HKT48 กับวงในยุค post-Sashihara Rino

ในวันที่ 15 ธันวาคม ค.ศ. 2018 กลางงานคอนเสิร์ตของ HKT48 ที่ Tokyo Dome City Hall จะเป็นวันที่แฟนคลับทุกคนไม่มีวันลืม เมื่อ Sashihara Rino (指原莉乃) ประกาศจบการศึกษาจาก HKT48 และกำลังจะมีคอนเสิร์ตจบการศึกษาในวันที่ 28 เมษายน ค.ศ. 2018
(https://www.oricon.co.jp/news/2125583/full/
https://mdpr.jp/news/detail/1810593)
Sashihara Rino ประกาศจบการศึกษาจาก HKT48
(https://mdpr.jp/news/detail/1810593)
เช่นเดียวกับเมมเบอร์ผู้โดดเด่นและอภิมหาเดอะแบกทุกคน ทั้งแฟนคลับและเมมเบอร์เองต่างก็ทำใจกับข่าวนี้ไม่ได้ แต่สิ่งนี้ก็ล้วนเป็นสัจธรรมที่ย่อมเกิดขึ้นเป็นธรรมดา เมื่อมีมาก็ย่อมมีจากไป ไม่มีความเที่ยงแท้ยืนอยู่ตลอดไป

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผู้มากบารมีแห่ง HKT48 อย่าง Sashihara Rino กำลังจะจาก HKT48 ในฐานะเมมเบอร์ HKT48 ในเร็ววันนี้ แต่ HKT48 ก็ยังต้องยืนอยู่ต่อไปให้ได้ เพราะยังมีเมมเบอร์อีกจำนวนมากที่ยังอยู่ในวงและรอวันโดดเด่น ผู้เขียนจึงได้เขียนบทความนี้ เพื่ออธิบายถึงอนาคตหลังจากนี้ของวง

จากวันวานของ HKT48 กับ Sashihara Rino

เนื้อหาส่วนนี้ เป็นการเรียบเรียงใหม่อีกครั้งจากบทความ "48ศึกษากับบทวิเคราะห์ the series: Post-Miyawaki Sakura age - ใครคือเดอะแบกของ HKT48 คนต่อไป?"

HKT48 ถือกำเนิดขึ้นในวันที่ 23 ตุลาคม ค.ศ. 2011 โดยเป็นวันที่มีการประกาศเมมเบอร์รุ่นที่ 1 ของวง จำนวน 21 คนนั้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพียงเด็กมัธยมศึกษาตอนต้นที่มีอายุประมาณ 13-15 ปีเท่านั้น โดยช่วงอายุของเมมเบอร์ในตอนที่ประกาศตัวคือ 11-17 ปี ก่อนที่จะมีการก่อตั้งทีม H ขึ้นมาในวันที่ 4 มีนาคม ค.ศ. 2012
เมมเบอร์รุ่นที่ 1 ของ HKT48 ในวันที่ประกาศเมมเบอร์รุ่นแรก
(http://akb-news-pv.seesaa.net/index-4.html)
เมมเบอร์ส่วนใหญ่ในตอนแรกเริ่มของ HKT48 ยังเป็นเด็ก อีกทั้งตอนนั้นยังไม่มีเมมเบอร์ที่เป็นผู้ใหญ่เต็มตัว จึงทำให้วงนี้ขาดคนที่คอยแนะนำและดูแลชีวิตไอดอลในวง สภาพของวงในระยะแรก จึงเปรียบได้กับการแสดงของเหล่าไอดอลเด็ก ๆ ที่น่ารักและไร้เดียงสา ซึ่งอาจดูเป็นที่ชื่นชอบหรือน่าสนใจ แต่ก็เป็นส่วนที่อาจเกิดปัญหาในการพูดหรือการแสดงออกได้ ด้วยเหตุนี้เอง HKT48 จึงต้องมีเมมเบอร์ที่เป็นผู้ใหญ่ที่สามารถชี้นำและดูแลพวกเธอได้ 

ในจังหวะนั้นเอง Sashihara Rino ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากเรื่องอื้อฉาวในช่วงกลางปี ค.ศ. 2012 และเหตุการณ์นั้น ก็ทำให้เธอถูกย้ายออกเพื่อไปประจำการในฐานะเมมเบอร์ HKT48 ซึ่งในเวลานั้นกำลังต้องการเมมเบอร์ผู้ใหญ่ในเวลานั้นพอดี และ HKT48 นี่เองที่จะกลายเป็นจุดสร้างศรัทธาครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเธอไปตลอดกาล
(http://www.tokyohive.com/article/2012/06/akb48s-sashihara-rino-moved-to-hkt48-because-of-the-scandal/)
Sashihara Rino กับภาพ Photoset ของ HKT48
(https://www.suruga-ya.jp/product/detail/G6471654)
Sashihara Rino มีความเป็นผู้นำจากการเป็น producer และมีประสบการณ์จากผลงานการแสดงและซิงเกิ้ลเดี่ยว ประกอบกับการที่เมมเบอร์รุ่นที่ 1 ของ HKT48 เองก็มีอายุน้อยกว่าเธอ ทำให้ HKT48 กลายเป็นวงที่จะพิสูจน์ศรัทธาและเปลี่ยนแปลงอนาคตของเธอ

การมาของ Sashihara Rino ไม่ได้เพียงแค่สะสมบารมีที่ทำได้อย่างรวดเร็ว และผลักดันเมมเบอร์รุ่นน้องทุกคนใน HKT48 เท่านั้น (เนื่องจากความเป็นเมมเบอร์ที่มีอาวุโสสูงที่สุดของ HKT48 จึงทำให้เธอมีพระเดชพระคุณแบบไม่อั้นใน HKT48 ชนิดที่หาใครเปรียบไม่ได้เลย) แต่ก็ยังดูแลวงด้วยความตั้งใจที่อยากจะทำงานในส่วนของการเป็น producer

เมมเบอร์รุ่นที่ 2 ของ HKT48 ก็ประกาศตัวในวันที่ 23 กันยายน ค.ศ. 2012 ซึ่งวงมีอายุเพียง 11 เดือน โดยเมมเบอร์ส่วนใหญ่ ก็ยังคงเป็นเด็กที่มีอายุเฉลี่ยไม่มาก เช่นเดียวกับเมมเบอร์รุ่นที่ 1 และยังคงเป็น Sashihara Rino ที่ยังมีอายุมากที่สุดใน HKT48 ซึ่งอย่างน้อยที่สุด ก็เพื่อทำให้เมมเบอร์ทุกคนเชื่อฟังเธอและให้คำแนะนำกับทุกคนจากประสบการณ์ที่เป็น producer
เมมเบอร์รุ่นที่ 2 ของ HKT48
(http://queen48.blogspot.com/2016/06/hkt48party.html)
เมื่อมองจากพื้นเพของ HKT48 แล้ว จะพบว่า HKT48 มีรากฐานจากเมมเบอร์อายุน้อยเป็นส่วนใหญ่ เพื่อให้แฟนคลับสามารถติดตามพัฒนาการ ตลอดจนเรื่องราวต่าง ๆ ได้มากขึ้นและชัดเจน แฟนคลับที่ติดตาม HKT48 ในช่วงระยะแรก ๆ จะกลายเป็นฐานเสียงที่มีความสำคัญต่อวงในอนาคตเป็นอย่างยิ่ง

ในวันที่ 28 เมษายน ค.ศ. 2013 Sashihara Rino ได้ควบตำแหน่งในฐานะผู้จัดการเธียเตอร์ร่วม ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นที่ไหนมาก่อนในเวลานั้น เนื่องด้วยความสามารถในการเป็น producer ของเธอเอง จึงยิ่งเร่งความเป็นผู้มากบารมีของเธอใน HKT48 ได้เป็นอย่างดี

หลังจากที่ Sashihara Rino ควบตำแหน่งผู้จัดการเธียเตอร์ร่วมได้ไม่นาน Sashihara Rino เอาชนะ Oshima Yuko (大島優子) ด้วยการเป็นอันดับที่ 1 ในการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 5 ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 8 มิถุนายน ค.ศ. 2013 โดยเป็นปรากฏการณ์สำคัญที่เมมเบอร์สังกัดวงน้องสาวสามารถโค่นวงพี่สาวกลางงานเลือกตั้งของ AKB48 Group ได้สำเร็จ แม้ว่าจะไม่ได้เริ่มต้นมาจาก HKT48 ก็ตาม แต่ด้วยบารมีที่เคยมีในสมัย AKB48 และการมีบทบาทในฐานะพี่ใหญ่ของ HKT48 จึงทำให้เธอ Sashihara Rino ก้าวเข้าสู่การเป็นมหาอำนาจของ AKB48Group เทียบเท่าคามิ 7 ในตำนานของ AKB48
Sashihara Rino กับอันดับที่ 1 ในการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 5
(https://matome.naver.jp/odai/2141053628770899901/2141075932737242903)
Sashihara Rino ก้าวสู่จุดสูงสุดในฐานะราชินีของ AKB48 Group แล้ว ก็ยังดูได้ดูแลเด็ก ๆ ใน HKT48 และเข้าร่วมจัดการเธียเตอร์ของ HKT48 อีกด้วย แต่การเป็นมหาอำนาจใน AKB48 Group นั้น สิ่งหนึ่งที่พึงทำ คือการพิสูจน์ให้เห็นว่า Sashihara Rino ทำในสิ่งที่เมมเบอร์คนอื่น ๆ นั้นไม่สามารถทำได้ นั่นคือ เป็น producer ซิงเกิ้ลเดี่ยว

เพลงของ AKB48 Group แทบทุกเพลง มีเนื้อร้องที่ถูกแต่งโดย Akimoto Yasushi (秋元 康) ผู้เป็น producer และเจ้าของ AKB48 Group แต่เมื่อ Sashihara Rino มีอิทธิพลมากขึ้นใน HKT48 และ AKB48 Group สิ่งที่เธอพิสูจน์ความเป็นอภิมหาอำนาจตัวจริงของ AKB48 Group  ก็คือความสามารถของเธอในการสร้างสรรค์ผลงานขึ้นมา

ในเวลานั้น Matsumura Kaori (松村香織) จาก SKE48 ได้รับตำแหน่งพิเศษในฐานะ "Kenkyuusei กิตติมศักดิ์ตลอดชีพ" (終身名誉研究生) ในวันที่ 13 เมษายน ค.ศ. 2013 หลังจากนั้น ซิงเกิ้ลเดี่ยวของเธอจึงเกิดขึ้น ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ Kenkyuusei มีซิงเกิ้ลเดี่ยว และยังเป็นเมมเบอร์คนแรกของ SKE48 ที่ได้ซิงเกิ้ลเดียวอีกด้วย สะท้อนถึงชื่อตำแหน่งที่พิเศษเหนือกว่าใคร

และเป็นช่วงเวลาเดียวกับการที่ Sashihara Rino กำลังจะพิสูจน์ตนเองในฐานะมหาอำนาจของ AKB48 Group จึงทำให้ Sashihara Rino ได้เข้ามาทำงานในฐานะ producer ของซิงเกิ้ลเดี่ยวของ Matsumura Kaori โดยมีขอบเขตรับผิดชอบในเรื่องชุด (และด้วยงบประมาณที่มีอย่างจำกัด ชุดที่ใช้ในการแสดงจึงทำมาจากหนังสือพิมพ์ที่มีหน้าของข่าวที่เกี่ยวกับ AKB48), การแต่งหน้า, และปกซิงเกิ้ล (ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากปกซิงเกิ้ล Oogoe Diamond (大声ダイヤモンド))

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ซิงเกิ้ลนี้จะเป็นสิ่งที่พิสูจน์ความเป็นมหาอำนาจ นั่นคือ ซิงเกิ้ล Matsumurabu (マツムラブ) มีเขียนเนื้อร้องที่เขียนโดย Sashihara Rino ในฐานะ producer
ซิงเกิ้ล Matsumurabu (マツムラブ)
นี่จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ Sashihara Rino ได้รับการยอมรับว่า บารมีของเธอนั้นสูงพอที่จะทำให้ Akimoto Yasushi ยอมให้ Sashihara Rino แต่งเพลงภายใน AKB48 Group แม้ว่าจะไม่ใช่เพลงแรกที่ไม่ได้ถูกแต่งขึ้นโดย Akimoto Yasushi เนื่องจากเพลงแรก คือ Eien Yori Tsuzuki You ni (永遠より続くように) ซึ่งเนื้อร้องถูกแต่งขึ้นโดย Okada Hisaya (岡田寿也) สำหรับยูนิตพิเศษ OKL48 (Okalemon48) ที่เป็นซิงเกิ้ลรองของ Eien Pressure (永遠プレッシャー)
ภาพของ Matsumura Kaori ในเพลง Matsumurabu จากรายการ AKB48 SHOW! ซึ่ง Sashihara Rino เป็นคนแต่งเนื้อร้อง
(http://akb48-matomeg-chan.com/akb48/17935)
แต่โอกาสที่จะให้คนอื่นนอกเหนือจาก Akimoto Yasushi ในการเขียนเพลงขึ้นมาขายในชื่อของ AKB48 Group ถือว่าน้อยมาก และ Sashihara Rino ก็คือหนึ่งในนั้นที่ทำได้ (ส่วนคนที่ 3 ที่สามารถทำได้ ก็คือ Matsui Jurina (松井 珠理奈) กับเพลง Hana Uranai (花占い) สำหรับอัลบั้มที่ 2 ของ SKE48 ในปี ค.ศ.2017)

เมมเบอร์ของ HKT48 จนถึงการประกาศเมมเบอร์รุ่นที่ 3 ในวันที่ 2 พฤศจิกายน ค.ศ. 2013 มีเมมเบอร์เพียง 5 คนจากรุ่นที่ 1 ที่จบการศึกษาหรือถอนตัวออกไป โดยที่ยังไม่มีเมมเบอร์รุ่นที่ 2 คนไหนในขณะนั้นจบการศึกษาเลย นั่นคือจากที่มีทั้งหมด 44 คน ก็เหลือเพียง 39 คน และนั่นเป็นปัจจัยที่ทำให้เมมเบอร์รุ่นที่ 3 เปิดตัวเพียง 9 คนเท่านั้น เพื่อให้เลขออกมากลายเป็น 48 คนพอดี
เมมเบอร์รุ่นที่ 3 ของ HKT48
(https://natalie.mu/music/news/102789)
และเพียง 8 วันหลังจากนั้น ในงานดราฟท์ครั้งที่ 1 นั้น HKT48 ที่พึ่งจะอิ่มตัวด้วยเมมเบอร์ 48 คนจากการมาของเมมเบอร์รุ่นที่ 3 และมีทีม H เพียงทีมเดียวในขณะนั้น ก็ตัดสินใจเลือก Yamamoto Mao (山本茉央) เข้าทีม H เพียงคนเดียว
Yamamoto Mao (山本茉央) ในงานดราฟท์ครั้งที่ 1
(http://akb48taimuzu.livedoor.biz/archives/34744105.html)
Sashihara Rino ในงานดราฟท์ครั้งที่ 1
(http://akb48taimuzu.livedoor.biz/archives/34744105.html)
ในช่วงเวลาต่อมาของ HKT48 ก็อยู่ในช่วงที่ Sashihara Rino มีบารมีสูงสุดภายในวงอย่างปฏิเสธไม่ได้ โดยเธอไม่ได้มีบทบาทในวงอย่างเต็มที่เท่านั้น แต่ยังผลักดันเด็กรุ่นใหม่ของ HKT48 ให้ค่อย ๆ เป็นที่รู้จักมากขึ้น ซึ่งตลอดปี ค.ศ. 2014 เป็นช่วงที่ไม่มีเมมเบอร์ HKT48 จบการศึกษา (นอกเหนือจาก Nakanishi Chiyori (中西智代梨) ที่ย้ายไป AKB48 ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2014) พร้อมทั้งเป็นจุดที่ HKT48 ค่อย ๆ ต่อยอดขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง

ในวันที่ 11 มกราคม ค.ศ. 2014 ทีม KIV ก็ถูกก่อตั้งขึ้นโดยย้ายเมมเบอร์ทีม H เดิมกึ่งหนึ่ง เพื่อเป็นการเปิดทางให้กับเมมเบอร์รุ่นใหม่ในฐานะทีม H และลดความรู้สึกที่แตกต่างหากได้เข้าทีม KIV อีกด้วย
ความรู้สึกเมมเบอร์หลังการสับเปลี่ยนและจัดตั้งทีม KIV ในงาน HKT48 Kyushu 7 Prefectures Tour (HKT48九州7県ツアー)
(http://www.entamenext.com/news_photo/id=211&repeatCnt=4)
ในการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 6 ในปี ค.ศ. 2014 ผลปรากฏว่า Sashihara Rino จบเพียงอันดับที่ 2 โดยแพ้ให้กับ Watanabe Mayu (渡辺麻友) ซึ่งสะท้อนถึงความเข้มแข็งอันสูงส่งของ AKB48 ในเวลานั้น แต่ใน HKT48 แล้ว Sashihara Rino ยังคงมีบทบาทและอิทธิพลอย่างเต็มที่ และด้วยแรงผลักดันจาก Sashihara Rino ในการสร้างเมมเบอร์สายเลือด HKT48 ให้ยิ่งใหญ่ ในที่สุดก็เป็นผลในปี ค.ศ. 2015
Sashihara Rino กับอันดับที่ 2 ในการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 6
(https://www.jiji.com/jc/d4?p=wtm001-jpp017314562&d=d4_jj)
หลังจากที่รับเมมเบอร์ 3 คนในงานการเลือกคัดเลือกดราฟท์ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ค.ศ. 2015 ก็เกิดการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 7 โดยที่ Miyawaki Sakura เข้าสู่อันดับที่ 7 ซึ่งเป็นตำแหน่งของคามิ 7 ได้สำเร็จเป็นครั้งแรก พร้อมกับการที่ Kodama Haruka (兒玉遥) จบอันดับที่ 17 ซึ่งเป็นเซนเตอร์ของ Undergirls ในขณะที่ Sashihara Rino ก็ทวงบัลลังก์อันดับ 1 กลับคืนมาจาก Watanabe Mayu ได้สำเร็จ
Sashihara Rino กับอันดับที่ 1 ในการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 7
(https://www.oricon.co.jp/news/2053954/full/)
ในวันที่ 30 มีนาคม ค.ศ. 2016 ทีม TII ก็ได้ก่อตั้งขึ้นโดยใช้เมมเบอร์รุ่นที่ 3 และดราฟท์รุ่นที่ 2 เป็นสมาชิกแรกเริ่ม (ไม่มีเมมเบอร์สองรุ่นแรกที่ย้ายเข้ามาร่วมแต่อย่างใด) ซึ่งทั้ง 3 ทีมก็เสร็จสมบูรณ์ในช่วงที่ Sashihara Rino ยังคงอยู่ใน HKT48
(https://www.jpopasia.com/feed/17870/hkt48-forms-new-team-team-tii/)
Yamashita Emiri (山下エミリー) ในวันที่ทีม TII ก่อตั้งขึ้น
(https://www.oricon.co.jp/news/2069374/photo/1/)
Sashihara Rino ยังคงปกป้องเก้าอี้ราชินีแห่ง AKB48 Group ไว้ได้ ในการเลือกตั้งเซบบัตสึครั้งที่ 8 ด้วยการเป็นอันดับที่ 1 สองสมัยซ้อน พร้อมกับการได้คะแนนเกิน 2 แสนคะแนนเป็นครั้งแรก ซึ่งก็ยิ่งรับประกันบารมีที่ทรงอิทธิพลอย่างมหาศาลทั้งใน HKT48 และ AKB48 Group ในขณะที่ Miyawaki Sakura ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 6 และ Kodama Haruka (兒玉遥) ก้าวเข้าสู่เซมบัตสึเป็นครั้งแรกด้วยอันดับที่ 9
Sashihara Rino กับอันดับที่ 1 ในการเลือกตั้งสองสมัยซ้อน
(https://mdpr.jp/news/detail/1592646)
ในขณะที่ Tomonaga Mio (朝長美桜) ซึ่งเป็นเมมเบอร์รุ่นที่ 2 อยู่อันดับที่ 23 และ Yabuki Nako (矢吹奈子) ที่เป็นเมมเบอร์รุ่นที่ 3 ก็ขึ้นมาจบอันดับที่ 28 นั่นจึงเป็นปีที่ HKT48 ทั้งสามรุ่นต่างก็มีดาวรุ่งที่โดดเด่นและมีแฟนคลับสนับสนุนเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว แต่ก็ยังไม่ใช่จุดสูงสุดและจุดสุดท้ายของ HKT48 อยู่ดี

ในวันที่ 12 กรกฎาคม ค.ศ. 2016 เมมเบอร์รุ่นที่ 4 ก็ได้เข้าสู่ HKT48 โดยมีเมมเบอร์ใหม่เข้ามาในวง 11 คน แต่ในการรับครั้งนี้ ค่อนข้างแตกต่างออกไปจากเดิม นั่นคือมีเมมเบอร์อายุ 17 ปีมากถึง 4 คน, อายุ 16 ปี 2 คน, และอายุ 15 ปี 2 คน
เมมเบอร์รุ่นที่ 4 ของ HKT48
ชัยชนะของ Sashihara Rino ก็ถูกตอกย้ำเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน ในการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 9 ในปี ค.ศ. 2017 ด้วยคะแนนเสียงที่เกินกว่า 2 แสนคะแนนเป็นครั้งที่สอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ชัดเจนแล้วว่า ไม่มีใครที่จะโค่นล้มบารมีของเธอได้อีกต่อไป
Sashihara Rino กับอันดับที่ 1 ในการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 9
(https://mdpr.jp/music/detail/1694203)
แม้ว่าในการเลือกตั้งครั้งนั้น Miyawaki Sakura จะจบอันดับที่ 4 ซึ่งใกล้ถึงฝั่งของคำว่าเซนเตอร์เข้าไปทุกขณะ แต่เหมือนเมมเบอร์รุ่นใหม่จะมีอันดับที่ห่างเกินเอื้อม โดยที่ Tanaka Miku (田中美久) กลับเป็นเมมเบอร์ที่จบอันดับที่ 28 แทน Yabuki Nako ที่เป็นเมมเบอร์รุ่นเดียวกัน (หล่นไปอยู่ในอันดับที่ 37)

แต่สิ่งที่ทำให้ HKT48 เริ่มสั่นคลอน ก็คือการที่ Kodama Haruka ตัดสินใจที่จะยุติกิจกรรมในวงชั่วคราวและเข้ารักษาตัวจากอาการบาดเจ็บในวันที่ 27 ธันวาคม ค.ศ. 2017 ซึ่งการขาด Kodama Haruka ทำให้ HKT48 ขาดกำลังหลักที่สำคัญในการประคับประคองวงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
(https://natalie.mu/music/news/263165)
Kodama Haruka (兒玉遥)

รูปโปรไฟล์และรูปในเธียเตอร์ประจำปี ค.ศ. 2018 ของ HKT48 เป็นชุดที่มีความคล้ายคึงกับชุดของคนตัดอ้อย ทั้ง ๆ ที่ผู้เขียนก็พยายามเดินทางไปทั่วเมือง Fukuoka แต่ก็ไม่พบว่าจะมีไร่อ้อยให้เดินทางไปตัดเลย  การหายไปของ Kodama Haruka ทำให้โปรไฟล์ยังไม่ได้รับการอัพเดทให้เป็นชุดดังกล่าว

(https://link.springer.com/article/10.1007/BF02943734)

เมื่อไม่มี Kodama Haruka ก็เป็นการบ่งชี้แล้วว่า HKT48 ต้องให้ความสำคัญในการผลักดันเมมเบอร์รุ่นใหม่เพิ่มขึ้นให้เร็วที่สุดเพื่อทดแทนเมมเบอร์รุ่นแรกที่กลายเป็นรากฐานของวงให้ได้ เนื่องจากกำลังที่จะลงสนามเลือกตั้งในการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 10 ก็เหลือเพียง Miyawaki Sakura เท่านั้นที่เป็นเดอะแบกตัวหลักของวง โดยที่ Sashihara Rino ก็ประกาศวางมือในการเลือกตั้ง ซึ่งเท่ากับว่าจะไม่มีการลงแข่งเพื่อรักษาแชมป์ในสมัยที่ 4 ของตนเองอีกต่อไป ดังนั้นอนาคตของ HKT48 จึงขึ้นอยู่กับ Miyawaki Sakura เป็นหลัก

ผลการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 10 โชคชะตากลับไม่เข้าข้าง Miyawaki Sakura แม้ว่าเธอจะประกาศไปแล้วว่า นี่คือการเลือกตั้งครั้งสุดท้ายของเธอเอง แต่ก็จบเพียงอันดับที่ 3 เท่านั้น บนความโชคร้ายย่อมมีความโชคดีของ HKT48 เมื่อ Yabuki Nako และ Tanaka Miku ดับเบิ้ลเซนเตอร์ซิงเกิ้ล Hayaokuri Calendar (早送りカレンダー) สามารถขึ้นมาอยู่บนพื้นที่เซมบัตสึในอันดับที่ 9 และ 10 ตามลำดับได้สำเร็จ
ภาพใน MV ซิงเกิ้ล Hayaokuri Calendar (早送りカレンダー)
(https://twitter.com/nako7555/status/989089668053520385)
ในวันที่ 31 สิงหาคม ค.ศ. 2018 การประกาศผล 12 คนสุดท้ายที่จะเป็นส่วนหนึ่งของวงใหม่จากฝั่งเกาหลีใต้อย่าง IZ*ONE ปรากฏว่า Miyawaki Sakura และ Yabuki Nako สามารถเข้าไปเดบิวต์กับ IZ*ONE ได้สำเร็จ และต้องพักงานกับ AKB48 Group จนถึงเดือนเมษายน ค.ศ. 2021 ทำให้ HKT48 ขาดตัวหลักในวงทั้ง 2 คนไปถึง 2 ปีครึ่ง แต่ก็ทำให้เมมเบอร์คนอื่น ๆ เข้ามามีบทบาทและโดดเด่นได้เร็วขึ้นและมากขึ้นเช่นกัน
สมาชิก IZ*ONE
ในงานคอนเสิร์ตครบรอบ 7 ปีของ HKT48 ในชื่อ "777 Tettatte HKT48~ 7 shuunen wa Tenjin de dai fever~" ในวันที่ 26 พฤศจิกายน ค.ศ. 2018 ซึ่งเป็นงานคอนเสิร์ตที่ไม่มีทั้ง Miyawaki Sakura และ Kodama Haruka จนต้องสวมหน้ากากของทั้งสองร้องเพลง มีการประกาศเมมเบอร์รุ่นที่ 5 จำนวน 14 คนเข้าสู่วง
เมมเบอร์ HKT48 รุ่นที่ 5
(http://akb48taimuzu.livedoor.biz/archives/54496155.html)
นอกจากนี้ ยังได้เลื่อนขั้นเมมเบอร์ดราฟท์รุ่นที่ 3 ขึ้นทีมทั้งหมด เพื่อทดแทนเมมเบอร์ที่จบการศึกษาออกจากทีมไป แต่ทั้งสองเหตุการณ์นี้ ทำให้ HKT48 ไม่ขาด Kenkyuusei แต่อย่างใด
(https://twitter.com/hkt48_official_/status/1067017934524973057)
ขบวนการดราฟท์รุ่นที่ 3 เรนเจอร์ by HKT48
(https://twitter.com/hkt48_official_/status/1067017934524973057)

มูลเหตุของการจบการศึกษาของ Sashihara Rino

แม้ว่าจะไม่ได้ปรากฏมูลเหตุจูงใจของการจบการศึกษาของ Sashihara Rino ที่แท้จริง แต่ในข้อความประกาศจบการศึกษา เธอคิดถึงการจบการศึกษานี้มานานแล้ว แต่เพราะแรงสนับสนุนจากแฟนคลับและเมมเบอร์ ทำให้เธออยากอยู่ในฐานะไอดอลตรงนี้ต่อไป แต่ปัจจัยที่น่าจะเป็นจุดสำคัญของการจบการศึกษาของเธอ ก็น่าจะมีดังนี้

ประการแรก งานในก็เยอะ งานนอกก็มาก - ไม่ว่าจะเป็นเมมเบอร์พึ่งเข้ามาในวง เมมเบอร์ดาวรุ่ง เดอะแบกของวง หรือแม้แต่ Akimoto Yasushi ต่างก็มี 24 ชั่วโมงต่อหนึ่งวันทั้งสิ้น การจัดการเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญ หากต้องการให้งานจำนวนมากสามารถเข้าไปอยู่ในชีวิตได้โดยไม่มีปัญหาหรืออุปสรรคใด ๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะยัดงานเท่าภูเขาหิมาลัยใส่ลงในตารางงานได้ทั้งหมด

สำหรับ Sashihara Rino แล้ว เธอไม่ได้เป็นเพียงแค่เมมเบอร์ HKT48 ที่ต้องรับผิดชอบทั้งการแสดงบนสเตจ หรือการถ่าย Photoset เท่านั้น แต่ยังเป็นผู้จัดการร่วมเธียเตอร์ HKT48 อีกด้วย และด้วยความโด่งดังที่มากเหลือคณานับ ทำให้เธอมีงานจากภายนอกเข้ามาเป็นจำนวนมากเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น MC หรือ Producer และรายชื่อดังกล่าวเป็นเพียงตัวอย่างรายการที่เธอทำงานในฐานะ MC รายการ
  • Konya kurabete mimashita (今夜くらべてみました) ทางช่อง Nippon TV
  • Sashitabi (さし旅) ทางช่อง NHK G
  • Konoyubito〜mare! (この指と〜まれ!) ทางช่อง Fuji TV
  • Sakagami & Sashihara no tsuburenaimise (坂上&指原のつぶれない店) ทางช่อง TBS TV
  • Pinpoint Gyoukaishi (ピンポイント業界史) ทางช่อง TV Asahi
และยังมีอีกหลายรายการที่เธอไปร่วมในฐานะสมาชิกขาประจำของรายการ รวมทั้งการเป็นพรีเซนเตอร์สินค้าต่าง ๆ ที่มีเป็นจำนวนมากชนิดที่งานมาอย่างไม่ขาดสายกันเลยทีเดียว อีกทั้งยังต้องทำงานในฐานะ Producer ของวงไอดอล =LOVE ซึ่งปริมาณงานจำนวนมากเช่นนี้ นำไปสู่ตารางงานที่แน่น จนส่งผลต่อการพักผ่อนของเธอเอง ซึ่งนำไปสู่ปัจจัยถัดมา

ประการที่สอง ปัญหาสุขภาพ - ในปี ค.ศ. 2018 มีข้อสังเกตเกี่ยวกับสุขภาพของ Sashihara Rino โดยแม้ว่าจะไม่ใช่สาเหตุหลักของการจบการศึกษา แต่ปัจจัยในด้านสุขภาพก็ทำให้เธอไม่สามารถทำงานต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่

ในวันที่ 24 มกราคม ค.ศ. 2018 หลังที่ Sashihara Rino ได้ทวิตเมื่อวันที่ 23 มกราคมถึงการจะไลฟ์ทาง SHOWROOM ในช่วงดึก เธอทวิตถึงสาเหตุที่ไม่สามารถไลฟ์ได้ เนื่องจากปัญหาด้านสุขภาพเล็กน้อย
(https://twitter.com/345__chan/status/955649328181256192) 

ในวันที่ 6 มีนาคม ค.ศ. 2018 Sashihara Rino ทวิตรูปภาพของเธอพร้อมคำบรรยายถึงสภาพร่างกายของเธอหลังจากที่ทำการรักษาด้วย Implantable Collamer Lens (ICL) ซึ่งเป็นการผ่าตัดใส่เลนส์เสริมเข้าไปยังดวงตาโดยตรง สำหรับการรักษาภาวะผิดปกติทางสายตา
(https://twitter.com/345__chan/status/971225628560289792
https://www.bangkokhospital.com/index.php/th/diseases-treatment/lens-more-choice-of-who-has-the-unusual-sight)
ภาพของ Sashihara Rino หลังผ่าตัด ICL
(https://twitter.com/345__chan/status/971225628560289792)
ในวันที่ 10 สิงหาคม ค.ศ. 2018 Sashihara Rino ทวิตข้อความสั้น ๆ ถึงสภาพร่างกายที่ย่ำแย่ของเธอด้วยข้อความที่ว่า "立ちくらみがするため少し休ませてください、ごめんなさい😭" (ขอให้ฉันได้พักผ่อนจากอาการเวียนศีรษะหน่อยนะคะ ขอโทษนะคะ)
(https://twitter.com/345__chan/status/955980193713160193)

ในวันที 16 กันยายน ค.ศ. 2018 Sashihara Rino ทวิตรูปภาพนิ้วชี้ข้างขวาของเธอที่พันแผลอยู่ หลังจากที่เธอสังเกตความผิดปกติบนนิ้ว ซึ่งผ้าพันแผลบนนิ้วของเธอนั้น กลายเป็นที่สังเกตได้ในขณะที่เธอออกรายการ Music Station นอกจากนี้มือขวาคือข้างที่เธอถนัดอีกด้วย
(https://twitter.com/345__chan/status/1041494380681392128
https://www.oricon.co.jp/news/2119707/full/)
Sashihara Rino ทวิตรูปภาพนิ้วชี้ข้างขวาของเธอที่พันแผลอยู่
(https://twitter.com/345__chan/status/1041494380681392128)
ใน MV ซิงเกิ้ล NO WAY MAN ของ AKB48 ก็ปรากฏข้อความในคำบรรยายใต้ MV ของเพลงในช่อง YouTube ของ AKB48 ว่า Sashihara Rino ไม่ได้ปรากฏใน MV เนื่องจากปัญหาด้านสุขภาพ
(https://www.youtube.com/watch?v=yMb0BLDlOwo)

จากที่กล่าวมาข้างต้น แสดงให้เห็นถึงปัญหาสุขภาพของเธอที่เกิดขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 2018 และที่ผ่านมา เธอก็ได้รับกำลังใจจากเหล่าแฟนคลับจำนวนมากที่ต่างก็อยากให้เธอกลับมาแข็งแรง และทำให้เธอมีสุขภาพแข็งแรง เพื่อพร้อมกับการลุยงานต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่

ประการที่สาม จุดอิ่มตัวของไอดอล - จุดสูงสุดของการเป็นไอดอล AKB48 Group ไม่ได้มีเฉพาะการได้อันดับที่ 1 ในการเลือกตั้งเซมบัตสึเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการได้ออกซิงเกิ้ลเดี่ยวในฐานะเมมเบอร์โดยมี Akimto Yasushi เป็นคนแต่งเนื้อร้องให้เป็นการเฉพาะ หรือแม้แต่การได้ออกคอนเสิร์ตเดี่ยวเป็นของตัวเอง ซึ่ง Sashihara Rino ทำสิ่งเหล่านี้ไปหมดแล้ว

Sashihara Rino กลายเป็นผู้มากบารมีแห่ง AKB48 Group ที่ยากจะเอาชนะได้แล้ว สามารถทำในสิ่งที่เมมเบอร์ปกติไม่ได้ทำอย่างการแต่งเนื้อร้อง Matsumurabu (マツムラブ) หรือการเป็น MC ในรายการ HKTBINGO! เทียบเท่าคู่หูตลก Sanshiro (三四郎) ที่รับเชิญเป็น MC สิ่งเหล่านี้ล้วนบ่งบอกถึงบารมีที่เหนือกว่าเมมเบอร์ทั่วไปของวงอย่างชัดเจน

หากกลับไปที่หลักการของไอดอลญี่ปุ่น จะพบว่าจุดขายของการเป็นไอดอลโดยเฉพาะอย่างยิ่ง AKB48 Group ก็คือความพยายามของเหล่าเด็กสาวที่มีความฝันจากทักษะมีไม่มากและค่อย ๆ พัฒนาตนเอง เพื่อให้แฟนคลับได้เห็นการเปลี่ยนแปลง ซึ่ง Sashihara Rino ในตอนนี้ ก็คือช่วงปลาย ๆ ของการเป็นไอดอล เพราะความสามารถ ความนิยม และบารมีนั้นได้เข้าถึงขอบของจักรวาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แม้ว่าไอดอลจะยังเป็น Role Model ในการสร้างแรงบันดาลใจและความพยายามแก่แฟนคลับ เพื่อเรียนรู้จากสิ่งที่มีประโยชน์เหล่านั้นในการใช้ในชีวิตจริง แต่สิ่งเหล่านี้ ถูกถ่ายทอดผ่านความพยายามและการเปลี่ยนแปลง โดยมีเหล่าแฟนคลับเป็นเสาหลักที่คอยผลักดันและสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

จริง ๆ แล้ว Sashihara Rino ยังมีความสุขกับการทำงานเป็นไอดอล ทั้งการได้แสดงร่วมกับเมมเบอร์รุ่นน้อง และการออกงานต่าง ๆ มาโดยตลอด ดังนั้นหากจะมองว่า เธอหมด Passion (ความกระตือรือร้น) ก็คงไม่ใช่ เพราะเธอยังสวมหน้ากาก Miyawaki Sakura ร้องเพลงในคอนเสิร์ตครบรอบ 7 ปีของ HKT48 มาแล้ว (แสดงว่ายังสนุกกับการทำให้คนอื่นมีความสุขอยู่)
"Miyawaki Sakura จะร้องเพลงแล้วนะคะ"
- Sashihara Rino ในหน้ากาก Miyawaki Sakura ไม่ได้กล่าวไว้
(https://twitter.com/sa_70hkt/status/1066956498247409665)
สิ่งที่น่าสนใจในจุดอิ่มตัวการเป็นไอดอลอีกอย่างหนึ่งของ Sashihara Rino คือ การเป็นทั้งสมาชิกไอดอลและ Producer ของวงไอดอล (อีกวงหนึ่ง) ในขณะเดียวกัน ซึ่งมีน้อยคนที่จะอยู่ในสภาวะเช่นนี้ โดยการเป็นไอดอลก็คือการนำผลงานเพลงพร้อมท่าเต้นมาแสดงต่อแฟนคลับ ในขณะที่ Producer คือคนที่สร้างสรรค์และควบคุมการทำผลงาน 

โดยปกติแล้ว การเป็นไอดอลนั้น จำเป็นที่จะต้องใช้ทักษะการเต้นและการร้องเป็นหลัก ส่วน Producer จะใช้ความคิดในการผลิตเพลงและผลงานต่าง ๆ ออกมา แต่การที่เป็นทั้งไอดอลและ Producer ทำให้ Sashihara Rino มีคุณสมบัติพิเศษอย่างหนึ่ง ก็คือความสามารถในการถ่ายทอดความเป็นไอดอลและการดึงพลังความสามารถในตัวรุ่นน้องที่เป็นไอดอลได้อย่างชัดเจน ดังนั้น การที่เมมเบอร์ 2 คนของ HKT48 ที่เปรียบเสมือนลูกรักของเธอ สามารถเข้าไปชนะใจคนเกาหลีใต้ และความสำเร็จของ =LOVE จนขยายวงน้องสาวออกมาได้ ก็มาจากพลังในตัวของเธอที่สามารถผลักดันไอดอลได้อยย่างลึกซึ้งและมีประสิทธิภาพ

ประการที่สี่ =LOVE Producer - Sashihara Rino ซึ่งมีประสบการณ์ในงาน Producer ก็ได้หันไปทำงานเป็น Producer อย่างจริงจัง โดยในเวลานั้น Yoyogi Animation Academy (代々木アニメーション学院) ซึ่งเป็นสถาบันผลิตบุคลาการทางด้านงานแอนิเมชัน ก็มีความต้องการในการผลิตไอดอลของตนเองด้วยนิยามของ "ไอดอลนักพากย์"
เมมเบอร์ 12 คนของ =LOVE
(http://48ers.info/I0000436)
ในที่สุด =LOVE ก็เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2017 โดยมีเมมเบอร์ที่อยู่ในวงจำนวน 12 คน แม้ว่า =LOVE จะไม่ได้มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับ AKB48 Group ทางสายเลือดของตัวเลข แต่ก็ต้องอย่าลืมว่า Sashihara Rino คือเมมเบอร์ของ HKT48 และยังเป็น Producer ของ =LOVE ดังนั้น ความสัมพันธ์ก็จะออกไปทางอ้อมในฐานะที่อยู่ใต้เงา Sashihara Rino ทั้งคู่ และมักจะเจอภาพสมาชิก =LOVE คู่กับเมมเบอร์ AKB48 Group
Yamamoto Sayaka กับ Saito Nagisa (斉藤なぎさ) และ Yamamoto Anna (山本杏奈) จาก =LOVE
(https://twitter.com/ISHIHARAshin_/status/1062332181689786369)
Noguchi Iori (野口衣織) กับ Okada Nana
(https://twitter.com/okadanana_1107/status/893938408258547712)
ในวันที่ 12 พฤศจิกายน ค.ศ. 2018 มีการประกาศถึงการออดิชันสำหรับวงน้องสาวของ =LOVE ซึ่งจะทำให้งานของ Sashihara Rino เพิ่มมากขึ้น ทั้งการแต่งเพลงและการควบคุมการผลิตงาน โดยการจบการศึกษาในอนาคต จะเพิ่มการโฟกัสงานในฐานะ Producer ได้มากขึ้นอีกด้วย
ภาพโปรโมตการออดิชันวงน้องสาวของ =LOVE
(https://www.yoani.co.jp/nw-181119/)
ประการที่ห้า จุดประกาย HKT48 รุ่นใหม่ - ที่ผ่านมา HKT48 ล้วนเดินทางโดยมี Sashihara Rino เป็นผู้นำทาง ซึ่งความสำเร็จของไอดอลรุ่นน้องเลือด HKT48 ก็เป็นผลผลิตจากการผลักดันและสนับสนุนของ Sashihara Rino แต่สิ่งที่พึ่งตระหนักก็คือ อนาคตหลังจากนี้ที่ไม่มี Sashihara Rino พวกเธอเหล่านั้นในวงจะยืนด้วยพลังของตนเองได้อยางเข้มแข็งต่อไปหรือไม่

เช่นเดียวกับ NMB48 ที่ Yamamoto Sayaka ได้ส่งมอบความหวังของวงและทิ้งมรดกอันมีค่าไว้ให้เมมเบอร์ในวงที่ยังอยู่ได้ต่อสู้ในนามของ NMB48 ต่อไป สิ่งที่ NMB48 ได้มอบบทเรียนแฟนคลับในเรื่องการจบการศึกษาของ Yamamoto Sayaka นอกเหนือจากการวางแผนในระยะยาวของวงที่การปฏิรูปล้วนเป็นสิ่งจำเป็น ก็ยังเปิดโอกาสให้เมมเบอร์รุ่นใหม่ได้มีโอกาสโดดเด่นในวงเช่นกัน

แม้ว่ากรณี HKT48 จะคล้ายกับ NMB48 ที่เดอะแบกของวงต่างก็จบการศึกษา เพื่อปิดทางให้เมมเบอร์รุ่นใหม่ได้ยืนบนจุดที่เป็นความสำเร็จ แต่สำหรับ HKT48 แล้ว สิ่งที่ทำให้ดูแตกต่างออกไป ก็คือการที่ทีมยังมีเสถียรภาพ และเมมเบอร์สังกัดทีมที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป คือ 37.5% (หากไม่นับรวมกับ Sashihara Rino) ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่น้อยหากเทียบกับ NMB48 ที่มีปริมาณถึง 65% (26 คนจาก 40 คน) ดังนั้น สภาพของวงทั้งสองวงนี้จึงมีความแตกต่างอย่างชัดเจน
(การจำกัดความของคำว่า "ผู้ใหญ่" โดยรัฐบาลญี่ปุ่น คืออายุ 20 ปีบริบูรณ์ และตั้งแต่เดือนเมษายน ค.ศ. 2022 เป็นต้นไป คำว่าผู้ใหญ่จะลดอายุลงเหลือเพียง 18 ปี
https://www.gov-online.go.jp/useful/article/201808/2.html)

สัดส่วนของเมมเบอร์ HKT48 ยังเป็นเด็กอยู่ส่วนมาก ซึ่งนอกเหนือจากการที่จะได้เห็นเมมเบอร์ดาวเด่นรุ่นใหม่ในอนาคตมากขึ้น ยังเป็นโอกาสที่ดีในระยะยาวสำหรับการใช้งานในฐานะไอดอลของวงต่อไป อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นหลังจากที่ Sashihara Rino จบการศึกษา ตัวจุดประกายให้เมมเบอร์รุ่นใหม่พยายามเต็มที่เพื่อวงคือสิ่งที่สำคัญที่สุดและเป็นจุดหัวเลี้ยวหัวต่อที่จะนำพาอนาคตของวงต่อไปได้ เมมเบอร์รุ่นพี่จึงเป็นตัวแปรสำคัญหลังจากนี้ที่จะช่วยฟื้นฟูศรัทธาของเมมเบอร์ และต่อเติมความหวังของน้อง ๆ ได้

การประกาศจบการศึกษาของ Sashihara Rino จึงเป็นการเตรียมส่งมอบ HKT48 ให้เมมเบอร์ทุกคนได้ดูแลกันเองอย่างจริงจัง พร้อมกับการสร้างความรับผิดชอบให้เกิดขึ้นบนตัวเมมเบอร์สำหรับการนำพาวงในอนาคต

อนาคตหลังจากนี้ของ HKT48 

ความรู้สึกแรกของผู้เขียนหลังได้ยินข่าวการประกาศการจบศึกษาของ Sashihara Rino ก็คือ ถ้าหากจะเทียบเรื่องราวของ Sashihara Rino กับโลกภายนอกไอดอลแล้ว ควรจะเป็นใครดี ผู้เขียนคิดว่าก็คงเป็น "Sir Alex Ferguson" ผู้เป็นผู้จัดการทีมฟุตบอล Manchester United

คงปฏิเสธไม่ได้ที่ Manchester United กลายเป็นทีมที่ยิ่งใหญ่ในช่วงปัจจุบัน ก็เพราะความชาญฉลาดในการคุมทีมและการจัดการนักเตะที่มีประสิทธิภาพของ Sir Alex Ferguson ซึ่งเป็นสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์และก้าวสู่ความสำเร็จได้อย่างต่อเนื่อง

เช่นเดียวกับ Sashihara Rino ในฐานะที่เธอมีอายุมากที่สุด และคอยแบก HKT48 มาโดยตลอด เธอดูแลและผลักดันเมมเบอร์รุ่นน้องภายในวงตั้งแต่ที่เข้ามาประจำการ ความสำเร็จของเธอกลายเป็นผลตอบแทนที่แทบจะเกิดขึ้นเป็นธรรมดาไปแล้ว แต่การให้ดาวรุ่งรุ่นน้องเข้ามาโดดเด่นเช่นเธอนั้นเป็นสิ่งที่ยากกว่า ซึ่งความสำเร็จอย่างหนึ่งก็คือ ได้มีโอกาสเห็น Miyawaki Sakura และ Yabuki Nako เข้าไปเดบิวต์กับ IZ*ONE 

Yabuki Nako เข้าออดิชันเพื่อเป็นเมมเบอร์รุ่นที่ 3 กับ HKT48 ก็เพราะ Sashihara Rino และได้รับแรงบันดาลใจจากการไปพบ Sashihara Rino ในงานจับมือ ก่อนที่ Yabuki Nako จะถูกผลักดันร่วมกับ Tanaka Miku ในฐานะคู่หู "NakoMiku" และกลายเป็นคู่ที่เข้ามาเป็นเซมบัตสึของ HKT48 ในการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 10

แต่หลังจากนี้ ในปี ค.ศ.2019 ในวันที่จะไม่มี Sashihara Rino คอยแบกและดูแล HKT48 อีกทั้งยังเป็นช่วงที่ Miyawaki Sakura และ Yabuki Nako อยู่กับ IZ*ONE และ Kodama Haruka ยังไม่มีความแน่นอนในวันกลับมาเพื่อ HKT48 เนื่องจากอาการบาดเจ็บ จึงมีความเป็นไปได้ที่อาจนำไปสู่วิกฤตศรัทธาของ HKT48 

เมื่อไม่มีเมมเบอร์ที่เป็นทั้งพี่สาวและผู้ผลักดัน พร้อมทั้งเมมเบอร์ดาวเด่นที่ยังไม่กลับมา การเปลี่ยนแปลงของ HKT48 จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และผู้เขียนคาดว่าการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น มีดังนี้

ประการแรก กัปตัน HKT48 - เหตุผลก็เหมือนกับกรณี NMB48 ทุกประการ เนื่องจากเดิมที HKT48 ไม่มีกัปตันวง และเป็นที่รู้กันว่า Sashihara Rino คือผู้นำโดยพฤตินัย ทำไมกัปตันวงในตอนนี้ถึงสำคัญ ก็เพราะต้องการชี้ให้เห็นผู้ที่จะคอยกำกับและดูแลวงให้เข้มแข็งต่อไปในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่ต้องยืนได้ด้วยตนเอง
(https://48studies.blogspot.com/2018/12/48-stories-in-2018.html)

ใน NMB48 นั้นผู้ที่เป็นกัปตันของ NMB48 คือ Kojima Karin (小嶋花梨) เมมเบอร์รุ่นที่ 5 ของ NMB48 สังกัดทีม N ซึ่งเข้ามาในวงได้เพียง 2 ปี โดยเป็น Yamamoto Sayaka ที่เลือกผู้นำวงนี้ด้วยตนเอง

สำหรับ HKT48 หากจะมองว่าเป็นระบบ "พ่อแม่ปกครองลูก" ก็ไม่ผิดด้วยความแตกต่างของอายุระหว่าง Sashihara Rino และเมมเบอร์คนอื่น ๆ ของวง แต่ก็เพราะบารมีในตัวและการดูแลเอาใจใส่เมมเบอร์ เป็นสิ่งที่ทำให้เมมเบอร์ยอมรับในตัว Sashihara Rino 

ความเป็นไปได้ในตำแหน่งกัปตันของ HKT48 ก็มีตั้งแต่รุ่นที่ 1 ไปจนถึงรุ่นที่ 4 (รวมถึงดราฟท์รุ่นที่ 2) ก็อาจเป็นหนึ่งในลูกรักของ Sashihara Rino แต่ลักษณะหรือคุณสมบัติหนึ่งของการเป็นกัปตันวง ก็คือควรเป็นผู้ใหญ่มากพอที่จะตัดสินใจได้เด็ดขาด ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นตัวชี้วัดถึงการเลือกกัปตันวงในไม่ช้านี้

ประการที่สอง รองกัปตันทีม - คุณสมบัติที่สำคัญของ HKT48 ที่ทำให้เป็นวงไอดอลที่ไม่ค่อยเกิดการสับเปลี่ยนบ่อยครั้ง ก็เพราะทีมมีเสถียรภาพมากพอ ซึ่งสิ่งนี้เองที่ทำให้ตำแหน่งกัปตันวงหรือรองกัปตันวงจะเปลี่ยนแปลงเมื่อถึงยามจำเป็นจริง ๆ

แต่ถ้าอาศัยช่วงของการเปลี่ยนแปลงจากการจบการศึกษาของ Sashihara Rino การปรับทีมจึงอาจเป็นความจำเป็นเพื่อเพิ่มเสถียรภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรองกัปตันซึ่งมี Hokazono Hazuki (外薗葉月) เป็นรองกัปตันทีม TII ส่วน Miyawaki Sakura ที่ไป IZ*ONE ก็เป็นรองกัปตันทีม KIV ในขณะที่ทีม H ไม่มีรองกัปตันเนื่องจาก Matsuoka Natsumi (松岡菜摘) ที่เคยเป็นรองกัปตัน กลายเป็นกัปตันทีม หลังจากการจบการศึกษาของ Anai Chihiro (穴井千尋)

ทางเลือกที่เป็นไปได้มีอยู่ 2 แบบ คือเติมรองกัปตันให้เต็ม ซึ่งจะต้องหาเมมเบอร์เข้ามาเป็นรองกัปตันทีม H และทางเลือกเสริม ก็คือ อาจจะหาคนมาแทนรองกัปตันทีม KIV ของ Miyawaki Sakura ในขณะที่อีกทางเลือกหนึ่งคือ ยกเลิกรองกัปตันทีมแบบเดียวกับที่ AKB48 ปรับทีมครั้งล่าสุดในวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ. 2017

ประการที่สาม เดอะแบกรุ่นใหม่ของ HKT48 - เมื่อเดอะแบกตัวหลัก และผู้มากบารมีต่างก็หายไปในวงในปี ค.ศ. 2019-2020 สิ่งที่ทำให้เห็นอย่างชัดเจน คำถามที่ว่าใครคือเดอะแบกคนถัดไป ซึ่งก็สอดคล้องกับบทวิเคราะห์ "48ศึกษากับบทวิเคราะห์ the series: Post-Miyawaki Sakura age - ใครคือเดอะแบกของ HKT48 คนต่อไป?" พอดี
(https://48studies.blogspot.com/2018/07/anal3-next-hkt48-superpower.html)

แต่ข้อมูลดังกล่าวที่เคยเขียนมา ก็ไม่ทันสมัยไปเสียแล้ว ทั้ง ๆ ที่ผ่านไปเพียง 5 เดือนเท่านั้น หลายสิ่งเกิดการเปลี่ยนแปลงจนแนวโน้มเปลี่ยนตามไปด้วย และเดอะแบกทั้งในการเลือกตั้งและอนาคตของวงที่ผู้เขียนคิดว่ามีความเป็นไปได้ มีการเปลี่ยนแปลงและเพิ่มเติมดังนี้

ผู้เขียนมองถึงเมมเบอร์ที่มีโอกาสที่จะเข้ามามีส่วนกับการแบกวงมากที่สุดในช่วงที่ขาดตัวหลัก ๆ เดิมเกือบทั้งหมด

Tanaka Natsumi (田中菜津美)

ในขณะที่ผู้อ่านอาจมองไปถึงรุ่นใหม่ ๆ ของ HKT48 หากลองมองไปที่เมมเบอร์รุ่นแรก ๆ ซึ่งอายุของเมมเบอร์รุ่นแรกที่ยังอยู่ในวงตอนปี ค.ศ. 2018 ก็มีตั้งแต่ 18-22 ปี ซึ่งยังเป็นช่วงที่มีโอกาสเป็นดาวเด่นสูงเช่นกัน และความหวังที่จะกลายเป็นผู้แบกวงก็ยังคงมี และถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริง ผู้เขียนคิดว่าน่าจะเป็นบอสอย่าง Tanaka Natsumi (田中菜津美)
Tanaka Natsumi
จริง ๆ แล้วผู้เขียนเชื่อว่าเมมเบอร์รุ่นแรก คือรุ่นที่มีความรักและผูกพันต่อ HKT48 มากที่สุด เพราะผ่านร้อนผ่านหนาวด้วยอายุในวงมากที่สุด แม้ว่าจะไม่ได้เผชิญกับวิกฤตมากเท่าไรก็ตาม

Tanaka Natsumi เป็น เมมเบอร์รุ่นแรกที่อายุน้อยที่สุด ในตอนนี้ ซึ่งโอกาสที่จะได้เป็นเดอะแบกก็ยังมีอยู่ในอนาคต เช่นเดียวกับ Minegishi Minami (峯岸みなみ) ของ AKB48 ที่เป็นเมมเบอร์รุ่นที่ 1 ด้วยอายุที่น้อยที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของรุ่น แต่ก็ยังคงอยู่กับ AKB48 จนถึงทุกวันนี้ เท่ากับว่า อายุงานไอดอลของเธอก็ยังเหลืออีกมากเมื่อเทียบกับคนอื่นในรุ่นเดียวกัน นอกจากนี้ความนิยมของเธอยังสูงจากการติดอันดับที่ 63 ในการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 10 อีกด้วย

Moriyasu Madoka (森保まどか)

ในช่วงที่ทั้ง Miyawaki Sakura และ Kodama Haruka ซึ่งเป็นเมมเบอร์รุ่นที่ 1 ที่เป็นตัวหลักและเป็นเดอะแบกคนสำคัญของ HKT48 ยังไม่กลับมา อีกทั้งความนิยมของเมมเบอร์รุ่นน้องก็สูงขึ้นเรื่อย ๆ หนึ่งในตัวเลือกที่เป็นไปได้ คือ Moriyasu Madoka (森保まどか)
Moriyasu Madoka
Moriyasu Madoka เป็นเมมเบอร์ที่มีความนิยมสูงด้วยหน้าตาที่น่ารักเป็นเอกลักษณ์ และที่ผ่านมาในการเลือกตั้งเซมบัตสึ เธอติด 50 อันดับแรกในการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 6-9 แม้ว่าเธอจะไม่ได้ลงเลือกตั้งในการเลือกตั้งครั้งที่ 10 ด้วยเหตุผลบางประการก็ตาม
(https://twitter.com/madoka_726_hkt/status/978607886426238983)

แต่การจัดรายการวิทยุ HKT48 Watanabedoori Icchoume FM Madoka ~Madoka no Mado Kara~ (HKT48 渡辺通り1丁目FMまどか 〜まどかのまどから〜) ทาง FM Fukuoka ในฐานะผู้จัดรายการ ก็เป็นส่วนที่ทำให้เธอเป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้ฟัง ซึ่งเธอจะเชิญเมมเบอร์ HKT48 เข้าร่วมรายการวิทยุอีกด้วย โดยรายการจะออกอากาศทุกวันพฤหัสบดี 21:00-21:55 น. เวลาดังกล่าวทำให้เธอสามารถเลือกเมมเบอร์เด็กที่อายุไม่ถึง 18 ปีเข้ามาในรายการได้โดยไม่ขัดกับกฎหมายแรงงานญี่ปุ่น

การออกรายการวิทยุ ก็ทำให้เธอได้รู้จักเมมเบอร์รุ่นน้องมากขึ้นและดีขึ้น ซึ่งสิ่งนี้เองที่อาจเป็นส่วนสำคัญทั้งต่อการพิจารณาและการทำงานจริง หากเธอได้เป็นผู้นำไม่ว่าจะเป็นของวงหรือของทีมก็ตาม
รายการวิทยุ HKT48 Watanabedoori Icchoume FM Madoka ~Madoka no Mado Kara~
(https://twitter.com/hkt48_official_/status/820090050759127040)
อีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจ คือการที่ Moriyasu Madoka ติดเซมบัตสึของ HKT48 10 จาก 11 ซิงเกิ้ล และติดเซมบัตสึซิงเกิ้ล AKB48 ในชื่อ Kibouteki Refrain (希望的リフレイン) อีกด้วย แสดงให้เห็นว่า แม้ว่าจะมีรุ่นน้องเข้ามาในวงเพิ่มขึ้น แต่ความสามารถและบารมีของเธอก็ยังเป็นที่ยอมรับของสตาฟต่อการเลือกเธอเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเซมบัตสึซิงเกิ้ลหลักของ HKT48  

Tashima Meru (田島芽瑠)

หนึ่งในตัวเลือกที่เป็นไปได้ในการเป็นเดอะแบกของวงในอนาคต ก็คงเป็น Tashima Meru (田島芽瑠) เมมเบอร์ HKT48 รุ่นที่ 2 ผู้สอนคำว่า "おったまげ" (Ottamage) ให้กับ Ma Chia-Ling (馬嘉伶) จนเป็นที่รู้จักในรายการ AKBINGO! 
Tashima Meru
Akimoto Yasushi เคยกล่าวถึง Tashima Meru ว่าเป็น "New Matsui Jurina" เนื่องจากเธอเริ่มเข้าสู่วงการตั้งแต่อายุ 11 ปี ซึ่งเป็ยนการบอกใบ้ของ Akimoto Yasushi ที่เชื่อว่า ในอนาคตเธอจะเป็นดาวเด่นของรุ่นที่ 2 และเฉิดฉายอย่างยิ่งใหญ่เหมือน Matsui Jurina กลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่และดาวค้างฟ้าของ SKE48

คำว่า New Matsui Jurina จึงทำให้เธอถูกผลักดันเป็นคนแรก ๆ ของรุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นเซนเตอร์ซิงเกิ้ลแรกของ HKT48 อย่าง SUKI! SUKI! Skip! (スキ!スキ!スキップ!) และการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 5 ในปี ค.ศ. 2013 เธอก็ติดอันดับที่ 55 ในขณะที่ยังเป็น Kenkyuusei และนี่จึงทำให้เธอถูกคาดหวังในการเป็นเดอะแบกตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

คำว่า New Matsui Jurina ไม่ได้ถูกนำมาใช้อย่างพร่ำเพรื่อ ซึ่งด้วยเหตุผลนี้เองที่ทำให้ Tashima Meru ได้เป็นเมมเบอร์ของยูนิตพิเศษซึ่งตั้งขึ้นเพื่อผลักดันเมมเบอร์ขณะเป็น Kenkyuusei โดยเฉพาะ นั่นคือ Tentoumu Chu! (てんとうむChu!) ที่เมมเบอร์ 3 ทหารเสือของ AKB48 สามารถขึ้นสู่วงการด้วยความสำเร็จอย่างงดงาม

แต่ดูเหมือนว่า Tashima Meru จะถูกหลงลืมเมื่อเวลาผ่านไป และในการเลือกตั้งครั้งที่ 10 ซึ่งเธอติดอันดับที่ 26 กลายเป็นจุดที่อาจนำไปสู่การผลักดัน New Matsui Jurina ให้เหมือนกับ Matsui Jurina ตัวจริงที่เป็นอยู่ในการเลือกตั้งครั้งที่ 10

Tomonaga Mio (朝長美桜)

AKB48 มักจะมี 3 ประสานประจำรุ่น แน่นอนว่า HKT48 ก็มีเช่นเดียวกัน ซึ่งก็คือคู่หูเมมเบอร์ประจำรุ่น โดยคู่หูของ Tashima Meru ประจำรุ่นที่ 2 ก็คือ Tomonaga Mio (朝長美桜)  
Tomonaga Mio
แม้ว่าจะไม่ได้เริ่มต้นอย่างยิ่งใหญ่ แบบ New Matsui Jurina ที่ Tashima Meru ถูกเรียกตั้งแต่เริ่มแรก แต่การผลักดันของรุ่นที่ 2 อยู่ในฐานะคู่หู MioMeru ที่จะเสริมสร้างซึ่งกันและกัน

ปัญหาหนึ่งของวงที่มักเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ก็คือการที่วงเสียสมดุลเมื่อเมมเบอร์ระดับแถวหน้าจบการศึกษาออกไป และไม่ค่อยมีเมมเบอร์ที่มีความนิยมและความสามารถที่ใกล้เคียงกันเข้ามาทดแทน หนึ่งในการป้องกันปัญหาเหล่านี้ จึงเกิดการผลักดันเมมเบอร์มากกว่า 1 คน เพื่อให้แต่ละคนเป็นตัวแทนของกันและกันได้ และหลีกเลี่ยงลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเมมเบอร์แถวหน้าจบการศึกษาออกไปแล้ว

ดังนั้น Tomonaga Mio จึงถูกผลักดันด้วยรูปแบบเดียวกับ Tashima Meru ผ่านการเป็นสมาชิกของยูนิต Tentoumu Chu! (てんとうむChu!) และเป็นเซนเตอร์ซิงเกิ้ลร่วมกับ Tashima Meru ในซิงเกิ้ลที่ 2 และ 3 อย่าง Melon Juice (メロンジュース) และ Sakura, Minna de Tabeta (桜、みんなで食べた) ตามลำดับ

แต่สิ่งที่ทำให้เธอมีโอกาสมากกว่า Tashima Meru นั่นคือการที่ Tomonaga Mio ได้รับโอกาสเข้าควบวงกับ AKB48 ทั้งทีม B และทีม 4 ซึ่งช่วยในการเพิ่มความนิยมของเธอจนสามารถแข่งกับ Tashima Meru ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ

Fuchigami Mai (渕上舞)

แม้ว่าจะไม่ได้ถูกผลักดันอย่างชัดเจนและเข้มเข้นเช่นเดียวกันกับคู่หู MioMeru ในรุ่นที่ 2 แต่ก็ยังมีโอกาสที่ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถและสเน่ห์ที่น่าติดตามสำหรับ Fuchigami Mai (渕上舞)
Fuchigami Mai
สำหรับ Fuchigami Mai แล้ว สิ่งที่ทำให้เธอน่าจะขึ้นมาเป็นดาวเด่นของ HKT48 ได้ ก็น่าจะเป็นงานของเธอที่ทำร่วมกับ Kodama Haruka ในรายการวิทยุ HKT48 no Momochi Hamajugakuin (HKT48のももち浜女学院) ทาง RKB radio แต่การที่ไม่มี Kodama Haruka ในรายการ กลับเป็นการบ่งบอกอย่างชัดเจนว่า Fuchigami Mai กลายเป็นผู้จัดรายการประจำเพียงคนเดียว และมีการเรียกเมมเบอร์ของ HKT48 เข้ามาเป็นผู้ร่วมจัดการรายการด้วย
Fuchigami Mai ในรายการวิทยุ HKT48 no Momochi Hamajugakuin
การจัดรายการวิทยุก็เหมือนกับกรณีของ Moriyasu Madoka ตรงที่ช่วงที่ Kodama Haruka ไม่อยู่ ทำให้ Fuchigami Mai รู้จักเมมเบอร์รุ่นน้องมากขึ้น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการต่อยอดและเป็นผู้นำได้ในอนาคต

ในขณะเดียวกัน ความนิยมของเธอก็คงอยู่ในระดับที่สูง เพียงแต่ยังติดกับดักของการวนเวียนอยู่ในช่วงอันดับที่ 31-40 ในการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ผ่านมา โดยเธอได้อันดับที่ 40 ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ซึ่งบ่งบอกถึงการผลักดันที่ต้องเกิดขึ้นให้มากขึ้น เพื่อให้เธอขึ้นสู่อันดับที่สูงขึ้นในอนาคต

Tanaka Miku (田中美久)

คู่หูประจำรุ่นที่ 3 ของ HKT48 ก็มีเช่นเดียวกับที่รุ่นที่ 2 ซึ่งนั่นก็คือ "NakoMiku" และนอกเหนือจาก Yabuki Nako ที่ไปเดบิวต์กับ IZ*ONE แล้ว ก็คือ Tanaka Miku (田中美久) ที่ความน่ารักที่ไม่เป็นสองรองใครในวง
Tanaka Miku
Tanaka Miku ก็คล้ายกับ Yabuki Nako ในฐานะเมมเบอร์รุ่นใหม่ที่ถูกผลักดันให้โดดเด่น แต่การถูกผลักดันของเธอนั้นแตกต่างออกไป โดยเข้าไปอยู่ในเซมบัตสึซิงเกิ้ลที่ 50 และ 51 อย่าง 11gatsu no Anklet (11月のアンクレット) และ Jabaja (ジャーバージャ) 

นอกจากนี้ ความโดดเด่นในเสียงร้องของเธอจึงทำให้ใครหลายคนชื่นชอบ และที่สำคัญก็คือการมีโฆษณามาติดต่อขอให้ร้องเพลงในโฆษณา (แน่นอนว่าต้นสังกัดอย่าง AKS ก็ยินยอมถ้าเพื่อให้เป็นที่รู้จักและโด่งดังขึ้น และเป็นกรณีที่พบได้ไม่บ่อยนัก) โดยหนึ่งในนั้นคือโฆษณามาส์คหน้า 「ALFACE」
(https://www.youtube.com/watch?v=G2fKCTsM-xg)

ในปี ค.ศ. 2018 Tanaka Miku ได้เป็นหนึ่งในเซนเตอร์ซิงเกิ้ล Hayaokuri Calendar (早送りカレンダー) ซึ่งใช้คู่หู NakoMiku ในการเป็นเซนเตอร์ของซิงเกิ้ล และอันดับของเธอขึ้นมาถึงอันดับที่ 10 ในการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 10

เป็นที่จับตามองอย่างชัดเจนว่า Tanaka Miku กำลังจะกลายเป็นเดอะแบกเพียงลำพังของ HKT48 ที่ติดเซมบัตสึและมีพลังมากพอในการเข้าถึงอันดับที่ 1 ในอนาคต เนื่องจากทั้ง Miyawaki Sakura และ Yabuki Nako ต่างก็ไม่สามารถลงเลือกตั้งในปี ค.ศ. 2019-2020 อย่างแน่นอน ทำให้เธอต้องแบกรับความหวังแทบทั้งหมดเพื่อให้ HKT48 มีที่ยืนเป็นเซมบัตสึ และแย่งชิงเก้าอี้ราชินี AKB48 Group ในการเลือกตั้งในอนาคต

Oda Ayaka (小田彩加)

เมมเบอร์รุ่นที่ 4 ที่ตอนนี้อันดับดีที่สุดในรุ่น ก็คงหนีไม่พ้น Oda Ayaka (小田彩加) กับอันดับที่ 50 ในการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 10
Oda Ayaka
เมมเบอร์ที่เคยเรียกแอพลิเคชันมือถือ LINE เป็น Lion (สิงโต) มาแล้ว (ซึ่งความผิดพลาดสามารถเกิดขึ้นได้ ส่วนสาเหตุที่เป็นเช่นนั้น ผู้เขียนเชื่อว่า น่าจะมาจากการที่เธอดู AKBINGO! ตอนที่ 463 แล้วเกิดอารมณ์มากเกินไป)
Chiba Erii (千葉恵里) กับ Lion
หมายเหตุ: ภาพประกอบความเข้าใจเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อหาโดยตรง
แต่จุดที่ทำให้ Oda Ayaka เป็นที่รู้จักก็คือความชื่นชอบใน UFO ของเธอ ซึ่งใน catchphrase เธอยังพูดว่า เธออยากเป็นเพื่อนกับมนุษย์ต่างดาว แม้ว่าอายุจะ 19 ปี แต่ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกของการเป็นเดอะแบกที่ดีคนหนึ่ง ซึ่ง Oda Ayaka ยังสามารถเข้าใกล้เซมบัตสึได้มากกว่านี้ ถ้าได้รับการผลักดันในฐานะเมมเบอร์ HKT48 รุ่นใหม่อย่างแท้จริง ซึ่งในบรรดาเมมเบอร์รุ่นที่ 4 ก็ยังไม่เห็นคู่หูดาวเด่น นั่นจึงทำให้โอกาสที่เมมเบอร์ในรุ่นจะได้รับการผลักดัน ยังมีอยู่ทั่วไปและเป็นที่ใครก็ได้หากสตาฟเห็นความตั้งใจ

Toyonaga Aki (豊永阿紀)

ในบรรดาเมมเบอร์รุ่นที่ 4 ของ HKT48 เมมเบอร์ที่ได้รับการผลักดันที่มากที่สุดตลอดปี ค.ศ. 2018 นั่นคือก็คงหนีไม่พ้น Toyonaga Aki (豊永阿紀)
Toyonaga Aki
ด้วยความที่ Toyonaga Aki มีความเป็นพี่สาวกับเมมเบอร์ที่มีอายุน้อยกว่าในรุ่นเดียวกัน ดังนั้นจึงทำให้บทบาทของเธอต่อวงมีมากขึ้น นอกจากนี้ Toyonaga Aki ยังได้เป็นเซมบัตสึซิงเกิ้ลล่าสุด 2 ซิงเกิ้ลอย่าง  Kiss wa Matsushikanai no Deshouka? (キスは待つしかないのでしょうか?) และ Hayaokuri Calendar (早送りカレンダー) ก็ยังเป็นการบ่งบอกว่า เธอถูกผลักดันมากขึ้นในช่วงไม่นานมานี้

Unjo Hirona (運上弘菜)

ด้วยพลังดวงที่แข็งและพลังในการเป่ายิงฉุบที่ดี จึงทำให้เธอเป็นที่โดดเด่นมากขึ้นสำหรับ Unjo Hirona (運上弘菜) 
Unjo Hirona
ยูนิต Fairy w!nk ก่อตั้งขึ้นเพื่องานเป่ายิงฉุบในปี ค.ศ. 2017 โดยร่วมกับ Aramaki Misaki (荒巻美咲) เมมเบอร์รุ่นที่ 3 ของ HKT48 ยูนิตนี้ชนะการเป่ายิงฉุบและออกซิงเกิ้ล Tenshi wa Doko ni Iru? (天使はどこにいる?) ที่แปลว่า "นางฟ้าอยู่ไหน?"
ซิงเกิ้ล Tenshi wa Doko ni Iru? (天使はどこにいる?)
ผลของซิงเกิ้ลยูนิตนี้ มีส่วนทำให้อันดับของเธอจากเดิมที่ไม่ติดอันดับในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา กลายเป็นอันดับที่ 84 ในการเลือกตั้งครั้งที่ 10 ซึ่งเป็นอันดับของ The 10th AKB48 World Senbatsu Sousenkyo Kinen Waku สะท้อนถึงความสำเร็จระดับหนึ่งของซิงเกิ้ลนี้

ในงานเป่ายิงฉุบยูนิตครั้งที่ 2 นี้ ยูนิต Fairy w!nk ลงแข่งอีกครั้งเพื่อป้องกันแชมป์และซิงเกิ้ลยูนิตที่ 2 ของตนเอง แต่กลับแพ้ตกรอบแรกให้กับยูนิต Parapara Kyoukai (パラパラ同好会)

ในนิตยสาร Nikkei Entertainment HKT48 Special 2019 (日経エンタテインメント! HKT48 Special 2019) Unjo Hirona ได้ขึ้นปกร่วมกับเมมเบอร์แถวหน้าของวงคนอื่น ๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ความนิยมของเธอและการยอมรับจากสตาฟนั้นเกิดขึ้นแล้ว
Nikkei Entertainment HKT48 Special 2019
(http://www.hkt48.jp/news/2018/11/5839)

Matsuoka Hana (松岡はな) 

Matsuoka Hana (松岡はな) คือเมมเบอร์ดราฟท์รุ่นที่ 2 ที่ HKT48 เลือกเข้ามาในวง และยังเป็นเมมเบอร์พาร์ทไทม์ของ AKB48 หรือ Baito AKB (バイトAKB) 
Matsuoka Hana
Matsuoka Hana เป็นเมมเบอร์ที่แม้แต่ Sashihara Rino เองยังยอมว่าเป็นคนที่ friendly ซึ่งลักษณะดังกล่าว จึงทำให้ความเป็นไอดอลของเธอโดดเด่นขึ้นมามาก  และยังเป็นเซนเตอร์ของเซมบัตสึซิงเกิ้ลหลักของ HKT48 ถึง 2 ซิงเกิ้ล นั่นคือ Saikou ka yo (最高かよ) และ Kiss wa Matsushikanai no Deshouka? (キスは待つしかないのでしょうか?)

นอกจากนี้ Matsuoka Hana ได้รับโอกาสให้เป็นเซมบัตสึซิงเกิ้ล AKB48 มาโดยตลอด จากการจัดตัวของสตาฟ (ซึ่งไม่นับซิงเกิ้ลหลังผลการเลือกตั้งนั่นเอง) ตั้งแต่ซิงเกิ้ล High Tension (ハイテンション) นั่นจึงเป็นสิ่งที่ยืนยันว่า เธอไม่ได้ถูกผลักดันโดยสตาฟของ HKT48 เท่านั้น แต่เธอยังถูกผลักดันโดยสตาฟของ AKB48 ที่เห็นในความสามารถด้านการเต้นของเธอนั่นเอง

Watanabe Akari (渡部愛加里)

Watanabe Akari (渡部愛加里) เป็นเมมเบอร์ดราฟท์รุ่นที่ 3 จาก HKT48 สังกัดทีม H ที่ในตอนเลือกนั้นมีคู่แข่งจากแฟนคลับทีม A และทีม KIV คอยจ้องจะเลือกเธอเข้าทีมเช่นกัน ซึ่งพลังดวงของ Sashihara Rino ในการจับฉลาก ก็ทำให้เธอได้อยู่กับ HKT48 
Watanabe Akari 
Sashihara Rino จากทีม H ดวงดีสุด ๆ หยิบสลากที่ได้ Watanabe Akari
จากภาพคือทั้ง 3 คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแนวหน้าของ AKB48 Group และเป็นคามิ 7 ในการเลือกตั้งเซมบัตสึครั้งที่ 9
(https://www.oricon.co.jp/news/2104407/photo/6/)
หลังจากนั้น HKT48 จะให้ความสนใจและผลักดัน Watanabe Akari มากเป็นพิเศษ โดยมีโอกาสได้ขึ้นปกนิตยสาร Nikkei Entertainment HKT48 Special 2019 (日経エンタテインメント! HKT48 Special 2019) ซึ่งเธอเป็นเมมเบอร์ดราฟท์รุ่นที่ 3 เพียงคนเดียวจาก HKT48 ที่ได้ขึ้นปกร่วมกับเมมเบอร์แถวหน้าของวงคนอื่น ๆ อีกด้วย

นอกจากนี้ Watanabe Akari ยังเป็นเมมเบอร์ที่อยู่ในซิงเกิ้ลรองสำหรับเซมบัตสึ U-16 ในเพลง Saikyou Twintail (最強ツインテール) อีกด้วย ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงการผลักดันเธออย่างเต็มที่เช่นกัน
Watanabe Akari กับ Sashihara Rino
(https://blog.goo.ne.jp/syuu1983-asnhjs48/e/c712a9d9b024b9a420704cfedd36f2b1)

HKT48 ในวันข้างหน้า

เช่นเดียวกับ NGT48 ในวันที่ไม่มี Kitahara Rie (北原里英) หรือ NMB48 ในวันที่ไม่มี Yamamoto Sayaka (山本彩) และเมื่อถึงคราว HKT48 บ้าง ในวันที่ไม่มี Sashihara Rino กับสิ่งดี ๆ ที่เมมเบอร์รุ่นน้องได้รับทั้งความเป็นไอดอล ความรักความเอาใจใส่ และความมุ่งมั่นในการเดินสู่ความสำเร็จในอาชีพ 
Sashihara Rino หลังประกาศจบการศึกษา
(https://twitter.com/hkt48_official_/status/1073960896433553408)
ในวันที่ 28 เมษายน ค.ศ. 2019 กับคอนเสิร์ตจบการศึกษาของ Sashihara Rino ซึ่งเป็นช่วงสุดท้ายในรัชสมัย Heisei ของญี่ปุ่น กับเส้นทางของ HKT48 ที่จะเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับรัชสมัยใหม่ของญี่ปุ่น
แม้จะเป็นสิ่งที่ใครหลายคนไม่อยากเกิดขึ้น กระทั่งเจ้าตัวก็ตาม แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็คงมีแต่น้ำตาที่บอกความรู้สึกได้
(https://twitter.com/hkt48_official_/status/1073977104755130369)
ถึงกระนั้น HKT48 ยังต้องเดินต่อไป ไม่ว่าจะได้เห็นเดอะแบกหรือดาวรุ่งหน้าใหม่ของวงที่จะรักษาความยิ่งใหญ่ของวงในวันที่ถูกทดสอบศรัทธาครั้งใหญ่ 

คอนเสิร์ต HKT48 Concert in Tokyo Dome City Hall ซึ่งเป็นงานที่ Sashihara Rino ประกาศจบการศึกษา มีสร้อยท้ายว่า "~ช่วงเวลานี้ คือความสามัคคี! มุ่งสู่ปีที่ 8!~" ก็เป็นสิ่งที่ย้ำเตือนเมมเบอร์ได้เป็นอย่างดี ถึงความสำคัญของความสามัคคีภายในวง
เมมเบอร์ในคอนเสิร์ต HKT48 Concert in Tokyo Dome City Hall
(https://twitter.com/hkt48_official_/status/1073980462966616064)
อย่างไรก็ตาม การจบการศึกษาของ Sashihara Rino ก็เกิดขึ้นเพื่อจุดประกายให้เมมเบอร์รุ่นใหม่ได้เข้ามาโดดเด่นในวงบ้าง และก็น่าจะเป็นเวลาอันสมควรที่ HKT48 ควรจะเรียนรู้ในการยืนหยัดอย่างโดดเด่นด้วยตนเอง เพราะความยั่งยืนของวง ไม่ใช่เพียงเพราะมีผู้ยิ่งใหญ่ที่เข้ามาเติมเต็ม แต่เพราะมีดาวเด่นรุ่นใหม่ ๆ ที่พร้อมจะมาสานต่อและผลักดันรุ่นใหม่กว่าอยู่เสมอ

ไม่ใช่เพียงแค่ผู้เขียนหรือแฟนคลับที่ทำใจไม่ได้กับการประกาศจบการศึกษาของ Sashihara Rino แต่เมมเบอร์เองก็ยังทำใจไม่ได้ด้วยความรักความผูกพันกับ Sashihara Rino ที่ไม่แพ้เหล่าแฟนคลับ
Matsuoka Hana (松岡はな) กับความรู้สึกที่ไม่สามารถจะร้องเพลงต่อไปได้
(https://twitter.com/345__chan/status/1074124791274135553)
ผู้เขียนเชื่อว่า ในวันข้างหน้าของ HKT48 ที่จะได้มีโอกาสใกล้ชิดมากกว่านี้ จะมีการเปลี่ยนแปลงในทางดีขึ้น ความสำเร็จของเหล่าเมมเบอร์ที่ Sashihara Rino ได้สร้างไว้ จะเกิดผลในไม่ช้านี้อย่างแน่นอน

Comments

Popular posts from this blog

Majimuri Gakuen (マジムリ学園) กับเค้าโครงประวัติศาสตร์จริง

48 เรื่องราวที่น่าสนใจของ AKB48 Group ในปี ค.ศ. 2018

บทวิเคราะห์: Next Influencer เมื่อไม่มี Shiraishi Mai