Case Study (2) - ว่าด้วยเรื่องของอดีตไอดอลที่เดินสู่เส้นทางของเงามืดนี้

ไอดอล คืออาชีพในโลกบันเทิงที่มอบความสุขให้กับแฟนคลับไม่ว่าจะด้วยการแสดงหรือการปรากฏตัวในรายโทรทัศน์ และไม่ว่าจะยินดีกับความสำเร็จหรือหัวเราะเยาะใส่หรือร้องไห้ตามเมมเบอร์ไปด้วย ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่โลกไอดอลมอบให้แฟนคลับ

ไอดอลควรเป็นอาชีพที่ได้รับการเคารพจากผู้คนในสังคมไม่แพ้อาชีพอื่น ๆ ในโลกบันเทิง แม้ว่าปลายทางของการเป็นไอดอลไม่ใช่การเป็นไอดอลจนวันตาย แต่การเป็นไอดอลคือการได้ทำตามความฝันเพื่อก้าวออกจากไอดอลและเป็นอาชีพอื่น ๆ ที่ปรารถนาด้วยชื่อเสียงที่ติดมาด้วย เพื่อความได้เปรียบในอาชีพอย่างมีนัยสำคัญ หรือเลือกที่จะกลับไปเป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งก็ได้ เพื่อความเป็นส่วนตัวหรือเพื่อความเป็นธรรมดาในชีวิตที่ไม่ต้องเร่งรีบกับงาน

แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนที่เป็นไอดอลจะเกิดมาเพื่อเป็นไอดอลในโลกบันเทิง และประสบความสำเร็จ ถึงกระนั้นหลายคนอาจเลือกทำงานต่อในสังกัดเล็ก ๆ เพื่อความอยู่รอดในโลกบันเทิง หรือบางคนอาจเลือกทำตามความฝันในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนพึ่งเห็นความจริงที่ว่า มีอดีตไอดอลบางคนที่อาจเลือกไปในเส้นทางที่ดำมืดกว่าที่คิด และนี่คือบทความที่มาพูดถึงจุดดำมืดในส่วนนี้ให้เข้าใจกัน

ผู้เขียนจะมาอธิบายข่าวสั้น ๆ และสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ในบทความสั้นนี้..

* ในบทความนี้เป็นแหล่งที่เสี่ยงต่อการเกิดเรื่องบาดหมาง ขอให้ใช้วิจารณญาณในการอ่าน และขอให้อ่านเพื่อเข้าใจถึง Case Study ในการหลีกเลี่ยงปัญหาในอนาคต

* บทความนี้อาจทำให้ผู้อ่านหลายท่านไม่สบายใจและดราม่ากับเรื่องนี้ แต่นี่คือเรื่องจริงของ "อดีต" ไอดอล ย้ำว่าคนที่เคยเป็นไอดอลแล้วออกจากวงไป ก่อนที่จะเดินทางสู่เส้นทางของความมืดมน บทความนี้จึงเป็นสิ่งที่สะท้อนว่าการเป็นไอดอลไม่ได้รับประกันอนาคตที่สวยงาม และจะเน้นไปที่เรื่องหลังจากที่ออกจากการเป็นไอดอลมาแล้ว ดังนั้น จึงต้องเน้นย้ำว่า "ขอให้ใช้วิจารณญาณในการอ่าน"

ภูมิหลังและจุดเริ่มต้นของเงามืดในโลกหลังไอดอล

Taniguchi Airi (谷口愛理) เป็นเมมเบอร์ HKT48 รุ่นที่ 1 เช่นเดียวกับเมมเบอร์ HKT48 ที่กำลังประสบความสำเร็จในตอนนี้หลาย ๆ คน และยังได้อยู่ในฐานะสมาชิกบุกเบิกของทีม H อีกด้วย แถมยังอยู่ในช่วงที่ Sashihara Rino (指原莉乃) พึ่งย้ายเข้ามา HKT48 ใหม่ ๆ อีกด้วย
谷口愛理 - エケペディア
Taniguchi Airi สมัยที่ยังเป็น HKT48
แต่แล้วในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2012 ไม่ถึง 1 ปีหลังการเปิดตัวเมมเบอร์รุ่นที่ 1 ของ HKT48 และยังไม่ทันที่ Sashihara Rino จะได้เข้ามาเซ็ต HKT48 ให้อยู่กับร่องกับรอย ก็มีประกาศด่วนจากทาง Official ของ HKT48 ที่รับรองการ "ถอนตัว" จากกิจกรรมของ HKT48 ด้วยเหตุผลส่วนตัว ของเมมเบอร์จำนวน 5 คนพร้อมกัน ได้แก่ Eto Sayaka (江藤彩也香), Komori Yui (古森結衣), Sugamoto Yuko (菅本裕子), Taniguchi Airi (谷口愛理), และ Nakanishi Ayaka (仲西彩佳) 
(https://ameblo.jp/hkt48/entry-11331501203.html)

ผู้เขียนไม่ได้จะมาวิเคราะห์ถึงมูลเหตุหรือปัจจัยของการถอนตัวของเมมเบอร์ 5 คนพร้อมกันทั้งที่อายุงานยังไม่ถึง 1 ปีด้วยเหตุผลส่วนตัวที่อาจดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไรนัก (ถึงแม้ว่าจะมีการอ้างอิงจากบุคคลที่เกี่ยวข้องว่าอาจเป็นเพราะพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมก็ตาม) แต่เหตุการณ์นี้ทำให้ Taniguchi Airi ต้องออกจากวงและกลายเป็นเพียงสาวน้อยธรรมดาอายุ 13 ปีคนหนึ่งเท่านั้น

ในปี ค.ศ. 2014 Taniguchi Airi กลับมาทำกิจกรรมอีกครั้งในฐานะกราเวียร์ไอดอล และดูเหมือนว่าจะมีผลงานออกมาเป็นชิ้นเป็นอันอีกด้วย

แต่หลังจากผ่านไป 1 ปี ในปี ค.ศ. 2015 กิจกรรมกับการเป็นกราเวียร์ไอดอลก็หายไปด้วย เธอหยุดการอัพเดท SNS ในช่องทางเดิมและหายไปจากโลกบันเทิงอย่างสมบูรณ์แบบ

แต่ก็มีการเปิดเผยว่า Taniguchi Airi เปิดบัญชี instagram ด้วยชื่อที่แตกต่างไปจากเดิม โดยเชื่อกันว่าน่าจะเป็นเจ้าตัว เพราะเค้าโครงหน้าตาที่ดูคล้ายกับตอนที่ยังเป็นไอดอลอยู่ ซึ่งจากข้อมูลที่ระบุใน instagram ก็คือ ทำงานให้กับบาร์โฮสต์แห่งหนึ่งในย่านที่ขึ้นชื่อในเรื่องของโลกยามค่ำคืนของ Fukuoka ในนามแฝง

จนกระทั่งวันที่ 16 เมษายน ค.ศ. 2020 ประมาณ 5 ปีหลังจากที่ชื่อจริง ๆ ของเธอไม่ได้ถูกพูดถึง ในที่สุดชื่อ Taniguchi Airi กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง หลังจากที่เธอถูกตำรวจจังหวัด Fukuoka จับกุมฐานต้องสงสัยมีกัญชาในครอบครอง

ก็ตอนนี้เธอเป็นแค่ผู้หญิงอายุ 21 ปีธรรมดาคนหนึ่งที่เคยเป็นไอดอลกับทำงานถ่ายภาพกราเวียร์มาแล้ว ทำไมสื่อต้องมาสนใจอดีตไอดอลที่หายหน้าหายตาไปนานชนาดนี้ด้วย ก็เพราะเธอเคยเป็น HKT48 นั่นจึงทำให้สิ่งนี้ติดตัวอยู่ตลอดไปและคอยเน้นย้ำถึงการกระทำในทุกจังหวะแม้จะอยู่ไม่ถึงหนึ่งปีก็ตาม

และสื่อที่ออกข่าวนี้ก็ไม่ใช่สื่อเล็ก ๆ โนเนมที่บางทีก็ดูไม่น่าเชื่อถือเท่าไร แต่เป็นสื่อเจ้าใหญ่ ๆ อย่าง Youmiuri และ Sankei Sports ที่ทำหนังสือพิมพ์เป็นกิจวัตรประจำวันด้วย และยิ่งเป็น Nikkan Sports ที่ชอบออกข่าวและบทความเกี่ยวกับไอดอลลงหนังสือพิมพ์บ่อย ๆ ด้วยแล้ว ก็ยิ่งเน้นย้ำว่าทำไมชื่อ HKT48 จึงสำคัญแม้จะออกจากวงไปนานแล้วก็ตาม
(https://www.nikkansports.com/entertainment/news/202004160000763.html
https://www.yomiuri.co.jp/national/20200430-OYT1T50264/
https://www.sanspo.com/geino/news/20200428/sca20042820330001-n1.html)

มูลเหตุและเรื่องราวหลังจากนั้น

คำถามคือ ทำไมคนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นไอดอลอย่าง Taniguchi Airi ซึ่งควรเป็นคนที่สร้างชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักและเคารพในหมู่ผู้คน กลับกลายมาอยู่ในโลกของเงามืดนี้ได้..

จริง ๆ แล้ว การถอนตัวพร้อมกัน 5 คนหลังจากทำงานได้ไม่ถึงหนึ่งปีอย่างกระทันหัน น่าจะเป็นวิธีลงที่สวยที่สุดในเวลานั้นของอดีต HKT48 ทั้ง 5 คนแล้ว เพราะการถอนตัวเท่ากับว่าได้คืนความเป็นส่วนตัวและชีวิตใหม่ให้พวกเธอทั้ง 5 คนไปแล้ว โดยหวังว่าอดีต HKT48 จะใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติต่อไปในอนาคตโดยที่ไม่จำเป็นที่จะต้องกล่าวถึงเพิ่มเติมอีก

เรื่องนี้ผู้เขียนไม่ได้ต้องการจะชี้ว่าการเป็นบาร์โฮสต์คือเรื่องเงามืดในบทความนี้ แต่สิ่งที่เป็นเงามืดภายในบทความนี้คือการต้องสงสัยยาเสพติดที่ชื่อว่า "กัญชา"

ข่าวได้ออกมาว่าอดีตไอดอล Taniguchi Airi ถูกจับกุมฐานต้องสงสัยครอบครองกัญชาในวันที่ 16 เมษายน ซึ่งนั่นคือจุดที่เป็นประเด็นในบทความนี้ 

ตามรายงานข่าวของ Nishi Nippon สำนักหนังสือพิมพ์ของ Fukuoka รายงานว่าเหตุที่ Taniguchi Airi ถูกจับกุมฐาน 'ต้องสงสัย' ครอบครองกัญชา มาจากการสอบสวนที่ว่า กัญชาดังกล่าวที่พบในบ้านของเธอเองนั้น "เป็นของแฟน"

และแฟนของเธอนั้น ก็พึ่งถูกตำรวจจับกุมและจำคุกไปแล้วตอนเดือนมกราคมฐานต้องสงสัยในการกักขังหน่วงเหนี่ยวและทำร้ายร่างกาย ซึ่งในที่พักของเขายังมีกัญชาในครอบครองอีกด้วย และด้วยเหตุนี้เอง นั่นจึงทำให้ Taniguchi Airi ตกเป็นผู้ต้องสงสัยทันที เพราะมีความสัมพันธ์กัน และการตรวจค้นบ้านของเธอจึงเกิดขึ้นด้วยเหตุสงสัยว่าบ้านของเธออาจมีกัญชาด้วย

และเหตุว่าทำไม Taniguchi Airi จึงรู้จักกับแฟนของเธอที่ถูกจับกุมไปแล้ว ก็อาจเป็นเพราะว่าเธอได้รู้จักกันผ่านบาร์โฮสต์ที่เคยทำงานก่อนจะมีความสัมพันธ์กัน
(https://www.nishinippon.co.jp/item/o/601676/)

อ้างอิงจาก Tokyo Sports สำนักหนังสือพิมพ์กีฬาที่วางขายในชื่อต่าง ๆ ตามภูมิภาค การจับกุมเกิดขึ้นในวันที่ 26 มีนาคมในแมนชั่นที่อยู่ในเขตตัวเมือง Fukuoka โดยตามการให้การของเธอนั้น เธอยอมรับว่า แฟนเคยมาที่ห้องของเธอจริง และกระเป๋าพาดไหล่ที่ตำรวจไปตรวจพบกัญชาจำนวน 25 มิลลิกรัม "เป็นของแฟน" ที่ลืมเอาไว้
(https://www.tokyo-sports.co.jp/entame/news/1819860/)

ต่อมาในวันที่ 28 เมษายน อัยการเขต Fukuoka ได้ปล่อยตัว Taniguchi Airi เพื่อรอการลงโทษ โดยไม่ได้เหตุผลเพิ่มเติมแต่อย่างใด
(https://www.sanspo.com/geino/news/20200428/sca20042820330001-n1.html)

ในวันที่ 30 เมษายน อัยการเขต Fukuoka สั่งไม่ฟ้อง Taniguchi Airi ด้วยเหตุผลที่ว่า "ไม่มีหลักฐานเพียงพอในการดำเนินคดี" 
(https://www.yomiuri.co.jp/national/20200430-OYT1T50264/)

นั่นหมายถึง Taniguchi Airi ยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ และเรื่องเงามืดฐานต้องสงสัยนี้ก็จบลงเพียงเท่านี้ โดยไม่มีการเล่าต่อไปหลังจากนี้

บทส่งท้าย

นับเป็นความโชคดีที่อย่างน้อย Taniguchi Airi ไม่ได้ถูกดำเนินคดีฐานต้องสงสัยครอบครองกัญชา เพียงเพราะแฟนซึ่งถูกจับไปก่อนหน้าด้วยข้อหาครอบครองกัญชา แต่เรื่องนี้ได้แสดงให้เห็นถึงสองสิ่งด้วยกัน นั่นคือ การคบคนที่มีผลต่อชีวิต และการตัดสินใจในเส้นทางชีวิตที่ต้องมีสติระลึกอยู่เสมอ

การเป็นไอดอลจึงไม่ได้สำคัญเฉพาะแค่เบื้องหน้าและช่วงที่อยู่ในวงเท่านั้น แต่เบื้องหลังและช่วงที่ออกจากวงไปแล้วก็เช่นกัน 
การกระทำใด ๆ ต้องมีสติและไตร่ตรองเสมอ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้กระทบแค่ตัวเองเท่านั้น แต่สถาบัน คนรอบข้าง และคนที่รักย่อมมีผลกระทบไปด้วยเช่นกัน
ขอให้ Case Study นี้เตือนใจว่าชื่อในสมัยที่ยังเป็นไอดอลจะยังอยู่ตลอดไป และหวังว่าจะได้เขียนนำเสนอด้านที่ดีมากขึ้นในอนาคตต่อไป

Comments

Popular posts from this blog

Majimuri Gakuen (マジムリ学園) กับเค้าโครงประวัติศาสตร์จริง

48 เรื่องราวที่น่าสนใจของ AKB48 Group ในปี ค.ศ. 2018

บทวิเคราะห์: Next Influencer เมื่อไม่มี Shiraishi Mai