ AKB48 (26 พฤษภาคม ค.ศ. 2007) จนถึงปัจจุบัน เพื่อฝึกทักษะของเมมเบอร์และทดแทนเมมเบอร์ในทีมที่จบการศึกษาไป)

หลังจากนั้น ทีม E ก็ได้ก่อตั้งขึ้นในวันที่ 6 ธันวาคม ค.ศ. 2010 โดยใช้ Kenkyusei จากรุ่นที่ 4 ที่พึ่งเข้าทีมในวันที่ 30 กันยายน ค.ศ. 2010 และรุ่นพี่ที่ยังเป็น Kenkyusei อยู่ โดยมี Umemoto Madoka (梅本まどか) รับตำแหน่งหัวหน้าทีมเป็นคนแรก

วันที่ 24 มีนาคม ค.ศ. 2012 ก็ได้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ที่เรียกว่า "ตำแหน่งควบ" (兼任, kennin) เพื่อให้เมมเบอร์จากวงน้องสาวหรือพี่สาวได้เข้าไปเป็นเมมเบอร์และสัมผัสกับเธียเตอร์นอกวงที่ตนเองสังกัด ซึ่งนอกจากจะช่วยให้เมมเบอร์ได้ฐานเสียงที่มากขึ้น ยังเป็นการฝึกทักษะในด้านที่ตนเองไม่เคยเจอมาก่อนในวงของตนเอง และ Matsui Jurina จากทีม S ก็ได้ควบวงกับทีม K ของ AKB48 ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยให้เธอมีฐานเสียงนอก Nagoya และจะเป็นสิ่งที่สำคัญต่อความสำเร็จของเธอในอนาคต

วันที่ 24 สิงหาคม ค.ศ. 2012 ตำแหน่งควบก็ขยายมากขึ้น เมื่อ Ishida Anna (石田安奈) ได้ควบกับทีม B และ Kitahara Rie (北原里英) จาก AKB48 ก็เข้าควบทีม S 

ดูเหมือนว่า SKE48 กำลังจะไปได้สวย ไม่ว่าจะเป็นการที่วงได้เมมเบอร์จาก AKB48 เข้ามาช่วยเสริมทัพ และยังได้ไปเรียนรู้ที่เธียเตอร์ของ AKB48 เป็นอย่างดี แต่วิกฤตศรัทธา SKE48 พึ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น 
  
วันที่ 23 ตุลาคม ค.ศ. 2012 Hirata Rikako จบการศึกษาจาก SKE48 ในตำแหน่งกัปตันทีม S ทำให้ทีม S ขาดหัวหน้าทีม แต่ในช่วงนั้นยังเป็นเคราะห์ดีที่ Matsui Rena, Matsui Jurina และ Kitahara Rie ยังคงเป็นเมมเบอร์โดดเด่นในทีมที่ช่วยประคองทีมไว้ได้

แต่สิ่งที่เจ็บปวดกว่า คือการที่เมมเบอร์ 9 คน (ทีม S 3 คน, ทีม KII 2 คน, ทีม E 2 คน, และ Kenkyusei 1 คน) ประกาศจบการศึกษาโดยพร้อมเพรียงกันในวันที่ 15 มกราคม ค.ศ. 2013 
(http://www.tokyohive.com/article/2013/01/9-members-of-ske48-announce-their-graduation-from-the-group/)
Yuasa Hiroshi (湯浅洋) ผู้จัดการเธียเตอร์ SKE48 ประกาศในวันที่เมมเบอรื 9 คนจบการศึกษาพร้อมกัน
ทีม S ที่เป็นจุดหลักของวงแต่กลับขาดหัวหน้าทีม และเมมเบอร์ 9 คนที่จบการศึกษาพร้อมกัน ทำให้ SKE48 อยู่ในช่วงเสี่ยง ซึ่งจุดนี้เป็นเพียงปฐมบทแห่งความเจ็บปวดของ SKE48

SKE48 ไม่รอช้าที่จะปล่อยให้เหตุการณ์เลวร้ายไปกว่านี้ วันที่ 13 เมษายน ค.ศ. 2013 วงจึงต้องจัดทีมใหม่โดย Nakanishi Yuka (中西優香) ซึ่งเป็นเมมเบอร์รุ่นที่ 4 ได้รับตำแหน่งเป็นกัปตันของ SKE48 พร้อมกับหัวหน้าทีม S ที่ว่างลง, Matsui Rena (松井 玲奈) เมมเบอร์รุ่นที่ 1 เป็นหัวหน้าทีม E, และมอบตำแหน่งพิเศษ "Kenkyusei กิตติมศักดิ์ตลอดชีพ" ให้กับ Matsumura Kaori (松村香織) หลังจากนั้น วันที่ 28 เมษายน ค.ศ. 2013 Kitahara Rie ก็ยกเลิกตำแหน่งควบกับ SKE48 

SKE48 กลับมามีความหวังเมื่อการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 5 Matsui Jurina และ Matsui Rena (W松井) ติดอันดับที่ 6 และ ตามลำดับ กลายเป็นคามิ 7 ทั้งคู่ และยังมี Suda Akari ที่ติดอันดับ 16 เป็นเซมบัตสึจาก SKE48 ร่วมอีกหนึ่งคน
Matsui Rena และ Matsui Jurina (W松井) กับการโปรโมตแอปพลิเคชัน Baitoru
(https://www.dip-net.co.jp/news/press-release/2014/05/ske48-akb48-2.html)
เหตุการณ์ที่สะเทือนขวัญค่อย ๆ จางหายไป ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2014 SKE48 ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนหัวหน้าทีมใหม่ยกชุด และทิ้งตำแหน่งกัปตันวงให้ว่างลง (ผู้เขียนเชื่อว่า น่าจะเป็นการแก้เคล็ดอย่างหนึ่งของวง) โดยให้ Miyazawa Sae (宮澤佐江) ซึ่งควบตำแหน่งกับทีม SII ของ SNH48 เป็นหัวหน้าทีม S, Furukawa Airi (古川愛李) เป็นกัปตันทีม KII, และ Suda Akari (須田亜香里) เป็นกัปตันทีม E นอกจากนี้ยังให้ Matsui Rena ควบกับ Nogizaka46 อีกด้วย (และเป็นเมมเบอร์จากฝั่ง 48 เพียงคนเดียวที่ได้ควบกับ Nogizaka46)

และ SKE48 ก็กลับเข้าสู่ความเจ็บปวดกับการจบการศึกษาแบบคอมโบรัว ๆ ของเมมเบอร์ระดับแถวหน้าในปี ค.ศ. 2015 โดยเริ่มจาก Furukawa Airi (古川愛李) ในวันที่ 31 มีนาคม และตามมาด้วย Sato Mieko (佐藤実絵子) หนึ่งในเสาหลักของทีม KII ตอนก่อตั้งวง พร้อมด้วย Nakanishi Yuka อดีตกัปตัน SKE48 ในวันที่ 12 เมษายน และแล้ว สิ่งที่เหล่าแฟนคลับหวาดกลัวว่าจะเกิดขึ้นก็มาถึง เมื่อ Matsui Rena จบการศึกษาในวันที่ 31 สิงหาคม 
Matsui Rena จบการศึกษา
นอกจากนี้ช่วงต้นปี ค.ศ. 2016 ก็ยังตามมาด้วย Isohara Kyoka (磯原杏華) ในวันที่ 25 มกราคม และที่หนักที่สุด คือ Miyazawa Sae ซึ่งจบการศึกษาในวันที่ 31 มีนาคม (หลังพ้นจากกัปตันทีม S ในวันที่ 4 มีนาคม) 

เมมเบอร์ 9 คนจบการศึกษาพร้อมกันก็ไม่หนักสาหัสเท่าการจบการศึกษาของ Matsui Rena ที่เป็นแกนนำและเดอะแบกของ SKE48 (แม้ว่าจะแบกร่วมกับ Matsui Jurina ในร่างของ Double Matsui) เพียงคนเดียว แต่เหตุการณ์นี้กลับถูกทำให้หนักขึ้นด้วยการจบการศึกษาในเวลาไล่เลี่ยกันของเมมเบอร์แนวหน้าของ SKE48 จนอยู่ในภาวะวิกฤต

หลังการจบการศึกษาของ Matsui Rena ก็ได้ทำให้ SKE48 ต้องกลับมาคิดใหม่ทำใหม่ และในที่สุด ด้วยพลังเดอะแบกของ Matsui Jurina จึงนำไปสู่ยูนิตย่อยใน SKE48 เพื่อดันเด็กใหม่เข้ามาทดแทนกำลังหลักชุดเก่าที่ไม่รู้ว่าจะจบการศึกษาติด ๆ กันอีกทีเมื่อไรในชื่อ Love Crescendo (ラブクレッシェンド) ผ่านซิงเกิ้ล Koppu no Naka no Komorebi (コップの中の木漏れ日) ซึ่งวางจำหน่ายในวันที่ 25 พฤศจิกายน ค.ศ. 2015  
ปกซิงเกิ้ล Koppu no Naka no Komorebi (コップの中の木漏れ日) ฉบับเธียเตอร์
ความพยายามเล็ก ๆ ของ SKE48 นี้กำลังจะทำให้ SKE48 มีเดอะแบกหน้าใหม่ในอนาคต อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้เป็นสิ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาได้ในระยะยาวเท่านั้น ในขณะที่ผลกระทบระยะสั้นยังคงเกิดขึ้นจากการขาด Matsui Rena ที่เป็นเดอะแบกมาตั้งแต่แรกเริ่มก่อตั้งวง

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ Matsui Jurina ซึ่งควบทีม K ในเวลานั้น ตัดสินใจที่จะยกเลิกการควบทีมในวันที่ 21 ตุลาคม ค.ศ. 2015 เพื่อมาแบก SKE48 เองทั้งหมดแทนส่วนที่ Matsui Rena เคยช่วยกันแบก
Matsui Jurina ปลดรูปภาพบนเธียเตอร์ AKB48 เพื่อยกเลิกการควบตำแหน่งทีม K และกลับไปช่วย SKE48 อย่างเต็มตัว
ในช่วงที่เมมเบอร์หัวแถวพร้อมใจกับจบการศึกษาในช่วงเวลานั้น ก็ได้เปลี่ยนความคิดของ SKE48 อีกครั้ง Furukawa Airi ซึ่งจบการศึกษาในฐานะกัปตันทีม KII ก็ได้ส่งไม้ต่อให้กับ Oba Mina (大場美奈) ส่วนในวันที่ Miyazawa Sae ออกจากการเป็นกัปตันทีม S เธอวางตำแหน่งนี้ให้กับ Yakata Miki (矢方美紀) ในวันที่ 4 มีนาคม ค.ศ. 2016

ในวันเดียวกับวันที่ Yakata Miki เข้ามาทำงานในฐานะกัปตันทีม S ก็ได้มีความคิดที่จะฟื้นฟูตำแหน่งกัปตันวงขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อรวมศูนย์วงให้เป็นเอกภาพและมีเสถียรภาพ โดยให้ Saito Makiko (斉藤真木子) เป็นผู้รับผิดชอบในงานนี้ 

ในเวลานั้น หัวหน้าวงและหัวหน้าทีมถูกส่งให้กับเมมเบอร์รุ่นใหม่ เพื่อประคองวงให้อยู่รอด และรอวันกลับมาอีกครั้ง ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าว เมมเบอร์ตัวหลักของวงไม่ได้จบการศึกษาในช่วงหัวเลี้ยวหัวตอนปลายปี ค.ศ. 2016 จึงเป็นความโชคดีของ SKE48 ที่วงสามารถฟื้นฟูตัวเองได้อย่างราบรื่น 

วงกำลังถ่ายผ่านจากรุ่นเก่าสู่รุ่นใหม่ เมมเบอร์รุ่นใหม่ค่อย ๆ มาแทนที่ในลักษณะของ co-existing (ปรากฏร่วมกัน) โดยมีเมมเบอร์รุ่นใหม่ค่อย ๆ เข้ามาพร้อมกับการที่เมมเบอร์อาวุโสยังคงโดดเด่นอยู่ 

แฟนคลับ SKE48 ซึ่งผ่านความเจ็บปวดจากการจบการศึกษาของเมมเบอร์แถวหน้าแบบติด ๆ กัน และเรียนรู้จุดที่ตกต่ำของวงจนถึงจุดที่ SKE48 อยู่ในขั้นวิกฤตหนัก ก็ได้ปรับตัวและกลายเป็นแฟนคลับที่เน้นสนับสนุนสมาชิกทุกคนโดยรวมแบบไม่เจาะจงเมมเบอร์ หรือที่เรียกว่า Hako-oshi (箱推し) 

ในปัจจุบัน SKE48 กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง และยืนหยัดบนเส้นทางไอดอลที่แข็งแกร่งที่สุดของญี่ปุ่นอีกครั้งผ่านการพิสูจน์ด้วยการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 10 ที่  Matsui Jurina คือผู้ชนะในการเลือกตั้ง และแบก SKE48 จนถึงจุดที่สูงที่สุดอีกครั้งได้สำเร็จ

ทำไมเดอะแบกคนต่อไปของ SKE48 ถึงสำคัญ

แม้ว่า Matsui Jurina จะยังเป็นเดอะแบกของ SKE48 ได้อีกยาวนาน (6-7 ปี หรือมากกว่านั้น) แต่จุดเสี่ยงของ SKE48 ก็เริ่มกลับมาอีกครั้ง 

ความสำเร็จของ Matsui Jurina กับตำแหน่งราชินีแห่ง AKB48Group ทำให้ SKE48 กลับขึ้นมาผงาดเป็นอภิมหาอำนาจไอดอลแห่งญี่ปุ่นอีกครั้ง แต่ความยิ่งใหญ่นี้กลับต้องแลกด้วยราคาที่สูงยิ่ง ในวันที่ 7 กรกฎาคม ค.ศ. 2018 ในขณะที่แฟนคลับในญี่ปุ่นกำลังฉลองวันทานาบาตะ ข่าวร้ายก็มาถึงเมื่อ Matsui Jurina เมมเบอร์รุ่นที่ 1 คนสุดท้ายของวงและอภิมหาเดอะแบกของ SKE48 ผู้เป็นทัพหน้าสุดของทุกศึกการเลือกตั้งประกาศยุติกิจกรรมทุกอย่างกับ SKE48 และ AKB48Group (รวมทั้ง Produce48) เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ
(https://onehallyu.com/topic/698132-matsui-jurina-announces-hiatus/)

ชัยชนะของ SKE48 ทำให้ SKE48 มีโอกาสได้เฉลิมฉลองชัยชนะในชัยชนะของการเลือกตั้งเซมบัตสึทั่วเมือง Nagoya เพราะ "Center is coming home (at Nagoya)" และยังเป็นช่วงที่ SKE48 มีอายุ 10 ปีพอดี แต่กลับกลายเป็นว่าทุกอย่างต้องหยุดชะงักลง 

อย่างไรก็ตาม บนความโชคร้ายยังมีความโชคดีอยู่ ต้องขอบคุณแฟนคลับ SKE48 ที่เทคะแนนให้กับ Suda Akari จนได้อันดับที่ 2 และเธอก็ยินดีที่จะเป็นไอดอลจนถึงอายุ 30 ปี ซึ่งดูเหมือนว่า SKE48 จะไม่เคยสิ้นเดอะแบกชั้นดีเลย 
เมมเบอร์แนวหน้าของ SKE48 - Miyazawa Sae, Matsui Jurina, Matsui Rena, และ Suda Akari 
ในตอนท้ายของ speech การเลือกตั้งครั้งที่ 10ที่  Suda Akari ถูกพิธีการถามเรื่องอายุไอดอล..
MC: คุณบอกว่าจะเป็นไอดอลจนถึงอายุ 30 ปีถ้าได้ที่ 1 แต่คุณได้ที่ 2 แล้วคุณจะอยากเป็นไอดอลจนถึงอายุเท่าไร
Suda: ถ้าเป็นไปได้นะ... จนถึง 30 ปีเลยค่ะ..
MC: ยินดีด้วยนะครับ!
Suda: ขอบคุณนะคะ!
(https://mdpr.jp/news/detail/1773412#anchor-15)

ในขณะที่ Matsui Jurina กำลังฟื้นฟูตัวเอง Suda Akari ก็เป็นทั้งเดอะแบกและเดอะหน้าร้านค้าแทนที่ Matsui Jurina ไปโดยปริยาย ซึ่งช่วยให้วงยังคงรักษาเสถียรภาพไว้ได้และไม่ทำให้แฟนคลับตื่นตระหนกจนนำไปสู่วิกฤตศรัทธารอบใหม่

แน่นอนว่า แค่ Suda Akari คนเดียวอาจไม่เพียงพอในอนาคต และเดอะแบกของ SKE48 ควรเป็นเมมเบอร์เลือดใหม่ที่อายุน้อย เพื่อประคองวงให้ได้นานขึ้นนั่นเอง เพราะความโชคดีของ SKE48 ที่มีเดอะแบกมาแทนที่ตลอดเวลา เป็นสิ่งที่ทำให้ SKE48 ยังอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ แต่ก็ต้องตระหนักไว้ว่า มีแค่เมมเบอร์รุ่นใหม่เท่านั้นที่เป็นทางเลือกที่สุดในการเป็นเดอะแบก เพราะความอยู่รอดของวงขึ้นกับการมารับช่วงต่อ (หรือช่วงเปลี่ยนผ่านนั่นเอง)

เดอะแบก new generation จาก SKE48

ผู้เขียนเข้าใจดีว่า ตอนนี้เดอะแบกของ SKE48 ก็มี Matsui Jurina ที่กำลังพักรักษาตัวเอง และ Suda Akari ที่ตอนนี้ขยายตลาดและออกสื่อบ่อยครั้งจนนับจำนวนครั้งแข่งกับข่าวรายวันได้เลย แต่สองคนนี้ก็ไม่ได้รับประกันว่า SKE48 จะอยู่ยงคงกระพันฟันแทงไม่เข้าไปอีก 10 ปี ดังนั้น ผู้เขียนจะมาทำความรู้จักกับเมมเบอร์รุ่นใหม่ที่จะมาแบก SKE48 ในอนาคต เพื่อคงไว้ซึ่งความยิ่งใหญ่แห่ง SKE48

จากการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 10 ที่ผ่านมา เมมเบอร์ SKE48 ที่ติดอันดับเซมบัตสึ โดยมากเป็นเมมเบอร์อาวุโสทั้งนั้น หรือถ้าจะให้เปรียบเทียบก็เหมือนกับขิงที่ยิ่งแก่ยิ่งเผ็ดนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็น Oba Mina (大場美奈) ที่ได้อันดับที่ 8 ก็อายุ 26 ปีแล้ว หรือ Soda Sarina (惣田紗莉渚) เมมเบอร์ที่ได้อันดับ 11 กับอายุ 25 ปี  ในขณะเมมเบอร์ที่ได้อันดับที่ 15 อย่าง Furuhata Nao (古畑奈和) มีอายุเพียง 21 ปี

ผู้อ่านอาจจะสงสัยว่า ทำไมถึงต้องพูดถึงเรื่องอายุด้วย นั่นก็เพราะว่า อายุบ่งบอกถึงช่วงที่เวลาที่ยังสามารถเป็นไอดอลของ AKB48Group ได้ ซึ่งอายุยิ่งมากก็หมายความว่าจะมีเวลาในการเป็นไอดอลที่น้อยลง นั่นคือจำนวนครั้งที่จะได้ลงเลือกตั้งเซมบัตสึ (ซึ่งต้องเป็นเมมเบอร์ในปัจจุบันเท่านั้น) ก็จะน้อยลงไปด้วยนั่นเอง

ดังนั้น ผู้เขียนจะมาทำความรู้จักกับเมมเบอร์ที่จะมาเป็นเดอะแบก new gwneration ของ SKE48 โดยพิจารณาถึงเมมเบอร์ที่มีอายุไม่เกิน 20 ปี ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่าจะยังคงเป็นเมมเบอร์ได้อีกนาน และทันที่จะเป็นเดอะแบกรุ่นใหม่ในอนาคต

Kitagawa Ryoha (北川綾巴)

หากผู้อ่านเคยอ่านบทความเก่าในเรื่องของเดอะแบก พบว่ามีความคล้ายคลึงกันอย่างหนึ่งของแนวโน้มในการที่จะเป็นเดอะแบกของวงในอนาคต สำหรับ SKE48 แล้ว Kitagawa Ryoha (北川綾巴) ก็คือหนึ่งในนั้น
Kitagawa Ryoha
สิ่งหนึ่งที่คล้ายคลึงกันของพวกเธอที่ถูกมองว่าจะได้มาแบกวงในอนาคต ก็คือการที่พวกเธออยู่ในยูนิต Tentoumu Chu! (てんとうむChu!) ที่ถูกผลักดันมาตั้งแต่สมัย Kenkyusei ทำให้ความนิยมของพวกเธอโดดเด่นมากกว่าใครในรุ่นและมีโอกาสที่ก้าวเป็นเมมเบอร์แถวหน้าได้อย่างไม่ต้องสงสัย

แต่สิ่งที่ Tentoumu Chu! (てんとうむChu!) ไม่ได้ให้มาด้วย คือคู่มือการใช้งานพวกเธออย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เมมเบอร์ที่เคยสังกัดยูนิตนี้ไม่ได้รับการผลักดันอย่างเต็มที่จนทำให้อันดับในการเลือกตั้งของพวกเธอมักอยู่เพียงโซนกลาง ๆ เท่านั้น นั่นจึงทำให้สตาฟต้องหาวิธีผลักดันพวกเธอด้วยตัวเอง และผลที่ออกมาก็ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก โดยมีเพียง Okada Nana (岡田奈々) จาก AKB48 ที่สามารถแตะคามิ 7 ได้เป็นคนแรกของยูนิตในเวลานี้

เพื่อให้มั่นใจว่าเธอจะยังได้รับแรงผลักดันอย่างต่อเนื่อง Kitagawa Ryoha จึงถูกบรรจุอยู่ในยูนิต Love Crescendo ของ SKE48 เพื่อให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

แต่ในช่วงที่ผ่านมา Kitagawa Ryoha ได้อันดับที่ 64 ถึงสองปีติดต่อกันในปี ค.ศ. 2016-2017 และหลังจากที่เธอยกเลิกการควบตำแหน่งกับทีม 4 ของ AKB48 ก็ดูเหมือนว่าเธอจะได้รับสนับสนุนที่มากขึ้น และทำให้อันดับของเธออยู่ที่ 27 ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เธอได้รับการผลักดันมาถูกทางแล้ว

ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า Kitagawa Ryoha อาจจะขึ้นมาอยู่บนเซมบัตสึแทนที่รุ่นพี่ และใน 4-5 ปีข้างหน้า เราอาจจะได้เห็นเธอเป็นคามิ 7 คนใหม่ของ SKE48 ก็ได้

Sugawara Maya (菅原茉椰)

ถ้ามีใครบอกว่า SKE48 รักกันดี ก็คงจะจริง เพราะอันดับการเลือกตั้งปี ค.ศ. 2018 พวกเธอก็มีอันดับที่ติด ๆ กันในหลายช่วง และ Sugawara Maya (菅原茉椰) ก็อยู่ในโซนแถวหน้าของเมมเบอร์รุ่นใหม่จาก SKE48
Sugawara Maya
ในการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 10 อันดับที่ 28 ของเธอคือเรื่องจริง ไม่ใช่มายา และเป็นครั้งแรกของเธอที่ติดอันดับแบบก้าวกระโดดเช่นนี้ ทั้งนี้ก็ต้องขอบคุณในการผลักดันตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทั้งยูนิต Love Crescendo และเซมบัตสึ Muishiki no Iro (無意識の色) 

เมื่อเธอได้รับการผลักดันที่ดีตั้งแต่ยังเป็น Kenkyusei สังกัดทีม E (เพราะเธอเป็นเด็กดราฟท์รุ่นที่ 2) และยังเป็นเมมเบอร์คนแรกของ SKE48 ที่มาจากภูมิภาค Tohoku จึงทำให้เธอมีความโดดเด่นทั้งภูมิหลังและความสามารถ ซึ่งช่วยให้เธอสามารถก้าวขึ้นมาเป็นเมมเบอร์แนวหน้าได้ในอนาคต 

Obata Yuna (小畑優奈)

บทเรียนที่ผ่านมาของ SKE48 แสดงให้เห็นแล้วว่า การจบการศึกษาติด ๆ กันของเมมเบอร์แถวหน้าทำให้เมมเบอร์รุ่นน้องขาดแรงจูงใจและทำให้เกิดเดอะแบกคนใหม่ขึ้นมาแทนแบบทันทีทันใด นอกจากนี้ อายุของเมมเบอร์แนวหน้าหลายคน อยู่ในช่วงวัยใกล้ปลดระวางทั้งสิ้น ดังนั้น SKE48 จึงต้องหาทางเสียบเมมเบอร์รุ่นใหม่เข้ามาแทนให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันวิกฤตศรัทธารอบสอง โดยเลือกที่จะให้ Obata Yuna (小畑優奈) เป็นหนึ่งในเป้าหมายของการดันให้มาแบกทีมต่อในอนาคต ด้วยอายุ 16 ปีในปี ค.ศ 2018
Obata Yuna
ในช่วงที่เธอพึ่งเข้าวงมาใหม่ ๆ เธอถูกจับตามองในฐานะดาวรุ่งผ่าน  SKE48 ดัน Obata Yuna อย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพื่อให้ทันใช้งานในฐานะเดอะแบกในอนาคต โดยเป็นเมมเบอร์ยูนิต Love Crescendo 

แต่ในช่วงปี ค.ศ. 2017 ซึ่งเป็นช่วงที่เมมเบอร์ SKE48 รุ่นเก่าก็ค่อย ๆ จบการศึกษาออกไป ทำให้สตาฟมองว่าถึงเวลาต้องจริงจังกับเรื่องของการดันเมมเบอร์รุ่นใหม่แล้ว และ Obata Yuna ตอบโจทย์ที่สุด โดยสตาฟวางตัวเธอเป็นเซนเตอร์ซิงเกิ้ล Igai ni Mango (意外にマンゴー) และ Muishiki no Iro (無意識の色) 

เท่านั้นยังไม่พอ สตาฟยังจัดหนักจัดเต็มโดยให้ Obata Yuna เป็นเซมบัตสึซิงเกิ้ล AKB48 ลำดับที่ 50-52 แบบไม่ขาด 

ผลการเลือกตั้งจากครั้งที่ 9 ที่ได้อันดับที่ 72 ก็ขึ้นมาเป็นอันดับที่ 34 ถึงแม้ว่าจะสะท้อนถึงผลตอบรับที่อาจไม่ค่อยดีเท่าไรนัก แต่ถ้าสตาฟยังคงผลักดันแบบจัดหนักอยู่เช่นนี้ เธอก็อาจขึ้นเซมบัตสึได้ภายในอนาคตอันใกล้อย่างแน่นอน

Goto Rara (後藤楽々)

ตัวคันจิของคำว่า 楽 แปลว่า ความสุข โดยมีคำอ่านว่า raku เมื่อพบกับเครื่องหมาย 々 (dōnojiten) ทำให้ต้องอ่านออกเสียงสองครั้ง (เครื่องหมายซ้ำ) และให้ความหมายที่เน้นย้ำ ดังนั้น 楽々 จึงอ่านว่า rara ซึ่งแปลว่า มีความสุขอย่างยิ่ง แต่ก็มีบางคนที่ซื่อกับการอ่านคำนี้เป็นอย่างมาก อย่างเช่นเพื่อนสนิทที่ชื่อ Sugawara Maya ก็เคยเรียกเธอว่า raku-raku มาแล้ว..
(https://www.dailymotion.com/video/x5ke9oy นาที 07:33)
Goto Rara
แม้ว่า Goto Rara (後藤楽々) ในตอนนี้จะขอหยุดกิจกรรมชั่วคราวเพื่อมุ่งมั่นในการเรียน แต่เธอก็คือเมมเบอร์คนหนึ่งของ SKE48 ที่ตั้งใจจะมอบความสุขให้กับแฟนคลับ (แม้ว่าเธอจะบอกว่าขอหยุดไปเรียน แต่ก็ไม่ทำให้แฟน ๆ เป็นห่วงโดยทวิตข้อความและภาพในวันเกิดของเธอเอง)

ในอนาคตตอนที่เธอกลับมาทำงานอีกครั้ง เราอาจจะได้เห็นแฟนคลับของ Goto Rara ที่ประหยัดอดออมจากการเลือกตั้งครั้งที่ 10 มาลงทุนกับการเลือกตั้งครั้งหน้าจนอันดับของเธอทะยานขึ้นไปจนถึงโซนเซมบัตสึก็เป็นได้ (เพราะช่วงนี้วงก็เป็นใจ และอะไรหลาย ๆ อย่างของ SKE48 ก็เป็นใจ)

กว่าจะเป็นที่รู้จักของเหล่าแฟน ๆ เพื่อมามอบความสุขให้ทุกคน เธอคือส่วนหนึ่งของยูนิต Love Crescendo ที่ไม่ว่าใครอยู่ในยูนิตนี้ ล้วนเจริญในหน้าที่การงานอย่างไม่ต้องสงสัย

ผลงานในการเลือกตั้งครั้งที่ 9 ซึ่งเธอได้อันดับที่ 46 แสดงให้เห็นว่าเซมบัตสึซิงเกิ้ล AKB48 ลำดับที่ 47 และ 48 อย่าง Shoot Sign (シュートサイン) และ Negaigoto no Mochigusare (願いごとの持ち腐れ) เป็นการผลักดันเธอให้ขึ้นมาสู่อันดับในการเลือกตั้ง และเป็นที่รู้จักของเมมเบอร์แห่งความสุขสมชื่อนั่นเอง


Ego Yuna (江籠裕奈)

Ego Yuna (江籠裕奈) เป็นเมมเบอร์ของ SKE48 หน้าตาน่ารักคนหนึ่ง แน่นอนว่าเธอก็ดึงดูดแฟนคลับหลายคนได้เป็นอย่างดี แต่ด้วยความที่น่ารักนี่แหละ จึงกลายเป็นดาบสองคมที่มีเมมเบอร์บางคนไม่ประสงค์ดีคอยแกล้งเธอตลอดเวลา ในช่วงที่เธอเข้าวงการใหม่ ๆ Kizaki Yuria (木﨑ゆりあ) และ Mukaida Manatsu (向田茉夏) จึงจัดตั้ง "กองกำลังพิทักษ์ Ego-จัง" (えごちゃんを守り隊) เพื่อปกป้องจากการคุกคามต่าง ๆ
Ego Yuna
Ego Yuna ติดเซมบัตสึของ SKE48 ตั้งแต่ Coquettish Juutai Chuu (コケティッシュ渋滞中) ซึ่งเธอไม่เคยหลุดจากตำแหน่งนี้เลย และยังเป็นเมมเบอร์ของยูนิต Love Crescendo ซึ่งทำให้อันดับในการเลือกตั้งของเธอขึ้นมาตั้งแต่ครั้งที่ 8 ที่อันดับที่ 35 และลงมาเล็กน้อยในอันดับที่ 36 ในการเลือกตั้งครั้งที่ 9 ก่อนที่จะกลับมาที่จุดเดิมหรืออันดับที่ 35 ในการเลือกตั้งครั้งที่10

ผู้เขียนเชื่อว่า ต้นทุนของความนิยมของ Ego Yuna อยู่ในระดับที่สูงอยู่แล้วในเวลานี้ แต่สิ่งที่สตาฟควรทำในตอนนี้ คือการผลักดันเธอให้มากขึ้นนอกเหนือจากการให้เธอเป็นเซมบัตสึอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้อันดับสูงขึ้นในการเลือกตั้งในอนาคต

Isshiki Rena (一色嶺奈)

Isshiki Rena (一色嶺奈) เป็นเมมเบอร์รุ่นใหม่ที่ SKE48 เลือกมาจากงานคัดเลือกดราฟท์ครั้งที่ 2 และดองไว้โดยที่สตาฟยังไม่ได้พาเธอออกไปสู่การเป็นดาวเด่นของวง 
Isshiki Rena
Isshiki Rena ถูกผลักดันโดยการเป็นสมาชิกของยูนิต Love Crescendo ในฐานะเมมเบอร์ชุดใหม่ ซึ่งยูนิตนี้มีความขลังตรงที่ไม่ว่าใครเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของยูนิต ก็ทำให้พวกเธอติดอันดับในการเลือกตั้งในเพียงระยะเวลาอันสั้น

จากที่ถูกดองและไม่ติดอันดับในการเลือกตั้งเลย เมื่อ Isshiki Rena เข้าสู่ยูนิตนี้โดยการเป็นส่วนหนึ่งของเพลง Hanshateki Through (反射的スルー) ในซิงเกิ้ล Muishiki no Iro (無意識の色) ก็ทำให้เธอติดอันดับที่ 56 อย่างไม่น่าเชื่อ 

ผู้เขียนมองว่า โอกาสของเธอมาถึงแล้วในตอนนี้ และเป็นช่วงที่ดีที่จะได้รับการสนับสนุนในอนาคตโดยการเป็นเซมบัตสึซิงเกิ้ล SKE48 หรือเป็นเมมเบอร์แถวหน้า เพราะเธอมีศักยภาพที่มากพอและความนิยมก็สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Arai Yuki (荒井優希)

ผู้อ่านอาจจะสงสัยว่า ตกลงแล้วผู้เขียนตั้งใจจะเขียนเพื่อชี้นำว่าอนาคตของ SKE48 ขึ้นกับ Love Crescendo ที่มี Matsui Jurina เป็นแกนนำของยูนิตหรือไม่ แต่ผลการเลือกตั้งไม่ได้โกหกใคร เพราะว่าเสน่ห์อย่างหนึ่งของ SKE48 ที่ทำให้ผู้ติดตามเรื่องราวรู้สึกสนใจและชอบวงนี้ ก็คือการที่มีเมมเบอร์คนหนึ่งของวงซึ่งเคยถูกมองว่าอยู่แค่แนวหลังของสเตจ แต่กลับทำผลงานในการเลือกตั้งได้ดีเยี่ยม 

ผู้เขียนกำลังหมายถึง Suda Akari แต่มาวันนี้ ผู้เขียนจะแนะนำเมมเบอร์อีกคนหนึ่งที่กำลังมาแรงแซงทางโค้งอยู่ นั่นคือ Arai Yuki (荒井優希) เมมเบอร์รุ่นใหม่ที่ไม่ใช่ Love Crescendo แต่สามารถเข้าถึงความสำเร็จของการเป็นไอดอลได้เช่นกัน
Arai Yuki
ถ้าผู้เขียนจะบอกว่า Arai Yuki ไม่เคยติดเซมบัตสึของ SKE48 เลยตั้งแต่เธอเข้าสู่วงการ แต่กลับมีอันดับการเลือกตั้งในการเลือกตั้งครั้งที่ 10 ถึงอันดับที่ 28 ก็คงต้องมาไล่เรียงสาเหตุว่าทำไปถึงเป็นเช่นนั้น

หากใครจำได้กับการจัดการสอบวัดความรู้ที่มีต่อ AKB48Group หรือ AKB48 Group Center Senbatsu Special Examination (AKB48グループセンター試験特別選抜) พบว่า Arai Yuki มีคะแนนสูงถึง 119/200 ซึ่งได้อันดับที่ 8 ร่วมกับ Kawamoto Saya (川本紗矢), Sasaki Yukari (佐々木優佳里), และผู้จัดการทั่วไปของ AKB48Group อย่าง Yokoyama Yui (横山由依) (ผู้ที่มักถูกวัดให้เป็นมาตรฐานกลางทั้งการเลือกตั้งและการสอบวัดความรู้ เพราะดูเหมือนว่าเธอจะมีบารมีสูงที่สุดและมีความรู้ความเข้าใจในวงมากจนเป็นที่ยอมรับในฐานะผู้จัดการทั่วไป)

Arai Yuki เป็นเพียงเมมเบอร์หนึ่งในสองคนจาก SKE48 เท่านั้นที่เข้าถึงเซมบัตสึในการเลือกตั้ง (อีกคนหนึ่งคือ Tsuzuki Rika (都築里佳) ซึ่งได้อันดับที่ 14 ร่วมกับ Sashihara Rino (指原莉乃)) นั่นจึงทำให้เป็นผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับ AKB48Group สูงที่สุดในบรรดาเมมเบอร์ของ SKE48 และเข้าไปในซิงเกิ้ลรองของ AKB48 ด้วยความสามารถของตนเองล้วน ๆ 

ความพยายามของเธอยังไม่หมดเท่านี้ Arai Yuki เป็นเมมเบอร์ที่ยังออกงานทั้งที่เป็นของ SKE48 และงานภายนอกบ่อยครั้ง ซึ่งช่วยให้ผู้คนเป็นที่รู้จักและยอมรับในตัวเธอ แม้ว่าจะไม่ติดเซมบัตสึ แต่งานภายนอกก็พิสูจน์แล้วว่า สามารถเข้าถึงใจของแฟนคลับได้ไม่แพ้เซมบัตสึซิงเกิ้ลเลย
Arai Yuki กับการเล่นปาจิงโกะในเครื่อง "Pachinko Winter Sonata Remember" โดย Kyoraku ซึ่งเธอเป็น Brand Ambassador อยู่ในชื่อ "Yuki-chan Yellow" (ゆきちゃんイエロー)
(https://www.youtube.com/watch?v=0APEkb_cUZk&feature=youtu.be)
ปล. แม้ปาจิงโกะจะเป็นการเล่นพนันที่ถูกต้องตามกฎหมายในประเทศญี่ปุ่นด้วยเหตุผลต่าง ๆ มากมาย แต่ผู้เขียนก็ไม่ได้มีเจตนาที่จะสนับสนุนการพนัน และหวังว่าจะติดตามเรื่องราวของเมเบอร์ในส่วนนี้ด้วยวิจารณญาณนะครับ!
Arai Yuki กับงานเป็นตำรวจที่สถานีตำรวจเกียวโต 1 วัน
(https://twitter.com/araiyuki57/status/1020200722841812992)

บทส่งท้าย

ผู้เขียนได้เห็นการปรับตัวภายใน SKE48 ที่ต้องหาเดอะแบกหน้าใหม่มาโดยตลอด บทเรียนในช่วงที่เมมเบอร์ 9 คนและ  Matsui Rena จบการศึกษาออกไป ทำให้ SKE48 ต้องกู้วิกฤตศรัทธาและ Love Crescendo ก็ได้พิสูจน์แล้วว่า เมมเบอร์หน้าใหม่กำลังเข้ามาแทนที่เมมเบอร์อาวุโส และพร้อมที่เป็นกำลังหลักเพื่อแบกความหวังและชื่อ SKE48 ไว้ในอนาคตอันใกล้

แม้ว่า SKE48 จะเผชิญหน้ากับปัญหาที่เดอะแบกที่จบการศึกษาออกไป หรือไม่ก็มีอายุมากแล้ว แต่ SKE48 ก็ไม่เคยสิ้นเดอะแบกชั้นยอดเลย ซึ่งสิ่งนี้เองที่ทำให้ SKE48 เหนียวแน่นและมั่นคงมาโดยตลอดจนถึงวันนี้

ตอนต่อไป

ผู้เขียนจะมาเขียนบทสรุปเกี่ยวกับนโยบายเฟ้นหาเดอะแบกคนใหม่ที่มีขึ้นโดยสตาฟของแต่ละวง ซึ่งแต่ละวงต่างก็มียุทธศาสตร์และเป้าหมายที่แตกต่างกันเพื่อสร้างเมมเบอร์รุ่นใหม่ที่พร้อมออกไปลุยในฐานะตัวเต็งของวงในการเลือกตั้งได้ในอนาคต

ผู้เขียนจะเขียนตอนหน้าเพื่อปิดซีรี่ส์ เดอะแบกซีรี่ส์ ฉบับปี ค.ศ. 2019 และหวังว่าจะได้มาเขียนเดอะแบกซีรี่ส์อีกครั้งในอนาคต

Comments

Popular posts from this blog

Majimuri Gakuen (マジムリ学園) กับเค้าโครงประวัติศาสตร์จริง

48 เรื่องราวที่น่าสนใจของ AKB48 Group ในปี ค.ศ. 2018

บทวิเคราะห์: Next Influencer เมื่อไม่มี Shiraishi Mai